Se connecter“คุณป้านกกับอาภามจะกลับแล้วนะลูก” คุณยายจำต้องเรียกภามว่าอาตามหลานสาว เพราะให้เรียกพี่ อีกฝ่ายไม่ยอมเรียก จะเรียกอาท่าเดียว ภามยังดูหนุ่มแน่นและไม่แก่ ถ้าไม่บอกว่าอายุสามสิบห้าท่านก็ไม่เชื่อ
คุณยายคิดในใจว่าเรียกคนเป็นแม่ว่าป้า เรียกคนเป็นลูกว่าอา ฟังแล้วทะแม่งหูชะมัด
ช่อเพชรรีบยกมือไหว้คนทั้งสองทันที แล้วก็ยืนส่งแขกของคุณยายขึ้นรถ
“ไปทำอะไรมา บอกยายมาซะดีๆ”
“ไม่มี้ไม่มีเลยค่ะคุณยาย ไม่ได้ทำอะไรเลย” คนทำผิดโบกไม้โบกมืออย่างมีพิรุธ
“ปฏิเสธเสียงสูงแบบนี้ต้องมีแน่ๆ”
“ไม่มีจริงๆ นะคะ คุณยายไม่เชื่อหนูเหรอ” เด็กสาวก้มหน้าทำท่าจะบีบน้ำตา
“ไม่มีก็ไม่มี ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ จะพาไปร้อยมาลัย”
“ค่ะคุณยาย จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ” ช่อเพชรรีบรับคำทันที ไปร้อยมาลัยดีกว่าโดนคุณยายดุ เธอรีบวิ่งปรู๊ดไปในห้องครัว เก็บข้าวของให้เรียบร้อย ยัง
ได้ยินคุณยายบ่นตามหลังมาว่าอย่าวิ่ง เดี๋ยวหกล้ม
ป้าแมวยังอยู่ในห้องครัว รอซักถามความเป็นมาเป็นไป เธอจำต้องเล่าความจริงทั้งหมดให้ท่านฟัง
“ตายแล้วคุณช่อ ไปแกล้งคุณภามแบบนั้นได้ยังไงกันคะ”
“ป้าแมวอย่าไปบอกคุณยายนะคะ ไม่งั้นช่อโดนหยิกเนื้อเขียวแน่ๆ”
“ทีหลังอย่าไปแกล้งคุณภามแบบนั้นอีกนะคะ แกล้งคนอื่นมันไม่ดี
เห็นไหมละคะ ให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว”
“รู้แล้วค่ะ ไม่แกล้งแล้วก็ได้” เด็กสาวเอานิ้วไปไขว้ไว้ด้านหลัง ก่อนจะยิ้มแป้น รีบเก็บของเสร็จก็ไปอาบน้ำเพื่อไปร้อยมาลัยถวายพระพรุ่งนี้
“เรานี่ร้อยมาลัยสวยจริงๆ ไม่เสียแรงที่ยายสอนแต่เด็ก” คำชมของคุณยายทำให้ช่อเพชรยิ้มกว้างทันที
“พรุ่งนี้วันพระไปทำบุญกันนะ ป้านกเขาก็จะไปทำบุญกับเราด้วย
“ค่ะคุณยาย”
“ปีนี้เราก็อายุสิบแปดแล้วนะ หน้าตาหมดจดผุดผ่องอย่างที่แม่นกเขาว่าจริงๆ สมัยยายอายุเท่านั้น แต่งงานแล้วล่ะ มีผู้ชายพาผู้ใหญ่มาสู่ขอ”
“คนสมัยก่อนแต่งงานกันเร็วจังเลยนะคะคุณยาย”
“จริง คนเดี๋ยวนี้แต่งงานช้า ดูอย่างพ่อภามสิ สามสิบห้าปีแล้วยังไม่มีเมีย”
“สงสัยไม่มีใครเอา”
“เราว่าอะไรนะ” คุณยายช่อลดาเอ่ยถามเพราะได้ยินไม่ชัด
“เปล่าค่ะ หนูแค่คิดว่าคนเดี๋ยวนี้แต่งงานช้าเพราะมีปัจจัยหลายอย่าง
น่ะค่ะ”
“ต่อไปอายุสามสิบสี่สิบถึงค่อยแต่งหรือไง มันแก่ไปนะยายว่า”
“แต่ถ้ารีบแต่ง ประชากรก็ล้นโลกสิคะคุณยาย เดี๋ยวนี้การแพทย์ทันสมัยมาก ยิ่งอนาคตคนยิ่งตายน้อยลง หรือตายช้าลง เดี๋ยวนี้อายุสี่สิบห้าสิบยัง
เต่งตึงอยู่เลย”
“พวกศัลยกรรมอะไรแบบนั้นรึ เราอย่าไปทำเด็ดขาดเลยนะ สวยธรรมชาติน่ะดีแล้ว” คนหัวโบราณส่ายหน้าไปมา ไม่ค่อยชอบอะไรที่ผิดที่
ผิดทางนัก
“หนูไม่กล้าหรอกค่ะคุณยาย แค่เห็นเข็มฉีดยา ไม่ต้องเห็นมีดผ่าตัดหรอก หนูก็เป็นลมแล้ว ฮัดเช้ย!” คนพูดจามติดๆ กันหลายครั้ง ก่อนจะขยี้จมูกไปมา
“เป็นหวัดหรือไงล่ะเรา”
“สงสัยตอนหัวคะมำลงในโอ่งน่ะค่ะ น้ำเลยเข้าจมูก”
“ซุ่มซ่ามเสียจริง ไปหายากินเถอะ ยายก็จะเข้านอนแล้วเหมือนกัน มาลัยน่ะเอาไปแช่ตู้เย็นไว้ก่อน จะได้สดๆ”
“ค่ะคุณยาย” ช่อเพชรรับคำ รีบทำตามคำสั่งก่อนจะประคองคุณยายเข้านอน
“ไปนอนเถอะ ยายก็จะนอนแล้วเหมือนกัน” ท่านสวดมนต์แผ่เมตตา
นั่งสมาธิก่อนนอนเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว
“หนูยังไม่ง่วงเลยค่ะ ให้หนูบีบนวดให้คุณยายก่อนนอนไหมคะ จะได้สบายตัว”
“ประจบยายจะเอาอะไรอีกล่ะ”
“ไม่ได้เอาอะไรค่ะ แค่อยากดูแลคุณยายให้ดีที่สุด หนูรักคุณยายนะคะ”
“ปากหวาน ยายก็รักเรานะ แล้วเรื่องเรียนต่อเป็นยังไงบ้างล่ะ”
“หนูสอบได้มหาวิทยาลัยในตัวเมืองค่ะ สาขาเกษตรศาสตร์” เธอบอกชื่อมหาวิทยาลัยให้คุณยายรู้ ตอนนี้ผลสอบออกมาแล้ว แต่ยังไม่ได้บอก
คุณยายเพราะกังวลเรื่องที่พัก เธออาจจะต้องย้ายไปพักอยู่ในเมือง และกลับบ้านสวนในวันเสาร์และอาทิตย์ เพราะถ้าเดินทางไปกลับคงจะไม่ทัน และเหนื่อยมากๆ ด้วย
“มหาวิทยาลัยที่พ่อภามสอนอยู่นี่นา พ่อภามก็สอนวิชาพฤกษศาสตร์
ให้คณะเกษตรศาสตร์ด้วย”
“ค่ะ” เธอรับคำ นึกถึงคนที่โดนเธอแกล้งเมื่อตอนกลางวันแล้วอมยิ้ม มารดาของภามนั้นสนิทกับคุณยาย ส่วนภามนั้นไปเรียนในเมืองตั้งแต่เด็ก ก่อนที่เขาจะได้ทุนไปเรียนต่อต่างประเทศด้วย อายุยังไม่เยอะก็จบปริญญาเอกแล้ว ก่อนจะกลับมาเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยในตัวจังหวัด
เธอกับเขารู้จักกันมานานแล้ว แต่ไม่ได้สนิทกันนัก เพิ่งมาช่วงหลังๆ
ที่เขากลับมาเยี่ยมคุณกนกกานต์แล้วท่านก็ชวนกันมาเป็นแขกของคุณยาย
ทุกวันหยุด เลยได้เจอกันบ่อยๆ และคุณยายของเธอก็นิยมชมชอบเขาอยู่มาก
“เราไปเรียนที่นั่นก็ดีเหมือนกันนะ ยายจะได้ฝากฝังเรากับพ่อภามเขา
ให้ช่วยดูแล”
“เกรงใจเขาน่ะค่ะคุณยาย หนูโตแล้ว ดูแลตัวเองได้”
“โตที่ไหนกัน อายุแค่สิบแปด พ่อภามเขาเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนดี ถ้าฝาก
ให้เขาช่วยดูแล ยายก็หายห่วง”
“จะน่าห่วงกว่าน่ะสิ ลามกออกปานนั้น” เธอบ่นอุบ คุณยายขมวดคิ้วก่อนเอ่ยถาม
“อะไรของเรา พูดเบาเสียจนยายไม่ได้ยิน”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ หนูแค่จะบอกคุณยายว่า รบกวนคนอื่นเขามากๆ
ไม่ดีนะคะ” คนขี้อ้อนบีบนวดเอาใจ
“คนอื่นที่ไหน พ่อภามน่ะลูกของแม่นก เราสนิทกับบ้านเขา”
“นั่นล่ะค่ะ สนิทกัน แต่เราก็ต้องเกรงใจเขานะคะ คุณยายเคยได้ยินเพลงนี้ไหมคะ ความเกรงใจเป็นสมบัติของผู้ดี”
“พอๆๆ เลย พ่อภามเขาเป็นคนดี ยายดูแล้วดูอีก เขายินดีและเต็มใจ
จะดูแลเราแน่นอน ผู้ชายดีๆ แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะ ใครได้ไปเป็นสามีโชคดีมากๆ เชียวนะ”
“แน่ะ! คุณยาย พูดแบบนี้มีเลศนัยนะคะ” เธอพูดอย่างรู้ทัน
“เอาเถอะ เชื่อยาย ยายมองคนไม่ผิด”
“หนูไม่พูดด้วยแล้วค่ะ ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ” เธอรีบหาวหวอดๆ ทันที
“ไปเถอะ พอยายพูดเรื่องนี้ทำมาเป็นหาวหวอดๆ อย่านึกว่าไม่รู้นะ”
คุณยายพูดอย่างรู้ทัน
“ไปแล้วค่ะคุณยาย ฝันดีนะคะ” ช่อเพชรรีบหอมแก้มคุณยายทันที
“แน่ะ! มาแอบหอมแก้มยายอีก”
“ไม่แอบค่ะ หอมจริงๆ” เธอหอมอีกด้านก่อนจะยิ้มหวานให้คุณยาย
ห่มผ้าให้ท่าน ปิดไฟ และเดินไปงับประตูปิดเบาๆ
คุณยายยิ้มกว้างมองตามหลานสาวไปติดๆ ก่อนที่สีหน้าของท่านจะหมองเศร้า
คนที่กำลังป่วยพยายามไม่คิดมาก ตายก็ไม่เสียดายชีวิตเพราะรู้ตัวเองดีว่าเกิดมาได้ประกอบคุณงามความดีเอาไว้มากมาย ไม่เคยทำอะไรชั่วช้า
เลวทรามหรือเบียดเบียนใคร แม้จะเคยทำผิดมาบ้าง แต่ก็เป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ใช่เรื่องหนักหนาสาหัสอะไร
คนที่ทำให้เป็นห่วงกังวลคือช่อเพชร หลานสาวเพียงคนเดียวที่น่าสงสาร บิดามารดาเสียชีวิตตั้งแต่ยังแบเบาะ หากไม่มีคนดูแล ท่านคงนอนตาย
ตาไม่หลับเป็นแน่
ช่อเพชรกลับเข้ามาในห้องนอนของตัวเอง ก่อนจะถอนใจเฮือกใหญ่
เธอไปเรียนที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในตัวจังหวัด แถมยังเป็นมหาวิทยาลัย
ที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคใต้ แต่การเดินทางนั้นก็ไกลอยู่มากโข หากไม่พัก
ในตัวเมืองใกล้มหาวิทยาลัย ก็ต้องเดินทางไปกลับหลายชั่วโมง ไหนจะพาหนะที่จะเดินทางอีก ถ้าให้ลุงมิ่งไปคอยรับคอยส่งก็คงกลับดึกและตื่นตั้งแต่หัวรุ่ง เหนื่อยมากแน่ๆ ถ้าหากต้องไปกลับรถประจำทาง ต้องไปเรียนไม่ทันแหงๆ
ความกังวลใจของเด็กสาวทำให้เธอนอนไม่ค่อยหลับเอาเสียเลย แต่
เช่นไรก็ต้องบอกคุณยาย ท่านคงเข้าใจว่าเธอมีความจำเป็นต้องไปอยู่ที่อื่นชั่วคราวจนกว่าจะเรียนจบ ช่อเพชรบอกตัวเองก่อนจะหลับไป
หลังจากไว้ทุกข์ให้คุณยายเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอไปจดทะเบียนสมรสกันเงียบๆ ก่อนจะไปเลี้ยงอาหารเด็ก คนพิการ และคนชรา ช่อเพชรชวนเพื่อนสนิทไปด้วย ภามเองก็ไม่ได้บอกใคร เพราะไม่ต้องการให้เอิกเกริก เขาพาเธอย้ายมาอยู่ด้วยกันที่บ้านของตัวเอง ส่วนคอนโดมิเนียมนั้นให้เพื่อนสนิทของช่อเพชรเช่าอยู่ไปก่อน เพราะอีกฝ่ายอยู่หอพักที่ไกลจากมหาวิทยาลัยมาก“อาภาม... อุ๊ย!” เธออุทานเมื่อเขาอุ้มเธอเข้าห้องนอน ช่อเพชรคล้องคอหนาเอาไว้ เธอไม่ได้ปฏิเสธ เพราะยังไงก็แต่งงานกันแล้วบทรักของภามอ่อนหวานและเอาใส่ใจ เขาแนบชิดอย่างเสน่หา ค่อยๆ พาสาวน้อยไปสู่ความสุขอย่างอิ่มเอมใจ ไม่มีความรุนแรงหรือหักหาญน้ำใจแต่อย่างใดด้วยความที่ในมหาวิทยาลัยไม่มีใครรู้เรื่องเธอกับภาม มีเฉพาะคนที่สนิทเท่านั้น หลายคนคิดว่าเธอเป็นหลานของภาม จึงมีนักศึกษาหลายคนที่ชอบมาซักถามเรื่องของเขากับเธอ แถมนักศึกษาบางคนยังให้เธอเป็นแม่สื่อเพื่อจะจีบภามอีกด้วย“เป็นอะไรครับ วันนี้ทำไมหน้าบูดจัง การบ้านเยอะเหรอ”“ไม่ใช่ค่ะ”“แล้วเป็นอะไรครับ” เขาถามอย่างใส่ใจขณะขับรถพาเธอกลับบ้าน“สาวๆ น่ะสิคะ ชอบอาภามกันตรึม ช่อไม่ชอบเลยค่ะ”“หึงอาเหรอ”“หลงตัว
“อาหารของอาภามหอมจังเลยค่ะ”“งั้นก็หอมเลยครับ” เขาจิ้มแก้มตัวเอง“อ๊าย... อะไรกันคะ อาหารหอมค่ะ ไม่ใช่อาภาม”“หิวก็กินสิ”“อาภามไม่อาบน้ำเหรอคะ”“อาไม่ได้เอาชุดมาเลยนะ ลืมเสียสนิท”“แล้วอาภามจะใส่อะไรคะ”“แก้ผ้านอนดีไหม”“อ๊าย... ไม่เอาค่ะ เดี๋ยวช่อเป็นตากุ้งยิง”“ก็อย่ามองสิ”“อาภามนะ!”“เสื้อผ้าเรามีไหม ตัวใหญ่ๆ น่ะ”“ช่อตัวเล็กนิดเดียว อาภามตัวใหญ่ขนาดนี้ ใส่ไม่ได้หรอกคะ แต่เดี๋ยวลองหาพวกเสื้อยืดตัวใหญ่ๆ ให้นะคะ” เธอนึกได้ว่ามีเสื้อยืดตัวใหญ่ยาวถึงเข่าอยู่ตัวหนึ่ง เธอชอบใส่นอน“รอเดี๋ยวนะคะ” เธอไปหยิบเสื้อยืดมาให้เขา“แต่กางเกงไม่มีนะคะ”“อาใส่แต่เสื้อยืดเรานอนก็ได้”“จะดีเหรอคะ” คนพูดแอบขำ เขาก็พยักหน้าว่าดี“งั้นอาไปอาบน้ำก่อนนะ ถ้าหิวก็กินก่อนได้เลย”“ไม่เป็นไรค่ะ ช่อรอกินพร้อมอาภามค่ะ” เธอบอกเขา ภามเข้าไปอาบน้ำ ก่อนที่เขาจะออกมาพร้อมกับเสื้อยืดตัวใหญ่ของเธอ อาจารย์หนุ่มดึงเสื้อลงมาปิดขาอ่อนตัวเอง แกล้งทำท่าทีเขินอาย ช่อเพชรขำก๊ากกับท่าทีของอาจารย์หนุ่ม“อาภามตัวสูง ดึงยังไงก็ปิดขาอ่อนไม่มิดหรอกค่ะ”“อาไม่เคยให้ใครได้เห็นขาอ่อนง่ายๆ มาก่อนเลยนะ” คนว่าแกล้งพูดยั่ว ขยับใบหน้าเข้าไ
“อร่อยหรือยัง”“อร่อยค่ะ”“งั้นไปกินกันครับ”“กินกัน” เธอทวน เงยหน้ามองเขาแล้วหน้าแดง“คือไปกินสลัดกันครับ”“อ้อ... กินสลัด”“คิดลามกอยู่หรือไง”“ช่อเปล่านะ ก็คุณอาชอบพูดสองแง่สามง่าม” ช่อเพชรค้อน มองมือหนาที่ดึงเธอไปนั่งที่โซฟาตัวยาวหน้าจอทีวี เขาเปิดหนังให้ดู ก่อนจะไปยกสลัดมาวางตรงหน้า นอกจากผักแล้วยังมีพวกธัญพืชอีกหลายชนิด เช่นลูกเดือยถั่วแดง ฯลฯ กินกับผักและผลไม้ รสชาติหวานฉ่ำ“อ้าปากสิ อาจะป้อนให้” เขาตักสลัดมาจ่อที่ปากของเธอ ช่อเพชรไม่กล้าอ้าปากรับอีก กลัวโดนเขาจูบ“ไม่ต้องป้อนก็ได้ค่ะ ช่อกินเองได้”“ต้องป้อนครับ”“ทำไมต้องป้อนด้วยคะ”“มีทฤษฎีหนึ่งบอกว่า... จะเป็นแฟนกันจนถึงขั้นแต่งงาน ต้องป้อนอาหารให้แฟนบ่อยๆ”“ทฤษฎีที่ไหนกันคะ ไม่เคยได้ยินมาก่อน” เธอค้อนให้เขา“อ้าปากสิครับ” เขาบอกเสียงนุ่ม เธอก็เลยอ้าปากรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้“อร่อยจังค่ะ”“คราวนี้ถึงตาช่อป้อนอาแล้ว” เขาจิ้มปากตัวเอง สีหน้าออดอ้อน“ช่อต้องป้อนอาด้วยเหรอคะ”“ถ้าตามทฤษฎีก็ต้องป้อนครับ” เธออมยิ้มกับทฤษฎีของเขา ก่อนจะตักสลัดป้อนเขาจนถึงปาก“ช่อครับ” เขาเคี้ยวเสร็จก็เรียกเธอเบาๆ“คะ? คุณอา”“มาใกล้ๆ อาหน่อยค
“ดูทำหน้าเข้า เหมือนจะกลืนกินพี่แทน”“พี่แทนหล่อลากไส้ ใครๆ ก็บอกว่าเธอโชคดีได้ผู้ชายหล่อสุดติ่งมาเป็นพี่รหัส จีบเลยยายช่อ ฉันเชียร์”“บ้าเหรอ ไปจีบผู้ชายก่อนได้ไง อีกอย่างเราไม่ชอบพี่แทนหรอก แค่นับถือเป็นพี่รหัส”“อ๋อ...” กนกรัตน์ลากเสียงยาวเหยียด ก่อนจะยิ้มแบบมีเลศนัย“ทำหน้าแบบนี้หมายความว่ายังไง”“ที่ไม่สนใจพี่แทนเพราะอาจารย์รูปหล่อคนโน้นหรือเปล่า” คนพูดบุ้ยใบ้ไปทางด้านหลังของช่อเพชร เธอหันไปมองก็เห็นภามเดินมาหา ช่อเพชรอมยิ้มหันมาค้อนเพื่อน“บ้า! ไม่ใช่เสียหน่อย”“ยายช่อ มองตาลูกหว้าเลย”“มองทำไม”“จะดูน่ะสิว่าปากกับใจตรงกันไหม ตาเธอมันวิ้งๆ ผิดปกติมาหลายวันแล้วนะ”“บ้าน่า” เธอปัดมือเพื่อนออกห่าง หลบสายตาเป็นพัลวัน“ว่าแล้ว มันต้องมีอะไรในกอไผ่”“ไม่มี”“มองตาลูกหว้าเดี๋ยวนี้”“ไม่เอาแล้ว อย่ามาล้อ” ช่อเพชรหันหน้าหนี กนกรัตน์หัวเราะทันที“สวัสดีค่ะอาจารย์” กนกรัตน์ยกมือไหว้ภาม เมื่อเขาเดินมาถึงจุดที่เธอกับเพื่อนยืนอยู่“เรียกอาภามก็ได้ครับ” ภามพูดอย่างใจดี“ค่ะอาภาม ดีจังเลยนะคะ ช่อมีคุณอาเก่งแบบนี้ จะได้ให้ช่วยติวหนังสือให้”“ยอกันเกินไปแล้วครับ แต่ถ้ามีวิชาไหนไม่เข้าใจ อยากให้
ภามนั่งมองคนที่หนุนตักอยู่ด้วยรอยยิ้ม พอเธอเผลอเขาก็ก้มลงไปหอมแก้มอีก แรกๆ เธอก็อุทาน ปัดป้อง หลังๆ ยอมให้หอมแบบไม่ว่าอะไรภามเดินขึ้นมาส่งช่อเพชรที่คอนโดมิเนียม พร้อมหอบหิ้วขนมที่ทำเองขึ้นมาให้เธอด้วย“นอนคนเดียวได้นะครับ” เขาถามย้ำ เป็นห่วงเด็กสาวจับใจ“ได้ค่ะ”“พรุ่งนี้อามารับไปมหาวิทยาลัยนะครับ”“ช่อไปเองดีกว่าค่ะ” เธอบอกอย่างเกรงใจ“ทำไมล่ะครับ”“ไปกับอาภาม เดี๋ยวเขาจะหาว่าเป็นเด็กเส้นน่ะสิคะ” เธอพูดแล้วหัวเราะเบาๆ ภามเดินไปหยุดตรงหน้าของเด็กสาว ก่อนจะเชยคางสวยให้แหงนขึ้นสบตา“ไม่อยากให้เป็นเด็กเส้นเลยครับ”“ใช่ค่ะ ช่อก็ไม่อยากเป็นเด็กเส้น”“อยากให้เป็นเด็กที่รักมากกว่าครับ”“อาภาม...” คนฟังตาโต ก่อนจะก้มหน้างุดๆ มองพื้น“ตรงนั้นมีอะไรน่ามองกว่าหน้าอาเหรอครับ”“เอ่อ...”“นอนหลับฝันดีนะครับ”“ค่ะ” เธอรับคำ ไม่กล้ามองสบตาเขา“ให้อานอนเป็นเพื่อนไหม”“ไม่ต้องหรอกค่ะ ช่อนอนคนเดียวได้”“นึกว่าจะเปลี่ยนใจ”“คุณอาก็เดินทางกลับดีๆ นะคะ”“ไล่กันจังเลยนะ”“อุ๊ย!” เธอโดนหอมแก้มแบบไม่ทันตั้งตัว ขณะยืนส่งคุณอาหนุ่มที่ประตูห้องช่อเพชรอาบน้ำเพราะเหนียวตัว ก่อนที่จะสวดมนต์และทิ้งตัวลงนอนเธอหยิ
“เหมือนคุณยายฝากปลาย่างเอาไว้กับแมวเลยค่ะ” เธอพูดขึ้น เขาหัวเราะเบาๆ เธอทำปากยื่นค้อนคุณอาหนุ่ม“อาว่าคุณยายฝากหนูตัวน้อยไว้กับราชสีห์มากกว่า”“เปรียบตัวเองเป็นราชสีห์เหรอคะ”“ครับ ติดบ่วงหนูตัวน้อย เลยให้หนูมาช่วยปลดบ่วง”“เปรียบเทียบให้ช่อเป็นหนูเฉยเลย”“ช่อซนไง”“คุณอาก็ซน ไม่งั้นไม่ติดบ่วง”“อาไม่ซนครับ แต่ก็ยังติดบ่วง”“ทำไมถึงติดบ่วงคะ” เธอขยับใบหน้ามาหา มองสบตาเขาในระยะกระชั้นชิด“ติดบ่วงรักน่ะครับ” ช่อเพชรฟังแล้วเขินหนัก ยิ้มแก้มปริ หุบยิ้มแทบไม่ได้เลย แก้มเห่อร้อน แดงก่ำ หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรง เลยหนีโดยการมุดเข้าใต้รักแร้ของเขา ไปล้างถ้วยเพื่อจะนำไปคว่ำ“อาภามลิเก”“ลิเกต้องมีแม่ยก แต่นี่อาไม่มีแม่ยกสักคน”“จะไปรู้เหรอคะ อาจจะมีแต่งุบงิบเอาไว้” ช่อเพชรเดินหนีออกมานอกห้องครัว เขาดึงเธอเอาไว้“ไปไหนคะ”“ไปดูหนังครับ” ช่อเพชรเดินตามมาที่ห้องหนังสือของเขา นอกจากมีหนังสือมากมายแล้ว ยังมีทีวีจอใหญ่เอาไว้ดูหนังอีกด้วย มีเตียงนอนกว้างเอาไว้สำหรับเอนตัว เธอเดินไปที่ชั้นหนังสือ มองหนังสือพวกนั้นอย่างตื่นตาตื่นใจ“ถ้าชอบก็เข้ามาอ่านได้นะ อาชอบสะสมหนังสือครับ” เขาเป็นคนชอบอ่านหนังส







