Share

ภรรยาเนื้อหอม
ภรรยาเนื้อหอม
Author: ลีลาวรินทร์

บทนำ

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-17 16:08:49

พู่กลิ่นกำลังสงสัยว่าสามีนอกใจ...

เพราะไม่รู้จริง ๆ ว่าเขาเป็นบ้าอะไร? จู่ ๆ ถึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากฝ่าเท้าเป็นหลังเท้าอะไรเทือกนั้น คิดดูเถอะ ว่าคนที่ปกติหน้าตึงราวกับฉีดโบทอกซ์ ถมึงทึงทุกวี่ทุกวัน แต่เหตุใดวันนี้ถึงได้ยิ้มออกมาอย่างกว้างขวาง อีกทั้งยิ้มแบบมีความสุขมาก... มากกว่าตอนที่อยู่กับเธอด้วยซ้ำ

ซึ่งมันจะไม่เกิดความสงสัย จนถึงขั้นคิดเลยเถิดว่าเป็นการนอกใจหรอก ถ้าคนที่เขายืนเคียงข้างไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้น คนที่มีรูปร่างเพรียวสูง หน้าตาสวยงาม แม้ว่าตอนนี้หญิงสาวจะอยู่ในชุดสูทสีขาวอย่างเป็นทางการ และรวบผมจนหน้าตึง ก็ไม่ได้ทำให้เธอดูแก่หรือแข็งทื่อจนไม่น่าเข้าใกล้

แต่มันกลับทำให้สวยสง่า น่ามอง ยิ่งดูดีเข้าไปใหญ่เมื่อเธอหัวเราะขบขัน และพูดจาฉะฉานอย่างคนที่มีความมั่นใจ เรียกได้ว่ามีเสน่ห์เหลือล้น ดูแล้วไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมสามีของพู่กลิ่นถึงได้มีหน้าตาชื่นบานขนาดนั้น

“ทีกับเมียละหน้าตึงทั้งวัน” หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเอง ระหว่างยืนทื่ออยู่กลางโถง ของบริษัททนายและที่ปรึกษากฎหมายยักษ์ใหญ่ที่สามีทำงาน กำลังมองเข้าไปยังส่วนที่ถูกจัดเป็นร้านกาแฟ มีโต๊ะและเก้าอี้เรียงรายให้นั่ง ในขณะที่ในมือมีกล่องกับข้าวที่บรรจุไปด้วยอาหารว่าง จากตอนแรกตั้งใจจะเอามาให้ดี ๆ เพราะเมื่อเช้าเขาลืมหยิบติดมือ ก็เปลี่ยนใจ... พู่กลิ่นอยากเดินเข้าไป แล้วเอาไอ้ของบ้าพวกนี้ฟาดหัวเขาให้ตายเลยต่างหาก!

จะเอาให้เดี้ยง กล้าดีอย่างไรมาทำให้เมียรักเสียใจ เขาก็รู้ว่าเธอขี้หึงขนาดไหน... ยังกล้าไปเจ๊าะแจ๊ะกับคนอื่นอีกนะ ต้องเจอดี หมอนี่ต้องเจอสักป้าบสองป้าบ!

“คุณมาที่นี่ทำไม”

แต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้นแหละ เพราะยังไม่ทันได้ก้าวไปไหน คนที่มีสี่ตาก็มองเห็นเธอก่อน... แข้งขาที่ยาวกว่า แน่นอนว่ามันทำให้เขาก้าวฉับไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวพู่กลิ่นแล้วละ

นอกจากจะไม่ได้เข้าไปเผชิญหน้ากับผู้หญิงคนนั้นไม่พอ เธอยังต้องหลบออกมาราวกับเป็นเมียน้อย

เมื่อคนเป็นสามีลากร่างอวบอัดออกไปคุยนอกบริษัท ด้วยสีหน้าที่หงุดหงิด คิ้วเข้มนั้นแทบกลายเป็นโบรักสีดำ “ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ให้มาที่นี่”

ชวินทร์เอ่ยถามภรรยาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ในขณะที่ถูลู่ถูกังพร้อมกับใช้สายตาภายใต้กรอบแว่นของตัวเองมองหารถตู้คันหรูของที่บ้าน คันที่พู่กลิ่นใช้เป็นประจำ

เมื่อเจอแล้วก็ลากอีก พาหญิงสาวก้าวฉับไปตรงนั้น... ก่อนจะรีบปล่อยมือออกจากเรียวแขนของคนที่เป็นภรรยา ในแบบที่พู่กลิ่นเรียกว่าเป็นการสะบัด ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ ทำเหมือนเธอเป็นของร้อนที่แตะต้องไม่ได้

“เอาของกินมาให้ไง” บอกตรง ๆ ว่าเสียใจ อยากตะโกนใส่หน้าเขาด้วยซ้ำ... แต่ก็พยายามทำเสียงสดใสยามที่ยื่นกระเป๋าอาหารไปตรงหน้า

หากแต่ชวินทร์กลับตอบรับด้วยการถอนหายใจ ใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้มเมื่อครู่หงิกงอราวกับยักษ์ยามเมื่อมองเห็นพู่กลิ่นอยู่ในสายตา “ที่ผมไม่หยิบออกมา แปลว่าไม่ต้องการ... แค่นี้ไม่เข้าใจเหรอ”

“ก็พู่คิดว่าชาลืม เห็นบอกว่าจะกลับดึก ก็เลยกลัวว่าจะหิวไง”

“ผมโตแล้ว เรื่องปากท้องแค่นี้ผมดูแลตัวเองได้” ชายหนุ่มยังแสดงท่าทีหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด “ผมไม่ได้อยู่ในที่ทุรกันดารนะพู่ แล้วผมบอกตั้งกี่ครั้งว่าที่นี่มีโรงอาหาร มีของกินให้ คุณจะวุ่นวายอะไรนักหนา”

ดูเถอะ ดูเขาพูด... พู่กลิ่นหน้าเสียทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น มือที่ถือของอยู่ลดลงข้างตัว และแทนที่ท่าทางเสียใจของเธอมันจะทำให้เขาสำนึก แต่สามีบังเกิดเกล้ากลับคว้ามันไปจากมือของเธอ ในลักษณะที่เรียกว่ากระชาก

ก่อนที่จะเปิดประตูรถตู้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว พอมันอ้ากว้างก็โยนกล่องข้าวเข้าไปในนั้น

“ห้ามพาคุณพู่มาที่นี่อีกนะจอม” จากนั้นก็หันไปสั่งการกับคนรถด้วยน้ำเสียงจริงจัง และปิดท้ายด้วยการพูดกับเธอ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแย่กว่าตอนที่เขาคุยกับจอมเสียอีก “ผมไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามในที่ทำงาน และนี่เป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะคุยกันเรื่องนี้ หวังว่าคุณจะเข้าใจ”

มือเล็กกำหมัดแน่น ไม่พอใจ แต่ถึงอย่างนั้นคนเป็นเจ้าของก็ยอมพยักหน้ายอมรับ แต่ปากของเธอมันไวกว่าสมองเสียทุกครั้ง “มีคนอื่นซ่อนไว้หรือไง ถึงให้พู่มาที่นี่ไม่ได้”

ร่างสูงในชุดสูทเนื้อดีกำลังจะเดินจากไป หากขายาวก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินน้ำเสียงประชดประชันถามขึ้นมา และเช่นเคย เมื่ออยู่กับพู่กลิ่นเขาต้องถอนหายใจระงับอารมณ์เป็นล้านครั้ง เพื่อตอบคำถามงี่เง่าในสิ่งที่เธอต้องการทราบ

หากแต่คราวนี้ชายหนุ่มไม่ได้ตอบด้วยการใช้เสียง แต่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยการชูนิ้วนางข้างซ้ายให้ดู ในระยะประชิดแบบที่เกือบจะทิ่มหน้า ปรากฏให้เห็นแหวนเงินเกลี้ยงเกลาที่มีเพชรเล็กๆ ประดับอยู่ด้านใน

พู่กลิ่นก็ได้แต่ยักไหล่ หญิงสาวแอบเบ้ปากตอนที่เขาเดินจากไป ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถด้วยท่าทางที่หงอยเหงา ทั้งที่สามียังใส่แหวนแต่งงาน เป็นการป่าวประกาศว่ามีเมียเป็นตัวเป็นตน

แต่ไม่รู้ทำไม พู่กลิ่นถึงไม่ค่อยพอใจ และหัวสมองก็ยังคิดไปต่าง ๆ นานา เมื่อภาพที่เห็นในวันนี้มันทำให้คิดมาก เพราะสำหรับเธอแล้ว หากให้ย้อนเวลากลับไปเพื่อตามหารอยยิ้มเช่นนั้น

ก็นับว่านาน... นานจนจำไม่ได้ ไม่รู้จริง ๆ ว่าครั้งสุดท้ายที่เขายิ้มให้เธอ มันเป็นตอนไหนระหว่างทางที่สองคนร่วมชีวิตกัน

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ภรรยาเนื้อหอม   สามีดีเด่น (5)

    ชวินทร์ยอมลุกขึ้น โดยมีร่างอวบของพู่กลิ่นอยู่ในวงแขน ระหว่างนั้นเรียวปากของสามีภรรยาก็เคล้าคลอเคลีย ไม่ห่างกันไปไหน แขนเรียวของเธอโอบรัดรอบคอเขาไว้อย่างหวงแหน หลังจากที่ห่อเหี่ยวมานาน ก็นึกมีกำลังใจกับชีวิตแต่งงานขึ้นมาบ้างทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี หากทั้งสองคนก็ต้องหยุดชะงักเมื่อโทรศัพท์มือถือของสามีสั่นเตือน มีเบอร์แปลกโทร.เข้ามาซึ่งเป็นเบอร์ที่ชวินทร์คงรู้จัก เพราะจู่ ๆ เขาก็หยุดการกระทำทุกอย่าง ก่อนจะหันมาสบตากับพู่กลิ่น และเลือกที่จะก้มลงมาบดขยี้ริมฝีปากกับเธออีกครั้ง จากนั้นก็ก้าวขาฉับไปที่เตียงกว้าง เพื่อวางเธอไว้และเอ่ยบอกเสียงหวาน“นอนเถอะ ผมจะไปทำงานต่อ” ชายหนุ่มบอกไว้เพียงเท่านั้น ความอ่อนโยนที่สุดที่เขามอบให้ในตอนนี้ก็คือการหอมแก้มพู่กลิ่น และใช้มือขยี้หัวเหมือนตอนที่เธอเป็นเด็กสาวที่อุ้มท้องลูกชายของเขาให้ซึ่งมันไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกดี ไม่เลยสักนิดที่เธอจะให้อภัยเขาได้เพียงเพราะการกระทำนั้นพู่กลิ่นก้มมองตัวเองที่นั่งเปลือยด้านบนอยู่ที่เตียงกว้าง ขณะที่หูฟังเสียงฝีเท้าของสามีก้าวเดินจากไป เสียงประตูที่ปิดลง เสียงลั่นกลอน และหลังจากนั้นก็เป็นเสียงร้องไห้เป็นเสียง

  • ภรรยาเนื้อหอม   สามีดีเด่น (4)

    “ลูกโตแล้วไง เขาถึงเข้าใจว่าคนเป็นแม่ต้องมีเวลาผ่อนคลายบ้าง” พู่กลิ่นลอยหน้าลอยตาพูดขึ้น หากชวินทร์กลับทำเสียง หึ ออกมาหนึ่งครั้ง “ชีวิตคุณมีอะไรให้เครียดกัน ถึงกับต้องใช้คำว่าผ่อนคลาย” ระหว่างพูด ชายหนุ่มก็มองไปตามเนื้อตัวของภรรยา ไล่จากล่างขึ้นบน นับตั้งแต่ขาเรียวไปจนถึงหน้าอกอวบอัด ที่ถึงแม้ไม่ได้มีตรงไหนที่วับแวม แต่มันก็ช่างรัดรูปเสียจนน่าเกลียด เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนเหลือเกิน มองแล้วหงุดหงิด... ไม่เชิงว่าไม่พอใจหรอก แต่เขาไม่ชอบให้เธอแต่งตัวแบบนี้ ผู้หญิงมีลูกแล้ว แถมยังเป็นลูกชายวัยรุ่น ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตามก็ควรจะไว้ตัวไว้หน้าตัวเองบ้าง ก็อยู่กับคนอย่างนี้ไง ถึงเครียดจนเส้นเลือดแทบแตก พู่กลิ่นอยากตอบกลับไปอย่างนั้น แต่อยู่ด้วยกันมานาน พอจะรู้อยู่บ้างว่าอย่าทำให้อารมณ์ของสามีไปถึงขั้นที่ไม่ควรเลย เพราะไม่อย่างนั้นคืนนี้คงโดนสวดอีกยาว “พู่ไปนอนดีกว่า ง่วงจะตายชัก” ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องคุยต่อเพื่อไปสู่การมีปากเสียงกัน ขี้เกียจฟังเขาบ่นมากไปกว่านี้ด้วย ไม่อย่างนั้นเธอเองนั่นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายเสียใจ เช่นนั้นแล้วพู่กลิ่นเลยทำท่าจะเดินจากไป แต่ไม่รู้ครึ้ม

  • ภรรยาเนื้อหอม   สามีดีเด่น (3)

    “สาวไปนอนเถอะ พี่ขึ้นไปเองได้” เมื่อเดินมาถึงห้องโถงใหญ่ของบ้าน พู่กลิ่นก็หันไปบอกสาวรับใช้ เมื่อร่างเล็กแยกตัวจากไป คุณนายของบ้านก็จำเป็นต้องสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะตบหน้าตัวเองให้ตื่นเบา ๆ เพราะมั่นใจว่าตอนนี้สามีคงยังไม่นอน และเธอก็จำเป็นต้องเผชิญหน้าขาเรียวก้าวขึ้นบันได ไม่เข้าใจว่ามันจะสั่นทำไม ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทำไมถึงกลัวขนาดนั้นเพราะชวินทร์เป็นคนดุเหรอ ไม่หรอก ไม่น่าจะใช่เหตุผลนั้น เพราะต่อให้เขาดุแค่ไหน แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยพ่นคำหยาบคาย ไม่มีขึ้นเสียง ยิ่งเรื่องทำร้ายร่างกายยิ่งไม่เฉียดใกล้ คงเป็นเธอเองแหละมั้งที่เกรงใจ ก็วันนี้ละเลยหน้าที่ไปหลายอย่างประเด็นสำคัญคือเรื่องอาหาร ทั้งที่เตรียมให้ลูกพร้อมสรรพ แต่ไม่มีของเขาเลยสักอย่างคุณแม่ยังสาวถอนหายใจออกมา คงต้องยอมรับชะตากรรม อะไรจะเกิดก็ให้มันเป็นไปตามนั้น เมื่อดีลกับตัวเองได้ก็เอื้อมมือไปบิดลูกบิด เปิดประตูอย่างเบามือและปิดลงให้เบากว่า ก่อนจะถอนหายใจออกมายืดยาวทันทีที่พบกับเตียงว่างเปล่า... อย่างน้อยชวินทร์ก็ยังไม่นอนคราวนี้ไม่ต้องเกรงใจจนเกร็งอีกต่อไป พู่กลิ่นจึงก้าวเดินอย่างคนปกติ ไม่จำเป็นต้องย่

  • ภรรยาเนื้อหอม   สามีดีเด่น (2)

    “เราสองคนอะเมฆ เอาไง... ฉันแบกแกกลับคนเดียวไม่ไหวหรอกนะ” ไพลินเป็นกังวลเมื่อเห็นเมธัสโงนไปเงนมา ทั้งที่นั่งอยู่แต่มันกลับต้องเอนตัวมาพิงพู่กลิ่นไว้ เมาเป็นหมาทั้งที่รับปากว่าจะเป็นคนดูแลเพื่อนด้วยซ้ำ“นี่มากันยังไงครับ” กานต์ดูเหมือนจะเป็นคนที่มีสติที่สุด เขาดื่มไปมากก็จริง แต่แค่เบียร์มันทำอะไรเขาไม่ได้สักนิด “กลับกับพี่ไหม พี่ให้คนขับรถของที่บ้านมารอรับ ดื่มอย่างนี้อย่าขับรถเลย อันตราย”“พวกเราก็ไม่ได้เอารถมาหรอกค่ะ” พู่กลิ่นเป็นคนตอบ ตาปรือเหมือนเด็กที่ง่วงนอน ดวงตาที่ถูดปัดมาอย่างดีดำปี๋ เพราะเจ้าตัวเอาแต่ขยี้ตาให้หายง่วง “ว่าจะเรียกรถกลับ แล้ววนไปส่งทั้งสามคน ให้เมฆเป็นคนปิดท้าย”“อย่างนั้นให้พี่ไปส่งเถอะ จะได้ไม่ต้องเรียกรถให้วุ่นวาย อีกอย่าง พี่จะได้ช่วยดูเมฆด้วย” ขืนถ้าให้กลับไปกับสองคนนี้คงอันตรายเกินไป ไพลินน่ะไม่เท่าไร สวยน่ะสวย แต่ไม่ดึงดูดเท่าอีกคน“เอาไงดีพู่ จะกวนพี่เขาเกินไปหรือเปล่า ต้องวนรถไปมา ฉันเกรงใจ” ไพลินแอบกระซิบที่ข้างหูของพู่กลิ่น ซึ่งกระซิบอีท่าไหนไม่รู้ถึงได้ยินกันทั่วหน้า แต่คนฟังกลับทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนจะพูดออกมาเสียงดัง“แต่ฉันไม่!... ไม่เกรงใจแล้วนะ

  • ภรรยาเนื้อหอม   สามีดีเด่น (1)

    พู่กลิ่นจำไม่ได้ว่าตัวเองตอบคำถามนั้นของกานต์ไปอย่างไรแต่ถ้าถามว่าเธอเหงาไหม... อาจจะไม่ต้องรอให้ถึงวันที่ลูกโตขนาดนั้น เธอก็รู้ตัวว่าตัวเองเหงา ยิ่งตอนที่ได้อยู่กับชวินทร์เพียงลำพังแค่สองคน ยิ่งเป็นอะไรที่เหงามากที่ผ่านมา การได้ทุ่มเทชีวิตให้กับชวินบุตรก็พอช่วยให้ลืมความหมางเมินของสามีไปได้ พู่กลิ่นเป็นแม่เต็มตัว ต่อให้อยู่ในวัยที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะก็ตาม แต่เธอก็ทำทุกอย่างตามคำแนะนำของคุณแม่สามี แม้จะยังเด็กมาก แต่ก็ทำได้ดีและไม่มีขาดตกบกพร่อง จนคนที่ตั้งแง่มีอคติต่อเด็กใจแตกอย่างคุณนายเอื้อมเดือนยังชื่นชม... หากเธอไม่รู้จริง ๆ ว่าการที่เธอพยายามเป็นแม่ที่ดีให้ได้ มันทำให้ละเลยหน้าที่เมียที่ควรไปหรือเปล่าเพราะหลังจากที่คลอดชวินบุตรออกมา ความสัมพันธ์ของเธอกับสามีที่เคยดีมาตลอดก็จืดจางและทุกวันนี้ พอลูกเริ่มโต... พู่กลิ่นก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความเหงาที่คืบคลาน เมื่อสามีเอาแต่ทำงาน ชวินบุตรเองก็มีโลกของเขาที่เธอเข้าไม่ถึง ลูกมีความมุ่งมั่นตั้งใจ คล้ายกับคนเป็นพ่อในอดีตมาก แล้วถ้าหากวันข้างหน้าลูกชายต้องไปอยู่ที่อื่น มีชีวิตเป็นของตัวเอง สร้างครอบครัวของเขาเอง เธอจะทำอย่างไร“เป็

  • ภรรยาเนื้อหอม   ภรรยาดีเด่น (6)

    “นี่แกจดขนาดนี้เลยเหรอวะ” เมธัสอุทานขึ้น เมื่อเห็นลายมือของเพื่อนเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ในสมุดจิ๋วเล่มนั้น ซึ่งแต่ละอย่างที่มันบันทึกลงไป ก็จะเป็นอาการเกี่ยวกับท้องไส้ของคนเป็นสามีและลูก ของที่บ่นว่าอยากกิน หรือไม่ก็พวกข้าวของบำรุงแบบเฉพาะเจาะจง เช่น ช่วงนี้ชวินบุตรอ่านหนังสือหนัก ต้องกินต้องใช้อะไร ไหนจะสามีที่ปวดหลังปวดไหล่ มีอะไรที่พอจะช่วยทำให้ดีขึ้นได้บ้าง “แกเป็นแดจังกึมหรือเปล่าพู่ ทำไมถึงต้องท่องจำทุกอย่าง”“ไม่ได้ท่องจำ แค่ฟัง ๆ มา... แต่ฉันรู้อยู่แล้วว่าอาการพวกนี้มันต้องกินต้องใช้อะไร แต่ก่อนที่จะเมาปลิ้นไปก่อนฉันต้องจดไว้ ไม่งั้นพรุ่งนี้ถูกแม่ผัวจี้ขึ้นมา ถ้าตอบไม่ได้จะซวยเอา”“แกเป็นเมียและแม่ที่ประเสริฐมาก ดีเยี่ยมจนฉันอยากจะให้รางวัล... แถมสาขาลูกสะใภ้ดีเด่นให้ด้วยเอ้า”ไพลินพูดพร้อมกับยกแก้วขึ้นมาชู ซึ่งเมธัสกับพู่กลิ่นก็ไม่ลืมที่จะร่วมด้วย สามเพื่อนซี้ยกแก้วชนกัน แต่ก่อนที่จะยกขึ้นดื่ม กานต์ที่นั่งสังเกตอยู่นานก็ยกแก้วตัวเองมาร่วมแจมซึ่งสามคนได้แต่ทำหน้างง ด้วยความที่เป็นโต๊ะใหญ่ หลายคนต่างก็จับกลุ่มสนทนากันเรื่องอื่นไป แต่กานต์กลับให้ความสนใจกับหญิงสาวที่ไม่รู้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status