Share

บทที่ 141

Penulis: Karawek House
last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-18 16:19:39

“หากข้ามีเพียงนางผู้เดียว ตลอดชีวิตนี้ ไม่รับอนุ ไม่รับภรรยารอง ไม่มีสาวใช้ห้องข้าง ท่านจะไว้ใจให้ข้าดูแลนางหรือไม่ ท่านจะยอมให้ข้ารักนาง ทะนุถนอมนางไว้บนฝ่ามือเพียงผู้เดียวตลอดชีวิตข้าหรือไม่”

สายตาที่เคยดุกร้าวของ ‘พี่ภรรยา’ อ่อนลงเล็กน้อย

เฉินจิ้งอี้ถอนหายใจยาว ก่อนมองหลี่จือหลินอย่างพินิจพิเคราะห์

“เจ้าพูดจริงหรือ?”

หลี่จือหลินพยักหน้า เอ่ยอย่างหนักแน่นจริงจัง “คำพูดของข้าคือคำสัตย์ ตำแหน่งฟูเหรินของจวิ้นหวังจ๋างจื่อมีไว้เพื่อนางผู้เดียว เรือนหลังของข้า ชีวิตของข้า ก็จะมีนางเพียงผู้เดียวเช่นกัน”

คุณชายใหญ่เฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้าๆ “ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าก็วางใจได้บ้าง แต่เจ้าจงจำไว้ให้ดี หากวันใดเจ้าทำให้นางต้องเสียน้ำตา ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่!”

หลี่จือหลินยิ้มบางๆ ยกมือขึ้นประสานคารวะ “ขอบคุณพี่ภรรยาสำหรับความไว้ใจ ข้าจะไม่มีวันทำให้นางเสียใจเด็ดขาด”

เฉินจิ้งอี้มองเขาอีกครั้งอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก ก่อนจะถอนหายใจยาวแล้วบ่นพึมพำ “ข้าชักสงสารน้องสาวข้าขึ้นมาจริงๆ แล้ว ที่ต้องมาเจอคนอย่างเจ้า... เอาเถอะ พักผ่อนเสีย ป่านนี้ท่านพ่อคงซักฟอกน้องสาวข้าจนขาวสะอาดไปแล้ว...”

หลี่จือหลินหัวเราะเบาๆ ขณะที่เฉินจิ้งอี้เดินออกมาจากห้อง สั่งให้บ่าวไพร่เตรียมชุดและอ่างอาบน้ำให้อีกฝ่ายเพื่อชำระล้างร่างกายผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า

กระทั่งล่วงออกมาไม่มีผู้ใดแล้ว ใบหน้าเคร่งขรึมของเฉินจิ้งอี้จึงค่อยคลี่ยิ้มอย่างพึงใจ

สถานการณ์ของหลี่จือหลินนับว่าผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่สถานการณ์ของเซียงหรงกลับไม่ได้ดีเช่นนั้น ในห้องหนังสือของจวนราชการ เฉินกั๋วกงนั่งตัวตรงอยู่หลังโต๊ะไม้สลักลวดลายละเอียดยิบ ท่าทางสง่างามที่ปกติทำให้คนรอบข้างเกรงขาม บัดนี้กลับดูอ่อนโยนลงเมื่อมองลูกสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

เซียงหรงย่อกายอย่างสุภาพก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้สำหรับแขก ใบหน้าของนางมีร่องรอยลังเลเหมือนต้องการพูดบางสิ่ง แต่ไม่รู้ว่าสมควรเริ่มอย่างไร

“เซียงหรง บอกพ่อมาเถิด เกิดอะไรขึ้นกันแน่”

จ๋างจื่อตำหนักจวิ้นหวังบอกว่าบุตรสาวของเขาออกไปไหว้พระที่วัดถานฝอแล้วพลัดตกหน้าผา หากเรื่องมีเพียงเท่านั้นย่อมมองได้ว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่การพลัดตกหน้าผาแล้วไม่ยอมกลับไปรักษาตัวที่จวนกั๋วกง ทว่าเลือกที่จะดั้นด้นมาหาเขาถึงที่นี่...

...เห็นทีจะไม่ใช่อุบัติเหตุอย่างแน่นอน

เฉินกั๋วกงถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเสียงนุ่มนวล “เจ้าเดินทางมาไกลถึงเพียงนี้ มีสิ่งใดเกิดขึ้นใช่หรือไม่ บอกพ่อมาเถิด”

เซียงหรงสูดลมหายใจลึกก่อนเงยหน้าขึ้นตอบ “ท่านพ่อ...มีเรื่องที่ลูกต้องบอกให้ท่านทราบเจ้าค่ะ”

น้ำเสียงของนางเคร่งขรึมทว่าดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย...เกิดเรื่องใดขึ้นกันแน่ เฉินกั๋วกงพลันรู้สึกอึดอัด สังหรณ์ใจไม่ดี “ว่ามาเถิด พ่อจะฟัง”

เซียงหรงเล่าเรื่องราวทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา นับตั้งแต่จู่ๆ เฉินจิ้งเสียนก็ถูกทางสำนักศึกษารั้งตัวไว้ อนุหานที่ประจวบเหมาะป่วยหนักเจียนสิ้นใจในยามนั้น รวมถึงการที่อนุหานจัดให้นางและเฉินจื้อเฉิงเดินทางไปด้วยกันเพียงลำพังโดยพยายามรั้งให้ออกจากจวนในช่วงสาย เพื่อจะได้ไปถึงวัดถานฝอยามบ่ายคล้อย และจำต้องค้างคืนบนนั้น

ความผิดปกติที่นางซึ่งเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ แต่กลับมีเพียงสาวใช้ส่วนตัวและองครักษ์ส่วนตัวจากตำหนักจวิ้นหวังติดตามไปด้วยเท่านั้น และพี่ชายรองอย่างเฉินจื้อเฉิงที่จู่ๆ ก็เกิดควบคุมตนเองไม่ได้ พยายามกระทำเรื่องบัดสีกับนาง...อีกทั้ง...เรื่องนักฆ่าของอนุหานที่หลี่จือหลินเคยกล่าวถึง...

เฉินเซียงหรงคิดแล้วคิดเล่า นางพยายามคิดในแง่ดีที่สุดแล้ว แต่สุดท้ายความเป็นจริงที่วางแผ่ตรงหน้ากลับไม่อนุญาตให้นางซ่อนตนเองในม่านแห่ง ‘มุมมองในแง่ดี’ ได้อีกต่อไป

อนุหานตั้งใจจะให้พี่ชายต่างมารดาล่วงเกินนาง เฉินจื้อเฉิงที่เป็นพี่ชายรอง...แม้จะมีสายเลือดเดียวกันเพียงครึ่งก็ตาม อาจโดนวางยาบางอย่างทั้งยังเมามายทำให้ขาดความยับยั้งชั่งใจ ทว่ายังมีสติพอจะสั่งให้บ่าวรับใช้ของตนคอยจับตัวนางไว้ไม่ให้หลบหนีไปไหนได้ ในขณะที่ซู่ซินที่แท้จริงแล้วเป็นเพียงสาวใช้ กลับเอาตัวเองเข้าขวาง ช่วยให้นางหนีรอดมาได้

“...ลูกหลบหนีคนของพี่ชายรองไปจนถึงหน้าผา คนเหล่านั้นเองก็คิดร้ายเช่นกัน...ยามนั้นจวนตัวนัก ลูกจึงตัดสินใจกระโดดหน้าผา...จะอย่างไรข้างล่างก็มีแม่น้ำ จึงคิดว่าอาจยังพอมีทางรอดเจ้าค่ะ ตอนนั้นโชคดีนัก จวิ้นหวังจ๋างจื่อไม่ห่วงพะวงสิ่งใด ทิ้งตัวตามลงมาช่วยลูกไว้...”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 161

    “แน่นอน ใครจะดีใจที่เจ้าบ่าวเมามายเสียหมดสภาพทั้งที่เป็นวันเข้าหอวันแรกเล่า” องค์ชายสามยืนยันหนักแน่น สองมือประคองเจ้าบ่าวมุ่งหน้าไปทางห้องพักแขก หางตาก็คอยเหลือบมองเฉินเหม่ยลี่เป็นระยะเมื่อเห็นชายกระโปรงสีอ่อนของเฉินเหม่ยลี่ รู้ว่านางยังคงลอบเดินตามมาห่างๆ และคิดว่าเขามองไม่เห็น องค์ชายสามหลี่เจี๋ยก็ได้แต่นึกขันในอกโง่เง่ายิ่งนัก!สตรีผู้นี้โง่เง่าถึงเพียงนี้ได้อย่างไรนะ...นางไม่คิดหรืออย่างไรว่าหูตาของตำหนักจวิ้นหวังมีมากมายเพียงใด เป็นเพียงลูกอนุที่ตระกูลมารดากำลังตกต่ำย่ำแย่ผู้หนึ่งของจวนกั๋วกง กลับต้องการเข้าหาจ๋างจื่อของตำหนักจวิ้นหวังในวันสมรส ใช่รนหาที่ตายหรือไม่?แต่ช่างเถิด... หลี่เจี๋ยลอบยิ้มกับตนเองในเมื่อนางกับเขาต่างก็มี ‘เป้าหมายเดียวกัน’ อำนวยความสะดวกให้นางสักหน่อยจะเป็นไร…องค์ชายสามค่อยๆ พาหลี่จือหลินเข้าไปนั่งพักบนตั่งในห้องพักแขก อันที่จริงเขาก็อยากจะส่งให้ถึงเตียงอยู่หรอก แต่จ๋างจื่อผู้นี้ไม่รู้ว่ากินอะไรเข้าไป รูปร่างก็ไม่ได้อวบอ้วน แต่กลับตัวหนักนัก!“พี่จือหลินนอนพักรอน้ำแกงสร่างเมาอยู่ที่นี่สักเดี๋ยวก็แล้วกัน”เห็นเจ้าบ่าวหมาดๆ พยักหน้าอย่างว่าง่าย องค์ชาย

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 160

    องค์ชายสามรีบปราดเข้ามาประคองเจ้าบ่าวหมาดๆ เอาไว้ น้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยนยิ่ง“ให้ข้าได้ประคองพี่จือหลินไปส่งเถอะ” หลี่เจี๋ยประคองร่างสูงโปร่งของหลี่จือหลินเอาไว้แล้วเดินออกจากห้องโถงไปตามทางเดิน ก่อนจะออกจากห้องก็หันหน้าไปหาบ่าวคนสนิทของตนแวบหนึ่ง ครั้นเห็นว่าเขาพยักหน้าแล้วหายไปในฝูงชนก็ประคองหลี่จือหลิน ออกเดินไปอย่างช้าๆ ไปตามทางเดินที่ทอดอยู่ในสวนอันเงียบสงบ ทางเดินในสวนยามนี้ล้วนตกแต่งด้วยเสาโคมไฟที่แขวนโคมแดงเอาไว้ ดูงดงามเป็นสิริมงคลเป็นอย่างยิ่ง “พี่จือหลินจากไปสนามรบไม่ได้กลับมาเมืองหลวงบ้างเลย ข้าเองอยากสนิทสนมกับพี่จือหลินมานานแล้ว” องค์ชายสาม หลี่เจี๋ย เอ่ยปากอย่างเชื่องช้า พลางหัวเราะในลำคอ “วันนี้ถือว่าสบโอกาส ขอข้าทำหน้าที่น้องชายอารักขาพี่จือหลินไปที่ห้องหอ ระหว่างทางเราจะได้คุยกันให้มากหน่อย” แม้ว่าใบหน้าจะแย้มยิ้ม ทว่าในใจหลี่เจี๋ยกลับคั่งแค้นเหลือจะกล่าวเดิมเขาเองควรจะได้ตบแต่งกับโฉมงามยอดเมธีในปีนี้...เฉินเซียงหรงช่างงดงามและเปี่ยมด้วยความสามารถชวนให้ผู้อื่นชื่นชมยิ่งนัก ทว่านางกลับมีเจ้าของอยู่ก่อนแล้ว เสด็จแม่ของเขา

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 159

    เซียงหรงถูกพาไปนั่งบนเตียงที่ปูผ้าคลุมสีแดงปักลายยวนยาง ตอนนั้นเองที่จวิ้นหวังเฟยเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า พร้อมบุตรชายที่ยามนี้ทุกคนในตำหนักได้เห็นแล้วว่าจ๋างจื่อของพวกตนช่างยิ้มได้งดงามนัก จวิ้นหวังเฟยรับจานเกี๊ยวมาจากแม่สื่อ ก่อนคีบป้อนสะใภ้หมาดๆ ของตนเองผ่านผ้าคลุมหน้า เซียงหรงได้แต่อ้าปากรับ ก่อนจะเคี้ยวแล้วเบิกตาโพลง …คายออกได้หรือไม่ มันยังดิบอยู่เลย... จวิ้นหวังเฟยหัวเราะเบาๆ ก่อนถาม “ดิบหรือไม่” เซียงหรงไม่กล้าเบ้ปาก ได้แต่พยักหน้าเบาๆ “ดิบเจ้าค่ะ” “ดีแล้ว ดิบก็ดีแล้ว” สตรีที่แต่งงานแล้วทุกคนในที่นั้นหัวเราะเสียงใส ก่อนที่พระชายาจะวางเกี๊ยวกลับไปให้กับแม่สื่อ “เอาล่ะ พักผ่อนเถิด จือหลิน เจ้ายังคงต้องไปรับแขกอยู่นะ” “ขอรับท่านแม่” เขาพยักหน้า รอจนกระทั่งมารดาและคนอื่นๆ เดินออกไป หลี่จือหลินจึงหันกลับมาหาเจ้าสาวของตนเองอีกครั้ง พลางยกน้ำชาให้นางอย่างเอาใจ “ค่อยๆ ดื่ม อาหารเหล่านี้เจ้ากินได้ทั้งหมดเลย ไม่ต้องรอข้ากลับมาหรอก หากง่วงก็นอนก่อนเสีย” “…เกี๊ยวเมื่อครู่ไม่เห็นอร่อยสักน

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 158

    เฉินเหม่ยลี่กับเฉินชิวเยว่ ผู้หนึ่งเตรียมตัวก่อเรื่อง ผู้หนึ่งหวังชมเรื่องสนุก ต่างฝ่ายต่างแย้มยิ้มให้กันขณะนั่งร่วมเกี้ยวเล็กๆ ตามเกี้ยวเจ้าสาวแปดคนหาม ดูรักใคร่กลมเกลียวเป็นอย่างมาก จนเฉินเหม่ยเซียงและเฉินหมิงเยว่อดตะขิดตะขวงใจแทนไม่ได้ขบวนแห่เจ้าสาวครั้งนี้ยาวเหยียด มีผู้คนมาโห่ร้องยินดีมากมาย ส่วนหนึ่งเพราะต้องการเห็นขบวนสินเดิมเจ้าสาวที่กล่าวกันว่ายาวหลายลี้ อีกส่วนหนึ่งก็เพราะพ่อบ้านของตำหนักจวิ้นหวังช่างมือหนัก โปรยเหรียญมงคลให้กับผู้ที่อำนวยพรคู่บ่าวสาวไม่หยุดหย่อนเพียงพริบตาเดียว ทั่วทั้งถนนก็เต็มไปด้วยคำอวยพรยินดี มาถึงตรงนี้ เหล่าบุตรสาวสกุลเฉินในเกี้ยวต่างสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความหงุดหงิด ดวงตาฉายแววริษยาอย่างไม่อาจปิดบัง แม้เฉินชิวเยว่เองจะไม่ได้รู้สึกว่าตนเองด้อยไปกว่าเฉินเซียงหรงที่ใด ซ้ำคู่ครองในอนาคตของนาง ก็ยังเป็นถึงผู้สูงศักดิ์ที่จ๋างจื่อตำหนักจวิ้นหวังอย่างหลี่จือหลินเทียบไม่ติด แต่นางกลับอดสงสัยไม่ได้เลยว่าองค์ชายสามจะทุ่มเทให้กับนาง ดังเช่นที่จวิ้นหวังจ๋างจื่อทำให้น้องสามสารเลวสมควรตายหรือไม่ ไม่ต้องพูดถึงเฉินเหม่ยลี่ ที่ยามนี้ผ้าเช็ดหน้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 157

    เซียงหรงเม้มปากแน่น แต่นางถอยหลังไม่ได้แล้ว มีแต่ต้องเดินหน้าเท่านั้นแม้ว่าเทียนจินในยามนี้จะมิได้เคร่งครัดในเรื่องการยกอนุขึ้นเป็นภรรยาเอกเช่นรัชสมัยอื่นๆ แต่ว่านางก็หวังไม่ให้บิดาดำเนินไปในทางผิดมากกว่านี้...อนุหานไม่ใช่คนที่จะสามารถเป็นหน้าเป็นตาให้กับจวนกั๋วกงได้จริงๆเซียงหรงตามองจมูก จมูกมองใจ [1]นางได้ยินเสียงบิดาพูดอวยพร ทว่ากลับฟังไม่รู้ความแล้วสักคำนางไร้มารดา จึงมีเพียงแต่ป้ายวิญญาณเท่านั้นที่นางเคารพกราบไหว้แม้ว่าอนุหานจะนั่งอยู่ด้านข้างเฉินกั๋วกง สวมชุดสีเดียวกับอาทิตย์อัสดงที่เกือบคล้ายสีแดงสด ทว่าอนุผู้หนึ่งก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับการคารวะจากคุณหนูสายตรงเช่นนางกว่าที่เซียงหรงจะรู้ตัวอีกที ก็ถูกพี่ชายใหญ่แบกขึ้นหลัง พาเดินออกจากจวนกั๋วกงทีละก้าวๆ ด้วยฝีเท้ามั่นคงชั่วอึดใจนั้น ร่างบอบบางซบลงบนแผ่นหลังกว้างของพี่ชาย นางจับเสื้อเขาเอาไว้แน่น น้ำตาร้อนๆ ไหลออกมาทีละหยดตกต้องบ่าของคุณชายใหญ่แห่งจวนเฉินกั๋วกง“จำไว้ หรงเอ๋อร์ เจ้ากลับมาที่นี่ได้เสมอ” พี่ชายนาง เฉินจิ้งอี้ พูดเสียงทุ้มต่ำ “อย่าได้กลัว อย่าได้กังวล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จวนเฉินกั๋วกงและพี่ใหญ่จะยืนเคียงข้า

  • ภรรยาห้าอีแปะ   บทที่ 156

    อนุหาน หานชิงเยว่ รีบฉวยโอกาสขณะเฉินกั๋วกงกำลังรับคำแสดงความยินดีจากอดีตเสนาบดีสวีผู้มีศักดิ์เป็นปู่ของสวีหวงโฮ่ว ซึ่งกำลังจะเกี่ยวดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน และท่านปู่กับท่านลุงของนาง มุ่งหน้าไปบอกกล่าวหว่านล้อมขออนุญาตให้ ‘บุตรสาว’ อีกสี่คนสามารถติดตามขบวนแห่เกี้ยวเจ้าสาวไปส่งตัวพี่หญิงน้องหญิงของตนออกเรือนได้ ขณะที่ด้านนอกเริ่มมีเสียงเอะอะ เสียงหัวเราะเฮฮาประสมกันเมื่อพี่ชายน้องชายของเจ้าสาวทดสอบว่าที่ท่านเขยของตนเองด้วยปัญหาเชาว์เซียงหรงได้ยินเสียงทุ้มนุ่มของหลี่จือหลินตอบคำถามแต่ละข้อจนครบ ร่ายบทกวีที่แต่งขึ้นสดๆ ร้อนๆ ต่อหน้าผู้ทดสอบและแขกเหรื่อที่มาร่วมงานคนอื่นๆเสียงของผู้คนมากมายเริ่มย้ายไปที่ห้องโถงบรรพบุรุษเมื่อหลี่จือหลิน ต้องคำนับบรรพบุรุษในจวนกั๋วกงเพื่อบอกกล่าวว่าเขาได้มารับเจ้าสาวสกุลเฉินแล้ว แล้วจึงกลับมารอเจ้าสาวของตนที่หน้าห้องโถงพิธี รอให้นางออกไปกราบไหว้บิดามารดาอีกครั้งแล้วจึงออกขบวนเซียงหรงรู้สึกเหมือนตนเองเป็นตุ๊กตาที่ได้แต่เคลื่อนไหวไปตามการจับจูงของผู้คน เริ่มจากฟูเหรินมงคล จากนั้นก็เป็นมือใหญ่ของหลี่จือหลินที่รอรับอยู่อย่างมั่นคง ก่อนที่เขาจะพานางไปกราบไหว้บิ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status