LOGIN“แล้วจะเอาอะไรใช้ล่ะ แปรงสีฟันมันใช้รวมกันได้ที่ไหน ไม่เหมือนบางอย่าง คนอื่นใช้แล้วก็ต้องทนเอามาใช้” พอพูดแล้วก็ก้มมองร่องรอยที่คุณหมอมาดอบอุ่นแต่บนเตียงช่างไม่อ่อนโยนกับเมียสักนิดเลยทิ้งรอยแดงเอาไว้
ดวงตาคู่กลมโตมองไปที่ของใช้ของเมฆาแล้วกัดปากแน่น “แต่บางอย่างก็พอยืมใช้ได้” เธอขอยืมใช้ของเขาไปก่อนละกัน เธอยืมใช้ครีมอาบน้ำ ยาสระผมของเขา ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือเธอไม่ได้หยิบแปรงสีฟันของเขามาใช้
เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็ไม่พบร่างกำยำของคนร่วมห้องอีก ลัยลาจึงจัดการหยิบเอาเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าแล้วแขวนใส่ตู้เสื้อผ้าแบ่งอาณาเขตกับเขาเสร็จสรรพ จากนั้นก็แต่งตัวจนเรียบร้อยแล้วจึงลงไปข้างล่าง
เมฆากำลังเดินพ้นไปจากหน้าประตูบ้าน ตอนที่รถของบิดาเลี้ยวเข้ามาถึงหน้าประตูพอดี คุณหมอหนุ่มยืนมองรถของบิดาด้วยแววตาที่เป็นเครื่องหมายคำถาม
“อ้าว จะไปไหน นี่มันวันหยุดไม่ใช่เหรอ” เสียงบิดาพูดทันทีเมื่อรถจอดสนิท
เมฆามองบิดาที่ลงจากรถมาพร้อมกับมารดาที่เขารักยิ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน สัมผัสได้ว่าต้องไม่ปกติแน่
“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ วันนี้มาแต่เช้าเลยนะครับ มีอะไรหรือเปล่า” เมฆายกมือไหว้บิดามารดาแล้วประคองมารดาเข้าบ้าน
“หมอเมฆจะไปไหนฮึ นี่เราเพิ่งแต่งงานนะ” นางมาลินีถามขึ้นทันที พร้อมกับหรี่ตาลงมองลูกชายคนเดียว ดีใจเหลือเกิน ไม่คิดว่าเขาจะยอมให้นางจับคลุมถุงชนได้ “แต่งตัวแบบนี้อย่าบอกนะว่าไปทำงาน อะไรกัน เพิ่งเป็นเจ้าบ่าวเมื่อวาน”
“ใช่สิครับ วันนี้วันเสาร์ก็จริงแต่ว่าเป็นเวรผม ผมต้องไปโรงพยาบาลครับ” เมฆาบอกแล้วนั่งลงข้างบิดามารดาที่นั่งลงเรียบร้อยแล้ว
แม่บ้านที่กำลังดูท่าทีนายอยู่เมื่อเห็นว่าทุกคนนั่งแล้วก็ยกแก้วน้ำมาเสิร์ฟแล้วถอยไปอย่างรู้งาน
“นี่โรงพยาบาลวนารมย์เขาใช้งานหมอหนักขนาดแต่งงานยังห้ามพักร้อนหรือไง ถ้าเป็นแบบนั้นลาออกเถอะลูก หมอจะไปทำงานได้ยังไง เพิ่งแต่งงานได้วันเดียว ทำไมไม่พาเมียไปฮันนีมูน” นางมาลินียังถามต่อ นึกเห็นใจลูกสะใภ้คนสวยของนางเหลือเกิน
คราวนี้เป็นบิดาพูดขึ้นบ้าง “นั่นสิ ควรพาเมียไปฮันนีมูนถึงจะถูก ไม่ใช่รีบร้อนไปทำงานเหมือนกับกลัวโรงพยาบาลจะหนี หมอคนอื่นก็มีนะตาเมฆ” คนเป็นพ่อสำทับขึ้นบ้าง แล้วมองหาใครอีกคนที่ทำหลายอย่างเพื่อท่านและภรรยา ลัยลาเป็นเด็กน่ารักเหลือเกินสำหรับเขาและภรรยา
“แล้วหนูลัยลาอยู่ไหนล่ะ”
หมอเมฆามองบิดามารดาที่มาถึงก็ถามหาสะใภ้รัก “ลัยลาเขาแต่งตัวอยู่ข้างบนห้องครับ ผมรีบลงมาก่อน ที่จริงผมก็คุยกับลัยลาเขาแล้วว่าผมต้องไปทำงาน เขารับรู้แล้วก็เข้าใจไม่ว่าอะไรผม ส่วนเรื่องฮันนีมูนไว้ว่างๆ ค่อยไปก็ได้ครับ” เมฆาอธิบาย เขามีงานล้นมือจนไม่มีเวลาคิดถึงเรื่องส่วนตัวเลย อีกอย่างเรื่องฮันนีมูนเขาก็ไม่ได้วางแผนไว้ด้วย ลัยลาเองก็ไม่เคยพูดถึง
“หมอจะทำแต่งาน แล้วทำกับเมียแบบนี้ไม่ได้ หมอไม่ใช่คนสิ้นไร้ไม้ตอกจะได้ต้องรีบไปทำงานงกๆ ทำงานหนักมาหลายปี หยุดพักร้อนบ้างก็ได้นี่ลูก”
“คุณแม่ครับ ผมมีงานจริงๆ งานของหมอก็มาก งานในฐานะลูกคนเดียวที่ต้องกุมธุรกิจโรงแรมของเราอีก ยิ่งช่วงนี้โรคโควิดกำลังระบาด รายได้ของโรงแรมทุกแห่งลดฮวบ ผมก็ต้องหากลยุทธ์รับมือ ไหนจะโรงแรมใหม่แถวอัมพวาที่เพิ่งตกแต่งเสร็จ งานผมล้นมือ จะให้ไม่ทำงานได้ยังไง ถ้าคุณแม่อยากให้ผมพาลัยลาไปฮันนีมูนก็ได้ แต่ว่ารอผมว่างก่อน”
“เมื่อไรล่ะ ชาติหน้าหมอเมฆาของแม่จะว่างไหมลูก”
“ไว้ผมจะคุยกับลัยลาอีกทีครับ ผมว่าเขาไม่ว่าอะไรหรอก”
เป็นจังหวะเดียวกับเจ้าสาวป้ายแดงเดินลงมาพอดี เมื่อลัยลาเห็นพ่อแม่สามีนั่งอยู่ก็เดินค้อมศีรษะอย่างเรียบร้อยเข้าไปยกมือไหว้ท่านเหมือนที่เคยเป็นมาตลอด
“คุณลุงคุณป้าสวัสดีค่ะ ขอโทษที่หนูลงมาช้านะคะ คุณลุงคุณป้ามานานหรือยังคะ”
“เรียกว่าพ่อกับแม่ดีกว่าจ้ะ ตอนนี้สถานะของเรามันยกระดับขึ้นแล้วลูก เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้วนะ พ่อกับแม่เพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้เอง กำลังต่อว่าพี่หมอของเราอยู่” ปลายประโยคบุ้ยใบ้หน้าไปทางคนตัวโตที่นั่งหน้าเมื่อยบอกบุญไม่รับพลางเหนื่อยใจเหลือเกิน มัวแต่ทำงานแบบนี้เมื่อไหร่นางจะมีหลานน่ารักไว้เชยชม
“ต่อว่าเรื่องอะไรหรือคะ เกี่ยวกับลัยลาหรือเปล่า”
“เกี่ยวกับหนูเลยละจ้ะ หมอเขาจะไปทำงาน หนูไม่ห้ามพี่เขาล่ะลูก เพิ่งแต่งงานกันได้วันเดียวก็จะไปทำงานแล้ว แม่อยากให้ลูกทั้งสองคนไปฮันนีมูนกันสักหน่อย ช่วงนี้เขางดไปญี่ปุ่นหลบโควิด ไปฮันนีมูนในเมืองไทยก็ได้นี่”
“หนูเข้าใจความปรารถนาดีของคุณแม่นะคะ แต่ว่าหนูคุยกับคุณหมอแล้วว่าเราจะไปฮันนีมูนตอนที่คุณหมอว่าง ช่วงนี้คุณหมอยุ่งมาก โรงพยาบาลขาดหมอ คุณหมอไม่อยากให้คนไข้ต้องรอเลยอยากไปทำงานค่ะ”
“งาน งาน ทำงานเป็นบ้าเป็นหลัง นี่ชาติที่แล้วลูกของแม่เป็นหนี้อะไรโรงพยาบาลนี้หา” คนเป็นแม่บ่นอุบ
“หมอด้านผมไม่ได้จบง่ายๆ คุณแม่ก็รู้ ย่อมขาดแคลนเป็นธรรมดา”
“แต่ถ้าบ้างานแบบนี้ ตระกูลเราคงกุดที่เราแหละตาเมฆ” คนเป็นแม่ชักเริ่มฉุน
เรื่องที่หมอกระดูกขาดแคลนนั้นเป็นเรื่องจริง คุณวิชิตเลยปรามเมีย “เอาน่าคุณ ใจเย็นๆ”
“เย็นจนปล่อยให้ลูกชายอยู่บนคานมาถึงอายุสี่สิบปีนี่ยังไม่เย็นอีกเหรอคะ พอขายออกฉันดีใจมาก ยังมาบอกว่างานยุ่ง”
หมอเมฆาหน้าแดง ให้ตาย มารดาพูดเหมือนเขาเป็นสาวแก่ขึ้นคานที่มีชายหนุ่มขอไปเป็นภรรยา สำหรับผู้ชายวัยสี่สิบมันยังไม่ได้แก่เกินแกง เป็นวัยที่มีเสน่ห์น่าค้นหา ต่อให้เขาโสดต่อไปอีกสี่ถึงห้าปีก็เชื่อว่าเขายังขายออก
ยิ่งเห็นภรรยามองมาก็เกิดคำถาม “มองอะไร”
ลัยลาหลุบสายตา
คุณมาลินีรีบดุลูกชาย “หาเรื่องอะไรน้อง หมอ” แล้วมองลูกสะใภ้คนสวย “ถ้าพี่เขาข่มเหงรังแกหนูโทร.ไปฟ้องแม่เลยนะลัยลา อย่าทน”
เห็นแบบนี้บิดาคุณหมอมือทองจึงต้องปรามภรรยาตัวเอง “เอาน่า คุณมาลินี ที่โรงพยาบาลขาดหมอกระดูกจริงๆ เอาไว้ว่างหมอเมฆก็พาไปเอง หนูลัยลาก็บอกแล้วว่าจะไปฮันนีมูนกันทีหลัง”
“คุณคะ ทำไมเข้าข้างลูกชายตัวเองแบบนี้”
หมอเมฆาจึงต้องรีบห้ามทัพ เพราะเรื่องของเขาจะทำให้บิดามารดาทะเลาะกันเปล่าๆ “คุณแม่ครับ อย่าน้อยใจเลยนะครับ เอาแบบนี้ ผมสัญญาว่าภายในเดือนนี้ผมจะพาลัยลาเขาไปฮันนีมูน ดีไหมครับ” ลัยลาหันไปมองหน้าเขา เห็นสายตาขอร้องของสามีที่ส่งผ่านมาทำให้เธอรีบหันไปหาแม่สามี
“คุณแม่คะ พี่หมอสัญญาแล้ว คุณแม่สบายใจได้แล้วนะคะ แล้วนี่คุณแม่มาแต่เช้าทานอะไรมาหรือยังคะ หนูจะได้ทำอาหารเช้าให้คุณแม่ทาน”
นางมาลินีรีบยกมือห้าม “ไม่ต้องลำบากหรอกจ้ะ แม่แค่แวะมาหา กลัวว่าหนูจะถูกหมอรังแก”
ลัยลาหันไปมองสามีแวบหนึ่ง เธอถูกรังแกอย่างหนักทางร่างกาย ใจก็อยากฟ้องแต่อาย
‘อยากฟ้องว่าลูกคุณแม่หื่นมาก แต่ไม่กล้า’
ลัยลาคิดแล้วยิ่งละอายหน้าแดงซ่าน แล้วพูดตรงกันข้าม“คุณหมอดีต่อหนูมากค่ะ คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเลยนะคะ” “ถ้าหมอรังแกอะไร หนูต้องบอกแม่ทันทีเลยนะจ๊ะ ตอนนี้ก็ถือว่าหนูเป็นลูกสาวคนหนึ่งของแม่แล้ว”“ขอบคุณมากค่ะ คุณแม่ดีต่อหนูมากเลยค่ะ” ลัยลายกมือไหว้แม่สามีอีกครั้ง เธอเสียมารดาไปเมื่อก่อน จากนั้นเธอก็ใช้ชีวิตคนเดียวมาตลอด ทั้งเหงาและโดดเดี่ยว เมื่อได้แต่งงานก็รู้สึกว่าสิ่งเดียวที่ทำให้เธอยินดีได้ก็คือพ่อแม่สามีที่เอ็นดูเธอเหมือนลูกนี่แหละ“วันนี้หมอไปทำงานก็ได้ แต่ว่าสัญญากับแม่แล้วก็ต้องทำตามสัญญานะ พาน้องไปฮันนีมูนแล้วก็ดูแลน้องให้ดี”“ครับคุณแม่ ผมสัญญา” เมฆาบอกด้วยน้ำเสียงติดเบื่อหน่าย เพราะเขาไม่ได้รักใคร่ในตัวลัยลามากขนาดต้องดูแลอย่างดี แค่ทำตามหน้าที่สามีก็น่าจะพอแล้วมั้ง“หนูลัยลา วันนี้หมอเขาไปทำงานแล้ววันนี้จะไปไหนลูก”“หนูจะไปเก็บของที่บ้านเก่าค่ะ”“แล้วไปยังไง หมอเขาไปทำงานแล้วใครจะไปเป็นเพื่อนหนู” นางมาลินีถามเสียงสูงด้วยความไม่พอใจ ทำไมลูกชายตัวดีปล่อยให้เมียกลับบ้านตามลำพัง เพราะเมื่อกี้ลูกชายประกาศปาวๆ ว่าจะไปทำงาน ดังนั้น นางเลยคะเนว่าลัยลาค
“แล้วจะเอาอะไรใช้ล่ะ แปรงสีฟันมันใช้รวมกันได้ที่ไหน ไม่เหมือนบางอย่าง คนอื่นใช้แล้วก็ต้องทนเอามาใช้” พอพูดแล้วก็ก้มมองร่องรอยที่คุณหมอมาดอบอุ่นแต่บนเตียงช่างไม่อ่อนโยนกับเมียสักนิดเลยทิ้งรอยแดงเอาไว้ดวงตาคู่กลมโตมองไปที่ของใช้ของเมฆาแล้วกัดปากแน่น “แต่บางอย่างก็พอยืมใช้ได้” เธอขอยืมใช้ของเขาไปก่อนละกัน เธอยืมใช้ครีมอาบน้ำ ยาสระผมของเขา ยกเว้นเพียงอย่างเดียวคือเธอไม่ได้หยิบแปรงสีฟันของเขามาใช้เมื่อออกมาจากห้องน้ำก็ไม่พบร่างกำยำของคนร่วมห้องอีก ลัยลาจึงจัดการหยิบเอาเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าแล้วแขวนใส่ตู้เสื้อผ้าแบ่งอาณาเขตกับเขาเสร็จสรรพ จากนั้นก็แต่งตัวจนเรียบร้อยแล้วจึงลงไปข้างล่างเมฆากำลังเดินพ้นไปจากหน้าประตูบ้าน ตอนที่รถของบิดาเลี้ยวเข้ามาถึงหน้าประตูพอดี คุณหมอหนุ่มยืนมองรถของบิดาด้วยแววตาที่เป็นเครื่องหมายคำถาม“อ้าว จะไปไหน นี่มันวันหยุดไม่ใช่เหรอ” เสียงบิดาพูดทันทีเมื่อรถจอดสนิทเมฆามองบิดาที่ลงจากรถมาพร้อมกับมารดาที่เขารักยิ่ง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน สัมผัสได้ว่าต้องไม่ปกติแน่“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่ วันนี้มาแต่เช้าเลยนะครับ มีอะไรหรือเปล่า” เมฆายกมือไหว้บิดามารดาแล้วประคองมารด
เช้าวันแรกของการเป็นนางลัยลา ทิวากร นั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิมมากนัก เพราะหลังจากตื่นนอนตอนเช้าคุณสามีก็ลุกไปอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน เธอลุกตามเขามา อาศัยจังหวะที่เขาอยู่ในห้องน้ำเดินไปหยิบเอาเสื้อคลุมจากในตู้เสื้อผ้ามาสวมคลุมร่างเปล่าเปลือยลัยลาเพิ่งได้มีโอกาสมองสำรวจห้องของเขา เพราะเธอเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่เต็มตัววันแรก ข้าวของเธอก็ยังเอามาไม่ครบดีนักเพราะคุณวิชิตบิดาของเมฆาบอกให้เธอย้ายเข้ามาแต่ตัวก่อนเพื่อให้ทันงานแต่งเมื่อวาน ส่วนข้าวของค่อยไปเอาทีหลัง เธอเลยยัดแต่เสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินเข้าบ้านไม่ต่างจากพจมานเดินเข้าบ้านทรายทอง ผิดแต่เธอไม่มีชะลอม มีเพียงกระเป๋าลากหนึ่งใบตอนเธอเข้ามาที่บ้านเมื่อสองวันก่อนจัดงานแต่งงาน เมฆาไม่ได้สนใจมาดูแล เขายังคงไปทำงานตามปกติ มีแต่คุณวิชิตที่สั่งให้แม่บ้านนำกระเป๋าของเธอมาเก็บในห้อง แล้วก็เตรียมตัวเป็นเจ้าสาวในวันรุ่งขึ้นลัยลาอดคิดไม่ได้ว่าทุกอย่างมันดูเร่งรีบ ฉุกละหุกไปหมด ไม่เหมือนงานแต่งงานของคนทั่วไปที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวรักใคร่กันดี แต่อย่างว่าเธอมันเป็นภรรยาม้ามืดของเขานี่ จะไปหวังอะไรได้อีก นอกจากทำหน้าที่ภรรยาตามหน้าที่ให้ดีที่สุดยังไม่
เขาไล่ปลายลิ้นไปตามริมฝีปากอิ่มแล้วประกบปิดดูดดึง สร้างแรงกระเพื่อมในอกของคนที่หวามหวิวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เขาจูบเบาๆ แล้วผละออก เปลี่ยนเป็นจ้องตากับเธอในระยะประชิดที่ตัวเขาลอยคร่อมอยู่ทำให้หญิงสาวเห็นว่าดวงตาของเขาช่างน่าหลงใหล ลัยลาเบี่ยงหน้าหนีแต่ถูกประคองหน้ากลับมาให้รับจูบดูดดื่ม สัมผัสจากปากร้อนชื้นทำให้ลัยลามึนงง ยอมเปิดปากแลกจูบกับเขาอย่างงกๆ เงิ่นๆ แต่นั่นทำให้คนคุมเกมรักตั้งแต่แรกครางฮือด้วยความพอใจ“ดีมาก ต่อไป เธอก็จูบตอบฉันบ้าง ไหนลองซิ”ลัยลาดื้อไม่ทำ เขาจึงเล่นไม้เด็ด ก้มลงไปกระซิบแหบพร่าข้างหูเล็ก“ถ้าเธอไม่ฟังที่ฉันสอน ไม่จูบตอบฉัน งั้นฉันจะจูบเธอเอง แต่ฉันอยากเปลี่ยนที่จูบ เธอน่าจะรู้ดีนะว่าที่ต่อไป ฉันจะจูบตรงไหน”ดวงตาดิบเถื่อนนั้นมองต่ำลงไปอย่างจาบจ้วง แม้ว่าลัยลาจะใช้ขาเบียดเอาไว้ แต่ก็ไม่พ้นสายตาของเขาอยู่ดี“หยาบคาย” น้ำเสียงหวานต่อว่าเขาอย่างขุ่นเคือง“ตรงไหน ไม่เห็นจะหยาบ ริมฝีปากไม่ใช่ที่เดียวที่น่าจูบ ถ้าตรงไหนหอมสะอาด ฉันก็จูบได้ทั้งนั้น แต่ถ้าเธออายก็รีบทำตามที่ฉันสั่ง” คนคุมเกมบนเตียงออกคำสั่งกับสาวน้อยที่บิดาสั่งให้เขารับผิดชอบมอบตำแหน่งลูกสะใภ้คนโปรดข
“วันอื่นได้ไหมคะ วันนี้ฉันรับแขกมาทั้งวัน”“แต่ทั้งคืน เธอมีแขกเป็นฉันคนเดียว ทนรับฉันเข้าไปในตัวเธอหน่อยก็แล้วกัน ทำบ่อยๆ ลูกติดแล้วจะได้แยกทางใครทางมัน”พอเห็นสีหน้าของภรรยาที่ดูหวาดผวาราวกับจะร้องไห้กับถ้อยคำบีบคั้นของเขา นายแพทย์หนุ่มหล่อก็ใจอ่อน ผ่อนปรนความเกรี้ยวกราดลงมาด้วยคำพูดนุ่มๆ แต่ชวนขนลุกไม่น้อยกว่าเดิม“งั้นถ้ากลัวมากนัก ฉันจะค่อยๆ สอนให้รู้วิธีรับมือกับฉัน ฉันจะค่อยเข้าไปทีละนิดนะ”ใบหน้าสวยตรึงตราผู้พบเห็นร้อนผ่าวไปหมด อดจะตวัดสายตาค้อนใส่เขาไม่ได้“ใครถามคุณ”“ฉันอยากบอกไง หรือจะให้ฉันเข้าไปแบบไม่ต้องเตือนให้เตรียมตัว”แล้วเขาก็ทำตามที่บอกคือไม่ขออนุญาตก่อนแต่ผลักประตูที่ปิดสนิทแนบชิดด้วยความแข็งแรงเพียงครั้งเดียว จนสีหน้าสวยบิดเบ้ด้วยความตกใจ“อาห์”ลัยลาสะดุ้งเฮือก เมื่อปากร้อนชื้นก้มลงมาจูบหนักๆ อีกครั้ง แต่ครั้งนี้อ่อนหวาน เนิบนาบ เหมือนอยากสอนให้คนอ่อนประสบการณ์ได้เรียนรู้ว่าการแลกเปลี่ยนสัมผัสทางกายให้กันและกันนั้นมันวิเศษแค่ไหนลัยลาครางแผ่วเบา หวามหวิวในช่องท้องเหมือนมีผีเสื้อปัดปีกผ่าน คนสวยพยายามเบี่ยงหน้าหนีหลบสายตาเขา แต่มือหนาก็ประคองกรอบหน้าสวยถูกใจไม่ซ
“แต่งงานแล้วก็ต้องนอนด้วยกัน เรื่องพรรค์นี้มันหนีไม่พ้นหรอก”เขาไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้นอกจากใช้สิทธิ์สามีถูกกฎหมายและเจ้าบ่าวหมาดๆ สลัดชุดสูทเจ้าบ่าวทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ไยดี เจ้าบ่าวของลัยลาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนภาพลักษณ์คุณหมอแสนอบอุ่น แต่เขาเร่าร้อนรุนแรงจนลัยลาขนลุก การแต่งงานอย่างฉุกละหุก เธอยังไม่ได้เตรียมตัวรับ ทว่าวินาทีในห้องหอ เขาก็ไม่รอให้เธอได้ปรับตัว“คิดอะไรมาก ทำหน้าที่ของเธอสิ หน้าที่ที่เมียเขาทำกัน”ไม่รู้เพราะไม่ได้ปลดปล่อยความต้องการในกายมานานหรืออย่างไร เมื่อเมฆาได้มาเจอกับเรือนร่างนุ่มนิ่มของเจ้าสาวเป็นครั้งที่สองซึ่งมีผิวเนียนละเอียดน่าสัมผัสไปทั้งตัวก็ทำให้เขาหมดการควบคุมลงง่ายๆกลิ่นหอมกรุ่นจากร่างอรชรส่งผลต่อเขาอย่างมาก หน้าอกอวบอิ่มที่อยู่ภายใต้อุ้งมือหนามันช่างเต็มมือกำลังดี จนเขาต้องฟอนเฟ้นบีบเคล้นอย่างหนัก“อืมห์” เมฆาครางออกมาด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด คะเนด้วยมือที่แสนจะช่ำชอง น่าจะคัพซีเป็นอย่างน้อยเจ้าของหน้าอกคัพซีเมื่อถูกปลุกเร้าอย่างหนักก็ระทวย อ่อนปวกเปียกอยู่บนเตียง สัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับจากชายคนไหนมาก่อนกำลังทำให้ลัยลาพ่ายแพ้ แม้จะอยากต่อต้าน







