공유

บทที่ 41

작가: Karawek House
last update 최신 업데이트: 2025-08-27 21:16:57

หลังผลัดกันวางหมากอย่างรวดเร็ว ทั้งชิงพื้นที่ ทั้งกีดกัน ทั้งดักทางกันไปมาอยู่สองเค่อยาม ในที่สุดกระดานหมากที่คู่มือทั้งสองผลัดกันวางอย่างรวดเร็วราวกับบ้าคลั่งก็ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด ราชบัณฑิตอาวุโสที่เดินมาดูพวกนางประลองหมากอย่างใกล้ชิดกวาดตามองทั่วทั้งกระดานอยู่สองรอบ ก็ยกมือขึ้นข้างหนึ่ง กล่าวด้วยเสียงอันดัง

“คู่ประชันขันแข่งในกระดานหมายเลขสาม ระหว่างคุณหนูสี่สกุลอู๋ และคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงเดินต่อไม่ได้แล้ว เนื่องจากหมากของทั้งคู่ดูสูสีเป็นอย่างยิ่ง ขอเชิญคณะกรรมการทั้งหมดมาร่วมนับคะแนนและร่วมพิจารณา” ทั้งหมดก็เพื่อความโปร่งใส และเพื่อธำรงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือของเหล่าคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นราชบัณฑิตอาวุโส และประเพณีประชันขันแข่งชิงตำแหน่งโฉมงามยอดเมธี ที่สืบเนื่องยาวนานมามากกว่าร้อยปี

เหล่าราชบัณฑิตอาวุโสที่ลงมาเดินดูชมการประชันหมากแต่ละกระดานอย่างใกล้ชิดได้ยินดังนั้น ก็พร้อมใจกันเดินมาดูกระดานประชันหมากของเฉินเซียงหรงและอู๋ชิงชิง

กล่าวถึงการตรวจสอบและนับคะแนนของหมากกระดานนี้แล้ว...แม้เทียนจินในยามนี้จะไม่ปิดกั้นหญิงชาย ทว่าความเหมาะสมเรื่องระยะห่างระหว่างชายหญิงยังเป็นสิ่งที่สมควรรักษาอยู่บ้าง

เพราะเหตุนี้ เพื่อความไม่น่าเกลียด และเพื่อความสะดวกในการร่วมนับคะแนนและตัดสินของเหล่าราชบัณฑิตซึ่งโดยมากเป็นบุรุษ คุณหนูทั้งสองจึงถูกเชิญให้ออกไปยืนดูอยู่ด้านข้าง ใช้เวลาไม่นานนัก การนับแต้มคะแนนบนกระดานก็เสร็จสิ้น คาดไม่ถึงว่าหลังจากนับคะแนนแล้ว ไม่เพียงไม่ประกาศผลแพ้ชนะ พวกเขาเหล่าราชบัณฑิตอาวุโสยังเอาแต่โต้เถียงกันไปมา ท้ายที่สุดเมื่อหาข้อสรุปไม่ได้ ก็ตัดสินใจพากันนำความไปกราบบังคมทูลหวงโฮ่วซึ่งเสด็จมาเป็นองค์ประธานในการประชันขันแข่งครั้งนี้ เพื่อให้หวงโฮ่วทรงเป็นผู้ตัดสิน

ท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด เฉินเซียงหรงและอู๋ชิงชิงที่เป็นผู้เดินหมากเจ้าปัญหากระดานนั้น กลับลอบสบตากัน แย้มยิ้ม

สำหรับพวกนางแล้ว ไม่ว่าหมากกระดานนี้ ผลสุดท้ายจะเป็นฝ่ายไหนที่ชนะ พวกนางก็ล้วนพึงพอใจทั้งนั้น

แพ้ชนะแล้วอย่างไร ได้เพื่อนผู้รู้ใจด้านการเดินหมากต่างหากที่สำคัญ!

ผู้ชมทั้งหมดต่างมองออกว่าบรรยากาศระหว่างคุณหนูสี่สกุลอู๋และคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกง ไม่เลวเลย

ข้างฝ่ายเหล่าคณะกรรมการและหวงโฮ่วซึ่งเป็นแม่งาน...หลังจากฟังเหล่าราชบัณฑิตบอกล่าวข้อคิดเห็นของตนจนครบถ้วน หวงโฮ่วทรงตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก็กล่าวออกมาด้วยสุรเสียงอันดัง

หมากกระดานนี้ระหว่างคุณหนูสี่สกุลอู๋ อู๋ชิงชิง และคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกง เฉินเซียงหรง ให้นับว่าเสมอกัน

เพียงหวงโฮ่วกล่าวจบ รอบๆ ลานประชันขันแข่งก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที

“หมากชิงพื้นที่ชนิดนี้ที่ไหนจะมีการเสมอเกิดขึ้นได้?”

“เกิดอะไรขึ้นบนหมากกระดานนั้นกันแน่?”

“หากแต้มคะแนนของคุณหนูทั้งสองเท่าเทียมกัน ก็สมควรให้ผู้เริ่มเดินหมากทีหลังเป็นผู้ชนะไม่ใช่หรือ แล้วเหตุใด...?”

ไม่รอให้ผู้คนขบคิดนานนัก หวงโฮ่วทรงตรัสออกมาด้วยสุรเสียงกังวานใส “หมากกระดานนี้ เมื่อคำนึงถึงแต้มต่อแล้ว คุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงเฉือนชนะไปได้ครึ่งแต้ม”

บังเกิดเสียงฮือฮาขึ้นรอบด้านทันที

ทว่าหวงโฮ่วกลับไม่ใส่พระทัยสักนิด ทรงตรัสต่อไป

“เมื่อผลเป็นเช่นนี้ โดยปกติแล้วย่อมต้องกล่าวว่าคุณหนูสามจากจวนเฉินกั๋วกงเป็นฝ่ายชนะ ทว่าคุณหนูสามเป็นผู้เริ่มเดินหมากกระดานนี้ก่อนดังที่คณะกรรมการกึ่งหนึ่งได้ทัดทาน จะอย่างไรก็นับว่าคุณหนูสามได้เปรียบอยู่ก้าวหนึ่ง อีกทั้งคุณหนูทั้งสองประมือสูสีเป็นอย่างยิ่ง หมากของทั้งคู่ทั้งเดินเกมและแก้เกมกันพัวพัน มองแล้วชวนให้นึกถึงหยินและหยางอันสมดุลย์ ที่แม้เป็นขั้วตรงข้ามคอยขัดขวางกัน แต่ในภาพรวมกลับดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้...หากไม่ใช่ว่าทั้งสองฝ่ายเป็นคู่มือที่มีฝีมือทัดเทียมกัน ทั้งยังอ่านออกว่าอีกฝ่ายคิดสิ่งใดอยู่ในใจ คุณหนูทั้งสองที่ไหนเลยจะสามารถประมือดุเดือดพัวพันจนสามารถสร้างกระดานหมากที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ออกมาได้...เว้นก็แต่ว่าหมากกระดานนี้เป็นเพียง ‘การแสดงอันรื่นเริง’ ที่ถูกตระเตรียมและซักซ้อมเอาไว้ล่วงหน้า”

หวงโฮ่วแย้มสรวล ก่อนกล่าวเสียงดังฟังชัด

“คุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงเก็บตัวในเรือนหลังตั้งแต่ยังเยาว์ เกือบสิบปีมานี้ ไม่ย่างเท้าออกนอกจวน ไม่พบปะผู้ใด คุณหนูสี่สกุลอู๋เองก็มักใช้เวลาอยู่ในสำนักศึกษา เดาว่าคนทั้งคู่ย่อมต้องไม่แม้แต่จะเคยได้พบหน้ากันมาก่อน มิหนำซ้ำการสุ่มเลือกคู่ประลองหมากกระดานในการแข่งขันรอบนี้ ก็กระทำอย่างโจ่งแจ้ง ทุกท่านในที่นี้ล้วนเห็นมากับตา ดังนั้น...ข้อที่ว่าแท้จริงแล้วพวกนางลักลอบจับมือกันตระเตรียมหมากกระดานนี้เอาไว้ล่วงหน้าเพื่อใช้อวดความสามารถ เรียกร้องความสนใจจากผู้คน ย่อมไม่มีทางเป็นไปได้...”

หวงโฮ่วผายพระหัตถ์ไปยังลานประชันขันแข่งเบื้องพระพักตร์ พลางกล่าวต่อไป

“การประชันขันแข่งในเทศกาลชมบุปผา แรกเริ่มเดิมทีก็มีจุดประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้เหล่าสตรีที่มีความสามารถได้แสดงฝีมือและเพื่อเชิดชูเหล่าสตรีที่มีความสามารถดังที่ว่าให้เป็นเยี่ยงอย่างของสตรีรุ่นต่อๆ ไปของเทียนจินเรา ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ว่านี้ การจะให้ตัดยอดฝีมืออย่างคุณหนูสี่จากจวนสกุลอู๋ซึ่งมีฝีมือทัดเทียมกับคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงออกจากการประชันขันแข่งชิงตำแหน่งโฉมงามยอดเมธี ย่อมนับว่าไม่เหมาะและไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง ข้า ในฐานะผู้เป็นประธานในการจัดงานประชันขันแข่งครั้งนี้ จึงขอตัดสินให้คุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงและคุณหนูสี่สกุลอู๋เสมอกัน ผ่านเข้ารอบต่อไปด้วยกันทั้งคู่”

เฉินเซียงหรงและอู๋ชิงชิงดีใจจนระงับความรู้สึกเอาไว้ไม่อยู่ ถึงกับขยับเข้าจับมือกันและกันด้วยความยินดี ต่างคนต่างแย้มยิ้มให้กัน งดงามเฉิดฉัน

“คุณหนูสี่ หมากกระดานเมื่อครู่— ”

เซียงหรงเพิ่งจะพูดได้ไม่กี่คำ อู๋ชิงชิงก็ขัดขึ้นทันที

“พี่ชิงชิง” อู๋ชิงชิงจ้องลึกลงในดวงตากระจ่างใสของเซียงหรง กล่าวอย่างหนักแน่น จริงใจ “ต่อไปเจ้าสามารถเรียกข้าว่าพี่ชิงชิง ข้าก็จะเห็นเจ้าเป็นน้องสาวคนหนึ่ง น้องเซียงหรง...ที่คู่มือในวันนี้ของข้าเป็นเจ้า ข้าดีใจมากจริงๆ”

เซียงหรงไม่เคยคบค้าสมาคมกับคนนอกครอบครัวมาก่อน คุณหนูสี่สกุลอู๋นับว่าเป็นสตรีจากนอกตระกูลคนแรกที่หยิบยื่นไมตรีมาให้ นางจึงดีใจเป็นอย่างมาก

“พี่ชิงชิง” เซียงหรงเรียกตามอย่างว่าง่าย

ในที่สุดนางก็มีสหายนอกตระกูลดังเช่นพี่หญิงน้องหญิงและพี่ชายน้องชายของตนเองแล้ว!

이 책을 계속 무료로 읽어보세요.
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 48

    พ่อค้าและชาวเมือง ณ บริเวณนั้นต่างพากันส่ายหน้า เอือมระอา ผินหน้ากลับจ้องมองเหล่าสาวงามสบัดพู่กันตวัดวาดภาพอันงดงามเลิศล้ำ ไม่คิดต่อปากต่อคำกับคนถูกศรรักปักลึกจนหน้ามืดตามัว ให้เสียเวลาดูชมเหล่าสาวงามเลื่องชื่อของแผ่นดินเทียนจิน อวดความสามารถที่ฝึกฝนกันมาตั้งแต่ยังเยาว์ผู้ที่ตวัดพู่กันวาดภาพได้รวดเร็ว ดูชมแล้วพาให้ตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุด คือคุณหนูรองจากจวนเฉินกั๋วกง เฉินเหม่ยลี่ รองลงมาคือท่านหญิงเทียนจูที่ถูกจัดให้ยืนวาดภาพอยู่ข้างเคียงกันหญิงงามคู่นี้ยิ่งวาดภาพก็ยิ่งตวัดพู่กันรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังประชันความเร็วกันอย่างไรอย่างนั้น ทำเอาคุณหนูใหญ่จากจวนเฉินกั๋วกง เฉินชิวเยว่ และคุณหนูสี่จากจวนสกุลอู๋ อู๋ชิงชิง ที่ถูกจัดให้ยืนวาดภาพอยู่ถัดจากคุณหนูรองจวนเฉินกั๋วกงและท่านหญิงเทียนจูตามลำดับ กลายเป็นว่าตวัดพู่กันวาดภาพได้อย่างเอื่อยเฉื่อย เชื่องช้า ทั้งอย่างนั้นก็ยังให้ความรู้สึกว่าคุณหนูทั้งสองต่างเป็นผู้สุขุมและใจเย็นเป็นอย่างยิ่งเหนือสิ่งอื่นใด ภาพวาดของยอดหญิงงามทั้งสี่ ล้วนงดงามยิ่งนอกจากคุณหนูทั้งสามและท่านหญิงเทียนจูแล้ว สี่สหายผู้รู้ใจจาก

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 47

    เซียงหรงเงยหน้าขึ้นมองพระพักตร์ที่ประดับเอาไว้ด้วยรอยยิ้มที่ให้ความรู้สึกว่าน่าเคารพและเกรงขามมากกว่าอย่างอื่นของหวงโฮ่วอย่างลืมตัว หวงโฮ่วเองก็บังเอิญจ้องมองมาที่นางเช่นกันเซียงหรงตกใจจนทำตัวไม่ถูก สุดท้ายคนมีท่าไม้ตายเดียวอย่างการแย้มรอยยิ้มอย่างนางก็แย้มยิ้มเซียงหรงไม่ทันรู้ตัว ว่ารอยยิ้มนั้นทำให้หวงโฮ่วถึงกับทรงชะงักไปรอยยิ้มเช่นนี้...ราวกับจะล่มบ้านล่มเมืองได้เลยทีเดียว...ชั่วขณะนั้น หวงโฮ่วผู้ยังทรงมีพระสิริโฉมงดงามอ่อนเยาว์เองก็แย้มยิ้ม“คุณหนู...เชิญ”เสียงนางกำนัลข้างกายเรียกให้เซียงหรงได้สติ นางรีบยอบกายถวายพระพรให้หวงโฮ่ว ก่อนหันหน้ากลับมาหานางกำนัลนางกำนัลที่คล้ายได้รับหน้าที่ให้ดูแลนาง ผายมือบอกทางอย่างรู้หน้าที่ เมื่อเซียงหรงมองตาม ก็เห็นว่าเหล่านางกำนัลที่ถูกยืมตัวมาช่วยงานในครั้งนี้ได้ตระเตรียมทั้งกระดาษ พู่กัน และ และข้าวของอื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้เอาไว้ให้แล้วของที่จัดเตรียมไว้ให้เหล่านี้ ก็เหมือนกับของที่คนอื่นๆ ได้รับทุกอย่างเซียงหรงเข้าใจได้ในทันที...นี่คงเป็นความเป็

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 46

    เพราะทนแบกรับความอัปยศอดสูที่ยังไม่อาจกระทำสิ่งใดได้ไม่ไหว บิดาอย่างเขาจึงได้แต่ใช้การงานและสุรา มอมเมาให้ตนเองสามารถใช้ชีวิตผ่านมาได้เนิ่นนานถึงเพียงนี้...นึกไม่ถึงว่าผ่านไปเพียงชั่วอึดใจเดียว บุตรสาวคนสำคัญที่กลายเป็นว่าถูกบิดาอย่างตนทั้งละเลย ทั้งกักขังเอาไว้ในจวน ก็เติบใหญ่ขึ้นมาเป็นหญิงงามที่ส่องประกายเจิดจ้าถึงเพียงนี้แล้วหากเช้าวันนี้บุตรชายคนโตไม่ได้บุกเข้ามาปลุกถึงในเรือนนอน กล่าวว่าน้องสามของตนนั่งรถม้าออกจากจวนมากับอนุภรรยาที่ยามนี้ยิ่งใหญ่คับจวน กำลังจะเข้าประชันขันแข่งชิงตำแหน่งโฉมงามยอดเมธี บิดาอย่างเขาก็คงยังมัวมอมเมาตนเองด้วยการงานและสุรา คงมิได้เรียกให้บ่าวรับใช้ไปนำน้ำแกงสร่างเมามาให้ จากนั้นก็เร่งชำระล้างร่างกาย แต่งเนื้อแต่งตัว ตามบุตรสาวที่น่าสงสารเข้าสู่สำนักศึกษาที่ตนไม่แม้แต่จะส่งนางเข้ามาศึกษาเล่าเรียนแห่งนี้ ถูกแล้ว...ทั้งหมดก็เพราะบิดาที่ไร้ความสามารถอย่างเขา เป็นห่วงเกินกว่าจะปล่อยให้บุตรสาวคนสำคัญนั่งรถม้าออกมากับอนุภรรยาของตนและบุตรสาวอีกสองคนที่ล้วนเกิดจากเหล่าอนุ โดยไม่ติดตามมาดูนางด้วยสองตาของตนเองสักหน่อย อย่างน้อยบิดาไร้ความสามารถเช่นเขาก็อ

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 45

    การแข่งขันในรอบที่สาม ล้วนเป็นที่รู้กันว่าเป็นการแข่งขันวาดภาพ เหล่าสาวงามผู้ผ่านเข้าสู่รอบที่สามต่างตื่นเต้น ลุ้นระทึก ปรารถนาจะได้เห็นหัวข้อของการแข่งขันในรอบที่สามกันโดยเร็วแม้แต่แรกจะไม่ได้นึกอยากประชันขันแข่งกับคนเหล่านี้ กระทั่งเซียงหรงเองก็ยังโดนบรรยากาศรอบๆ ตัว และสหายผู้พี่ที่ได้มาเพราะการประลองหมาก กระตุ้นให้พลอยอยากรู้อยากเห็น ตื่นตัวตามไปด้วยอีกราย พาให้รู้สึกสดชื่นแจ่มใส มีชีวิตชีวาเป็นอย่างยิ่งเฉินกั๋วกงที่นั่งอยู่ในที่นั่งของเหล่าขุนนางชั้นสูงมองตรงไปยังบุตรสาวคนที่สามด้วยแววตาเต็มตื้น ทั้งภูมิใจและเสียใจในคราวเดียวกันผู้คนข้างนอกต่างกล่าวกันว่าบิดาเช่นเขาโมโหโกรธาและรู้สึกอับอายขายหน้า ที่บุตรสาวซึ่งเกิดจากภรรยาเอกกลับเกิดเรื่องอื้อฉาวคาวคลุ้งเช่นนั้น จึงกักขังบุตรสาวที่ไม่อาจออกหน้าออกตาของตนเอาไว้ในเรือนหลัง...แท้ที่จริงแล้ว บิดาอย่างเขาก็แค่สะเทือนใจและรู้สึกผิดต่อภรรยาที่ตายจากไป จนไม่อาจฝืนทนมองใบหน้าที่เหมือนกับผู้หญิงเพียงคนเดียวที่ตนรักราวถอดแบบกันมาของบุตรสาวคนนี้ได้ และได้แต่สำนึกเสียใจอยู่ตลอดเวลา คิดอยู่เสมอว่า หากบิดาไร้ความสามารถเช่นตนไม่ปล่อยให้บุตรสา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 44

    หลังการแข่งขันในรอบที่สองสิ้นสุดลง เหล่าสาวงามผู้เข้าประชันขันแข่งชิงตำแหน่งโฉมงามยอดเมธีก็ถูกตัดออกกึ่งหนึ่ง ทำให้ยามนี้เหลือสาวงามอยู่ราวยี่สิบกว่าคน...จำนวนยี่สิบกว่าคนที่ว่านี้ นับว่าเยอะกว่าปีก่อนๆ ไม่เบาโดยมากแล้ว เมื่อการแข่งขันรอบที่สองสิ้นสุดลง จะคงเหลือสาวงามเพียงสิบกว่าคนเท่านั้น การที่ในปีนี้มีสาวงามผ่านเข้ามาถึงรอบที่สามมากมายถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่าสมควรกล่าวว่าคุณธรรมความสามารถของเหล่าสตรีเทียนจินเรา พุ่งสูงขึ้นกว่าปีก่อนๆ หน้านี้ไม่น้อย หรือคำถามที่ใช้คัดสาวงามส่วนหนึ่งออกไปในรอบแรกเป็นคำถามที่ตอบได้ง่ายเกินไปกันแน่…ก็กระทั่งคุณหนูสามจวนเฉินกั๋วกงที่ไม่เคยเข้ารับการศึกษาจากสำนักศึกษาชื่อดังใด ก็ยังสามารถตอบคำถามได้ถูกต้องจนผ่านเข้ารอบมาได้นี่นา...ต่างคนก็ต่างใจ เหล่าพ่อค้าและชาวเมืองซึ่งนั่งชมอยู่บนที่นั่งรอบๆ ลานต่างก็มีความคิดเป็นของตนเองทั้งนั้น เฉินชิวเยว่เองก็เช่นกันเฉินชิวเยว่ในยามนี้ กำพัดในมือแน่นจนข้อนิ้วยิ่งกว่าซีดขาว ยิ่งเห็นว่าน้องสาวสารเลวสมควรตายของตน กำลังนั่งจิบน้ำชาชิมขนม หัวร่อต่อกระซิกอยู่กับอู๋ชิงชิงที่เป็นเหมือนคู่แข่งตลอดกาลของตน ในใจคุณหนูใหญ่จวน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 43

    อู๋ชิงชิงกุมมือเซียงหรงแน่นขึ้น กล่าวเสียงใส “น้ำใจของน้องเซียงหรงในครั้งนี้ พี่หญิงอย่างข้าจะไม่มีวันลืม” นางก็มีชื่อเสียงหน้าตาของทั้งตนเองและวงศ์ตระกูลให้ต้องรักษาเช่นกัน ผลการแข่งขันออกมาว่าเสมอ ไม่ต้องตกรอบไปตั้งแต่ในรอบที่สองเช่นนี้ นับว่าส่งผลดีต่อนางมาก มากจริงๆเซียงหรงเห็นอีกฝ่ายคล้ายไม่ติดใจอะไรแล้ว ก็บีบมืออีกฝ่ายกลับเบาๆ กล่าวเสียงนุ่ม“พี่ซู่ซินของข้าทำขนมอร่อยเป็นที่สุด เพราะวันนี้พี่ซู่ซินกลัวว่าข้าจะหิว จึงได้ทำขนมเตรียมเอาไว้ให้ข้าเสียมากมาย ไหนๆ พวกเราก็ยังต้องรอผู้อื่นประชันหมากกันอีกอย่างน้อยๆ ก็สองเค่อยามเห็นจะได้ ไม่สู้ไปนั่งจิบน้ำชากินขนมสนทนากันยังดีกว่า ข้า...ข้ามีเรื่องมากมายเกี่ยวกับท่านแม่ที่อยากสอบถามพี่ชิงชิง เอ่อ...ไม่ทราบว่า...”อู๋ชิงชิงตอบโดยไม่แม้แต่จะหยุดคิด “เอาสิ แม่นมของข้าเองก็ชงชาได้ดีมากเช่นกัน อีกทั้งจวนสกุลอู๋เองก็เพิ่งจะได้ชาดีมาจากแดนไกล ก็อย่ากระนั้นเลย พวกเราไปร่วมจิบน้ำชาชิมขนม สนทนากันรอคนอื่นๆ ประลองหมากที่ห้องรับรองของพวกเราเหล่าผู้เข้าแข่งขันกันเถอะ”ท้ายที่สุด คุณหน

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 책을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 책을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status