LOGIN“แล้วจะเอาอะไรใช้ล่ะ แปรงสีฟันมันใช้รวมกันได้ที่ไหน ไม่เหมือนบางอย่าง คนอื่นใช้แล้วก็ต้องทนเอามาใช้” พอพูดแล้วก็ก้มมองร่องรอยที่คุณหมอมาดอบอุ่นแต่บนเตียงช่างไม่อ่อนโยนกับเมียสักนิดเลยทิ้งรอยแดงเอาไว้
ดวงตาคู่กลมโตมองไปที่ของใช้ของเมฆาแล้วกัดปากแน่น “แต่บางอย่างก็พอยืมใช้ได้” เธอขอยืมใช้ของเขาไปก่อนละกัน เธอยืมใช้ครีมอาบน้ำ ยาสระผมของเขา ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือเธอไม่ได้หยิบแปรงสีฟันของเขามาใช้
เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็ไม่พบร่างกำยำของคนร่วมห้องอีก ลัยลาจึงจัดการหยิบเอาเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าแล้วแขวนใส่ตู้เสื้อผ้าแบ่งอาณาเขตกับเขาเสร็จสรรพ จากนั้นก็แต่งตัวจนเรียบร้อยแล้วจึงลงไปข้างล่าง
เมฆากำลังเดินพ้นไปจากหน้าประตูบ้าน ตอนที่รถของบิดาเลี้ยวเข้ามาถึงหน้าประตูพอดี คุณหมอหนุ่มยืนมองรถของบิดาด้วยแววตาที่เป็นเครื่องหมายคำถาม
“อ้าว จะไปไหน นี่มันวันหยุดไม่ใช่เหรอ” เสียงบิดาพูดทันทีเมื่อรถจอดสนิท
เมฆามองบิดาที่ลงจากรถมาพร้อมกับมารดาที่เขารักยิ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน สัมผัสได้ว่าต้องไม่ปกติแน่
“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ วันนี้มาแต่เช้าเลยนะครับ มีอะไรหรือเปล่า” เมฆายกมือไหว้บิดามารดาแล้วประคองมารดาเข้าบ้าน
“หมอเมฆจะไปไหนฮึ นี่เราเพิ่งแต่งงานนะ” นางมาลินีถามขึ้นทันที พร้อมกับหรี่ตาลงมองลูกชายคนเดียว ดีใจเหลือเกิน ไม่คิดว่าเขาจะยอมให้นางจับคลุมถุงชนได้ “แต่งตัวแบบนี้อย่าบอกนะว่าไปทำงาน อะไรกัน เพิ่งเป็นเจ้าบ่าวเมื่อวาน”
“ใช่สิครับ วันนี้วันเสาร์ก็จริงแต่ว่าเป็นเวรผม ผมต้องไปโรงพยาบาลครับ” เมฆาบอกแล้วนั่งลงข้างบิดามารดาที่นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
แม่บ้านที่กำลังดูท่าทีนายอยู่เมื่อเห็นว่าทุกคนนั่งแล้วก็ยกแก้วน้ำมาเสิร์ฟแล้วถอยไปอย่างรู้งาน
“นี่โรงพยาบาลวนารมย์เขาใช้งานหมอหนักขนาดแต่งงานยังห้ามพักร้อนหรือไง ถ้าเป็นแบบนั้นลาออกเถอะลูก หมอจะไปทำงานได้ยังไง เพิ่งแต่งงานได้วันเดียว ทำไมไม่พาเมียไปฮันนีมูน” นางมาลินียังถามต่อ นึกเห็นใจลูกสะใภ้คนสวยของนางเหลือเกิน
คราวนี้เป็นบิดาพูดขึ้นบ้าง “นั่นสิ ควรพาเมียไปฮันนีมูนถึงจะถูก ไม่ใช่รีบร้อนไปทำงานเหมือนกับกลัวโรงพยาบาลจะหนี หมอคนอื่นก็มีนะตาเมฆ” คนเป็นพ่อสำทับขึ้นบ้าง แล้วมองหาใครอีกคนที่ทำหลายอย่างเพื่อท่านและภรรยา ลัยลาเป็นเด็กน่ารักเหลือเกินสำหรับเขาและภรรยา
“แล้วหนูลัยลาอยู่ไหนล่ะ”
หมอเมฆามองบิดามารดาที่มาถึงก็ถามหาสะใภ้รัก “ลัยลาเขาแต่งตัวอยู่ข้างบนห้องครับ ผมรีบลงมาก่อน ที่จริงผมก็คุยกับลัยลาเขาแล้วว่าผมต้องไปทำงาน เขารับรู้แล้วก็เข้าใจไม่ว่าอะไรผม ส่วนเรื่องฮันนีมูนไว้ว่างๆ ค่อยไปก็ได้ครับ” เมฆาอธิบาย เขามีงานล้นมือจนไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องส่วนตัวเลย อีกอย่างเรื่องฮันนีมูนเขาก็ไม่ได้วางแผนไว้ด้วย ลัยลาเองก็ไม่เคยพูดถึง
“หมอจะทำแต่งาน แล้วทำกับเมียแบบนี้ไม่ได้ หมอไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกจะได้ต้องรีบไปทำงานงกๆ ทำงานหนักมาหลายปี หยุดพักร้อนบ้างก็ได้นี่ลูก”
“คุณแม่ครับ ผมมีงานจริงๆ งานของหมอก็มาก งานในฐานะลูกคนเดียวที่ต้องกุมธุรกิจโรงแรมของเราอีก ยิ่งช่วงนี้โรคโควิดกำลังระบาด รายได้ของโรงแรมทุกแห่งลดฮวบ ผมก็ต้องหากลยุทธ์รับมือ ไหนจะโรงแรมใหม่แถวอัมพวาที่เพิ่งตกแต่งเสร็จ งานผมล้นมือ จะให้ไม่ทำงานได้ยังไง ถ้าคุณแม่อยากให้ผมพาลัยลาไปฮันนีมูนก็ได้ แต่ว่ารอผมว่างก่อน”
“เมื่อไรล่ะ ชาติหน้าหมอเมฆาของแม่จะว่างไหมลูก”
“ไว้ผมจะคุยกับลัยลาอีกทีครับ ผมว่าเขาไม่ว่าอะไรหรอก”
เป็นจังหวะเดียวกับเจ้าสาวป้ายแดงเดินลงมาพอดี เมื่อลัยลาเห็นพ่อแม่สามีนั่งอยู่ก็เดินค้อมศีรษะอย่างเรียบร้อยเข้าไปยกมือไหว้ท่านเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด
“คุณลุงคุณป้าสวัสดีค่ะ ขอโทษที่หนูลงมาช้านะคะ คุณลุงคุณป้ามานานหรือยังคะ”
“เรียกว่าพ่อกับแม่ดีกว่าจ้ะ ตอนนี้สถานะของเรามันยกระดับขึ้นแล้วลูก เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ พ่อกับแม่เพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้เอง กำลังต่อว่าพี่หมอของเราอยู่” ปลายประโยคบุ้ยใบ้หน้าไปทางคนตัวโตที่นั่งหน้าเมื่อยบอกบุญไม่รับพลางเหนื่อยใจเหลือเกิน มัวแต่ทำงานแบบนี้เมื่อไหร่นางจะมีหลานน่ารักไว้เชยชม
“ต่อว่าเรื่องอะไรหรือคะ เกี่ยวกับลัยลาหรือเปล่า”
“เกี่ยวกับหนูเลยละจ้ะ หมอเขาจะไปทำงาน หนูไม่ห้ามพี่เขาล่ะลูก เพิ่งแต่งงานกันได้วันเดียวก็จะไปทำงานแล้ว แม่อยากให้ลูกทั้งสองคนไปฮันนีมูนกันสักหน่อย ช่วงนี้เขางดไปญี่ปุ่นหลบโควิด ไปฮันนีมูนในเมืองไทยก็ได้นี่”
“หนูเข้าใจความปรารถนาดีของคุณแม่นะคะ แต่ว่าหนูคุยกับคุณหมอแล้วว่าเราจะไปฮันนีมูนตอนที่คุณหมอว่าง ช่วงนี้คุณหมอยุ่งมาก โรงพยาบาลขาดหมอ คุณหมอไม่อยากให้คนไข้ต้องรอเลยอยากไปทำงานค่ะ”
“งาน งาน ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง นี่ชาติที่แล้วลูกของแม่เป็นหนี้อะไรโรงพยาบาลนี้หา” คนเป็นแม่บ่นอุบ
“หมอด้านผมไม่ได้จบง่ายๆ คุณแม่ก็รู้ ย่อมขาดแคลนเป็นธรรมดา”
“แต่ถ้าบ้างานแบบนี้ ตระกูลเราคงกุดที่เราแหละตาเมฆ” คนเป็นแม่ชักเริ่มฉุน
เรื่องที่หมอกระดูกขาดแคลนนั้นเป็นเรื่องจริง คุณวิชิตเลยปรามเมีย “เอาน่าคุณ ใจเย็นๆ”
“เย็นจนปล่อยให้ลูกชายอยู่บนคานมาถึงอายุสี่สิบปีนี่ยังไม่เย็นอีกเหรอคะ พอขายออกฉันดีใจมาก ยังมาบอกว่างานยุ่ง”
หมอเมฆาหน้าแดง ให้ตาย มารดาพูดเหมือนเขาเป็นสาวแก่ขึ้นคานที่มีชายหนุ่มขอไปเป็นภรรยา สำหรับผู้ชายวัยสี่สิบมันยังไม่ได้แก่เกินแกง เป็นวัยที่มีเสน่ห์น่าค้นหา ต่อให้เขาโสดต่อไปอีกสี่ถึงห้าปีก็เชื่อว่าเขายังขายออก
ยิ่งเห็นภรรยามองมาก็เกิดคำถาม “มองอะไร”
ลัยลาหลุบสายตา
คุณมาลินีรีบดุลูกชาย “หาเรื่องอะไรน้อง หมอ” แล้วมองลูกสะใภ้คนสวย “ถ้าพี่เขาข่มเหงรังแกหนูโทร.ไปฟ้องแม่เลยนะลัยลา อย่าทน”
เห็นแบบนี้บิดาคุณหมอมือทองจึงต้องปรามภรรยาตัวเอง “เอาน่า คุณมาลินี ที่โรงพยาบาลขาดหมอกระดูกจริงๆ เอาไว้ว่างหมอเมฆก็พาไปเอง หนูลัยลาก็บอกแล้วว่าจะไปฮันนีมูนกันทีหลัง”
“คุณคะ ทำไมเข้าข้างลูกชายตัวเองแบบนี้”
หมอเมฆาจึงต้องรีบห้ามทัพ เพราะเรื่องของเขาจะทำให้บิดามารดาทะเลาะกันเปล่าๆ “คุณแม่ครับ อย่าน้อยใจเลยนะครับ เอาแบบนี้ ผมสัญญาว่าภายในเดือนนี้ผมจะพาลัยลาเขาไปฮันนีมูน ดีไหมครับ” ลัยลาหันไปมองหน้าเขา เห็นสายตาขอร้องของสามีที่ส่งผ่านมาทำให้เธอรีบหันไปหาแม่สามี
“คุณแม่คะ พี่หมอสัญญาแล้ว คุณแม่สบายใจได้แล้วนะคะ แล้วนี่คุณแม่มาแต่เช้าทานอะไรมาหรือยังคะ หนูจะได้ทำอาหารเช้าให้คุณแม่ทาน”
นางมาลินีรีบยกมือห้าม “ไม่ต้องลำบากหรอกจ้ะ แม่แค่แวะมาหา กลัวว่าหนูจะถูกหมอรังแก”
ลัยลาหันไปมองสามีแวบหนึ่ง เธอถูกรังแกอย่างหนักทางร่างกาย ใจก็อยากฟ้องแต่อาย
‘อยากฟ้องว่าลูกคุณแม่หื่นมาก แต่ไม่กล้า’
หัวใจคนวัยสี่สิบพองโต มันเต้นรัวแรงเสียยิ่งกว่าตอนสอบได้ใบประกอบวิชาชีพแพทย์เสียอีก เพราะเขาเชื่อว่าลูกที่เกิดขึ้นมา ล้วนเกิดจากความรักของเขาที่มีต่อแม่เด็ก ไม่ใช่ความหลงแบบที่เขาถูกเพื่อนฝูงในวงการหมอชอบแหย่แซวว่าช่วงนี้หมอเมฆากำลัง‘หน้ามืด หลงเมียเด็ก’เพราะเลิกตรวจก็ขับรถกลับบ้านทันที ไม่เคยแวะเถลไถลไปไหน “โว้ๆ ฉันจะมีลูกแล้วเหรอนี่ คุณพ่อ คุณแม่ ต้องดีใจมากๆ ขอบใจเธอมากนะลัยลา”ลัยลายิ้มให้สามี “เดือนกว่าๆ แล้วค่ะ”ดวงหน้าหล่อใสตรงข้ามกับวัยสี่สิบผุดยิ้มกว้างออกมาให้เมียด้วยความปลาบปลื้มใจ “ขอบใจนะยัยม้ามืด”ลัยลาเบะปาก “หมอใจร้าย เรียกแบบนี้อีกแล้ว”“งั้นไม่เรียกม้ามืด เรียก Dark Horse แทน”หากไม่ใช่คนใกล้ชิดแนบสนิทกับเขาอย่างเธอคงไม่รู้ว่าภายใต้สีหน้านิ่งขรึมเวลาอยู่ในห้องตรวจ ช่างแตกต่างกับบนเตียงสิ้นเชิง หมอเมฆานั้นชอบแกล้งเมียมาก พอเห็นเมียสาวหน้ามุ่ยแล้วมองไปทางอื่น คนหล่อก็อ้าแขนคว้าร่างเมียมากอด“โธ่ ฉันล้อเล่นน่า รู้ไหม ตัวเต็งๆ น่ะแพ้หม
แผ่นหลังนวลเนียนที่แนบกับที่นอนกำลังจะพยุงกายลุกขึ้นไปทำอาหารเช้าและชงกาแฟให้สามี ทว่า แขนยาวกว่าก็เกี่ยวเอวบางของเมียให้แนบลู่ล้มลงมาบนแผ่นอกเขา“จะรีบไปไหน”“ทำอาหารให้พี่หมอไงคะ” เธอเลิกคิ้ว“ไม่ต้องรีบหรอก ลืมใช่ไหม วันนี้ฉันหยุด”ช่วงนี้ เธอมีอะไรให้คิดเยอะจนลืมไปเลยว่าวันนี้เขามีเวรหยุด “แต่ก็ต้องไปเตรียมอาหารให้อยู่ดี”“เช้านี้ไม่ต้องตั้งโต๊ะนะ”“ทำไมคะ”เขาเลื่อนสายตาลงมายังลำคอระหงขาวผ่องแล้วไม่ประวิงเวลาในการพาปลายจมูกไปซุกกับซอกคอหอมกรุ่นจนลัยลาส่ายหน้าหวือ“พี่หมออย่าบอกนะคะ ว่าจะกินฉันเป็นอาหารเช้าบนเตียง”“หือ” คนหล่อขมวดคิ้วเข้ม “เหมือนเธอจะหลอน กลัวฉันจะจับกิน”เขามองหน้าตกตะลึงปนเคอะเขินของเมียแล้วยิ้มใส่ ก่อนเคลื่อนสายตาลงไปยังทรวงอกที่เธอยกมือกอดอกไว้ ทว่า มันก็ทะลักออกมาอวดสายตาเขาอยู่ดี“ที่ไม่ให้ตั้งโต๊ะ เพราะเธอดูแลฉันทุกวัน วันนี้ฉันหยุด เลยตั้งใจจะทำออมเล็ตให้เธอกิน ใส่น
“อืม...ลดแล้วเหลือประมาณเก้าแสนกว่าๆ”“พี่หมอจะซื้อมาทำไม กระเป๋ากุชชีที่ซื้อให้ลัยลาเดือนก่อนยังไม่โทรมเลย”“ไม่รู้ละ ตอนนี้ เธอมีหนี้เพิ่มอีกเก้าแสน ของเก่ายังใช้ไม่หมด หนี้ใหม่เพิ่มขึ้นอีกแล้ว ตอนนี้ เธอต้องเพิ่มให้ฉันก่อนกินข้าวอีกรอบ ขยันๆ หน่อย หนี้จะได้ลดเร็วๆ”“พี่หมอเขี้ยว ซื้ออะไรให้ไม่ปรึกษา แล้วก็มาลงบัญชียาวเป็นหางว่าว”ดวงตาคมมองกลีบปากนุ่มๆ ที่ขยับต่อว่าเขา ริมฝีปากร้อนแตะลงไปบดกลีบปากนุ่มหอมของเมีย “ก็เมียเด็กอร่อย โคแก่หน้าอ่อนอย่างฉันตั้งใจจะหาหนี้ให้เธอต้องชดใช้ไปถึงชาติหน้าเลย”“พี่หมอ”ลัยลาถอนใจ บางทีภาพลักษณ์คนเราที่เห็นอาจจะเป็นภาพลวง “หมอไอรดาคงไม่รู้ตัวว่าโชคดีแล้ว ที่รอดพ้นเงื้อมมือคนหื่นอย่างพี่หมอไปได้”“งั้นเธอโชคร้ายเหรอที่ได้สามีอย่างฉัน พูดแบบนี้ ฉันต้องลงโทษเมียปากดีแบบเธอสักหน่อยแล้วลัยลา”คนตัวเล็กกว่างุนงง ไม่รู้ว่ากระโปรงตัวสั้นถูกถอดหล่นไปกองที่ปลายเท้าตอนไหน รู้ตัวอีกที่เมื่อแพนตี้ที่สวมอยู่หลุ
น้ำเสียงหวานของผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าภรรยาสุดที่รัก ช่างทำให้การทำงานอันเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวันดูจะหายเป็นปลิดทิ้ง วันนี้ บ้านเงียบกว่าทุกวัน เป็นเพราะแม่บ้านของเขากับตุ๊กตาเด็กรับใช้ไปช่วยทำความสะอาดที่บ้านใหญ่ เนื่องจากแม่บ้านที่นั่นเกิดอุบัติเหตุตกบันได ทำให้ภรรยาต้องตั้งโต๊ะอาหารและจัดเสิร์ฟเองทันทีที่ร่างสวยปรากฏกายพร้อมช่วยถือกระเป๋าเอกสาร เขาอยากจะรั้งร่างเมียในชุดเดรสสั้นสีหวานน่ารักเข้ามากอด แต่ต้องยับยั้งห้ามใจตัวเองไว้“เดี๋ยวฉันไปอาบน้ำก่อน”“ดีค่ะ อาบน้ำแล้วลงมาทานข้าวนะคะ วันนี้ทำแกงส้มต้านโรคเอาไว้ให้ค่ะ” สามีบอกให้เธอฟังว่าผักหลายชนิดมีคุณสมบัติยับยั้งพวกไวรัสได้ ในเครื่องแกงของไทยก็มีพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ต่อร่างกายดวงตาปราบคมปรากฏมองเมียสวมเดรสสั้นกุด ไม่รู้ว่ามีจุดประสงค์อะไร ริมฝีปากสีแดงเข้มเม้มเข้าหากัน ยิ่งมองขาเรียวๆ ของเมีย ภายในหัวพลันปรากฏแผนการบางอย่างแล้วเดินผ่านลัยลาที่กำลังง่วนกับการเตรียมอาหารตั้งโต๊ะ แล้วไม่ลืมถ่ายภาพที่ทำให้สามีเก็บไว้เป็นที่ระลึก&ld
ฝ่ายเมฆาเห็นเมียเดินลิ่วไปแล้ว แถวนี้ก็ไม่มีพยาบาล เขาถึงต้องประคองน้องพลอยออกมาเอง เพราะสาวเจ้าปวดปัสสาวะแต่ข้อเท้าเจ็บ จะให้พี่ชายอย่างเขาเมินเฉยก็ทำไม่ได้ ทว่า ลำคอขาวจัดยังยืดคอมองตามหลังเมียไปอย่างห่วงๆ และรู้สึกหน่วงๆ เหมือนเมียจะงอนเขา“ลัยลา เดี๋ยวสิ เธอจะรีบไปไหน”เมฆามองคนที่กำลังประคองอยู่ ไอรดาพยักพเยิดให้เขารีบตามศรีภรรยาไป ไม่ต้องเป็นห่วงเธอ “รีบตามคุณลัยลาไปสิคะพี่หมอ จะรออะไร พลอยจัดการตัวเองได้”“แต่ข้อเท้าพลอย...”“ไม่เป็นไรค่ะ “ พอดีมีพยาบาลสาวคนหนึ่งเดินผ่านมาพอดี“คุณพัชรีครับ เชิญทางนี้หน่อย ช่วยประคองหมอไอรดาไปห้องน้ำที”“ได้ค่ะคุณหมอ” พยาบาลสาวรับอาสาอย่างแข็งขันเรีบเข้ามาประคองภรรยาผู้อำนวยการโรงพยาบาล“เดี๋ยวพัชรีพาไปค่ะหมอพลอย วันนี้ บุรุษพยาบาลงานยุ่ง เลยไม่มีผ่านมาทางนี้เลย ช่วงนี้คนไข้เยอะมาก”“พลอยเข้าใจค่ะ”“พี่หมอคะ ฉากนี้ต้องวิ่งตามเมียแล้วค่ะ ยืนงงอะไร ไม่ต้องห่วงพลอยค่
ที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ด้านหน้าโรงพยาบาล ลัยลาเอ่ยถามเจ้าหน้าที่ถึงห้องตรวจของสามี พอได้คำตอบก็เดินไปยังทิศทางนั้นด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม ในมือมีกล่องอาหารที่วางซ้อนกันคล้ายปิ่นโตสีสันสะอาดตา ซึ่งแพ็กเกจนี้ได้มาแบบเร่งด่วนจากผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์คู่ค้าของโรงแรมในเครือตระกูลทิวากร ใช้เฉพาะกิจในช่วงนี้ไปก่อน ค่อยให้ฝ่ายนั้นออกแบบปรับเปลี่ยนใหม่อีกครั้งแต่เธอมองว่าแบบนี้ก็เรียบง่าย ดูสะอาดดีแล้ว เพียงแต่รูปแบบของบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจากชานอ้อยและกระดาษเป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมสูงราวสามนิ้วนี้อาจยังดูไม่เข้ากับอาหารจำพวกผัดหรือทอดเท่าไรนัก หากมีจานรูปทรงกลม รี หรือสี่เหลี่ยมมาเสริมก็น่าจะดึงดูดลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น แม้ว่าแพ็กเกจไม่ค่อยเตะตา แต่ความปลอดภัยและผลิตจากวัสดุธรรมชาตินั้นเข้ากับเทรนด์รักษาสุขภาพปีนี้“เอ๊ะ นั่นคุณลัยลา ภรรยาคุณหมอเมฆรึเปล่าคะ”เสียงใครคนหนึ่งเอ่ยทักจากด้านข้างเรียกให้เจ้าของชื่อหันไปโปรยยิ้มหวาน เธอเห็นเป็นนางพยาบาลสาวสวยคนหนึ่งหยุดยืนมองอยู่ จึงเอ่ยรับน้ำเสียงเป็นมิตร“ใช่ค่ะ”&ldquo
“หึ..” เคลลีหรี่ตามอง “ทำไมวะ”“เอาไว้วันหลังจะเล่าให้ฟัง”เคลลีไม่ซักไซ้เพราะดูเรื่องนี้จะมีอะไรบางอย่างที่เพื่อนรักไม่อยากพูดออกมา แต่เขาจะต้องรู้ให้ได้ การมาพบเมฆาครั้งนี้เคลลีสังเกตว่าเพื่อนดูมีความสุขมากทั้งที่เมื่อก่อนเคยบอกว่าถ้าไม่ได้แต่งง
“อุ๊ย! ตีทำไมคะ”“หมั่นไสร้ไง ฉันทายาให้เธอเสร็จแล้ว ค่ำๆ จะทำให้อีกที”ลัยลาถอนหายใจโล่งอก “ขอบคุณนะคะ” เธอนึกว่าสามีจะหื่นค้ากำไรจากร่างกายเธอ แต่แท้จริงแล้วเธอคิดผิด อดต่อว่าตัวเองในใจไม่ได้ว่ามองสามีในแง่ร้ายเกินไปทว่าความรู้สึกผิดเกิด
“ถ้าไม่เชื่อ พรุ่งนี้ คุณหมอไปทำงาน คุณพิมพ์ก็ถามคุณหมอเองสิคะ อ๋อ แต่ลืมไป คงอีกหลายวันกว่าคุณพิมพ์พรรณจะได้เจอหน้าหมอ”“ทำไมเหรอคะ คุณหมอเป็นอะไร” ฝีมือทำข้าวผัดของเธอแย่ขนาดนั้นเชียว ทำให้คุณหมอถึงกับอาเจียนท้องไส้ปั่นป่วนจนต้องลางานเลยหรือไง“คุณไม่
“พี่หมอ! กลับมาแล้วเหรอคะ ทำไมมาถึงช้าจังคะ คุณพ่อคุณแม่หลับหมดแล้ว”“ฉันไปส่งคุณพิมพ์พรรณพยาบาลที่วอร์ดน่ะสิ ฉันขับรถเฉี่ยวเขาจนเจ็บก็เลยไปส่งเขาที่บ้าน”นางพยาบาลคนนั้นนั่นเอง ลัยลาจำชื่อนี้ได้ดี “เธอเป็นอะไรมากไหมคะ”“ดูเบื้องต้นไม







