ANMELDEN“เอ่อ ป้าก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะว่าเป็นใคร แต่เห็นคุณลัยลาแกคุยด้วยท่าทางสนิทสนม น่าจะเป็นเพื่อนบ้านกันค่ะ”
“งั้นไม่เป็นไรครับป้า ฝากบอกคุณลัยลาด้วยว่าผมจะไปรับ ให้รอก่อน อีกประมาณสี่สิบนาที ผมจะไปถึง”
น้ำเสียงของประนอมดีใจขึ้นทันทีที่ได้ยินว่าเจ้านายหนุ่มจะมารับที่บ้าน “ดีเลยค่ะ คุณหมอรีบมาเลยนะคะ ป้าไม่อยากให้คุณลัยลาคุยกับเพื่อนคนนี้นานเลยค่ะ”
นางมองเห็นลัยลาเดินกลับเข้ามาแล้วก็คุยกับแขกหนุ่มคนนั้นต่อ ประกายตาหนุ่มคนนั้น คนสูงวัยอย่างนางเห็นแล้วห่วงแทนเจ้านาย
ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอต่อไป ไม่รู้ฝ่ายชายพูดอะไรกับนายผู้หญิง เพราะทำให้คุณลัยลาหัวเราะไม่หยุดท่าทางสดใส ดูแล้วสนิทสนมกันมากอยู่
“ณพ ฉันเคยใส่ชุดราตรีแล้วเกือบทำเกาะอกร่วงด้วยนะ ดีนะที่ตอนนั้น ณพบอกฉันทันน่ะ แล้วนี่งานนี้ พี่ปัทก็บอกว่าต้องใส่ชุดเกาะอกด้วย ฉันเลยไม่ค่อยมั่นใจ”
“อย่ากังวลเกินไปสิ ลัยลาก็พยายามเซฟตัวเองไว้ให้ดีที่สุด บอดี้สูทสีเนื้อไง ไอเทมนี้มันต้องมี ถ้ากังวลมากๆ ณพจะคอยดูอยู่ใกล้ๆ เองดีไหม”
อรรณพมองเธอด้วยประกายตาวิบวับ เขาชอบลัยลา เธอน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ไม่ได้รู้จักกันมานานหลายปีแต่เขาก็ติดใจหลายอย่างในตัวสาวสวยคนนี้ และพร้อมจะพัฒนาไปอีกขั้น
งานโชว์รถยนต์ที่ศูนย์การแสดงสินค้าแห่งหนึ่งคือสถานที่ลัยลาหมายถึง ตอนนั้น เธอเรียนอยู่ปีสุดท้ายแล้วและได้รับงานเป็นพริตตี้รถยนต์ของค่ายเบนซ์ แต่ว่าเวลานั้น ลัยลาผอมมากไปหน่อยเลยทำให้ชุดเกาะอกที่สวมนั้นเกือบหลุด ถ้าหลุดขึ้นมา บอกได้เลยขายหน้าแน่นอน ดีที่อรรณพที่กำลังถ่ายภาพเก็บบรรยากาศในงานไปลงในเพจผ่านมาเห็นเข้าพอดีเลยช่วยถอดแจ็กแกตให้เธอสวมใส่ จากนั้น เธอก็เจอเขาอีกหลายๆ งาน จนกระทั่งเขามีโปรเจ็กต์วาดภาพให้แกลเลอรีจึงมาสนิทกัน
ลัยลามองคนตรงหน้าด้วยสายตาซาบซึ้งใจ เธอมีเพื่อนไม่มากนักเพราะทำงานยุ่งทุกวัน และเธอไม่คบหากับคนในวงการเดียวกันเพราะมักจะมีเรื่องของความริษยามาเกี่ยวข้อง บ้างขัดแข้งขัดขากัน บ้างก็ดีต่อหน้า ลับหลังนินทากันแหลก เธอจึงชอบอยู่แบบโดดเดี่ยว พยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีเท่านั้น จึงมีแต่อรรณพและอนามิกาที่เป็นเพื่อนสนิท แต่ก็ไม่ได้เปิดหมดทุกอย่าง ยังไงซะ เขาก็เป็นผู้ชาย
“ขอบใจณพมากนะ ณพดีกับลัยลามากจริงๆ”
“เปลี่ยนคำขอบใจเป็นอย่างอื่นได้ไหมลัยลา”
หญิงสาวยิ้มให้อย่างกันเอง “อะไรเหรอ”
“ก็เช่นว่า เปลี่ยนเป็น...”
“เปลี่ยนเป็นอะไรณพ” ลัยลาถามแล้วจ้องหน้าเขา
“เป็น...” ถึงนาทีสำคัญ พูดไม่ออกทุกที
ยังไม่ทันที่ลัยลาจะได้ตอบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็เดินเข้ามาในบ้าน ลัยลาทะลึ่งลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ เพราะจู่ๆ เมฆาก็เดินพรวดๆ เข้ามาถึงตัว
“คุณหมอมาได้ยังไงคะเนี่ย”
“ฉันโทร.หาตั้งนานแล้ว แต่ว่าเธอไม่ได้ดูโทรศัพท์เลย ทำอะไรอยู่”
“ฉันมีแขกน่ะค่ะ” ลัยลาตอบแล้วหันไปทางอรรณพที่ลุกขึ้นยืนยิ้มให้อย่างสุภาพ “ณพ นี่คุณหมอเมฆาจ้ะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมอรรณพครับ” เขาแอบคิด ลัยลาป่วยเป็นอะไร ทำไมมีหมอมาหาถึงบ้าน ชักเป็นห่วงขึ้นมา แต่เมื่อคิดอีกที ลัยลาป่วยต้องไปหาหมอสิ ไม่ใช่หมอมาหา
เมฆามองสำรวจหนุ่มตรงหน้า อีกฝ่ายน่าจะอายุน้อยกว่าเขาหลายปี อายุน่าจะมากกว่าเมียเขาหน่อย ทั้งหน้าตา ทั้งสไตล์การแต่งตัวดูดีไม่น้อย ไม่น่าจะมาอยู่ในชุมชนแห่งนี้ แต่สิ่งที่เขาเห็นแล้วหงุดหงิดใจก็คือสายตาของอีกฝ่ายที่มองลัยลา มันมีความพิเศษมาก ดูวิบวับๆ แปลกๆ เขาเป็นผู้ชายด้วยกันมองออก
“ผมหมอเมฆา ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ”
น้ำเสียงกดต่ำของหมอเมฆา กับสายตามองสำรวจทำให้อรรณพรู้สึกว่าอีกฝ่ายคล้ายไม่ถูกชะตากับเขา สายตาก็คมดุแปลกๆ เขาไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้ามีเป้าหมายอะไรกับลัยลา หรือว่าลัยลามีคนมาจีบ นั่นเท่ากับว่าเขามีคู่แข่งแล้วงั้นเหรอ เป็นหมอซะด้วย
“คุณหมอเมฆาเป็นหมอสาขาไหนหรือครับ” อรรณพชวนคุยพร้อมสำรวจประวัติว่าที่คู่แข่ง
“ผมเป็นหมอออร์โธปิดิกส์ ถ้าคุณกระดูกหัก หัวแตก กรามร้าว มีปัญหาอะไรก็แวะไปหาผมได้ที่โรงพยาบาลวนารมย์นะครับ”
ทำเอาคนฟังรู้สึกเหงื่อชื้นเต็มแผ่นหลัง “ผมคงไม่อยากไปหาคุณหมอด้วยอาการพวกนั้นมั้งครับ ปกติผมไม่ค่อยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร”
อรรณพเริ่มไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายกำลังขู่อะไรเขาหรือเปล่า แต่ว่าเขาก็ไม่กลัว “ผมว่ากระดูกผมยังดีอยู่ อายุยังไม่มาก ไม่น่ามีปัญหานะครับ”
“ครับ ดูแลรักษากระดูกของคุณไว้ให้ดีๆ ต่อไป เพราะกระดูกถ้าลองได้หักแล้วก็ต่อติดยาก ถึงต่อติดก็ไม่เหมือนเก่า”
ลัยลาหน้าเสีย มองหน้าเมฆาสลับกับอรรณพ รู้สึกถึงรังสีอำมหิตที่ส่อแววลุกเป็นไฟแล่นเปรี๊ยะๆ ทางสายตาของคนทั้งคู่
“คุณหมอคะ ทำไมพูดอะไรเครียดจัง เดี๋ยวคุณหมอนั่งรอก่อนดีกว่า ฉันจะออกไปส่งเพื่อน” ลัยลาบอกคนตัวโตกว่ามากด้วยท่าทีปกติ แล้วเดินไปหาคนที่ยืนนิ่งขึงสีหน้าบอกบุญไม่รับเพราะถูกขู่ฟ่อๆ
“ณพ เดี๋ยวฉันเดินไปส่ง”
“ไม่เป็นไรลัยลา ไม่ต้องหรอก ลัยลาดูแลแขกเถอะ” เขามองไปที่คุณหมออายุมากกว่า แต่หล่อมากมาย
“ไม่ใช่แขก” หมอเมฆากดน้ำเสียงเข้ม
อรรณพขยับปากจะถามต่อ อยากจะถามหญิงสาวเหลือเกินว่าไอ้หมอนี่เป็นใคร เป็นคนมาจีบเธอเหมือนกันหรือเปล่า แต่ว่าจะถามตอนนี้ก็ดูไม่เหมาะ ไม่มีจังหวะให้ถามได้เลย เขาจึงขอตัว
"ผมมานานแล้ว ถ้ายังไง ผมขอตัวกลับก่อนดีกว่า ลัยลา เดี๋ยวเราโทร.คุยกันอีกทีนะ” เขาไม่อยากกลับแต่ว่าก็ต้องกลับก่อน ไม่อยากอยู่นานกว่านี้ กลัวมีเรื่องชกปากหมอ
เขาแอบชอบลัยลามานานแล้ว แต่ว่าลัยลาไม่รู้ตัวเลยว่าเขาคิดเกินเพื่อนมาตลอด เขาเก็บความรู้สึกนี้ไว้เพราะไม่ต้องการเสียเธอไป แต่ว่าหลังจากเห็นคุณหมอหนุ่มคนนี้เข้ามาก็ทำให้รู้สึกว่าจะช้าอีกไม่ได้ เห็นทีคราวนี้ต้องลุย
อรรณพเดินออกจากประตูรั้วบ้านของลัยลา แล้วก็เดินกลับบ้านของตัวเองที่อยู่ข้างๆ แต่ไม่วายเหลือบมองมา
เมฆาเดินตรงไปที่หน้าต่างด้านหน้า แหวกม่านเปิดออกเพื่อดูว่าไอ้หนุ่มคนนั้นมันเป็นใครกันแน่ แล้วเขาก็ได้คำตอบแล้วว่าเป็นเพื่อนข้างบ้านนี่เอง อย่างนี้ยิ่งไม่น่าไว้ใจ เขาจึงปิดหน้าต่างซะ ปิดกั้นการมองเห็นอีกทางหนึ่ง
เขารู้แบบนี้แล้วก็กดยิ้มมุมปาก “หึ...”
หัวใจคนวัยสี่สิบพองโต มันเต้นรัวแรงเสียยิ่งกว่าตอนสอบได้ใบประกอบวิชาชีพแพทย์เสียอีก เพราะเขาเชื่อว่าลูกที่เกิดขึ้นมา ล้วนเกิดจากความรักของเขาที่มีต่อแม่เด็ก ไม่ใช่ความหลงแบบที่เขาถูกเพื่อนฝูงในวงการหมอชอบแหย่แซวว่าช่วงนี้หมอเมฆากำลัง‘หน้ามืด หลงเมียเด็ก’เพราะเลิกตรวจก็ขับรถกลับบ้านทันที ไม่เคยแวะเถลไถลไปไหน “โว้ๆ ฉันจะมีลูกแล้วเหรอนี่ คุณพ่อ คุณแม่ ต้องดีใจมากๆ ขอบใจเธอมากนะลัยลา”ลัยลายิ้มให้สามี “เดือนกว่าๆ แล้วค่ะ”ดวงหน้าหล่อใสตรงข้ามกับวัยสี่สิบผุดยิ้มกว้างออกมาให้เมียด้วยความปลาบปลื้มใจ “ขอบใจนะยัยม้ามืด”ลัยลาเบะปาก “หมอใจร้าย เรียกแบบนี้อีกแล้ว”“งั้นไม่เรียกม้ามืด เรียก Dark Horse แทน”หากไม่ใช่คนใกล้ชิดแนบสนิทกับเขาอย่างเธอคงไม่รู้ว่าภายใต้สีหน้านิ่งขรึมเวลาอยู่ในห้องตรวจ ช่างแตกต่างกับบนเตียงสิ้นเชิง หมอเมฆานั้นชอบแกล้งเมียมาก พอเห็นเมียสาวหน้ามุ่ยแล้วมองไปทางอื่น คนหล่อก็อ้าแขนคว้าร่างเมียมากอด“โธ่ ฉันล้อเล่นน่า รู้ไหม ตัวเต็งๆ น่ะแพ้หม
แผ่นหลังนวลเนียนที่แนบกับที่นอนกำลังจะพยุงกายลุกขึ้นไปทำอาหารเช้าและชงกาแฟให้สามี ทว่า แขนยาวกว่าก็เกี่ยวเอวบางของเมียให้แนบลู่ล้มลงมาบนแผ่นอกเขา“จะรีบไปไหน”“ทำอาหารให้พี่หมอไงคะ” เธอเลิกคิ้ว“ไม่ต้องรีบหรอก ลืมใช่ไหม วันนี้ฉันหยุด”ช่วงนี้ เธอมีอะไรให้คิดเยอะจนลืมไปเลยว่าวันนี้เขามีเวรหยุด “แต่ก็ต้องไปเตรียมอาหารให้อยู่ดี”“เช้านี้ไม่ต้องตั้งโต๊ะนะ”“ทำไมคะ”เขาเลื่อนสายตาลงมายังลำคอระหงขาวผ่องแล้วไม่ประวิงเวลาในการพาปลายจมูกไปซุกกับซอกคอหอมกรุ่นจนลัยลาส่ายหน้าหวือ“พี่หมออย่าบอกนะคะ ว่าจะกินฉันเป็นอาหารเช้าบนเตียง”“หือ” คนหล่อขมวดคิ้วเข้ม “เหมือนเธอจะหลอน กลัวฉันจะจับกิน”เขามองหน้าตกตะลึงปนเคอะเขินของเมียแล้วยิ้มใส่ ก่อนเคลื่อนสายตาลงไปยังทรวงอกที่เธอยกมือกอดอกไว้ ทว่า มันก็ทะลักออกมาอวดสายตาเขาอยู่ดี“ที่ไม่ให้ตั้งโต๊ะ เพราะเธอดูแลฉันทุกวัน วันนี้ฉันหยุด เลยตั้งใจจะทำออมเล็ตให้เธอกิน ใส่น
“อืม...ลดแล้วเหลือประมาณเก้าแสนกว่าๆ”“พี่หมอจะซื้อมาทำไม กระเป๋ากุชชีที่ซื้อให้ลัยลาเดือนก่อนยังไม่โทรมเลย”“ไม่รู้ละ ตอนนี้ เธอมีหนี้เพิ่มอีกเก้าแสน ของเก่ายังใช้ไม่หมด หนี้ใหม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว ตอนนี้ เธอต้องเพิ่มให้ฉันก่อนกินข้าวอีกรอบ ขยันๆ หน่อย หนี้จะได้ลดเร็วๆ”“พี่หมอเขี้ยว ซื้ออะไรให้ไม่ปรึกษา แล้วก็มาลงบัญชียาวเป็นหางว่าว”ดวงตาคมมองกลีบปากนุ่มๆ ที่ขยับต่อว่าเขา ริมฝีปากร้อนแตะลงไปบดกลีบปากนุ่มหอมของเมีย “ก็เมียเด็กอร่อย โคแก่หน้าอ่อนอย่างฉันตั้งใจจะหาหนี้ให้เธอต้องชดใช้ไปถึงชาติหน้าเลย”“พี่หมอ”ลัยลาถอนใจ บางทีภาพลักษณ์คนเราที่เห็นอาจจะเป็นภาพลวง “หมอไอรดาคงไม่รู้ตัวว่าโชคดีแล้ว ที่รอดพ้นเงื้อมมือคนหื่นอย่างพี่หมอไปได้”“งั้นเธอโชคร้ายเหรอที่ได้สามีอย่างฉัน พูดแบบนี้ ฉันต้องลงโทษเมียปากดีแบบเธอสักหน่อยแล้วลัยลา”คนตัวเล็กกว่างุนงง ไม่รู้ว่ากระโปรงตัวสั้นถูกถอดหล่นไปกองที่ปลายเท้าตอนไหน รู้ตัวอีกที่เมื่อแพนตี้ที่สวมอยู่หลุ
น้ำเสียงหวานของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าภรรยาสุดที่รัก ช่างทำให้การทำงานอันเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวันดูจะหายเป็นปลิดทิ้ง วันนี้ บ้านเงียบกว่าทุกวัน เป็นเพราะแม่บ้านของเขากับตุ๊กตาเด็กรับใช้ไปช่วยทำความสะอาดที่บ้านใหญ่ เนื่องจากแม่บ้านที่นั่นเกิดอุบัติเหตุตกบันได ทำให้ภรรยาต้องตั้งโต๊ะอาหารและจัดเสิร์ฟเองทันทีที่ร่างสวยปรากฏกายพร้อมช่วยถือกระเป๋าเอกสาร เขาอยากจะรั้งร่างเมียในชุดเดรสสั้นสีหวานน่ารักเข้ามากอด แต่ต้องยับยั้งห้ามใจตัวเองไว้“เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อน”“ดีค่ะ อาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวนะคะ วันนี้ทำแกงส้มต้านโรคเอาไว้ให้ค่ะ” สามีบอกให้เธอฟังว่าผักหลายชนิดมีคุณสมบัติยับยั้งพวกไวรัสได้ ในเครื่องแกงของไทยก็มีพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดวงตาปราบคมปรากฏมองเมียสวมเดรสสั้นกุด ไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์อะไร ริมฝีปากสีแดงเข้มเม้มเข้าหากัน ยิ่งมองขาเรียวๆ ของเมีย ภายในหัวพลันปรากฏแผนการบางอย่างแล้วเดินผ่านลัยลาที่กำลังง่วนกับการเตรียมอาหารตั้งโต๊ะ แล้วไม่ลืมถ่ายภาพที่ทำให้สามีเก็บไว้เป็นที่ระลึก&ld
ฝ่ายเมฆาเห็นเมียเดินลิ่วไปแล้ว แถวนี้ก็ไม่มีพยาบาล เขาถึงต้องประคองน้องพลอยออกมาเอง เพราะสาวเจ้าปวดปัสสาวะแต่ข้อเท้าเจ็บ จะให้พี่ชายอย่างเขาเมินเฉยก็ทำไม่ได้ ทว่า ลำคอขาวจัดยังยืดคอมองตามหลังเมียไปอย่างห่วงๆ และรู้สึกหน่วงๆ เหมือนเมียจะงอนเขา“ลัยลา เดี๋ยวสิ เธอจะรีบไปไหน”เมฆามองคนที่กำลังประคองอยู่ ไอรดาพยักพเยิดให้เขารีบตามศรีภรรยาไป ไม่ต้องเป็นห่วงเธอ “รีบตามคุณลัยลาไปสิคะพี่หมอ จะรออะไร พลอยจัดการตัวเองได้”“แต่ข้อเท้าพลอย...”“ไม่เป็นไรค่ะ “ พอดีมีพยาบาลสาวคนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี“คุณพัชรีครับ เชิญทางนี้หน่อย ช่วยประคองหมอไอรดาไปห้องน้ำที”“ได้ค่ะคุณหมอ” พยาบาลสาวรับอาสาอย่างแข็งขันเรีบเข้ามาประคองภรรยาผู้อำนวยการโรงพยาบาล“เดี๋ยวพัชรีพาไปค่ะหมอพลอย วันนี้ บุรุษพยาบาลงานยุ่ง เลยไม่มีผ่านมาทางนี้เลย ช่วงนี้คนไข้เยอะมาก”“พลอยเข้าใจค่ะ”“พี่หมอคะ ฉากนี้ต้องวิ่งตามเมียแล้วค่ะ ยืนงงอะไร ไม่ต้องห่วงพลอยค่
ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านหน้าโรงพยาบาล ลัยลาเอ่ยถามเจ้าหน้าที่ถึงห้องตรวจของสามี พอได้คำตอบก็เดินไปยังทิศทางนั้นด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม ในมือมีกล่องอาหารที่วางซ้อนกันคล้ายปิ่นโตสีสันสะอาดตา ซึ่งแพ็กเกจนี้ได้มาแบบเร่งด่วนจากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์คู่ค้าของโรงแรมในเครือตระกูลทิวากร ใช้เฉพาะกิจในช่วงนี้ไปก่อน ค่อยให้ฝ่ายนั้นออกแบบปรับเปลี่ยนใหม่อีกครั้งแต่เธอมองว่าแบบนี้ก็เรียบง่าย ดูสะอาดดีแล้ว เพียงแต่รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากชานอ้อยและกระดาษเป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมสูงราวสามนิ้วนี้อาจยังดูไม่เข้ากับอาหารจำพวกผัดหรือทอดเท่าไรนัก หากมีจานรูปทรงกลม รี หรือสี่เหลี่ยมมาเสริมก็น่าจะดึงดูดลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น แม้ว่าแพ็กเกจไม่ค่อยเตะตา แต่ความปลอดภัยและผลิตจากวัสดุธรรมชาตินั้นเข้ากับเทรนด์รักษาสุขภาพปีนี้“เอ๊ะ นั่นคุณลัยลา ภรรยาคุณหมอเมฆรึเปล่าคะ”เสียงใครคนหนึ่งเอ่ยทักจากด้านข้างเรียกให้เจ้าของชื่อหันไปโปรยยิ้มหวาน เธอเห็นเป็นนางพยาบาลสาวสวยคนหนึ่งหยุดยืนมองอยู่ จึงเอ่ยรับน้ำเสียงเป็นมิตร“ใช่ค่ะ”&ldquo







