LOGINปีที่ 16 ของการแต่งงาน : ลูกโตเป็นหนุ่ม สามีนอกใจ เมียน้อยตามรังควาน เรื่องดีเรื่องเดียวของปีนี้ก็คือ หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่แย่งจีบให้ควัก แต่พอตัดสินใจว่าจะหย่า พู่กลิ่นก็แทบบ้า เมื่อพบว่า ...ท้องลูกแฝด! สิบหกปี ... แห่งความหลัง ขมขื่นนัก 'ผมไม่เคยนอกใจ' ชวินทร์ยืนยันกับพู่กลิ่นอย่างนั้น อาจมีบางทีเผลอมองคนอื่น เผลอไปให้ความสำคัญ แต่สุดท้ายเขาก็กลับมาตายรัง เพราะยังไงชีวิตนี้เขาก็ขาดเธอไปไม่ได้ แล้วเรื่องแบบนี้ กรรมมันติดจรวดหรือไง? ในวันที่เขากลับใจ ถึงมีแต่คนดาหน้าเข้ามาจีบเมียรัก แต่ละคนก็ดูเหมือนว่าจะดีกว่าเขาทั้งนั้น! พู่กลิ่นตั้งครรภ์ตั้งแต่อายุสิบสี่ แต่ ... โชคดีของเรื่องนี้ คือการที่เธอมีแม่สามีที่เป็นเศรษฐีเท่านั้น เพราะดูเหมือนสามีสุดที่รัก จะคล้ายกลับจับฉลากได้มา ที่สุดของความเรื่องมาก ปากจัด บ้างาน เรื่องดีเรื่องเดียวของเขา คงจะเป็นพ่อที่ดีมาก ตั้งแต่เกิดมาเธอยังไม่เคยเห็นใครรักลูกได้เท่าสามีตัวเองมาก่อนเลย
View Moreชวินทร์ยอมลุกขึ้น โดยมีร่างอวบของพู่กลิ่นอยู่ในวงแขน ระหว่างนั้นเรียวปากของสามีภรรยาก็เคล้าคลอเคลีย ไม่ห่างกันไปไหน แขนเรียวของเธอโอบรัดรอบคอเขาไว้อย่างหวงแหน หลังจากที่ห่อเหี่ยวมานาน ก็นึกมีกำลังใจกับชีวิตแต่งงานขึ้นมาบ้างทุกอย่างกำลังจะไปได้ดี หากทั้งสองคนก็ต้องหยุดชะงักเมื่อโทรศัพท์มือถือของสามีสั่นเตือน มีเบอร์แปลกโทร.เข้ามาซึ่งเป็นเบอร์ที่ชวินทร์คงรู้จัก เพราะจู่ ๆ เขาก็หยุดการกระทำทุกอย่าง ก่อนจะหันมาสบตากับพู่กลิ่น และเลือกที่จะก้มลงมาบดขยี้ริมฝีปากกับเธออีกครั้ง จากนั้นก็ก้าวขาฉับไปที่เตียงกว้าง เพื่อวางเธอไว้และเอ่ยบอกเสียงหวาน“นอนเถอะ ผมจะไปทำงานต่อ” ชายหนุ่มบอกไว้เพียงเท่านั้น ความอ่อนโยนที่สุดที่เขามอบให้ในตอนนี้ก็คือการหอมแก้มพู่กลิ่น และใช้มือขยี้หัวเหมือนตอนที่เธอเป็นเด็กสาวที่อุ้มท้องลูกชายของเขาให้ซึ่งมันไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกดี ไม่เลยสักนิดที่เธอจะให้อภัยเขาได้เพียงเพราะการกระทำนั้นพู่กลิ่นก้มมองตัวเองที่นั่งเปลือยด้านบนอยู่ที่เตียงกว้าง ขณะที่หูฟังเสียงฝีเท้าของสามีก้าวเดินจากไป เสียงประตูที่ปิดลง เสียงลั่นกลอน และหลังจากนั้นก็เป็นเสียงร้องไห้เป็นเสียง
“ลูกโตแล้วไง เขาถึงเข้าใจว่าคนเป็นแม่ต้องมีเวลาผ่อนคลายบ้าง”พู่กลิ่นลอยหน้าลอยตาพูดขึ้น หากชวินทร์กลับทำเสียง หึ ออกมาหนึ่งครั้ง “ชีวิตคุณมีอะไรให้เครียดกัน ถึงกับต้องใช้คำว่าผ่อนคลาย”ระหว่างพูด ชายหนุ่มก็มองไปตามเนื้อตัวของภรรยา ไล่จากล่างขึ้นบน นับตั้งแต่ขาเรียวไปจนถึงหน้าอกอวบอัด ที่ถึงแม้ไม่ได้มีตรงไหนที่วับแวม แต่มันก็ช่างรัดรูปเสียจนน่าเกลียด เผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจนเหลือเกิน มองแล้วหงุดหงิด... ไม่เชิงว่าไม่พอใจหรอก แต่เขาไม่ชอบให้เธอแต่งตัวแบบนี้ผู้หญิงมีลูกแล้ว แถมยังเป็นลูกชายวัยรุ่น ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็ตามก็ควรจะไว้ตัวไว้หน้าตัวเองบ้างก็อยู่กับคนอย่างนี้ไง ถึงเครียดจนเส้นเลือดแทบแตก พู่กลิ่นอยากตอบกลับไปอย่างนั้น แต่อยู่ด้วยกันมานาน พอจะรู้อยู่บ้างว่าอย่าทำให้อารมณ์ของสามีไปถึงขั้นที่ไม่ควรเลย เพราะไม่อย่างนั้นคืนนี้คงโดนสวดอีกยาว“พู่ไปนอนดีกว่า ง่วงจะตายชัก” ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องคุยต่อเพื่อไปสู่การมีปากเสียงกัน ขี้เกียจฟังเขาบ่นมากไปกว่านี้ด้วย ไม่อย่างนั้นเธอเองนั่นแหละที่ต้องเป็นฝ่ายเสียใจ เช่นนั้นแล้วพู่กลิ่นเลยทำท่าจะเดินจากไปแต่ไม่รู้ครึ้มอกครึ้มใจ ห
“สาวไปนอนเถอะ พี่ขึ้นไปเองได้” เมื่อเดินมาถึงห้องโถงใหญ่ของบ้าน พู่กลิ่นก็หันไปบอกสาวรับใช้ เมื่อร่างเล็กแยกตัวจากไป คุณนายของบ้านก็จำเป็นต้องสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนจะตบหน้าตัวเองให้ตื่นเบา ๆ เพราะมั่นใจว่าตอนนี้สามีคงยังไม่นอน และเธอก็จำเป็นต้องเผชิญหน้าขาเรียวก้าวขึ้นบันได ไม่เข้าใจว่ามันจะสั่นทำไม ทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทำไมถึงกลัวขนาดนั้นเพราะชวินทร์เป็นคนดุเหรอ ไม่หรอก ไม่น่าจะใช่เหตุผลนั้น เพราะต่อให้เขาดุแค่ไหน แต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยพ่นคำหยาบคาย ไม่มีขึ้นเสียง ยิ่งเรื่องทำร้ายร่างกายยิ่งไม่เฉียดใกล้ คงเป็นเธอเองแหละมั้งที่เกรงใจ ก็วันนี้ละเลยหน้าที่ไปหลายอย่างประเด็นสำคัญคือเรื่องอาหาร ทั้งที่เตรียมให้ลูกพร้อมสรรพ แต่ไม่มีของเขาเลยสักอย่างคุณแม่ยังสาวถอนหายใจออกมา คงต้องยอมรับชะตากรรม อะไรจะเกิดก็ให้มันเป็นไปตามนั้น เมื่อดีลกับตัวเองได้ก็เอื้อมมือไปบิดลูกบิด เปิดประตูอย่างเบามือและปิดลงให้เบากว่า ก่อนจะถอนหายใจออกมายืดยาวทันทีที่พบกับเตียงว่างเปล่า... อย่างน้อยชวินทร์ก็ยังไม่นอนคราวนี้ไม่ต้องเกรงใจจนเกร็งอีกต่อไป พู่กลิ่นจึงก้าวเดินอย่างคนปกติ ไม่จำเป็นต้องย่
“เราสองคนอะเมฆ เอาไง... ฉันแบกแกกลับคนเดียวไม่ไหวหรอกนะ” ไพลินเป็นกังวลเมื่อเห็นเมธัสโงนไปเงนมา ทั้งที่นั่งอยู่แต่มันกลับต้องเอนตัวมาพิงพู่กลิ่นไว้ เมาเป็นหมาทั้งที่รับปากว่าจะเป็นคนดูแลเพื่อนด้วยซ้ำ“นี่มากันยังไงครับ” กานต์ดูเหมือนจะเป็นคนที่มีสติที่สุด เขาดื่มไปมากก็จริง แต่แค่เบียร์มันทำอะไรเขาไม่ได้สักนิด “กลับกับพี่ไหม พี่ให้คนขับรถของที่บ้านมารอรับ ดื่มอย่างนี้อย่าขับรถเลย อันตราย”“พวกเราก็ไม่ได้เอารถมาหรอกค่ะ” พู่กลิ่นเป็นคนตอบ ตาปรือเหมือนเด็กที่ง่วงนอน ดวงตาที่ถูดปัดมาอย่างดีดำปี๋ เพราะเจ้าตัวเอาแต่ขยี้ตาให้หายง่วง “ว่าจะเรียกรถกลับ แล้ววนไปส่งทั้งสามคน ให้เมฆเป็นคนปิดท้าย”“อย่างนั้นให้พี่ไปส่งเถอะ จะได้ไม่ต้องเรียกรถให้วุ่นวาย อีกอย่าง พี่จะได้ช่วยดูเมฆด้วย” ขืนถ้าให้กลับไปกับสองคนนี้คงอันตรายเกินไป ไพลินน่ะไม่เท่าไร สวยน่ะสวย แต่ไม่ดึงดูดเท่าอีกคน“เอาไงดีพู่ จะกวนพี่เขาเกินไปหรือเปล่า ต้องวนรถไปมา ฉันเกรงใจ” ไพลินแอบกระซิบที่ข้างหูของพู่กลิ่น ซึ่งกระซิบอีท่าไหนไม่รู้ถึงได้ยินกันทั่วหน้า แต่คนฟังกลับทำเสียงจิ๊จ๊ะ ก่อนจะพูดออกมาเสียงดัง“แต่ฉันไม่!... ไม่เกรงใจแล้วนะ