Short
ภรรยาผู้พิพากษาแย่งไตผมไปช่วยรักแรก

ภรรยาผู้พิพากษาแย่งไตผมไปช่วยรักแรก

Oleh:  นิรนามTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
8Bab
559Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ภรรยาที่เป็นผู้พิพากษา เพื่อจะช่วยชีวิตรักแรกของเธอที่ป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ได้ถือวิสาสะตัดสินเอาไตข้างหนึ่งของผมไปให้รักแรกของเธอ ผมอธิบายให้ภรรยาฟังว่า ผมป่วยเป็นโรคไตวาย หากต้องปลูกถ่ายไตออกไปอีกข้าง ผมต้องตายอย่างแน่นอน แต่ภรรยากลับตะโกนใส่ผมด้วยความรังเกียจว่า "ทิงไป๋ป่วยหนักขนาดนี้แล้ว นายยังจะมามัวหึงหวงเรียกร้องความสนใจอยู่อีก! นายไม่มีหัวใจบ้างเลยหรือไง!" ภายใต้คำสั่งตัดสินบังคับของภรรยา ผมถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเพื่อรับการผ่าตัดปลูกถ่ายไต ในท้ายที่สุด เพราะอาการไตวายที่กำเริบหนักขึ้น ผมจึงต้องตายอย่างอนาถในมุมที่ไร้ผู้คนของโรงพยาบาล

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

ในขณะที่คังซูถิงคอยเฝ้าอยู่หน้าห้องผู้ป่วยของเสิ่นทิงไป๋ ผมกลับกำลังนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดอันเย็นเฉียบ รอคอยความตายด้วยความสิ้นหวัง

ทั่วร่างของผมเต็มไปด้วยสายระโยงระยาง เสียงเครื่องมือแพทย์ดังขึ้นราวกับเสียงของยมทูตกำลังเรียกวิญญาณ เตือนว่าถึงเวลาที่ผมต้องจากไปแล้ว

กระทั่งคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผมกลายเป็นเส้นตรง ขณะเดียวกันข่าวการผ่าตัดของเสิ่นทิงไป๋ก็ส่งมาว่าประสบความสำเร็จ ไฟฉุกเฉินหน้าห้องผ่าตัดดับลง และดวงตาของผมก็ปิดลงตลอดกาล

อาจเป็นเพราะก่อนตายผมมีความอาฆาตมากเกินไป วิญญาณของผมจึงลอยมาอยู่ข้างกายคังซูถิง

เมื่อเห็นคังซูถิงกอดเสิ่นทิงไป๋ที่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยความตื้นตันจนดวงตาแดงก่ำ หัวใจของผมก็จมดิ่งลงสู่ก้นเหว

ผมอยากจะถามคังซูถิงเหลือเกินว่า ตอนที่เราสองคนถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดพร้อมกัน เธอเคยมีสักเสี้ยววินาทีไหมที่นึกห่วงความเป็นตายของผม?

คำตอบคือไม่มีเลย เพราะเพื่อรักษาอาการป่วยของเสิ่นทิงไป๋ คังซูถิงถึงกับฟ้องผมขึ้นศาล เธอจ้างทนายความชื่อดังที่สุดในวงการ และภายใต้คำตัดสินของเธอ สุดท้ายผมก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้

ตอนที่ไตของผมถูกตัดออก ผมเจ็บปวดอยู่ในห้องผ่าตัดจนเหงื่อโซมกายซึมชุ่มแผ่นหลัง ผมโทรศัพท์หาเธอด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน

“ที่รัก ผมผิดไปแล้ว โอเคไหม อย่าเอาไตของผมไปเลย ผมเจ็บมากจริง ๆ ผมกำลังจะตายแล้ว...”

ผมที่ไม่เคยยอมอ่อนข้อให้คังซูถิงมาก่อน คิดว่าเพียงแค่ยอมแพ้และรับเอาความผิดที่ไม่มีอยู่จริงทั้งหมดมาไว้กับตัว คังซูถิงจะเห็นแก่ความสัมพันธ์ตลอดห้าปีที่ผ่านมาแล้วไว้ชีวิตผมสักครั้งไหม?

แต่คังซูถิงกลับหัวเราะเยาะอย่างเย็นชาผ่านโทรศัพท์

“การยอมรับผิดเป็นสิ่งที่นายควรทำอยู่แล้ว การได้ช่วยชีวิตทิงไป๋ถือเป็นบุญของนาย อย่าคิดจะเอาตัวรอดง่าย ๆ อย่าคิดว่าแค่ยกไตให้ทิงไป๋แล้วจะไม่ต้องขอโทษ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เรื่องที่นายทำร้ายทิงไป๋มีนับไม่ถ้วน รอให้เขาหายดีก่อน ฉันจะคิดบัญชีกับนายอีกที”

“นายอยากตายนักใช่ไหม? ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอโทษทิงไป๋ให้เสร็จก่อนค่อยตาย!”

ผมพยายามขยับริมฝีปากที่แห้งแตก หวังจะปฏิเสธว่าเรื่องเหล่านั้นไม่ใช่ฝีมือผม แต่ผมไม่มีแรงเหลืออีกแล้ว

คังซูถิงราวกับยังไม่หายแค้น ระเบิดอารมณ์ใส่ผมอย่างดุดันว่า

“สภาพแบบนี้ของนาย ทำให้ฉันขยะแขยงจริง ๆ!”

ทันทีที่สายถูกตัดไป หัวใจของผมก็จมลงสู่ก้นเหว พร้อมกับความรักตลอดห้าปีที่มีต่อคังซูถิง ก็ได้หายไปในพริบตา

คังซูถิงบอกว่าผมขยะแขยง แต่ในตอนที่เธอแต่งงานกับผม เธอกลับบอกผมด้วยความรักลึกซึ้งว่า เธอจะรักผมไปชั่วชีวิต ผมคือตัวเลือกแรกของเธอ คือข้อยกเว้นและเป็นคนที่เธอรักมากที่สุด

เพียงเพราะมีเสิ่นทิงไป๋เข้ามา เธอก็ลืมสามีอย่างผมไปเสียสนิท

มือของคังซูถิงลูบไล้ใบหน้าของเสิ่นทิงไป๋อย่างอ่อนโยน ราวกับกำลังมองของล้ำค่าที่เปราะบางชิ้นหนึ่ง

"ดีเหลือเกิน...ที่นายรอดชีวิตมาได้...ดีจริงๆ"

น้ำเสียงสะอื้นและดวงตาที่แดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือด บอกผมว่า คังซูถิงไม่ได้นอนเลยทั้งคืนก็เพราะเสิ่นทิงไป๋

แต่ในยามที่คังซูถิงมัวแต่เป็นห่วงเสิ่นทิงไป๋อยู่นั้น เธอเคยฉุกคิดบ้างไหมว่าผมได้ตายไปแล้ว?

เสิ่นทิงไป๋ฝืนขยับริมฝีปากอันซีดเซียว

"ถิงถิง ทำคุณต้องเป็นห่วงแล้ว ขอโทษนะ แล้วกงซุนจิ่นล่ะ? เขายังโกรธอยู่หรือเปล่า? ผมจะไปขอโทษเขาเดี๋ยวนี้แหละ"

พูดจบเสิ่นทิงไป๋ก็ทำท่าจะลุกขึ้น แต่การแสดงเสแสร้งนั้นชัดเจนจนใครดูก็ออก มีเพียงคังซูถิงคนเดียวเท่านั้นที่มองไม่ออก

แน่นอนว่าคังซูถิงรีบกดตัวเขาให้นอนลงอย่างอ่อนโยน พร้อมลูบศีรษะเขาด้วยความเอ็นดู

“เด็กโง่ คนที่ควรขอโทษคือกงซุนจิ่นต่างหาก นายผิดอะไรล่ะ ใจดีแบบนี้อยู่เรื่อย เดี๋ยวก็โดนรังแกอีกหรอก”

พยาบาลมองดูคนทั้งสองแล้วอดไม่ได้ที่จะแซวขึ้นมาว่า

“คุณสองคนรักกันมากจริง ๆ นะคะ”

พูดจบก็หันไปทางเสิ่นทิงไป๋

“ตอนคุณผ่าตัด ภรรยาของคุณรออยู่ที่ทางเดินทั้งคืน ไม่ยอมไปไหนเลยแม้แต่ก้าวเดียว”

เสิ่นทิงไป๋หน้าแดงด้วยความเขินอาย ส่วนคังซูถิงก็ชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดจะอธิบายความเข้าใจผิดนั้น

จากนั้นพยาบาลก็เปลี่ยนเรื่องพร้อมถอนหายใจยาว

"ไม่เหมือนเตียงผ่าตัดห้องข้างๆ เลยค่ะ คนไข้ตัวคนเดียวตั้งแต่ตอนเข้ามา พอตายไปแล้วก็ไม่มีญาติสนิทมิตรสหายโผล่มาจัดการศพให้เลย น่าสงสารจริงๆ"

สีหน้าของคังซูถิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ทำให้ในใจผมเกิดความหวังขึ้นมา ถ้าเธอเดาได้ว่าคนที่น่าสงสารคนนั้นคือผม เธอจะเมตตามาเก็บศพให้ผมหรือเปล่า?

แต่หลังจากเฝ้ารอมานาน คังซูถิงก็เพียงถอนหายใจ

“ก็น่าสงสารจริง ๆ นั่นแหละค่ะ”

แววตาของผมหม่นลง ผมหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ ตอนนี้ในหัวใจและสายตาของคังซูถิงมีแต่เสิ่นทิงไป๋ แล้วเธอจะนึกถึงผมได้อย่างไร?

คังซูถิงไม่ได้พูดถึงเรื่องนั้นต่อ แต่เดินตามพยาบาลเพื่อเข็นเสิ่นทิงไป๋เข้าไปในห้องพักผู้ป่วย

ในตอนที่เดินผ่านห้องผ่าตัดที่วางศพของผมอยู่ ฝีเท้าของคังซูถิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง เธอเหลือบมองเข้าไปข้างใน ร่างอันเย็นชืดของผมก็นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนั้น เพียงแต่หันปลายเท้ามาทางประตู จึงทำให้คนภายนอกมองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของผม

หากขอเพียงแค่คังซูถิงมองดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน เธอก็จะสามารถเห็นบาดแผลตรงข้อเท้าของผม เป็นแผลที่ผมเคยได้รับจากการเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเธอเอาไว้

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
8 Bab
บทที่ 1
ในขณะที่คังซูถิงคอยเฝ้าอยู่หน้าห้องผู้ป่วยของเสิ่นทิงไป๋ ผมกลับกำลังนอนอยู่บนเตียงผ่าตัดอันเย็นเฉียบ รอคอยความตายด้วยความสิ้นหวังทั่วร่างของผมเต็มไปด้วยสายระโยงระยาง เสียงเครื่องมือแพทย์ดังขึ้นราวกับเสียงของยมทูตกำลังเรียกวิญญาณ เตือนว่าถึงเวลาที่ผมต้องจากไปแล้ว กระทั่งคลื่นไฟฟ้าหัวใจของผมกลายเป็นเส้นตรง ขณะเดียวกันข่าวการผ่าตัดของเสิ่นทิงไป๋ก็ส่งมาว่าประสบความสำเร็จ ไฟฉุกเฉินหน้าห้องผ่าตัดดับลง และดวงตาของผมก็ปิดลงตลอดกาล อาจเป็นเพราะก่อนตายผมมีความอาฆาตมากเกินไป วิญญาณของผมจึงลอยมาอยู่ข้างกายคังซูถิง เมื่อเห็นคังซูถิงกอดเสิ่นทิงไป๋ที่รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยความตื้นตันจนดวงตาแดงก่ำ หัวใจของผมก็จมดิ่งลงสู่ก้นเหว ผมอยากจะถามคังซูถิงเหลือเกินว่า ตอนที่เราสองคนถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัดพร้อมกัน เธอเคยมีสักเสี้ยววินาทีไหมที่นึกห่วงความเป็นตายของผม?คำตอบคือไม่มีเลย เพราะเพื่อรักษาอาการป่วยของเสิ่นทิงไป๋ คังซูถิงถึงกับฟ้องผมขึ้นศาล เธอจ้างทนายความชื่อดังที่สุดในวงการ และภายใต้คำตัดสินของเธอ สุดท้ายผมก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ตอนที่ไตของผมถูกตัดออก ผมเจ็บปวดอยู่ในห้องผ่าตัดจนเหงื่อโซม
Baca selengkapnya
บทที่ 2
หลังจากที่คังซูถิงและเสิ่นทิงไป๋เข้าไปในห้องพักผู้ป่วย เวยรุ่ยก็วิ่งหอบเข้ามาจากด้านนอก และเดินสวนกับคังซูถิงไปเวยรุ่ยจับมือของผมด้วยอาการสั่นเทา น้ำเสียงของเธอก็สั่นเครือ เธออยากจะลูบผมของผมสักครั้ง แต่ในยามที่ปลายนิ้วสัมผัสโดนหน้าผากอันเย็นเฉียบของผม น้ำตาสองสายก็ไหลรินลงมา"ไอ้คนโง่ ถ้าวันนั้นนายแต่งงานกับฉันก็คงดี ไม่น่าต้องลงเอยถึงขั้นตายไปแล้วยังไม่มีใครเหลียวแลแบบนี้” เมื่อเห็นสภาพของเวยรุ่ยที่ดูเหมือนเพิ่งเดินทางไกลมา ผมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะเทือนใจ ดูเหมือนว่าเธอเพิ่งจะรีบกลับมาจากต่างมณฑล ความจริงแล้วนับตั้งแต่ที่ผมแต่งงาน เวยรุ่ยก็ย้ายออกจากเมืองนี้ไปเลยตอนนั้นเหตุผลที่เวยรุ่ยบอกกับผมก็คือ คังซูถิงไม่สามารถทนเห็นเธออยู่ได้ และเธอก็ไม่อยากสร้างปัญหาให้ผม การจากไปจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดส่วนเวยรุ่ยก็คือน้องสาวตามกฎหมายของผม ตอนแรกเธอไม่ได้ชอบผมหรอก แต่ยิ่งเวลาผ่านไป เธอกลับยิ่งดีกับผมมากขึ้น ตอนนั้นที่ผมยอมแตกหักกับพ่อแม่บุญธรรมเพื่อคังซูถิง เหตุผลมันง่ายมาก พวกเขาต้องการให้ผมแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ทางธุรกิจกับหุ้นส่วน ผมรู้ดีว่าพวกเขารับเลี้ยงผมไม่ใช่เพราะรักผม เพียงแ
Baca selengkapnya
บทที่ 3
หลังจากเสิ่นทิงไป๋นอนโรงพยาบาลได้หนึ่งเดือน คังซูถิงก็เป็นคนมารับเขาออกจากโรงพยาบาล เมื่อเทียบกับตอนที่ผมตายที่มีแค่เวยรุ่ยคนเดียวแล้ว ห้องพักผู้ป่วยของเสิ่นทิงไป๋กลับคึกคักเป็นอย่างมาก ญาติสนิทมิตรสหายของเขาต่างเบียดเสียดกันแน่นห้อง ทันทีที่คังซูถิงปรากฏตัว ทุกคนในห้องก็ฮือฮากันใหญ่"ท่านผู้พิพากษาคัง เมื่อไหร่จะแต่งงานกับทิงไป๋ของเราล่ะคะ? เห็นคุณเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเขาขนาดนี้ ทิงไป๋ของเราช่างโชคดีจริงๆ เลย"เสิ่นทิงไป๋ก้มหน้าลงอย่างเขินอาย น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับยุง"พวกแกอย่าพูดแบบนั้นสิ คังซูถิงแต่งงานแล้วนะ ฉันไม่อยากให้กงซุนจิ่นได้ยินแล้วเข้าใจผิดเรื่องพวกเรา และฉันก็ไม่อยากเป็นมือที่สามด้วย ไม่อย่างนั้นเขาจะมาหาเรื่องฉันอีก” เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเอ่ยประชดขึ้นมาว่า"ผู้ชายใจแคบที่วันๆ เอาแต่หึงหวงเรียกร้องความสนใจแบบนั้นมีอะไรดี คังซูถิงรักนายนี่นา คนที่ไม่ถูกรักต่างหากที่เป็นมือที่สาม! วันๆ เขาทำอะไรเป็นบ้างนอกจากทำร้ายนาย? เป็นฉันนะ ฉันหย่ากับเขาไปตั้งนานแล้ว!"พอได้ยินคำพูดพวกนี้ ผมกลับรู้สึกตลก ที่แท้ผมต่างหากที่เป็นมือที่สามสินะแต่เสิ่นทิงไป๋ก็เป็นแบบนี้ทุกที เขาชอบชั
Baca selengkapnya
บทที่ 4
"คังซูถิง พวกเรามาเริ่มต้นกันใหม่เถอะ ผมจะทำเหมือนว่าคุณไม่เคยแต่งงานมาก่อน และคุณเองก็ทำเหมือนว่าผมไม่เคยทรมานหักหลังคุณ ผมรักคุณจริงๆ นะ"เสิ่นทิงไป๋เมื่อเห็นสีหน้าของคังซูถิงดูเคร่งเครียด น้ำเสียงของเขาก็อ่อนลงทันทีในเรื่องการออดอ้อนเอาใจคังซูถิงนั้น เสิ่นทิงไป๋นั้นเชี่ยวชาญราวกับปลาได้น้ำเสมอ และคังซูถิงก็มักจะแพ้ทางมุกนี้ของเสิ่นทิงไป๋ทุกครั้งตัดภาพมาที่ผม ยามที่คังซูถิงโกรธ ต่อให้ผมจะงัดเอาทุกวิถีทางออกมาใช้ คังซูถิงก็ไม่เคยคิดจะชายตาหันมาส่งยิ้มให้ผมเลยสักครั้งเดียวความรักกับการไม่รักมันชัดเจนมากจริงๆ แต่ผมกลับโง่เง่าถึงขนาดต้องรอให้ตัวเองตายไปก่อน ถึงจะมองเห็นความจริงทั้งหมดนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่งผู้หญิงคนนั้นที่มักจะทำหน้าบึ้งตึงเคร่งขรึมใส่ผม แต่ยามอยู่ต่อหน้าผู้ชายอีกคนเธอกลับอ่อนโยนเสมอ แม้แต่เส้นแบ่งที่เธอไม่เคยยอมให้ใครก้าวข้ามก็ยังถูกทำลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพราะเสิ่นทิงไป๋ หัวใจของผมเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่แผ่กระจายไปทั่ว แต่ตอนนี้ผมไม่สนใจแล้วว่าเสิ่นทิงไป๋จะใส่ร้ายผมอย่างไร หรือคังซูถิงจะรังเกียจผมแค่ไหน "นายเพิ่งจะออกจากโรงพยาบาลนะ รีบพักผ่อนแต่หัววันเถอะ"
Baca selengkapnya
บทที่ 5
พูดจบ พยาบาลก็ไม่ได้สนใจคังซูถิงอีกแล้วเดินจากไปคังซูถิงยืนอึ้งอยู่กับที่ แน่นิ่งไม่ขยับเขยื้อนอยู่นานแสนนานบางที เธออาจจะนึกถึงตอนที่ผมนอนสิ้นหวังอยู่บนเตียงผ่าตัดแล้วโทรศัพท์สายสุดท้ายหาเธอ หรือบางที คังซูถิงอาจจะนึกถึงวันที่เวยรุ่ยเข็นศพของผมเดินสวนกับเธอในวันนั้นคังซูถิงวิ่งเตลิดออกจากโรงพยาบาลราวกับคนบ้า แต่สถานที่ที่คังซูถิงมุ่งหน้าไปกลับเป็นที่อยู่ของเสิ่นทิงไป๋ผมได้แต่รู้สึกสมเพชตัวเอง ผมเคยคิดว่าถ้าคังซูถิงรู้ข่าวการตายของผม อย่างน้อยเธอก็คงจะรู้สึกผิดบ้าง แต่สำหรับเธอแล้ว แม้ผมจะตายไปแล้ว ก็ยังเทียบเสิ่นทิงไป๋ไม่ได้อยู่ดี แต่พอไปถึงอพาร์ตเมนต์ ประตูห้องกลับแง้มเปิดอยู่ครึ่งหนึ่ง คังซูถิงชะงักฝีเท้าลง แล้วได้ยินเสียงที่ดังมาจากข้างใน"พวกแกจะคอยตามตื้อไม่เลิกใช่ไหม? เงินก็ให้ไปหมดแล้วนี่? ถ้ายังเป็นแบบนี้อีกฉันจะแจ้งตำรวจแล้วนะ"น้ำเสียงแข็งกร้าวของเสิ่นทิงไป๋ดังรอดออกมา คังซูถิงตั้งท่าจะผลักประตูเข้าไปตามสัญชาตญาณ แต่ในจังหวะที่มือเพิ่งจะแตะโดนลูกบิดประตู ผู้ชายที่อยู่ข้างในก็แค่นหัวเราะเยาะ"เงินแค่หนึ่งแสนบาทคิดจะมาไล่พวกเราเหรอ? แกไม่รู้หรือไงว่าคนที่เราต้องหล
Baca selengkapnya
บทที่ 6
หลังจากเสิ่นทิงไป๋ตาย คังซูถิงกลับไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไรมาก เธอเพียงแค่พูดกับคนที่โทรมาแจ้งข่าวคำเดียวว่า "รู้แล้ว"เพราะอย่างไรเสีย สิ่งที่คังซูถิงกำลังร้อนรนกระวนกระวายใจอยู่คือการตามหาศพของผม แต่ต่อให้หาเจอแล้วมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ?คังซูถิงรื้อค้นข้าวของไปทั่วบ้านกว่าจะหาเบอร์โทรศัพท์ของเวยรุ่ยเจอพอโทรศัพท์ต่อสายติด คังซูถิงก็ถามขึ้นมาด้วยความร้อนใจทันที"กงซุนจิ่นอยู่ที่ไหน?"เวยรุ่ยดูเหมือนจะสุขุมเยือกเย็นขึ้นมาก เธอไม่ได้พูดจาร้ายๆ ใส่ และไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงคังซูถิง ทำเพียงแค่หัวเราะออกมาอย่างระอาใจ"ฉันคิดว่าชาตินี้ทั้งชาติคุณคงจะไม่นึกถึงกงซุนจิ่นแล้วซะอีก เพราะถึงอย่างไรคุณก็มัวแต่ยุ่งกับการดูแลรักแรกของคุณนี่นา ดูท่าว่าความตายของกงซุนจิ่นยังพอจะช่วยปลุกจิตสำนึกของคุณขึ้นมาได้บ้างสินะ?"แต่คังซูถิงกลับฟังไม่เข้าหูเลยสักนิด เธอเอาแต่ถามคำถามเดิมซ้ำอีกรอบเวยรุ่ยจึงพูดสวนกลับไปอย่างเย็นชาว่า"ถ้ามีความสามารถพอก็ไปตามหาเอาเอง แต่ฉันคิดว่ากงซุนจิ่นเขาคงไม่อยากเห็นหน้าคุณหรอก"ใช่แล้ว ผมไม่อยากเห็นหน้าคังซูถิงจริงๆ นั่นแหละคนที่ไม่เคยแยแสแม้กระทั่งความเป็นตายของผม แล
Baca selengkapnya
บทที่ 7
ชีวิตแบบนี้ คังซูถิงใช้มันอย่างเลื่อนลอยอยู่สองเดือน เธอเริ่มออกไปข้างนอกบ่อยขึ้นเรื่อยๆ และกลับบ้านมาด้วยสภาพที่เหนื่อยล้าทุกครั้งดวงวิญญาณของผมเริ่มอ่อนแอลงเรื่อยๆ จนไม่สามารถทนต่อแสงแดดที่ส่องลงมาตรงๆ ได้ ดังนั้นผมจึงไม่รู้เลยว่าคังซูถิงออกไปทำอะไรข้างนอกจนกระทั่งกลางดึกคืนหนึ่ง คังซูถิงเดินออกไปข้างนอก ผมจึงยอมเดินตามเธอไป แล้วมาหยุดอยู่ที่สุสานแห่งหนึ่งบนป้ายสุสานที่มีรูปถ่ายของผมติดอยู่ ผมมองเห็นตัวอักษรที่สลักไว้บนนั้น[สุสานของ กงซุนจิ่น สามีของเวยรุ่ย]ผมถึงเพิ่งได้รู้ว่าที่คังซูถิงออกไปข้างนอกช่วงนี้ ก็เพื่อตามหาหลุมศพของผม เพียงแต่พอได้เห็นป้ายนี้ ทั้งผมและคังซูถิงต่างก็ตกตะลึงไปพร้อมๆ กันคังซูถิงโกรธจัด ส่วนผมกลับรู้สึกขมขื่นในใจ ความจริงแล้วระหว่างผมกับเวยรุ่ยไม่ได้มีอะไรเกินเลยเลย เธอและผมต่างรู้ดีว่าเราสองคนไม่มีทางเป็นไปได้ ดังนั้นเราทั้งคู่จึงฝังความรู้สึกนั้นไว้ลึกสุดใจและก็เพราะการปรากฏตัวของคังซูถิงนั่นแหละ ที่ทำให้ผมลืมความรู้สึกรักแรกในวันวานนั้นไป ผมรู้สึกผิดต่อเวยรุ่ยมาก เธอคือหนึ่งในไม่กี่คนบนโลกใบนี้ที่ดีต่อผมโดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝงหลุมศพแห่งน
Baca selengkapnya
บทที่ 8
เวยรุ่ยลุกขึ้นมานั่ง ก่อนหัวเราะเยาะ "นั่นสินะ ทำไมคนที่ตายถึงไม่ใช่คุณ!"ตอนที่เวยรุ่ยจะจากไป เธอได้เตือนคังซูถิงว่า ให้จัดการซ่อมแซมหลุมศพของผมให้เรียบร้อย ไม่อย่างนั้นเธอจะใช้เส้นสายและความสัมพันธ์ทั้งหมดที่มี เพื่อทำลายตระกูลคังให้ย่อยยับผมไม่รู้ว่าคังซูถิงกำลังคิดอะไรอยู่ เธอนอนนิ่งอยู่บนพื้นเป็นเวลานานแสนนาน ลมยามค่ำคืนพัดโชยเอาปอยผมตรงหน้าผากของเธอให้ปลิวไสว มันทำให้ผมหวนนึกถึงตอนที่เราสองคนเคยไปตั้งแคมป์ด้วยกัน ค่ำคืนนั้นดวงดาวสวยงามกว่าคืนนี้เสียอีกและก็เป็นค่ำคืนนั้นเองที่จู่ๆ คังซูถิงก็พูดกับผมว่า"กงซุนจิ่น มาเป็นสามีของฉันไหม?"จากความรู้สึกชอบกลายเป็นความรัก และจากความรักแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ใช้เวลาเพียงแค่ห้าปีเท่านั้นมันช่างผ่านไปรวดเร็วเหลือเกินจู่ๆ คังซูถิงก็ลุกขึ้นยืน เธอกัดปลายนิ้วจนเลือดสาด แล้วลงมือเขียนลงบนป้ายหลุมศพว่า【สุสานของคู่สามีภรรยาตระกูลกงซุน】 หลังจากนั้น คังซูถิงก็ลงไปนอนในหลุมที่ตัวเองขุดไว้ เธอยิ้มออกมาอย่างปล่อยวาง ก่อนหยิบมีดสั้นออกมากรีดข้อมือ ผมมองดูเลือดที่ไหลทะลักออกมาจากข้อมือของคังซูถิงไม่หยุด ในใจก็ยังคงขมวดคิ้วเบาๆไ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status