Share

บทที่ 2

Author: นิรนาม
หลังจากที่คังซูถิงและเสิ่นทิงไป๋เข้าไปในห้องพักผู้ป่วย เวยรุ่ยก็วิ่งหอบเข้ามาจากด้านนอก และเดินสวนกับคังซูถิงไป

เวยรุ่ยจับมือของผมด้วยอาการสั่นเทา น้ำเสียงของเธอก็สั่นเครือ เธออยากจะลูบผมของผมสักครั้ง แต่ในยามที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนหน้าผากอันเย็นเฉียบของผม น้ำตาสองสายก็ไหลรินลงมา

"ไอ้คนโง่ ถ้าวันนั้นนายแต่งงานกับฉันก็คงดี ไม่น่าต้องลงเอยถึงขั้นตายไปแล้วยังไม่มีใครเหลียวแลแบบนี้”

เมื่อเห็นสภาพของเวยรุ่ยที่ดูเหมือนเพิ่งเดินทางไกลมา ผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจ ดูเหมือนว่าเธอเพิ่งจะรีบกลับมาจากต่างมณฑล ความจริงแล้วนับตั้งแต่ที่ผมแต่งงาน เวยรุ่ยก็ย้ายออกจากเมืองนี้ไปเลย

ตอนนั้นเหตุผลที่เวยรุ่ยบอกกับผมก็คือ คังซูถิงไม่สามารถทนเห็นเธออยู่ได้ และเธอก็ไม่อยากสร้างปัญหาให้ผม การจากไปจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ส่วนเวยรุ่ยก็คือน้องสาวตามกฎหมายของผม ตอนแรกเธอไม่ได้ชอบผมหรอก แต่ยิ่งเวลาผ่านไป เธอกลับยิ่งดีกับผมมากขึ้น

ตอนนั้นที่ผมยอมแตกหักกับพ่อแม่บุญธรรมเพื่อคังซูถิง เหตุผลมันง่ายมาก พวกเขาต้องการให้ผมแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจกับหุ้นส่วน ผมรู้ดีว่าพวกเขารับเลี้ยงผมไม่ใช่เพราะรักผม เพียงแค่ต้องการคนไปแต่งงานทางธุรกิจเท่านั้น

เวยรุ่ยเป็นคนช่วยให้ผมหนีออกจากตระกูลเวย ส่วนเรื่องความรู้สึกที่เวยรุ่ยมีให้ผมนั้น ผมรับรู้มันมาตั้งนานแล้ว

แต่ถ้าเทียบกับคังซูถิงแล้ว ผมยิ่งไม่มีทางแต่งงานกับเวยรุ่ยได้เลย อย่างน้อยที่สุดพ่อแม่บุญธรรมก็ไม่มีวันยินยอมเด็ดขาด

เวยรุ่ยกำลังจะเคลื่อนย้ายศพของผมออกไป ในเวลาเดียวกัน คังซูถิงก็กำลังจะเดินออกไปข้างนอกเพื่อซื้อของกินให้เสิ่นทิงไป๋ เพียงเพราะเสิ่นทิงไป๋บอกว่า เขาอยากกินเค้กชิ้นเล็กๆ ของร้านหนึ่งที่อยู่ห่างออกไปตั้งสามสิบลี้ คังซูถิงก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปทันทีโดยไม่ลังเล

แต่ในอดีต ตอนที่ผมแค่อยากจะกินข้าวปั้นที่อยู่ใต้ตึก และขอให้คังซูถิงช่วยซื้อติดมือมาให้ตอนเลิกงาน เธอกลับขี้เกียจแม้กระทั่งจะอ้อมไปซื้อให้

ตอนที่เวยรุ่ยเดินสวนกับคังซูถิงเข้าอย่างจัง ศพของผมถูกคลุมด้วยผ้าขาว ทั้งสองสบตากัน คังซูถิงรู้จักเวยรุ่ยอยู่แล้ว

“หลบหน่อย”

เวยรุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย แต่ก็แน่ล่ะ กับคนที่ลงมือฆ่าผมด้วยตัวเองขนาดนี้ เวยรุ่ยจะไปสุภาพด้วยได้อย่างไร?

แววตาของคังซูถิงเต็มไปด้วยความสับสน ก่อนจะยอมถอยหลังให้ก้าวหนึ่ง อย่างไรเสียก็ต้องให้เกียรติผู้ตาย

แต่ในจังหวะที่เวยรุ่ยกำลังจะหันหลังเดินจากไป สายตาของคังซูถิงก็เหลือบไปเห็นข้อเท้าของผมเข้าพอดี

"เดี๋ยวก่อน!"

คังซูถิงเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบวิ่งตามไปถาม "คนที่ตาย...เป็นอะไรกับเธอ?"

ลมหายใจของผมสะดุดลง ผมกลัวว่าเวยรุ่ยจะพูดเรื่องที่ผมตายออกไปตรงๆ แต่ก็กลัวยิ่งกว่าถ้าเวยรุ่ยจะไม่พูด ใจหนึ่งผมล่ะอยากจะเห็นจริงๆ ว่าถ้าคังซูถิงรู้ข่าวการตายของผมแล้ว เธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไร

เวยรุ่ยเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา

"สามีฉันเอง"

ผมถึงกับอึ้งไปเลย และคังซูถิงเองก็ชะงักไปเช่นกัน

เรื่องราวเกี่ยวกับตัวผมคังซูถิงรู้ดีทุกอย่าง รวมถึงเรื่องที่เวยรุ่ยแอบชอบผมด้วย

"เธอแต่งงานตั้งแต่เมื่อไหร่?"

คังซูถิงถามออกไปตามสัญชาตญาณ แต่พอถามจบ เธอก็แอบเหวอไปเองเหมือนกัน

เวยรุ่ยหัวเราะเยาะ ตอกกลับไปอย่างไม่ไว้หน้า

"ฉันคิดว่าเรื่องนี้คงไม่เกี่ยวกับคุณคังหรอกมั้งคะ?"

คังซูถิงถึงกับจุก พูดไม่ออกไปแป๊บหนึ่ง ก่อนจะพูดประชดประชันเบาๆ

"เมื่อก่อนเห็นปากก็บอกว่ารักกงซุนจิ่นนักหนา ฉันดูแล้วเธอก็คงรักได้แค่นี้แหละ"

ฝีเท้าที่กำลังจะเดินจากไปของเวยรุ่ยชะงักลง เธอหันกลับมามองคังซูถิง แล้วทิ้งท้ายไว้เพียงประโยคเดียว

"ถ้าเทียบกับสิ่งที่คุณทำแล้ว ฉันยังทำได้ไม่เท่าครึ่งของคุณเลย"

การเหน็บแนมที่ชัดเจนขนาดนี้ ผมไม่เชื่อหรอกว่าคังซูถิงจะฟังไม่ออก

ผมเดินตามเวยรุ่ยจากไป แล้วหันกลับไปมองคังซูถิง ดูเหมือนว่าผมจะไม่ได้รักเธอมากมายเหมือนในตอนแรกอีกต่อไปแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาผู้พิพากษาแย่งไตผมไปช่วยรักแรก   บทที่ 8

    เวยรุ่ยลุกขึ้นมานั่ง ก่อนหัวเราะเยาะ "นั่นสินะ ทำไมคนที่ตายถึงไม่ใช่คุณ!"ตอนที่เวยรุ่ยจะจากไป เธอได้เตือนคังซูถิงว่า ให้จัดการซ่อมแซมหลุมศพของผมให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นเธอจะใช้เส้นสายและความสัมพันธ์ทั้งหมดที่มี เพื่อทำลายตระกูลคังให้ย่อยยับผมไม่รู้ว่าคังซูถิงกำลังคิดอะไรอยู่ เธอนอนนิ่งอยู่บนพื้นเป็นเวลานานแสนนาน ลมยามค่ำคืนพัดโชยเอาปอยผมตรงหน้าผากของเธอให้ปลิวไสว มันทำให้ผมหวนนึกถึงตอนที่เราสองคนเคยไปตั้งแคมป์ด้วยกัน ค่ำคืนนั้นดวงดาวสวยงามกว่าคืนนี้เสียอีกและก็เป็นค่ำคืนนั้นเองที่จู่ๆ คังซูถิงก็พูดกับผมว่า"กงซุนจิ่น มาเป็นสามีของฉันไหม?"จากความรู้สึกชอบกลายเป็นความรัก และจากความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ใช้เวลาเพียงแค่ห้าปีเท่านั้นมันช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกินจู่ๆ คังซูถิงก็ลุกขึ้นยืน เธอกัดปลายนิ้วจนเลือดสาด แล้วลงมือเขียนลงบนป้ายหลุมศพว่า【สุสานของคู่สามีภรรยาตระกูลกงซุน】 หลังจากนั้น คังซูถิงก็ลงไปนอนในหลุมที่ตัวเองขุดไว้ เธอยิ้มออกมาอย่างปล่อยวาง ก่อนหยิบมีดสั้นออกมากรีดข้อมือ ผมมองดูเลือดที่ไหลทะลักออกมาจากข้อมือของคังซูถิงไม่หยุด ในใจก็ยังคงขมวดคิ้วเบาๆไ

  • ภรรยาผู้พิพากษาแย่งไตผมไปช่วยรักแรก   บทที่ 7

    ชีวิตแบบนี้ คังซูถิงใช้มันอย่างเลื่อนลอยอยู่สองเดือน เธอเริ่มออกไปข้างนอกบ่อยขึ้นเรื่อยๆ และกลับบ้านมาด้วยสภาพที่เหนื่อยล้าทุกครั้งดวงวิญญาณของผมเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถทนต่อแสงแดดที่ส่องลงมาตรงๆ ได้ ดังนั้นผมจึงไม่รู้เลยว่าคังซูถิงออกไปทำอะไรข้างนอกจนกระทั่งกลางดึกคืนหนึ่ง คังซูถิงเดินออกไปข้างนอก ผมจึงยอมเดินตามเธอไป แล้วมาหยุดอยู่ที่สุสานแห่งหนึ่งบนป้ายสุสานที่มีรูปถ่ายของผมติดอยู่ ผมมองเห็นตัวอักษรที่สลักไว้บนนั้น[สุสานของ กงซุนจิ่น สามีของเวยรุ่ย]ผมถึงเพิ่งได้รู้ว่าที่คังซูถิงออกไปข้างนอกช่วงนี้ ก็เพื่อตามหาหลุมศพของผม เพียงแต่พอได้เห็นป้ายนี้ ทั้งผมและคังซูถิงต่างก็ตกตะลึงไปพร้อมๆ กันคังซูถิงโกรธจัด ส่วนผมกลับรู้สึกขมขื่นในใจ ความจริงแล้วระหว่างผมกับเวยรุ่ยไม่ได้มีอะไรเกินเลยเลย เธอและผมต่างรู้ดีว่าเราสองคนไม่มีทางเป็นไปได้ ดังนั้นเราทั้งคู่จึงฝังความรู้สึกนั้นไว้ลึกสุดใจและก็เพราะการปรากฏตัวของคังซูถิงนั่นแหละ ที่ทำให้ผมลืมความรู้สึกรักแรกในวันวานนั้นไป ผมรู้สึกผิดต่อเวยรุ่ยมาก เธอคือหนึ่งในไม่กี่คนบนโลกใบนี้ที่ดีต่อผมโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงหลุมศพแห่งน

  • ภรรยาผู้พิพากษาแย่งไตผมไปช่วยรักแรก   บทที่ 6

    หลังจากเสิ่นทิงไป๋ตาย คังซูถิงกลับไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมาก เธอเพียงแค่พูดกับคนที่โทรมาแจ้งข่าวคำเดียวว่า "รู้แล้ว"เพราะอย่างไรเสีย สิ่งที่คังซูถิงกำลังร้อนรนกระวนกระวายใจอยู่คือการตามหาศพของผม แต่ต่อให้หาเจอแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?คังซูถิงรื้อค้นข้าวของไปทั่วบ้านกว่าจะหาเบอร์โทรศัพท์ของเวยรุ่ยเจอพอโทรศัพท์ต่อสายติด คังซูถิงก็ถามขึ้นมาด้วยความร้อนใจทันที"กงซุนจิ่นอยู่ที่ไหน?"เวยรุ่ยดูเหมือนจะสุขุมเยือกเย็นขึ้นมาก เธอไม่ได้พูดจาร้ายๆ ใส่ และไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงคังซูถิง ทำเพียงแค่หัวเราะออกมาอย่างระอาใจ"ฉันคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติคุณคงจะไม่นึกถึงกงซุนจิ่นแล้วซะอีก เพราะถึงอย่างไรคุณก็มัวแต่ยุ่งกับการดูแลรักแรกของคุณนี่นา ดูท่าว่าความตายของกงซุนจิ่นยังพอจะช่วยปลุกจิตสำนึกของคุณขึ้นมาได้บ้างสินะ?"แต่คังซูถิงกลับฟังไม่เข้าหูเลยสักนิด เธอเอาแต่ถามคำถามเดิมซ้ำอีกรอบเวยรุ่ยจึงพูดสวนกลับไปอย่างเย็นชาว่า"ถ้ามีความสามารถพอก็ไปตามหาเอาเอง แต่ฉันคิดว่ากงซุนจิ่นเขาคงไม่อยากเห็นหน้าคุณหรอก"ใช่แล้ว ผมไม่อยากเห็นหน้าคังซูถิงจริงๆ นั่นแหละคนที่ไม่เคยแยแสแม้กระทั่งความเป็นตายของผม แล

  • ภรรยาผู้พิพากษาแย่งไตผมไปช่วยรักแรก   บทที่ 5

    พูดจบ พยาบาลก็ไม่ได้สนใจคังซูถิงอีกแล้วเดินจากไปคังซูถิงยืนอึ้งอยู่กับที่ แน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่นานแสนนานบางที เธออาจจะนึกถึงตอนที่ผมนอนสิ้นหวังอยู่บนเตียงผ่าตัดแล้วโทรศัพท์สายสุดท้ายหาเธอ หรือบางที คังซูถิงอาจจะนึกถึงวันที่เวยรุ่ยเข็นศพของผมเดินสวนกับเธอในวันนั้นคังซูถิงวิ่งเตลิดออกจากโรงพยาบาลราวกับคนบ้า แต่สถานที่ที่คังซูถิงมุ่งหน้าไปกลับเป็นที่อยู่ของเสิ่นทิงไป๋ผมได้แต่รู้สึกสมเพชตัวเอง ผมเคยคิดว่าถ้าคังซูถิงรู้ข่าวการตายของผม อย่างน้อยเธอก็คงจะรู้สึกผิดบ้าง แต่สำหรับเธอแล้ว แม้ผมจะตายไปแล้ว ก็ยังเทียบเสิ่นทิงไป๋ไม่ได้อยู่ดี แต่พอไปถึงอพาร์ตเมนต์ ประตูห้องกลับแง้มเปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง คังซูถิงชะงักฝีเท้าลง แล้วได้ยินเสียงที่ดังมาจากข้างใน"พวกแกจะคอยตามตื้อไม่เลิกใช่ไหม? เงินก็ให้ไปหมดแล้วนี่? ถ้ายังเป็นแบบนี้อีกฉันจะแจ้งตำรวจแล้วนะ"น้ำเสียงแข็งกร้าวของเสิ่นทิงไป๋ดังรอดออกมา คังซูถิงตั้งท่าจะผลักประตูเข้าไปตามสัญชาตญาณ แต่ในจังหวะที่มือเพิ่งจะแตะโดนลูกบิดประตู ผู้ชายที่อยู่ข้างในก็แค่นหัวเราะเยาะ"เงินแค่หนึ่งแสนบาทคิดจะมาไล่พวกเราเหรอ? แกไม่รู้หรือไงว่าคนที่เราต้องหล

  • ภรรยาผู้พิพากษาแย่งไตผมไปช่วยรักแรก   บทที่ 4

    "คังซูถิง พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ผมจะทำเหมือนว่าคุณไม่เคยแต่งงานมาก่อน และคุณเองก็ทำเหมือนว่าผมไม่เคยทรมานหักหลังคุณ ผมรักคุณจริงๆ นะ"เสิ่นทิงไป๋เมื่อเห็นสีหน้าของคังซูถิงดูเคร่งเครียด น้ำเสียงของเขาก็อ่อนลงทันทีในเรื่องการออดอ้อนเอาใจคังซูถิงนั้น เสิ่นทิงไป๋นั้นเชี่ยวชาญราวกับปลาได้น้ำเสมอ และคังซูถิงก็มักจะแพ้ทางมุกนี้ของเสิ่นทิงไป๋ทุกครั้งตัดภาพมาที่ผม ยามที่คังซูถิงโกรธ ต่อให้ผมจะงัดเอาทุกวิถีทางออกมาใช้ คังซูถิงก็ไม่เคยคิดจะชายตาหันมาส่งยิ้มให้ผมเลยสักครั้งเดียวความรักกับการไม่รักมันชัดเจนมากจริงๆ แต่ผมกลับโง่เง่าถึงขนาดต้องรอให้ตัวเองตายไปก่อน ถึงจะมองเห็นความจริงทั้งหมดนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่งผู้หญิงคนนั้นที่มักจะทำหน้าบึ้งตึงเคร่งขรึมใส่ผม แต่ยามอยู่ต่อหน้าผู้ชายอีกคนเธอกลับอ่อนโยนเสมอ แม้แต่เส้นแบ่งที่เธอไม่เคยยอมให้ใครก้าวข้ามก็ยังถูกทำลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเสิ่นทิงไป๋ หัวใจของผมเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่แผ่กระจายไปทั่ว แต่ตอนนี้ผมไม่สนใจแล้วว่าเสิ่นทิงไป๋จะใส่ร้ายผมอย่างไร หรือคังซูถิงจะรังเกียจผมแค่ไหน "นายเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลนะ รีบพักผ่อนแต่หัววันเถอะ"

  • ภรรยาผู้พิพากษาแย่งไตผมไปช่วยรักแรก   บทที่ 3

    หลังจากเสิ่นทิงไป๋นอนโรงพยาบาลได้หนึ่งเดือน คังซูถิงก็เป็นคนมารับเขาออกจากโรงพยาบาล เมื่อเทียบกับตอนที่ผมตายที่มีแค่เวยรุ่ยคนเดียวแล้ว ห้องพักผู้ป่วยของเสิ่นทิงไป๋กลับคึกคักเป็นอย่างมาก ญาติสนิทมิตรสหายของเขาต่างเบียดเสียดกันแน่นห้อง ทันทีที่คังซูถิงปรากฏตัว ทุกคนในห้องก็ฮือฮากันใหญ่"ท่านผู้พิพากษาคัง เมื่อไหร่จะแต่งงานกับทิงไป๋ของเราล่ะคะ? เห็นคุณเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเขาขนาดนี้ ทิงไป๋ของเราช่างโชคดีจริงๆ เลย"เสิ่นทิงไป๋ก้มหน้าลงอย่างเขินอาย น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับยุง"พวกแกอย่าพูดแบบนั้นสิ คังซูถิงแต่งงานแล้วนะ ฉันไม่อยากให้กงซุนจิ่นได้ยินแล้วเข้าใจผิดเรื่องพวกเรา และฉันก็ไม่อยากเป็นมือที่สามด้วย ไม่อย่างนั้นเขาจะมาหาเรื่องฉันอีก” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยประชดขึ้นมาว่า"ผู้ชายใจแคบที่วันๆ เอาแต่หึงหวงเรียกร้องความสนใจแบบนั้นมีอะไรดี คังซูถิงรักนายนี่นา คนที่ไม่ถูกรักต่างหากที่เป็นมือที่สาม! วันๆ เขาทำอะไรเป็นบ้างนอกจากทำร้ายนาย? เป็นฉันนะ ฉันหย่ากับเขาไปตั้งนานแล้ว!"พอได้ยินคำพูดพวกนี้ ผมกลับรู้สึกตลก ที่แท้ผมต่างหากที่เป็นมือที่สามสินะแต่เสิ่นทิงไป๋ก็เป็นแบบนี้ทุกที เขาชอบชั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status