LOGIN“จะยืนคุยกันอีกนานไหม งานการไม่มีทำหรือไง”
เสียงซาตานในร่างคนหล่อดังขึ้นจากทางด้านหลังทำเอาพนักงานสะดุ้งกันสุดตัวกลายเป็นวงแตกแยกย้ายกันแทบไม่ทัน
ดวงตาขุ่นมองตามเมียในคราบพนักงานแล้วได้ส่ายหัวไม่ว่าเขาจะหาวิธีไหนกดดันเธอให้ออกไปจากชีวิต ผู้หญิงคนนี้ก็มักจะอดทนและหาทางเอาชนะเขาได้อยู่เสมอ
...เหลือเชื่อกับเธอจริง ๆ
แสงแฟลชจากกล้องสว่างจ้าเป็นระลอก เบื้องหน้าฉากคือใบหน้าหล่อเจ้าของส่วนสูงร้อยแปดสิบกว่ากำลังโพสต์ท่าเพื่อเก็บไว้โปรโมตสินค้า
เฌอเอมยืนยิ้มอยู่หลังตากล้องภูมิใจในตัวเพื่อนที่มาไกลได้ขนาดนี้
เมื่อก่อนเธอจำได้ดีว่าพีเจมักมาเต้นเพลงของนักร้องเกาหลีให้ฟังอยู่บ่อยๆตอนนั้นเธอยังคิดว่าเพื่อนเพ้อฝันอยู่เลยใครจะไปคาดคิดล่ะว่าตอนนี้เขาจะกลายมาเป็นนักร้องชื่อดังระดับโลกแล้ว
ขณะที่กำลังยืนชื่นชมเพื่อนอยู่นั้นหญิงสาวต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อมีมือของใครบางคนดึงรั้งเอวเธอเข้าหาตัวเอง
“คุณเทียน ปล่อยค่ะ” หญิงสาวขัดขืนเมื่อเห็นว่าคนที่ทำรุ่มร่ามกับเธอคือเจ้าของโมเดลลิ่งชื่อดัง คนที่เคยตามจีบเธอเพราะคิดว่าเธอจะเล่นด้วย
“ผมไม่ปล่อยได้ไหม ผมชอบคุณนะ เราลองมาคบกันไหม” น้ำเสียงแหบก้มลงกระซิบข้างหูจนหญิงสาวต้องเขยิบหนี
ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วย่างเท้าเข้าหาโดยไม่กลัวสายตาของทีมงานที่กำลังมองมาเสียด้วยซ้ำ
ใคร ๆ ก็รู้ว่าเขาขึ้นชื่อเรื่องความหื่นแค่ไหน ชอบชีกอใส่ผู้หญิงสวยๆที่มาทำงานที่นี่เป็นประจำ
“ไม่ค่ะ เอมคบกับใครไม่ได้ทั้งนั้น”
“ทำไมจะคบไม่ได้น้องเอมยังโสด แถมยังขาวยังสวยอีกต่างหาก” ไม่ได้แค่พูดอย่างเดียวแต่เขายังเอื้อมมือมาจับหัวไหล่ลูบเบา ๆ จนเธอต้องห่อไหล่
พีเจซึ่งกำลังถ่ายแบบอยู่หันมาเจอแล้วรู้สึกไม่พอใจจึงเดินออกจากฉากตรงเข้าไปเพื่อตักเตือนแต่ทว่าเท้ายังก้าวไม่ทันถึงก็ต้องชะงักลงกับสิ่งที่ได้ยิน
“ใครบอกว่าเอมโสดคะ เอมแต่งงานมีสามีแล้วค่ะ”
ทีมงานที่ไปช่วยกันทำงานวันนี้ถึงกับหูผึ่งเมื่อได้ยินสิ่งที่เฌอเอมพูดงานที่กำลังทำค้างไว้ต้องหยุดชะงักลงทันทีเพื่อตั้งใจฟังบทสนทนาของคนทั้งคู่
เพราะสถานการณ์บีบบังคับจึงทำให้เธอต้องพูดออกไปอย่างนั้น
“อย่ามาแกล้งพูดเพื่อเอาตัวรอดหน่อยเลย” เขายังคงไม่ยอมง่ายๆ
“เอมไม่ได้แกล้งพูดนี่ไงคะ แหวนแต่งงาน” หญิงสาวชูมือข้างซ้ายที่มีแหวนเพชรเม็ดขนาดเคืองถูกสวมอยู่นิ้วนางข้างซ้ายให้ดู
ไม่รู้ว่าวันนี้อะไรดลใจให้เธอหยิบแหวนแต่งงานติดกระเป๋ามาด้วย เลยแอบหยิบมันขึ้นมาสวมเพื่อเป็นหลักฐานว่าเธอแต่งงานแล้วจริง ๆ
“จริงเหรอที่ว่าเอมแต่งงานแล้ว” พีเจเดินเข้ามาคั่นกลางระหว่างคนทั้งคู่พร้อมทั้งเอาตัวเองดันผู้ชายร่างท้วมให้ออกห่างจากเพี่อนตัวเอง
“ที่น้องเอมพูดเป็นเรื่องจริงเหรอ แต่งนานแล้วเหรอ” เทียนยังคงไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริงคิดว่าเฌอเอมกุเรื่องขึ้นมาเพื่อปฏิเสธตนเอง
สิ่งนี้ก็เป็นสิ่งที่พีเจเองก็อยากรู้จึงหันไปตั้งหน้ารอคำตอบเหมือนกัน
เฌอเอมอยากจะเขกหัวตัวเองสักร้อยรอบที่เอาเรื่องนี้มาอ้างไม่อยากจะคิดเลยว่าหากพี่ภูรู้เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร
รายนั้นน่ากลัวกว่าผู้ชายหื่นตรงนี้เสียอีก
เหมือนซดน้ำแห้วเมื่อนางในฝันที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะเอามาทำเมียดันแต่งงานมีผัวแล้ว เทียนได้แต่ล่าถอยเพราะไม่อยากยุ่งกับคนมีเจ้าของ
“เอมแต่งงานเมื่อไร ไม่เห็นเชิญเรามางานเลย” แม้จะมีรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าแต่แววตากลับเจือไปด้วยความหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด
“แต่งแบบภายในน่ะ เชิญแค่ญาติผู้ใหญ่เท่านั้น” คำว่าภายในก็คือภายในจริง ๆ ทั้งงานมีแขกอยู่แค่สิบกว่าคนเท่านั้นขนาดนับรวมแม่บ้านที่อยู่ช่วยงานแล้วนะเนี่ย
พีเจมองผู้หญิงตรงหน้าแล้วรู้สึกหน่วงภายในใจ เขาคิดว่าหากไปเป็นเด็กฝึกที่ต่างประเทศคงลืมความรู้สึกที่มีต่อเพื่อนคนนี้ได้แต่มันไม่ใช่เลยสักนิด
ทันทีที่รู้ว่าเธอติดต่อมาหาเพื่อให้ช่วยเรื่องงาน หัวใจที่เคยด้านชาก็กลับมาเต้นอีกครั้งพร้อมกับตอบตกลงทันที
เรื่องของชาวบ้านมักเป็นงานของเราเสมอ เช้าของวันถัดมาเรื่องที่เฌอเอมแต่งงานมีสามีแล้วจึงแพร่สะพัดไปทั่วทั้งบริษัท ผู้ชายบางคนก็บ่นเสียดายเพราะอุตส่าห์เล็งหญิงสาวไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาทำงานที่นี่
“เอม แต่งงานแล้วไม่เห็นบอกเลยนะ มิน่าล่ะ ไม่เห็นสนใจผู้ชายคนไหนเลย” น้ำขิงหมุนตัวมาหาพร้อมกับเอ่ยแซวทันทีที่เฌอเอมหย่อนก้นนั่งลงเก้าอี้ทำงาน
“นั่นสิ ไม่เชิญพี่ไปเป็นเพื่อนเจ้าสาวเลย น้อยใจนะเนี่ย” พี่ไมตรีเดินอ้อนแอ้นเข้ามาหาพร้อมกับวางแฟ้มงานลงบนโต๊ะ
สีหน้าของเฌอเอมซีดลงถนัดตาเมื่อได้ยินสิ่งที่เพื่อนร่วมงานเอ่ยทักตั้งแต่เช้า “พี่ไมตรีรู้เรื่องนี้ได้ยังไงคะ”
“เอ้า ก็เมื่อวานเธอเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอ คนเขาพูดกันทั้งบริษัท”
“ฮะ ทั้งบริษัท!” เธออุทานออกมาเสียงดัง อยากจะทึ้งหัวตัวเองเสียจริง เธอลืมไปเสียสนิทเลยว่าเมื่อวานมีทีมงานที่บริษัทไปด้วย
ถ้าหากคนทั้งบริษัทรู้นั่นก็หมายความว่าพี่ภูก็ต้องรู้เรื่องนี้เหมือนกัน
ยัยเฌอเอม!
ภูภัทรถึงกับกัดฟันดังกรอดนิ้วมือยาวขย้ำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ หากคนที่กำลังตกเป็นขี้ปากชาวบ้านอยู่กับเขาตรงนี้ด้วยคงฉีกร่างนั้นเป็นชิ้น ๆ ไปแล้ว
เขาเคยย้ำและสั่งนักสั่งหนาว่าอย่าให้ใครรู้เรื่องแต่งงาน แต่เธอก็ดันไปประกาศให้คนอื่นรู้ด้วยตัวเองเนี่ยนะ
~ listen to my heart ~“กรี๊ดดดดด”ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักร้องชื่อดังของเกาหลียกมือโบกลาแฟนคลับและหนึ่งในนั้นก็คือพีเจ“เราจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมา” ใบหน้าหล่อกระเง้ากระงอดคนเป็นเมียเพราะตั้งแต่กลับมาแต่งงานกันใหม่เจ้าตัวก็เอาแต่พาลูกมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีถ้าเป็นวงอื่นเขาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้ดันเป็นวงของพีเจคนที่ทำให้เขาต้องคอยตามหึงหวงเมียอยู่ตลอด เพราะผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออกว่ามันยังมีใจให้กับเฌอเอมอยู่“จำเป็นสิคะ ก็เจเขาเป็นเพื่อนรักที่คอยหวังดีกับเอม ถ้าไม่มีเขาพี่ภูคงไม่ตาสว่างหรอกค่ะว่าเอมไม่ได้เป็นฆาตกรที่ขับรถชนคุณพิม”สุดท้ายก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิมและเป็นเรื่องที่เขาต้องยกธงขาวยอมแพ้อยู่ตลอดต่อให้งอนแค่ไหนเขาก็ต้องหายเองคิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด...“พู่กัน น้าพีเจมาโน้นแล้ว” เฌอเอมสะกิดลูกซึ่งก็พอดีกับที่พีเจหันมาเจอแล้วยกมือขึ้นโบกเพื่อทักทายหนูน้อยวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระโดดกอด ไม่ต่างจากพีเจหอมแก้มป่องหลานซ้ายขวาจนจะช้ำ“เห็นหน้าน้าเจแล้วลืมพ่อเลยนะ” น้อยใจแม่ไม่พอยังน้อยใจลูกอีกต่างหาก“ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ เพราะยังไงผ
“พู่กันฟังแม่นะลูก” หญิงสาวย่อตัวคุกเข่าแล้วจับสองมือเล็กขึ้นมาหนูน้อยจึงตั้งหน้ารอฟังว่าแม่จะพูดว่าอย่างไร“ตอนนี้คุณพ่อไม่สบาย คุณหมอกำลังรักษาอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเพราะฉะนั้นหนูห้ามงอแงเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่า เข้าใจไหมคะ”“เข้าใจค่ะ” ภูริตาคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งบนตักของคนเป็นปู่[ถ้าพี่ภูอยากได้ความรักจากเอมเหมือนเดิม เอาชีวิตมาแลกสิคะ]อยู่ ๆ ประโยคนั้นที่เธอพูดกับพี่ภูก็ลอยเข้ามาในความคิด ที่พูดไปเธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อย จากกันเป็นมันยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับจากตายเลยนั่งรออยู่ไม่นานประตูหน้าห้องก็เปิดออกพร้อมกับหมอเลยวัยกลางคนและพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองของเขาทำเอาเฌอเอมใจคอไม่ดีเลยสักนิด“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราทำเต็มที่แล้วที่จะช่วยชีวิตคนไข้”มันช่างเป็นประโยคที่ทรมานหัวใจของเธอและครอบครัวยิ่งนักเรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมด ร่างเล็กถึงกับทรุดลงกับพื้นจนพยาบาลต้องรีบประคองไม่ต่างกับโสภีที่ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปภูผาแทบจะรับเอาร่างคนเป็นเมียไม่ทัน“ไม่จริง เขาต้องไม่ตายสิคะ เขายังอยู่กับลูกได้ไม่เท่าไรเลยนะคะ”แขนยาวเขย่าตัวคุณหมอร้องไห้ฟูมฟายออกมาร
เกือบหกเดือนแล้วที่ภูภัทรยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อคอยตามง้อเมีย และมันก็เป็นอย่างที่แม่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเฌอเอมเป็นคนใจแข็งมากหากตัดสินใจอะไรไปแล้วแทบจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเลยสักนิดงานที่บริษัทก็ยุ่งจนเขาต้องให้รำภาเทียวบินไปบินมาอยู่ตลอด หากงานไหนสำคัญจริง ๆ เขาถึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าภูภัทรไม่สามารถพาลูกกับเมียกลับไปได้สองปู่ย่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองคราแรกที่โสภีเห็นหน้าหนูน้อยที่นั่งติดแม่แล้วเหลือบมองมาเป็นระยะ มันก็ทำให้หญิงแก่กระชุ่มหัวใจเหลือเกินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็แทบจะโคลนนิ่งลูกชายหล่อนมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว“พู่กัน สวัสดีคุณปู่ คุณย่าสิลูก”“คุณปู่ คุณย่าคืออะไรคะ” หนูน้อยเงยหน้าถามด้วยเพราะไม่เข้าใจจนทำให้คนแก่ทั้งสองพลอยอมยิ้มไปด้วย“คุณปู่ คุณย่า ก็คือ พ่อและแม่ ของพ่อพู่กันยังไงล่ะจ๊ะ”โสภีอธิบายให้หลานได้เข้าใจ “มาให้ปู่กับย่ากอดหน่อยเร็ว” แขนเหี่ยวอ้าแขนรอภูริตาหันเงยมองหน้าเฌอเอมเพื่อขออนุญาตเมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าหนูน้อยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แล้วก็ถูกทั้งสองท่านหอมแก้มซ้ายขวาจนระบมไปหมด“แล้วตาภูไปไหน ตั้งแต่แม่มาถึงยั
ช่วงเย็นหลังจากแพ็คผักหลายชนิดลงถุงเพื่อเตรียมส่งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเธอก็รีบตรงไปล้างมือเพราะสายตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็เห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนของลูกมาหลายนาทีแล้ววันนี้หญิงสาวทำอะไรก็สะดวกขึ้นเพราะว่าไม่มีภูภัทรคอยมาตามป่วน ถึงมันจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที“แม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”ยังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ เสียงแหลมเล็กของภูริตาก็ตะโกนมาแต่ไกลโดยที่มือนั้นถูกจูงโดยภูภัทรเฌอเอมถึงกับนิ่วหน้าไม่พอใจที่ทางโรงเรียนปล่อยให้ลูกเธอมากับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน หากคนที่ไปรับลูกเธอเป็นคนไม่ดีแล้วโดนลักพาตัวไปจะทำอย่างไร“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงไปรับลูกที่โรงเรียน”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับอาการโมโหของร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา“คุณไม่ใช่พ่อของพู่กัน” หญิงสาวลืมตัวว่าไม่ควรพูดอะไรไม่ดีให้กระทบจิตใจของลูกภูภัทรรีบย่อตัวลงแล้วใช้สองมือขึ้นปิดหูภูริตาเอาไว้“ไม่ใช่ได้ยังไง ดีเอ็นเอ อยู่บนหน้าเสียขนาดนั้น อีกอย่างเอมไม่ควรพูดแบบนี้ให้ลูกได้ยิน เกิดลูกเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง”หญิงสาวฉุกคิดมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเธอไม่ควรมานั่งถกเถียงป
ข่าวลือเรื่องเจ้าของบริษัทCAเป็นสามีเก่าของเฌอเอมกลายเป็นหัวข้อชวนเม้าท์ของกลุ่มหมู่บ้านทันทีแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามภูภัทรไม่ได้ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาดนั้นในเมื่อตามไปง้อถึงที่บ้านก็โดนปิดประตูบ้านใส่ เขาจึงเหมาโฮมสเตย์ที่นั้นเป็นที่พักเสียเลยในเมื่อลูกเมียไม่กลับไปด้วยแล้วเขาจะกลับได้อย่างไร“พู่กัน เสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันนะ”เฌอเอมชะเง้อคอจากห้องครัวออกมาเรียกเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้แต่งตัวไปโรงเรียนเองได้แล้ว...เงียบ...เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วทุกเช้ากลับเงียบผิดปกติ เฌอเอมรีบปิดเตาแก๊สแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น“พู่กัน!”เธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดบ้านเพื่อที่จะออกไปตามหาลูกก้าวขาพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมกับความขุ่นเคืองเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังยืนคุยอยู่กับภูภัทร“คุณลุงเป็นพ่อหนูจริงๆ เหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามให้แน่ใจ“จริงครับ พ่อเป็นพ่อของหนูเอง ไม่ต้องเรียกลุงแล้วนะ” มือหนายกขึ้นลูบหัวหนู น้ำตาคลอหัวใจปวดหนึบ ลำคอตีบตันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาได้มีโอกาสได้คุยกับลูกต่อหน้าแบบนี้ทั้งที่ผ่านมาห
รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดยังศาลากลางหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความจริงแล้วกำหนดการมันต้องมีช่วงบ่ายแต่ด้วยระยะทางที่ไกล รำภาจึงเลื่อนเวลาเป็นช่วงเย็นเพื่อให้เจ้านายได้มาคุยกับลูกน้องโดยตรงภูภัทรร่วมพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานจนนึกขึ้นได้ว่าอยากเจอผู้นำที่จัดการและดูแลการตลาดชาวบ้านเป็นอย่างดีจนเขารู้สึกประทับใจ“ออ คุณเอมกำลังมาครับ เธอไปรับลูกที่โรงเรียน ตาคำปันแกต้องไปมาดูแลทางนี้ เธอเลยไปรับลูกเอง” ชายวัยกลางคนรีบบอก“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” ชื่อนี้มันยังคงวนเวียนผ่านเข้ามาในชีวิตขอแค่ได้ยินชื่อเขาก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว“ชื่อเอมจ๊ะ ชื่อเต็ม ๆ น่าจะเฌอเอม”ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากันหลับตาลงผ่อนลมหายใจแล้วได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเฌอเอมคนรักที่เขาตามหาด้วยเถอะ“นั่นไง มาโน้นแล้ว” ชายเมื่อครู่สะกิดบอกเมื่อเห็นเฌอเอมเดินเข้ามา รำภาซึ่งยืนคุยกับชาวบ้านอยู่อีกฝั่งก็ถึงกับตาค้างไม่คาดคิดว่าคนที่เจ้านายให้ตามหาจะหนีมาไกลถึงที่นี่เฌอเอมถึงกับหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นใคร หัวใจดวงน้อยตกไปอยู่แทบเท้า ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้“พี่ภู...”เนื้อตัวชาจนไม่







