Home / โรแมนติก / ภรรยาเนื้อหอม / คุณแม่บ้านยังสาว (1)

Share

คุณแม่บ้านยังสาว (1)

last update publish date: 2026-07-17 16:10:51

หญิงสาววัยสามสิบ เจ้าของร่างอวบอัดเจ้าเนื้อ ด้วยน้ำหนักหกสิบกิโลกรัมและความสูงที่มีเพียงหนึ่งร้อยหกสิบห้า กำลังนั่งรอเพื่อนสนิทที่นัดไว้ด้วยการมองไปรอบ ๆ ดวงตากลมโตราวกับเด็กน้อยในวันวานซึมซับบรรยากาศของโรงพยาบาลด้วยรอยยิ้ม ชื่นชมคนที่อยู่ภายใต้ชุดพยาบาล และอิจฉาเหล่าคนที่อยู่ในชุดกาวน์ของหมอเป็นอย่างมาก

ในขณะที่ตัวเธอตอนนี้ใส่เพียงเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงยีนส์รัดรูปสีซีด แม้จะดูดีดูเก๋เมื่อข้าวของที่ใช้ล้วนแล้วแต่มีมูลค่าและเข้ากับเธอมาก แต่พู่กลิ่นก็ใช่ว่าจะพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี อย่างไรเธอก็ยังคิดถึงความฝันนั้น

“ฉันมีเวลาครึ่งชั่วโมง ต้องกินไปคุยไป” พู่กลิ่นได้ยินเสียงห้าวของเพื่อนสนิทดังขึ้น พร้อมกับที่มือของมันเอื้อมมาคว้าแขนเรียวของเธอให้ลุกขึ้น ก่อนกึ่งลากกึ่งจูงพากันก้าวเดินฉับ ๆ ไปยังโรงอาหารของโรงพยาบาล

“เมฆล่ะ”

“ไปสั่งข้าวรอแล้ว” คุณหมอสาวตอบกลับโดยไม่หันไปมองหน้าคนที่มารอด้วยซ้ำ

ไพลินพาเพื่อนสนิทสาวไปนั่งที่กลางโรงอาหาร โต๊ะที่มีร่างสูงใหญ่ของเมธัส... เพื่อนสนิทอีกคนนั่งรออยู่ ซึ่งบนโต๊ะที่ว่านั้นมีข้าวราดแกงจานด่วนของคุณหมอทั้งสองคนวางพร้อมสรรพ ทำเอาคนที่เคยชินกับการกินอาหารฝีมือตัวเองต้องทำหน้าหยีออกมา เม้มปากไปอีกเมื่อเพื่อนจ้วงเอาจ้วงเอา ตักกับข้าวปนกัน เช่น ไข่พะโล้ในน้ำแกงเขียวหวาน ไก่ในพะแนงกับคะน้าผัดน้ำมันหอย

“ดัดจริต มีผัวรวยเข้าหน่อยทำเป็นอี๋เหรอยะ” เมธัสถามขึ้นมาทันทีที่เห็นสีหน้าของเพื่อนรัก

“เปล่า ไม่ได้อี๋ แต่พวกแกค่อย ๆ กินก็ได้ มีเวลาตั้งครึ่งชั่วโมงจะรีบทำไม”

“จะได้รีบคุยเรื่องของแกไง ทำไม วันนี้มีอะไร ทำไมถึงถ่อมาที่นี่ได้” เพราะไพลินรู้ว่าปกติแล้วพู่กลิ่นมักจะอยู่กับบ้านกับช่องกับร่องกับรอย เป็นเมียที่ดีแบบที่เพื่อนอยากให้รางวัล นาน ๆ ทีถึงจะออกมาหาเธอสองคนเสียหนึ่งครั้ง

ซึ่งแต่ละครั้งก็จะมาพร้อมกับความหนักอกหนักใจ ไม่ทะเลาะกับผัว ก็บ่นเรื่องแม่ผัว หรือไม่ก็เบื่อเพราะชีวิตคุณนายมันว่างเกิน

“จริง มีอะไรก็รีบเล่า”

ด้วยความที่มีเพื่อนสนิทเป็นหมอทั้งคู่ แถมยังอยู่โรงพยาบาลเดียวกัน มันทำให้พู่กลิ่นเกรงใจ ส่วนใหญ่เธอจึงมาหาทั้งคู่ในเวลาพักกลางวัน แต่ไอ้ครั้นจะออกไปเจอนอกเวลางานก็ทำไม่ได้ เพราะถึงตอนนั้นนางก็ต้องรีบกลับไปทำหน้าที่แม่บ้าน คอยเอาใจผัวที่แทบจะไม่เห็นนางอยู่ในสายตา

“แค่คิดถึง มาหาไม่ได้หรือไง” ซึ่งไม่มีครั้งไหนหรอกที่พู่กลิ่นจะยอมรับว่าตัวเองมีปัญหา

จนกว่าจะโดนไล่บี้ หรือไม่ก็โดนเพื่อนชายใจหญิงอย่างเมธัสด่า “ดัดจริตแล้วยังตอแหลอีกนะ มีอะไรก็ว่ามา”

พอโดนเข้าอย่างนั้นแหละ คุณนายพู่กลิ่นถึงได้ถอนหายใจออกมา หน้าตาที่ปั้นให้แช่มชื่นกลายเป็นเซ็งบ่อนทันที

“ก็โดนด่ามาละสิ” หญิงสาวบ่นด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ ระหว่างนั้นก็เอื้อมไปหยิบกระเป๋าอาหารของสามี หยิบกล่องของกินที่เตรียมไว้ขึ้นมาวาง “เสนอหน้าเอาไปให้ที่ทำงาน ก็เลยถูกตะเพิดออกมา”

“แหม นังนี่... ยังไม่เข็ดอีกนะ” เมธัสตอกย้ำทันที ปากว่าตาขยิบ... เพราะต่อให้เขาดุด่าพู่กลิ่นอย่างไร หรือต่อให้ของกินที่วางเรียงรายมันเป็นของเหลือของสามีมัน แต่มือก็ยังเอื้อมไปหยิบไปจิ้มทันทีที่พู่กลิ่นเปิดฝา

ซึ่งเห็นแล้วน่าเสียดายแทนชวินทร์นัก เพราะของแต่ละอย่างที่นังพู่เตรียมมามีแต่ของดี ๆ ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นผลหมากรากไม้ที่ปอกมาราวกับแกะสลัก แซนด์วิชไส้ทะลักที่จัดเรียงมาอย่างสวยงาม ของแต่ละอย่างถูกจัดมาในปริมาณที่เยอะมาก กลัวผัวไม่อิ่มละมั้ง แถมแต่ละอย่างก็กินง่ายกินคล่อง ตอบโจทย์ชายหนุ่มผู้ไม่มีเวลาได้เป็นอย่างดี

“ฉันก็แค่เป็นห่วง แกก็รู้ว่าผัวฉันประสาทจะตาย” อย่างชวินทร์น่ะกินข้าวที่โรงอาหารแบบนี้ไม่ได้หรอก เรื่องมากที่สุด โดยเฉพาะเรื่องการกินยิ่งแล้วใหญ่ “เชื่อไหม ว่าเมื่อเช้าเขาลืมจริง ๆ แต่พอฉันไปโผล่ที่บริษัทก็ทำเป็นโมโหกลบเกลื่อน”

“เชื่อ... นั่นแหละงานถนัดเขาละ” เรื่องโมโหเมียเนี่ย

ปกติพู่กลิ่นจะทำกับข้าวให้สามีไปกินที่ทำงานทุกวัน ไม่ใช่ว่าเธอขยันนะ แต่เขาน่ะประสาท... ไม่ชอบกินอาหารร่วมกับคนอื่น (ถ้าไม่จำเป็น) และยกเว้นกับคนที่บ้าน อาหารที่กินก็ต้องง่ายต่อการเข้าปาก แบบที่สามารถกินอยู่ในห้องทำงานได้ รวดเร็ว ไม่เลอะเทอะ ไม่ต้องวุ่นวาย แต่ทั้งหมดทั้งมวลต้องอยู่ภายใต้อิ่ม ดี มีประโยชน์ และอร่อยมาก

“แล้วอย่างนี้ไม่หิวตายแล้วเหรอนั่น” ระหว่างที่หยิบแซนด์วิชขึ้นมากัดกิน ไพลินก็เอ่ยถาม จากนั้นก็ทำหน้าตามีความสุขเมื่อได้ชิมรสมือของเพื่อนที่อร่อยเข้าขั้นเชฟเลยทีเดียว

“ถุงที่ใช้ทุกวันเขาก็หยิบไปอยู่หรอก แต่เห็นว่าจะกลับดึกไง ฉันเลยสะเออะทำเพิ่มให้... ซึ่งมันก็ปกตินะแก”

ปกติแล้วพู่กลิ่นจะเตรียมให้แค่มื้อกลางวันจุก ๆ และมีของกินเล่นเผื่อหิวอีกนิดหน่อย เช่น ขนมหรือไม่ก็ผลไม้ แต่ถ้าอีกวันต้องอยู่ดึก ชวินทร์ก็จะบอกล่วงหน้าเพื่อให้เธอได้เตรียมมื้อว่างเพิ่มเข้าไป ซึ่งเมื่อเช้าเพราะว่ารีบหรือลืมก็ไม่ทราบ ชายหนุ่มถึงเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับถุงข้าวกลางวันเพียงถุงเดียว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยาเนื้อหอม   ใบเสร็จ (4)

    “ได้จ้ะ เดี๋ยวจะบ่นให้หูยานเลย” พู่กลิ่นทำให้สาวหัวเราะคิกคักออกมาด้วยการทำน้ำเสียงจิกกัด แต่ทันทีที่สาวเดินจากไป คนเป็นนายก็ต้องถอนหายใจออกมา ใบหน้างามที่ยิ้มร่าหมองลง มือสั่นเล็กน้อยยามเมื่อพลิกใบเสร็จร้านอาหารที่อยู่ในมือขึ้นมาดูอันดับแรกคือตกใจที่ชวินทร์หมดไปเป็นหมื่น กินอะไรกันนักกันหนาถึงหมดไปขนาดนั้น? อันดับสองคือช็อกที่มันเป็นใบเสร็จของเมื่อวานตอนเย็น... ทั้งที่บอกเธอกับลูกว่าไปทำงาน แต่สามีกลับไปเสียเงินที่ร้านอาหารราคาแพง ในช่วงเวลาที่เธอกับลูกอยู่ด้วยกันพู่กลิ่นจำเป็นต้องสูดลมหายใจเข้าออกให้ลึกที่สุด เพื่อตั้งสติและบอกตัวเองว่าอย่าตีตนไปก่อนไข้เด็ดขาด มือเรียววางใบเสร็จจากปั๊มน้ำมันและร้านอาหารไว้ด้วยกัน จากนั้นก็เปิดเฟซบุ๊กของตัวเองขึ้นมา พิมพ์ชื่อร้านลงไปยังช่องค้นหา และก็เจอว่าเป็นร้านอาหารสุดหรูที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ใช่ร้านปิ้งย่าง หมูกระทะ อย่างที่ใจภาวนาให้เป็นอย่างนั้นทั้งที่ดูจากรายการอาหาร ก็รู้ว่าไม่ใช่หรอก แต่พู่กลิ่นก็พยายามหลอกตัวเอง เพราะปกติแล้วชวินทร์มักจะพาน้องในทีม ไม่ว่าจะเป็นทนายผู้ช่วยหรือฝ่ายดำเนินคดีไปเลี้ยงตามร้านอาหาร หลังจากที่ทำคดี

  • ภรรยาเนื้อหอม   ใบเสร็จ (3)

    หากทุกอย่างมันไม่ง่ายอย่างนั้นหรอก พอเอาเข้าจริงความเข้าใจที่ว่า... ก็ปะปนไปด้วยความหึงหวงอย่างที่ผัวเมียปกติเขามีกัน พู่กลิ่นคิดว่าตัวเองสามารถยอมรับมันได้ ถ้าหากว่าชวินทร์เลือกที่จะมีคนอื่นและเลิกรากับเธอไป แต่กว่าที่จะไปถึงจุดนั้น มันไม่ง่าย เพราะมันยากเหลือเกินที่จะห้ามไม่ให้ตัวเองรู้สึก เช่นนั้นแล้ว ยามที่กำลังเสาะหาความจริงทุกอย่าง เพื่อที่จะจับเขาให้ได้คาหนังคาเขา พู่กลิ่นก็ยังคงใจสั่น กล้า ๆ กลัว ๆ และยังไม่มั่นใจเลยว่า หากความจริงทุกอย่างปรากฏ เธอจะจัดการกับมันอย่างไร หลังจากเดินทางไปส่งลูกชายเข้าโรงเรียนและกลับมาที่บ้าน พู่กลิ่นเริ่มต้นปฏิบัติการหาความจริง ด้วยการเปิดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก จากที่ตั้งใจว่าจะไปค้นห้องทำงานของสามี แต่เธอก็ต้องเปลี่ยนใจ ปล่อยให้ตรงนั้นเป็นแหล่งสุดท้าย เพราะอย่างไรก็ตามหญิงสาวก็ไม่อยากก้าวก่ายเขาถึงขั้นนั้น ไม่อยากให้เขาจับได้ว่าเธอกำลังสงสัยถึงขั้นดิ้นพล่าน เนื่องจากชวินทร์ซีเรียสเรื่องงานมาก ทุกอย่างภายในห้องล้วนเป็นความลับ และนอกเหนือจากทำความสะอาดเขาก็มักจะจัดแจงข้าวของทุกอย่างด้วยตัวเอง เธอจึงทำเหมือนอย่างที่ถนัด

  • ภรรยาเนื้อหอม   ใบเสร็จ (2)

    ซึ่งพู่กลิ่นรู้ดี ว่านอกจากเขาจะเรื่องมากเรื่องกินแล้ว บรรยากาศในการกินจะต้องเป็นไปอย่างสงบราบเรียบ นั่งกินกันให้พร้อมหน้าพร้อมตาในตอนเช้า เพราะนี่จะเป็นมื้อเดียวที่ทั้งสามคนได้กินข้าวพร้อมกัน พ่อ แม่ ลูกแต่นี่อะไร หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืน เธอก็จัดให้ในสิ่งที่เขาไม่ชอบใจทั้งนั้น ซึ่งชวินทร์ไม่อยากโยงมันเข้าด้วยกัน ไม่อยากโทษว่าที่เป็นอย่างนี้มันเกิดจากการที่พู่กลิ่นเคืองเขาเรื่องโทรศัพท์มือถือนั่น แต่มันอดคิดไม่ได้จริง ๆ ว่าเธอกำลังก่อกบฏ เพราะนับตั้งแต่วินาทีที่เธอเดินออกจากห้อง กินของกินที่เตรียมมาให้เขาหมดเกลี้ยง นอนหันหลังให้ทั้งคืน ตื่นไม่ปลุก แถมยังให้เขามาเจอกับความวุ่นวายที่เกลียดชัง... มันเป็นเพราะว่าเธอต้องการกลั่นแกล้ง เอาคืนอยากคิดเหมือนกันนะว่าไม่ใช่ ไม่เกี่ยวกัน แต่เป็นแบบนี้มันหมายความว่าอย่างไร“ไปก่อนนะคะ”และนี่อีก... พูดจบเธอก็เดินฉิวผ่านหน้าไป สะบัดตูดออกจากบ้านโดยที่ไม่มองหน้าเขาด้วยซ้ำ ทั้งที่ปกติจะกอดจะหอมจนแก้มเปียก แม้จะทะเลาะกันหรือต่อให้เขาแสดงท่าทีว่ารำคาญเพียงใดก็ตามซึ่งมันแปลกไป แปลกไปมาก ๆ ... และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับภรรยามันทำให้เขาหงุดห

  • ภรรยาเนื้อหอม   ใบเสร็จ (1)

    เธอเอ่ยลาคนเป็นลูกเสียงหวาน ก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอนเล็ก เข้าไปในห้องนอนใหญ่ของตนกับสามี โยนกระเป๋าสะพายไว้บนเตียงกว้าง จากนั้นก็ก้าวไปเคาะประตูที่อยู่อีกด้านแล้วเปิดเข้าไปซึ่งภาพที่เห็นมันเป็นภาพสามีของเธอกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับมือถือ ใบหน้าบึ้งตึงที่หาเรื่องทะเลาะกับเธอเมื่อสักครู่ แทบจะเป็นคนละคนด้วยซ้ำ แต่ก็กลับมาเป็นอย่างเดิมยามเมื่อเงยหน้ามองเห็นผู้เป็นภรรยา และโกรธยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำเพราะเธอเข้าห้องทำงานของเขาโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต“ทำไมคุณไม่รู้จักเคาะประตูเสียก่อน” เสียงเข้มเอ่ยถาม สีหน้าบ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง“พู่เคาะจนมือแทบหงิกแล้วค่ะ มัวทำอะไรอยู่ล่ะคะถึงได้หูหนวกตาบอดจนแทบจะไม่รับรู้อะไร” ดวงตากลมโตเหลือบมองไปที่โทรศัพท์มือถือที่วางไว้ ซึ่งคนที่มีความผิดอย่างไรแล้วก็ร้อนตัวอยู่วันยังค่ำ คนที่เป็นวัวสันหลังหวะก็รีบปกปิดแผลของตัวเองด้วยการเอื้อมไปเก็บมือถือไว้ข้างตัวแทบไม่ทันซึ่งพู่กลิ่นยังมีบุญมีวาสนาได้เห็นว่ามีข้อความเด้งเข้ามา ชัดเจนว่าเขากำลังคุยกับใครสักคนในนั้น และคงเป็นคนที่ทำให้เขามีความสุขมาก ถึงได้หูดับจนไม่ได้ยินเสียงใคร หน้าชื่นตาบานได้ทั้งที

  • ภรรยาเนื้อหอม   ข้อความปริศนา (3)

    เอาสิ... อยากกล่าวหาเธอนักพู่กลิ่นก็จัดให้ อันที่จริงเธอไม่อยากรื้อฟื้นเรื่องเก่ามาทะเลาะกันหรอก เพราะมันมีแต่ทำให้บาดหมางจิตใจ เรื่องที่เขาไม่ทำตามนัด อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าถามว่าโกรธไหม แน่นอนสิว่าเธอต้องโกรธกับมันมากทำให้เธอเสียความรู้สึกมันไม่เท่าไรหรอก แต่อย่าทำให้ลูกน้อยใจว่าพ่อไม่ให้ความสำคัญแต่นี่เขาเลือกทำทั้งสองอย่าง มันจึงกลายเป็นปมในใจ อดไม่ได้จริง ๆ ที่จะหยิบยกมันออกมาเป็นหัวข้อสนทนาซึ่งชวินทร์ได้แต่เงียบปาก เพราะเขาเถียงในเรื่องนี้ไม่ได้ หากเพราะคนตรงหน้าเป็นพู่กลิ่น เป็นคนที่แค่เห็นหน้าก็หงุดหงิดใจ ชายหนุ่มเลยยอมแพ้ไม่ได้ และทางเดียวที่สามารถเอาชนะเธอ ก็คือการโมโหกลบเกลื่อนเหมือนที่ผ่านมา“ผมต้องทำงาน ไม่ได้นอนเฉย ๆ อยู่บ้าน คุณเป็นคนที่ควรเข้าใจผมที่สุดและต้องอธิบายให้ลูกฟัง ไม่ใช่เอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างแล้วโยนความผิดให้ผม” ยิ่งพูดก็ยิ่งอารมณ์ขึ้น เธอกล้าดีอย่างไรถึงกล้าเถียงแบบนั้นออกมา “พูดราวกับผมผิด แล้วยกยอปอปั้นตัวเองว่าทำเพื่อลูก ตามใจลูก แล้วไม่คิดบ้างว่ากี่ปีแล้วที่ผมต้องทนแบกคุณกับลูกไว้บนบ่า ทำไมไม่ไม่คิดบ้างว่า ‘เรื่องแค่นี้’ เอง ไม

  • ภรรยาเนื้อหอม   ข้อความปริศนา (2)

    “ตอนแรกวินด์ไม่ได้ชอบเขาหรอก อยากถามอะไรยาก ๆ เพื่อลองเชิงเท่านั้นแหละ” หากคำตอบของเขาทำให้พู่กลิ่นต้องนิ่วหน้า สองแม่ลูกหยุดเดิน หันมามองหน้ากัน จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เหยียบเข้าไปในบ้าน “เขาชอบส่งตาหวานให้แม่นี่นา วินด์เห็นแล้วขัดใจ”หากประโยคต่อมากลับทำให้พู่กลิ่นตาโต “ตาหวานอะไร… วินด์อย่าพูดไปเรื่อย พูดแบบนั้นคุณอาเขาเสียหาย”“จริง ๆ วินด์สังเกตเห็นตั้งแต่ตอนกลับจากห้องน้ำละ เขาชอบแม่แหละ มองแวบเดียวก็รู้”“เขาจะมาชอบแม่ได้ยังไง เขารู้ว่าแม่แต่งงานแล้ว รู้ว่ามีวินด์อยู่แล้วด้วย” พู่กลิ่นถอนหายใจออกมา ไม่ชอบเลยที่ลูกชายพูดไปเรื่อย “แต่ก็ช่างเถอะ แล้วยังไง ไปลองเชิงเขาอีท่าไหนถึงโดนตกแบบนี้”“วินด์ก็ถามในสิ่งที่ตัวเองรู้อยู่แล้ว แต่เขากลับตอบได้เฉยเลย ตอบแบบไม่มั่วด้วย แล้วอันไหนไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ แล้วก็สัญญาว่าจะไปหาข้อมูลมาให้” ซึ่งสิ่งนี้แหละที่ทำให้ชวินบุตรมั่นใจ ว่าบางอย่างที่เขาเพิ่งได้รู้มาจากกานต์ เป็นคำพูดที่เชื่อถือได้ เพราะเขาจะไม่มีทางพูดในสิ่งที่ตัวเองรู้ไม่จริงแน่ ๆ “คุยกับเขาแล้วเหมือนคุยกับคุณตา เรื่องยากกลายเป็นเรื่องง่าย”“วินด์น่าจะชอบคนฉลาดสินะ” แล้วจู่ ๆ พ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status