หากเขาบอกว่าเขายังไม่อิ่ม ยังอยากจะกลืนกินนางอีกสักหลาย ๆ รอบ นางก็คงจะไม่ว่าอะไรกระมัง เพราะถึงอย่างไรนางก็แต่งเป็นฮูหยินให้กับเขาแล้ว
สามีว่าอย่างไร ภรรยาก็ต้องว่าอย่างนั้นสินะ
ฝ่ามือหนาเลื่อนมาลูบไล้ที่แผ่นหลังเล็กขาวเนียน กายสาวสะดุ้งเฮือกด้วยความตื่นตระหนก
“ท่าน!...ข้าไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ” น้ำเสียงหวานเอ่ยระโหยโรยแรง
ใบหน้างามหันมาเอ่ยห้ามชายหนุ่ม แต่เมื่อสบตาที่ร้อนแรงนั้น ขนกายของนางกลับขนลุกซู่ด้วยความเสียวสะท้าน
“ฮูหยินแค่นอนเฉย ๆ เท่านั้น ที่เหลือข้าจัดเอง”
เขายอมรับว่าตอนนี้เขาเสพติดกับร่างกายของห่าวเย่วเล่อ ไม่ว่าส่วนใดเขาก็ชมชอบทั้งสิ้น ริมฝีปากหยักกดจูบที่แผ่นหลังเล็กที่ชื้นเหงื่อ ฝ่ามือหนาเอื้อมไปกอบกุมหน้าอกนิ่มหยุ่นที่มันใหญ่เสียจนล้นมือของเขา
“อื้อ...ท่าน ข้า อ่า...” ห่าวเย่วเล่อผงกหน้าร้องครางเสียงหวาน
จะให้นางนอนนิ่ง ๆ ได้อย่างไร ในเมื่อเขาเล่นมาแตะต้องร่างกายของนางเช่นนี้ หญิงสาวจึงพลิกกายหันกลับมา แล้วเป็นฝ่ายคล้องแขนที่ลำคอหนาให้ก้มหน้ามาจุมพิตที่ริมฝีปากของนาง
ลิ้นเล็กสอดแทรกเข้าไปที่โพรงปากอุ่นของเขาอย่างเงอะงะ แต่นั่นกลับยิ่งสร้างความเสียวซ่านให้กับชายหนุ่ม
“อ่า...ฮูหยิน เจ้าช่างร้อนแรงนัก”
“หึ เพราะท่านต่างหากเล่า”
ทั้งสองถอนริมฝีปากแล้วจ้องหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ห่าวเย่วเล่อเองก็ไม่ยอมให้เขามารังแกนางเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นนางจะสู้กับเขาจนสุดแรง
เย่เจียวหั่วยกยิ้มมุมปาก เขาชอบสายตาไม่ยอมคนของนางนัก มันทำให้ใจของเขาคันยุบยิบ และยังปลุกสัญชาตญาณแห่งนักล่าที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมา
หากตอนนี้เขาเป็นราชสีห์ นางก็คงเป็นลูกแมวน้อยที่พยายามใช้กรงเล็กขู่เขาฟ่อ ๆ ยิ่งคิดเย่เจียวหั่วก็รู้สึกอารมณ์พลุ่งพล่าน
เขาขึ้นคร่อมทับที่ร่างขาวผ่องที่มีรอยแดงที่เขาทำไว้เต็มไปหมดทุกซอกซอน ร่างสูงจับขาเรียวเล็กมาพาดบ่ากว้าง แล้วจับแท่งหยกดุนดันเข้าไปในร่องรักอันแสนอ่อนนุ่มของนาง
“อ๊ะ จุก!”
“อ่า...ท่านี้มันลึกจริง ๆ ฮูหยิน” เสียงทุ้มเข้มร้องครางกระเส่าเมื่ออารมณ์พุ่งทะยาน
เขารีบเร่งจังหวะกระแทกแก่นกายเข้าไปที่โพรงอ่อนนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่า เสียงครางหวานกับเสียงทุ้มต่ำดังสอดประสาน พร้อมกับเสียงดังลามกดังฉ่ำแฉะไปทั่วห้องหอ
กว่าพายุอารมณ์ของเย่เจียวหั่วจะสงบลง กายสาวของห่าวเย่วเล่อพลันหมดแรงจนสลบไสลทั้งอย่างนั้น เขากระตุกท่อนเอ็นปล่อยของเหลวสีขาวขุ่นในร่องรักของนางเป็นครั้งสุดท้าย แล้วจึงได้ถอนแก่นกายออกมา ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเดินหายเข้าไปยังห้องอาบน้ำ
เวลาผ่านไปราวหนึ่งเค่อ ร่างสูงจะออกมาจากห้องอาบน้ำ เขายกยิ้มพอใจกับผลงานที่อยู่ตรงหน้า เจ้าสาวของเขานอนหมดแรงจนสลบไป เรือนกายขาวผ่องของนางมีร่องรอยจากที่เขาตีตราจองไว้แทบทุกส่วน
ผ้าปูเตียงสีแดงสดบัดนี้ยับยู่ยี่ราวกับผ่านสนามรบอย่างดุเดือด คราบน้ำกามสีขาวขุ่นไหลเปรอะเปื้อนไปทั่วผ้าปูเตียง มุมปากหยักยกโค้งก่อนจะช้อนตัวอุ้มฮูหยินของตนเข้ามาในวงแขนแข็งแรง แล้วเดินหายเข้าไปยังห้องอาบน้ำ
ก่อนหน้านี้เขาได้สั่งให้บ่าวรับใช้มาเปลี่ยนเป็นน้ำอุ่นให้แล้ว เขาวางร่างของหญิงสาวไปในถังอาบน้ำ หยิบผ้าขัดตัวมาเช็ดเนื้อตัวของหญิงสาวทุกซอกทุกมุม ร่างสูงต้องพยายามเก็บกดอารมณ์ของตนไม่ให้รังแกหญิงสาวอีกครั้ง
ห่าวเย่วเล่อสะลึมสะลือปรือตาฉ่ำน้ำขึ้นมามอง เมื่อสัมผัสได้กับสายน้ำอบอุ่นเบาสบาย ร่างกายที่อ่อนแรงและเหนียวเหนอะหนะพลันรู้สึกสดชื่นขึ้น แววตาคมหวานทอดมองร่างสูงด้วยความฉงนกับความอ่อนโยนของเขา
“ถ้าฮูหยินยังจ้องข้าด้วยสายตาเช่นนี้ เกรงว่าเราคงได้ต่ออีกยกกันที่ห้องอาบน้ำ”
“ขะ ข้ามองท่านอย่างไรกัน” เสียงหวานเอ่ยตะกุกตะกัก พลันก้มหน้างุดด้วยความขัดเขิน
“ก็สายตาที่อยากจะจับข้ากลืนกินลงท้องอย่างไรเล่า”
“ข้าเปล่านะ” ห่าวเย่วเล่อเงยหน้าขึ้นสบตาคมกล้า
ผู้ใดอยากจะจับเขากินกัน มีแต่เขาที่จับนางกลืนลงท้องไปทั้งตัวเสียมากกว่า
ร่างสูงหัวเราะร่าด้วยความขบขัน “ฮ่าฮ่าฮ่า เวลาฮูหยินโมโหก็น่าเอ็นดูไม่น้อยเชียว”
“ท่านโหวช่างอารมณ์ขันเสียจริง ไม่ยักรู้ว่าท่านชมชอบกลั่นแกล้งสตรีเช่นข้าด้วย”
ใบหน้าคมก้มลงมากระซิบที่ใบหูเล็ก ริมฝีปากหยักหนาปาดผ่านโดนแก้มเนียนใส “จงดีใจเสียเถิด ที่ข้ากลั่นแกล้งฮูหยินเพียงผู้เดียว” ฝ่ามือหนาเอื้อมไปบีบคลึงที่ดอกบัวคู่งามอย่างหยอกเย้า “เสร็จแล้วล่ะ ฮูหยินลุกไหวหรือไม่”
ห่าวเย่วเล่ออับอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ท่านโหวที่ดูน่ากลัวและเป็นที่หวั่นเกรงของชาวแดนเหนือและชนเผ่าโดยรอบไปอยู่ที่ไหนกัน
เหตุใดนางจึงพบเพียงท่านโหว ผู้เป็นชายมากตัณหาราคะที่ชอบหยอกเย้ารังแกนางตลอดทั้งคืนกัน นี่คือท่านโหวตัวปลอมใช่หรือไม่?
นางรู้สึกสับสนไปหมดแล้ว!!
บทที่ 4คารวะแม่สามีดวงตะวันโผล่พ้นเหนือขอบฟ้า แสงสว่างสาดแสงทุกสรรพสิ่งบนผืนแผ่นดินกว้าง ผืนดินที่ขาวโพลนถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ เริ่มละลายลงเมื่อต้องแสงตะวันอันเจิดจ้า อากาศที่หนาวเย็นเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นอบอุ่นแต่สำหรับห่าวเย่วเล่อที่นอนอยู่บนที่นอนอันอบอุ่นนั้น นางไม่อยากจะหยัดกายลุกออกจากที่นอนนี้เลย ความอุ่นสบายเป็นครั้งแรกในชีวิตทำให้หญิงสาวไม่จากจะลุกกายจากไปสาวใช้ด้านนอกที่ได้ยินเสียงขยับกายด้านใน จึงได้ส่งเสียงเรียกขึ้นมา“ฮูหยินเจ้าคะ บ่าวขอเข้าไปนะเจ้าคะ”“อืม” น้ำเสียงอ่อนแรงเอ่ยตอบรับเสียงประตูถูกผลักออกมา พร้อมกับสาวใช้กว่าสิบนางที่เดินเข้ามายังห้องแห่งนี้ พวกนางถูกพ่อบ้านประจำจวนโหวให้เข้ามาดูแลฮูหยินน้อยคนใหม่ของท่านโหวสาวใช้ทั้งสิบล้วนเป็นหญิงสาวที่อายุไม่เกินยี่สิบปี เมื่อพวกนางเข้ามาเห็นห้องหอที่ราวกับเพิ่งถูกพายุพัดผ่าน ต่างก็พากันใบหน้าแดงกันเป็นแถบท่านโหวของพวกนางช่างดุดันนัก ขณะตอนนี้ฮูหยินยังไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะเดินด้วยตัวเองเลย ร่องรอยฝากรักที่ท่านโหวทิ้งไว้ที่เรือนร่างของฮูหยิน ล้วนมีทุกพื้นที่ จนพวกนางยังรู้สึกเขินอายแทนเจ้านายสาวข่าวลือที่บอกว่าฮูหยินไม
“ขออภัยท่านโหวเจ้าค่ะ ข้าจะพยายามเดินให้เร็วกว่านี้”นางก้าวเดินเร็วขึ้น แต่นั่นกลับสร้างความปวดแปลบเข้าสู่ใจกลางสาว สองขาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด แข็งขาพลันดูอ่อนแรงเย่เจียวหั่วพ่นลมหายใจอย่างอ่อนใจ ก่อนจะตรงเข้ามาช้อนร่างระหงเข้ามาในอ้อมแขน ขายาว ๆ ของเขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เพียงไม่นานก็มาถึงยังเรือนของหลิวเถียน ฮูหยินใหญ่ของจวนโหว มารดาผู้ให้กำเนิดของท่านโหวคนปัจจุบันร่างสูงว่างร่างของห่าวเย่วเล่อลงกับพื้น พร้อมกับประคองแขนเล็กพากันเดินเข้าไปยังห้องโถง ที่ซึ่งมีหลิวเถียนกำลังนั่งรอทั้งสองคนอยู่ก่อนแล้ว“กว่าจะมากันได้ น้ำชาที่เตรียมเอาไว้เย็นชืดไปเสียแล้ว”สตรีวัยกลางคนบนเก้าอี้ไม้เนื้อหอม เอ่ยตำหนิซึ่งหน้า แต่สายตาของนางกลับทอดมองห่าวเย่วเล่อ ราวกับจะประกาศว่าเป็นความผิดของนาง“ขออภัยฮูหยินใหญ่เจ้าค่ะ”ปัง!!ฝ่ามือเรียวตบที่โต๊ะอย่างมีโทสะ ดวงตาของหลิวเถียนมองมาทางสะใภ้ด้วยความกรุ่นโกรธ“เจ้ากำลังผายลมอะไรกัน ถึงเจ้าจะไม่คิดว่าตนคือคนของจวนโหว แต่ข้าก็เป็นแม่สามีของเจ้า เจ้าควรเรียกขานว่าท่านแม่ด้วยความนอบน้อม หากเรื่องที่เจ้าเรียกข้าด้วยถ้อยคำที่ห่างเหินเช่นนี้แพร่ออ
บทที่ 5ศัตรูหัวใจเย่เจียวหั่วเดินมาส่งห่าวเย่วเล่อถึงเรือนนอนของนาง เขากระชับร่างระหงเข้ามาในวงแขนแล้วอุ้มมาวางที่เตียงหลังใหญ่อย่างนุ่มนวล แต่สีหน้าที่เขาแสดงออกมานั้นดูคล้ายกำลังหงุดหงิด“ท่านโหวไม่ต้องลำบากมาส่งข้าก็ได้เจ้าค่ะ ข้าให้เพ่ยเพ่ยพามาได้”“อวดเก่ง” ร่างสูงพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดตัวเองยังยืนแทบจะไม่ไหว ถ้าไม่ได้เขามาส่งจะมาถึงเมื่อไหร่กัน สตรีจากชนเผ่าห่าวอู๋อวดเก่งเช่นนี้เลยหรือ“ข้าเห็นท่านโหวหงุดหงิดใจ จึงไม่อยากทำตัวเป็นภาระเจ้าค่ะ”ใบหน้างามเริ่มบูดบึ้งไม่พอใจ เขาไม่ใช่หรือไรที่ทำให้นางมีสภาพเช่นนี้ ถ้าการที่ต้องอุ้มมาส่งนางมันทำให้เขาหงุดหงิดนัก แล้วจะทำทำไมเล่า“ดี ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็นอนพักอยู่แต่ในเรือนไม่ต้องเดินออกไปเผ่นพล่านข้างนอก”“ท่านโหวจะกักบริเวณข้าหรือเจ้าคะ” นางแทบไม่เชื่อหูของตัวเอง“แล้วแต่เจ้าจะคิด”เอ่ยจบร่างสูงใหญ่กำยำก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้ห่าวเย่วเล่อขบเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความขุ่นเคืองใจเย่เจียวหั่วที่พัวพันอยู่กับนางเมื่อคืนนี้ไม่ห่าง ช่างแตกต่างกับเขาในเวลานี้ยิ่งนัก ใบหน้าคมเข้มมีแต่ความหงุดหงิดฉายชัดออกมา หรือว่าเขาจะเป็นคนที่มีหลายบุคลิก
จวนเจียวหย่งโหวหลิวหนิงอันเดินกรีดกรายมาที่เรือนหลักของเย่เจียวหั่ว เมื่อมาถึงหน้าเรือนนางก็แจ้งกับสาวใช้ ไม่นานสาวใช้ก็พานางมายังห้องโถง แต่ที่นั่งตรงตำแหน่งประมุขกลับมีสตรีผู้หนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว ดวงตาเรียวหงทอดสายตามองนิ่งหลิวหนิงอันขมวดคิ้วมุ่นเมื่อเห็นศัตรูหัวใจของตนทำตัวราวกับเป็นเจ้าของจวน ทั้งที่จริงแล้วที่ตรงนั้นสมความเป็นนางมากกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะราชโองการของฮ่องเต้ นางก็จะได้เป็นฮูหยินน้อยของท่านพี่เจียวหั่วไปแล้วแววตาไม่เป็นมิตรมองสบกับห่าวเย่วเล่ออย่างถือดี หลิวหนิงอันหันไปพูดกับสาวใช้ด้วยท่าทางที่สงสัย“ท่านป้าให้ข้ามาพบท่านพี่เจียวหั่ว เหตุใดเจ้าถึงพาข้ามาพบนางเล่า” ใบหน้าหวานเอียงคอเล็กน้อย“เอ่อ...เรื่องนั้น คือท่านโหวไม่อยู่ที่เรือนเจ้าค่ะ ข้าน้อยเลยไปเรียนฮูหยินน้อยแทนเจ้าค่ะ”เรือนร่างบอบบางทำท่าทางตกใจ ก่อนจะยอบกายคารวะห่าวเย่วเล่ออย่างเสียมิได้“ข้าช่างไม่รู้ความนัก ขออภัยฮูหยินน้อยเจ้าค่ะ ข้ามีนามว่าหลิวหนิงอันเป็นญาติผู้น้องของท่านพี่เจียวหั่ว วันนี้ข้าทำน้ำแกงปลาที่ท่านพี่เจียวหั่วชอบมาให้เจ้าค่ะ หวังว่าฮูหยินน้อยจะไม่ถือสาข้านะเจ้าคะ” ใบหน้าหวานยกยิ้มมุมปา
บทที่ 6จัดระเบียบบ่าวไพร่ตั้งแต่ที่หลิวหนิงอันกลับไปแล้ว ในความคิดของห่าวเย่วเล่อก็วนเวียนคิดแต่เรื่องของทั้งสอง หากว่าเย่เจียวหั่วมีใจกับหลิวหนิงอันจริง นางจะทำเช่นไร เพราะดูแล้วสตรีผู้นั้นก็เต็มใจอย่างยิ่งที่จะแต่งเข้ามายังจวนโหว หรือว่านางควรจะหลีกทางให้ทั้งสองคนนี้ดีนะเฮ้อ...ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว นางขอนอนพักเอาแรงก่อนดีกว่าห่าวเย่วเล่อผล็อยหลับไปในทันที ร่างกายของนางที่รับศึกหนักเมื่อคืนยังคงอ่อนล้าอยู่มาก นั่นจึงทำให้นางหลับไปนานราวหนึ่งชั่วยาม รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่โดนของหนักทับที่เอว“อื้อ...หนักจัง” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างงัวเงียห่าวเย่วเล่อในความฝันนั้น ฝันเห็นว่าตนเองกำลังนอนอยู่ข้างกองไฟกองใหญ่ นางจึงได้ขยับตัวเข้าไปหากองไฟที่ให้ความอบอุ่น ทั้งยังอ้าแขนเข้าไปหากองไฟนั้นด้วย“อุ่นจัง”ใบหน้างามหลับตาพริ้มอย่างสุขใจ แต่ชายร่างสูงที่นอนอยู่ด้านข้างนั้นกลับเริ่มหายใจติดขัด เมื่อถูกเนื้อตัวนุ่มนิ่มของห่าวเย่วเล่อเข้ามาแนบชิด สองแขนเรียวของนางกำลังโอบกอดเอวหนาของเขา โดยที่ใบหน้าของนางกำลังคลอเคลียถูไถที่หน้าอกแกร่งที่ตอนนี้ไม่ได้สวมเสื้อผ้าเย่เจียวหั่วอยากจะลุกหนี แต่พอเห็นดวง
เย่เจียวหั่วนิ่งคิดไปครู่ “ฮูหยินคือเจ้านายของจวนโหว ย่อมสามารถกระทำการสิ่งใดก็ได้ตามสมควร ภายในเรือนนี้ฮูหยินจะทำสิ่งใดก็ได้ แต่ถ้าในจวนโหวเจ้าคงต้องบอกกล่าวแก่ท่านแม่เสียก่อน”“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านพี่” ใบหน้างามแย้มยิ้มอย่างโล่งใจ อย่างน้อยบุรุษผู้นี้ก็ยังมีหัวคิดเย่เจียวหั่วที่เห็นรอยยิ้มของหญิงงามนั้นพลันคันยุบยิบในหัวใจ เขากระแอมไอเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไปยังห้องหนังสือคล้อยหลังร่างสูงห่าวเย่วเล่อยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงหลังใหญ่ ริมฝีปากอิ่มขบเม้มเมื่อนึกถึงคำพูดของเขาเพ่ยเพ่ยที่รออยู่ด้านนอกเดินเข้ามาพร้อมกับอ่างน้ำและผ้าสะอาด“ฮูหยินเช็ดหน้าก่อนนะเจ้าคะ”“ขอบใจเจ้ามากเพ่ยเพ่ย”ห่าวเย่วเล่อหยิบผ้าสะอาดมาเช็ดหน้าตาของตนเอง ก่อนจะสำรวจความเรียบร้อยแล้วเดินออกไปยังห้องโถง“เจ้าไปเรียกบ่าวในเรือนมาให้หมด ข้ามีเรื่องจะพูดคุยกับพวกเขาเล็กน้อย”“เจ้าค่ะฮูหยินน้อย”หลังจากนั้นไม่นานสาวใช้กว่าสามสิบคน และบ่าวรับใช้ชายอีกสิบคนก็เดินเรียงแถวมาที่ห้องโถง โดยมีพ่อบ้านที่รู้ข่าวมาสมทบด้วย ถึงแม้เรื่องภายในจวนโหวนั้นฮูหยินใหญ่จะเป็นคนจัดการเองทั้งหมด แต่ถ้าในส่วนของเรือนหลักนั้
บทที่ 7ไหว้บรรพชนวันเวลาผ่านไปราวสามเดือนแล้วที่ห่าวเย่วเล่อมาอยู่ที่จวนโหว ในยามเช้านางต้องไปเรือนของหลิวเถียนเพื่อร่ำเรียนกับมามาอาวุโส บทเรียนของนางคือการทำความเข้าใจเกี่ยวกับกิจการของจวนโหว และดูแลงานภายในของจวนโหวหลังจากที่นางเรียนรู้ได้หนึ่งเดือน หลิวเถียนก็ส่งสมุดบัญชีของร้านค้าที่อยู่ในการดูแลของจวนโหวให้นางดูแล ทั้งยังมอบหมายงานเรื่องการดูแลบ่าวไพร่ภายในจวนโหวด้วย ซึ่งห่าวเย่วเล่อก็ทำได้เป็นอย่างดีจนได้รับคำชมจากหลิวเถียนแม้แรกเริ่มหลิวเถียนจะไม่ชมชอบในตัวของห่าวเย่วเล่อนัก แต่พอนานไปนางก็เริ่มเอ็นดูในตัวสะใภ้ผู้นี้ ไม่ว่านางจะให้ทำงานสิ่งใดล้วนทำออกมาได้ดีจนน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะการดูแลสมุดบัญชีและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ นั้น ห่าวเย่วเล่อสามารถคำนวณตัวเลขได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าคิดว่าตรงจุดนี้คำนวณผิดพลาดนะเจ้าคะ”สมุดบัญชีของร้านค้าที่ขายธัญพืชถูกยื่นมาให้หลิวเถียนได้ตรวจสอบ นางมองตามรายการและค่าใช้จ่ายที่ปรากฏในสมุด ก่อนจะพบว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้คำนวณผิดพลาดไปมาก“ผิดตามที่เจ้าว่าด้วย เจ้าลองตรวจย้อนหลังไปอีกสามเดือนให้แม่ที”“เจ้าค่ะท่านแม่”ห่าวเย่วเล่อกลับไ
อีกสามวันข้างหน้า คนของจวนโหวจะต้องขึ้นเขาไปสักการะป้ายบรรพชนที่วัดประจำตระกูล ห่าวเย่วเล่อที่เพิ่งแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้จึงได้รับมอบหมายให้จัดเตรียมของไหว้ โดยมีมามาอาวุโสคอยกำกับดูแลอีกทีห่าวเย่วเล่อจัดเตรียมข้าวของอย่างครบครัน หลังจากนั้นก็มาถึงวันที่ต้องไปไหว้บรรพบุรุษที่วัดประจำตระกูล ขบวนรถม้าประกอบด้วยคันแรกคือหลิวเถียน และห่าวเย่วเล่อ ส่วนคันถัดไปคือของไหว้ที่เตรียมมาอย่างมากมายส่วนเย่เจียวหั่วเขาขี่ม้าประกบที่รถม้าคันแรก ทั้งตรวจดูความปลอดภัยและขี่นำขบวน การไปไหว้บรรพบุรุษครั้งนี้จะให้ผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาดขบวนรถม้าของจวนโหวมุ่งหน้าขึ้นเขาสู่วัดประจำตระกูล การเดินทางต้องใช้ระยะเวลากว่าหนึ่งชั่วยาม อนึ่งเพราะหนทางที่เป็นทางลาดชันและขรุขระ จึงทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างล่าช้าเมื่อขบวนรถม้ามาถึงกลับต้องแปลกใจ เมื่อมีรถม้าที่มีตราประทับของจวนตระกูลหลิวจอดรออยู่สองคัน หลิวเถียนที่ถูกห่าวเย่วเล่อประคองลงมาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจการมาไหว้บรรพบุรุษของจวนโหวชาวเมืองล้วนทราบกันดี แต่เหตุใดตระกูลหลิวจึงมาที่นี่ได้ ทั้งยังไม่มีการแจ้งนางก่อนล่วงหน้า เรื่องนี้ไม่สมควรกระทำเป็นอย่างย
ตอนพิเศษ 3ดวงจันทร์แห่งความสุขท่านหมอหญิงถูกพาตัวมายังจวนโหวโดยถูกองครักษ์เงาของเย่เจียวหั่วพาตัวมา ทันทีที่มาถึงนางก็รีบตรงเข้าไปยังห้องคลอด และตรวจเด็กในครรภ์ของหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทางที่เจ็บปวด“หายใจเข้าลึก ๆ นะเจ้าคะ หากเจ็บมากไม่ต้องกลั้นนะเจ้าคะ เปล่งเสียงร้องออกมาได้เลยเจ้าค่ะ”“กรี๊ดดด!!”ทันทีที่ท่านหมอกล่าวเช่นนั้น ห่าวเยว่เล่อก็เปล่งเสียงกรีดร้องขึ้นมาทันที นางเจ็บที่ท้องมากราวกับร่างกายกำลังจะถูกดึงทึ้งอยู่ภายใน คราแรกนางก็พอยังทานทนไว้ แต่ตอนนี้มันเจ็บถี่ขึ้นมาเรื่อย ๆ และมีทีท่าว่าความเจ็บนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีคูณเย่เจียวหั่วที่มาถึงยังหน้าห้องคลอด เมื่อได้ยินเสียงภรรยาร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส เขาก็ตรงปรี่จะเข้าไปยังภายในห้องคลอด ใบหน้าคมเข้มฉายชัดถึงความวิตกกังวล“ไม่ได้นะเจ้าคะ ท่านโหวเข้าไปไม่ได้เจ้าค่ะ”สาวใช้ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องคลอดรีบเอ่ยห้าม“หลบไป! ข้าจะไปดูภรรยาของข้า” น้ำเสียงเฉียบขาดดังขึ้น จนสาวใช้นางนั้นรู้สึกตัวหดเล็กลงราวกับมดปลวก“อาหั่ว มาหาแม่”หลิวเถียนที่ได้ทราบข่าวว่าลูกสะใภ้จะคลอดแล้ว นางก็รีบมาที่นี่จนได้ทันเห็นท่าทางที
ตอนพิเศษ 2ความใส่ใจของสามี5 เดือนผ่านไป จวนเจียวหย่งโหวสตรีในอาภรณ์สีชมพูอ่อนกำลังนั่งเอนหลังอ่านหนังสือที่ศาลาไม้ โต๊ะไม้ตรงหน้ามีจานขนมดอกกุ้ยฮวา ขนมหนวดมังกร และน้ำส้มคั้นวางอยู่ด้านหน้าของสตรีผู้นี้ ในแต่ละวันคืนที่อยู่ในจวนโหว นางนั้นเริ่มเบื่อหน่ายนัก มีเพียงการอ่านหนังสือและนั่งกินขนมหวานกับน้ำส้มคั้น ที่สามารถเยียวยาหัวใจของสตรีที่ตั้งครรภ์เช่นนางได้ตั้งแต่ที่ทุกคนห้ามปรามไม่ให้ทำงาน ห่าวเยว่เล่อจึงทำได้เพียงออกคำสั่งเท่านั้น วันแรกที่ได้เห็นผลส้มลูกใหญ่รสหวานอมเปรี้ยว นางก็ให้นึกถึงน้ำส้มคั้น คิดได้ดังนั้นห่าวเยว่เล่อจึงขอให้แม่ครัวของจวนโหวทำน้ำส้มคั้นให้นางดื่ม วิธีการนั้นแสนง่าย เพียงแค่นำส้มไปล้างน้ำด้วยน้ำที่ผสมเกลือ พักให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นผ่าส้มออกเป็นสองซีก แล้วค่อย ๆ บีบส้มให้น้ำส้มไหลลงในแก้วกระเบื้องเคลือบที่สั่งทำพิเศษ ชิมรสให้ได้ที่หรือไม่ก็เติมเกลืออีกสักเล็กน้อย เพียงแค่นี้นางก็มีน้ำส้มคั้นดื่มทุกวันแล้วคราแรกผู้คนในจวนโหวล้วนแปลกใจกับการทำเช่นนี้ เพราะเดิมทีพวกเขาจะเพียงแค่แกะเปลือกและกินผลส้มที่อยู่ข้างใน ยังไม่เคยมีผู้ใดนำส้มมาคั้นออกมาเป็นน้ำเลย แม่ครัว
ตอนพิเศษ 1ข้ารักนางเช่นนั้นหรือในยามที่ค่ำคืนอันเงียบสงัดนั้น เย่เจียวหั่วได้ขอเข้าพบหลิวเถียนในยามวิกาล สตรีในวัยกลางคนแปลกใจกับการมาของบุตรชายนัก หรือว่าเขาจะมีเรื่องสำคัญกันนะหลิวเถียนให้บุตรชายเข้ามาพบยังห้องนอนชั้นใน ตัวนางนั่งรออยู่ตรงเก้าอี้ไม้เนื้อหอมด้วยท่าทางสงบ แววตาคมกริบที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากจ้องมองบุตรชายไม่วางตา“อาหั่วมีสิ่งใดหรือถึงมาหาแม่ดึกดื่นเช่นนี้”เย่เจียวหั่วคารวะผู้เป็นมารดา ก่อนจะนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดนัก นั่นยิ่งทำให้หลิวเถียนตื่นตัวมากยิ่งขึ้น“ลูกแค่อยากมาพูดคุยกับท่านแม่ให้ชัดเจนขอรับ ลูกอยากให้ท่านแม่เลิกจับคู่ลูกกับหนิงอันเสียที ลูกมองนางอย่างน้องสาวเพียงคนหนึ่งเท่านั้น มิเคยคิดจะรับนางเป็นภรรยาเลย”หลิวเถียนขมวดคิ้วแน่น ความไม่พอใจฉายชัดเต็มใบหน้าของหญิงสูงวัย“เจ้าหลงเสน่ห์สตรีเผ่าห่าวอู๋เช่นนั้นหรือ เจ้าจึงเมินเฉยอันเอ๋อร์ของแม่เช่นนี้” น้ำเสียงเฉียบขาดดังขึ้นด้วยความขุ่นเคืองใจ“ถึงไม่มีเยว่เล่อ ข้าก็ไม่คิดจะรับนางเป็นภรรยาอยู่แล้ว ท่านแม่ไม่คิดหรือขอรับว่าที่ท่านแม่เปิดโอกาสให้ข้ากับนางใกล้ชิดกันมานานหลายปี แต่ข้าก
ท่านหมอชราที่อยู่หน้าห้องเดินเข้ามาด้วยใบหน้าสงบ เขาทำความเคารพทั้งคู่ก่อนจะขออนุญาตห่าวเย่วเล่อ นางยื่นแขนให้แก่ท่านหมอชรา ผืนผ้าขาวบางสีขาวถูกนำมาวางที่ข้อมือหมอชราจับจุดชีพจรของหญิงสาว เวลาผ่านไปครู่สีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้น เขาทดลองจับชีพจรของห่าวเย่วเล่ออยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยถามอาการต่าง ๆ ซึ่งนางก็เอ่ยตอบอย่างตรงไปตรงมา“ฤดูของฮูหยินมาหรือยังขอรับ”แค่ประโยคนี้ของท่านหมอหลุดออกมา ห่าวเย่วเล่อก็มั่นใจเต็มสิบส่วน นางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสั่นระริก “ยังไม่มาเจ้าค่ะ น่าจะสักสองเดือนได้แล้ว”ฝ่ามือเล็กยกขึ้นมาลูบที่หน้าท้องแบนราบของตนเองด้วยหัวใจที่เต้นรัวเร็วหมอชราคลี่ยิ้มอย่างยินดี ใบหน้าที่มีรอยเหี่ยวย่นหันมาเอ่ยกับเย่เจียวหั่ว“ยินดีด้วยขอรับ ฮูหยินน้อยตั้งครรภ์ได้ราว ๆ สองเดือนแล้วขอรับ”เย่เจียวหั่วหูอื้อตาลาย “วะ ว่าอย่างไรนะ” น้ำเสียงทุ้มเข้มเอ่ยถามตะกุกตะกัก“ท่านโหวกลายเป็นพ่อคนแล้วขอรับ ยินดีด้วยขอรับ” หมอชราคลี่ยิ้มเย่เจียวหั่วตรงเข้ามาจับมือหมอชราด้วยความดีใจ “ท่านหมอแน่ใจใช่หรือไม่ ไม่ได้ตรวจผิดพลาดใช่หรือไม่”“ข้าเป็นหมอมานานกว่า 40 ปี ย่อมไม่วันตรวจผิดพลาดอย่างแน
บทส่งท้ายหงเซ่อพยายามจะหนีไปทางช่องทางลับ แต่ถูกหลี่เฉินเจาตามมาจับกุมตัวไว้ได้ทัน เขาไม่ใช่เพียงแค่กุนซือหนุ่มที่เฉลียวฉลาด แต่ฝีมือดาบและวรยุทธ์ของเขาเองก็เป็นเลิศไม่แพ้สหายเช่นเดียวกันการรบกับเผ่าทุ่งหญ้ากินเวลาไปราวหนึ่งชั่วยาม สุดท้ายก็สามารถจับกุมตัวหงเซ่อ หัวหน้าของชนเผ่าทุ่งหญ้าได้สำเร็จ ทหารของเผ่าทุ่งหญ้ายอมทิ้งอาวุธ ก้มหัวจำนนให้กับเย่เจียวหั่วแต่โดยดีทางฝ่ายทหารของเมืองเจียวนั้นได้รับบาดเจ็บกันเล็กน้อย ไม่มีผู้ใดต้องพลีชีพในสงครามครั้งนี้ ความวุ่นวายของสงครามกับเผ่าทุ่งหญ้าจึงได้จบลงหงเซ่อถูกตัดสินให้ประหารชีวิต แต่เพราะความเลวทรามที่เขาได้ทำไว้ เย่เจียวหั่วจึงได้มอบความตายอันน่าสะพรึงกลัวให้แก่เขาตัวอ่อนหนอนไหมพิษถูกป้อนใส่ปากให้กับหงเซ่อที่ถูกคุมขังในคุก เย่เจียวหั่วหยดเลือดไก่ให้นางพญาหนอนไหมพิษ มันดูดกลืนหยดเลือดด้วยความหิวกระหายเวลาผ่านไปราวสามชั่วลมหายใจ หงเซ่อก็พลันร้องลั่นออกมาด้วยความเจ็บปวด“อ๊ากกกก! ช่วยด้วย เอามันออกไป ฆ่าข้า ฆ่าข้าเดี๋ยวนี้เลย”หงเซ่อดิ้นพล่านราวกับถูกน้ำร้อนลวก เขาจับกุมท้องของตนด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความเจ็บปวด ใบหน้าที่เคยทระนงพลันซีดเผ
นี่คือแผนที่ลับของชนเผ่าทุ่งหญ้า เหตุใดจึงไปอยู่ในมือของเย่เจียวหั่วได้“แผนที่นี้คือค่ายกลลับของเผ่าเจ้ามิใช่หรือ แต่ข้ากลับพบในห้องนอนของอนุท่านพ่อ นี่คงจะเป็นหลักฐานแล้วว่านางคือคนของเผ่าทุ่งหญ้า หาใช่เผ่าห่าวอู๋ที่นางเคยแอบอ้างไม่” เขาเอ่ยเสียงกร้าว “ข้าเองก็หลงผิดไปนาน คิดว่านี่คือแผนที่ของเผ่าห่าวอู๋ แต่ที่แท้คือเผ่าทุ่งหญ้าต่างหาก นับว่านางยังฉลาดจึงแอบซ่อนตัวตนของนางเอาไว้จนข้าไปพบเข้า”“บัดซบ นังโง่”หงเซ่อกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ“ข้าไม่อยากจะเสวนากับคนขลาดเช่นเจ้า จงมอบตัวซะ แล้วข้าจะปล่อยคนของเจ้าไปแต่โดยดี”“ไม่มีวัน! ข้าไม่ผิด เป็นพวกเจ้าที่รังแกข้า”หงเซ่อยังไม่ยอมจำนน ซึ่งนี่ก็เป็นความต้องการของเย่เจียวหั่วพอดี“ทหารกล้าแห่งเมืองเจียวจงฟัง! เผ่าทุ่งหญ้าสมคบคิดกับหลิวห่าวรัน สังหารอดีตท่านโหว ลอบสังหารฮูหยินท่านโหว นี่คือการก่อกบฏ ผู้ใดที่สามารถตัดศีรษะของหงเซ่อได้ มารับรางวัลจากข้า!!”“ฆ่าหงเซ่อ ฆ่าหงเซ่อ ฆ่าหงเซ่อ”ตึง ตึง ตึง!!ทหารด้านหลังส่งเสียงโห่ร้องด้วยความฮึกเหิม กลองศึกของฝั่งเมืองเจียวตีสนั่นหวั่นไหวไปทั่วบริเวณสัญญาณแห่งสงครามได้เริ่มต้นขึ้น ณ บัดนี้!เย่เ
บทที่ 18ท้องฟ้าสีแดงฉานอีกฟากหนึ่งของชนเผ่าทุ่งหญ้า ชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าชนเผ่าทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ ขว้างจอกเหล้าทิ้งอย่างไม่ไยดี เขาคือชายที่แข็งแกร่งที่สุด และองอาจที่สุดของชนเผ่าทุ่งหญ้านามของเขาคือ ‘หงเซ่อ’“เจ้านั่นมันตายแล้วอย่างนั้นหรือ”“ขะ ขอรับ ถูกตัดสินโทษประหารขอรับ”ใบหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยเพลิงโทสะ “ไร้ประโยชน์สิ้นดี”แผนการที่สู้อุตส่าห์วางแผนมานานหลายปีล้มครืนไม่เป็นท่า เขาไม่น่าร่วมมือกับคนโง่เลย แค่จัดการให้บุตรสาวเป็นฮูหยินของท่านโหวยังทำไม่ได้ เขารึสู้อุตส่าห์ส่งน้องสาวไปสังหารอดีตท่านโหวจนสำเร็จแล้วตอนแรกคิดว่าหลังจากอดีตท่านโหวตายไป เขาจะสามารถบุกทะลวงเมืองเจียวได้โดยง่าย แต่กลายเป็นเขาได้ปลุกพยัคฆ์ขึ้นมาเสียอย่างนั้น เย่เจียวหั่วผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ของท่านโหว ได้ยืนผงาดบุกทะลวงคนของเขาจนถอยร่น ยังดีที่เขาไหวตัวทันยอมยกธงขาว ไม่เช่นนั้นเขาคงได้สิ้นชีพไปเสียแล้ว“จะ จะทำอย่างไรต่อไปดีขอรับ ถ้าหากท่านโหวสืบรู้ว่าเผ่าของเราเป็นผู้อยู่เบื้องหลังจะทำอย่างไร”“จะกังวลไปทำไม ตอนนี้ข้ายังเป็นพันธมิตรกับแคว้นเป่ย อย่างไรเจ้าท่านโหวนั่นก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี” หงเซ่อ
“จัดการเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ”“ใช่แล้ว ข้าคิดถึงเจ้าจึงตรงกลับมาทันที”ห่าวเย่วเล่อส่ายหน้าให้กับเขา “ท่านพี่น่าจะไปหาท่านแม่ก่อนนะเจ้าคะ ท่านแม่คงยังสะเทือนใจไม่หาย”“ยิ่งพี่ไปหาท่านแม่อาจจะยิ่งปวดใจก็ได้ ช่วงนี้พี่รบกวนเจ้าฝากดูแลท่านแม่ด้วย”“เจ้าค่ะ”“ช่วงนี้เจ้าชอบนอนกลางวันบ่อยนะ เป็นอะไรหรือเปล่า”ห่าวเย่วเล่อส่ายหน้าปฏิเสธ “มีงานให้ต้องจัดการเยอะ ข้าก็เลยรู้สึกเพลีย ๆ นิดหน่อยเจ้าค่ะ”“โยนงานให้พ่อบ้านไปดูแลก่อนก็ได้ ข้าเกรงว่าเจ้าจะล้มป่วย”ห่าวเย่วเล่อยิ้มหวาน หัวใจของนางรู้สึกอบอุ่นนักที่เขาห่วงใยนางเช่นนี้“ข้าไม่เป็นอะไรหรอกเจ้าค่ะ แล้วเรื่องที่ไล่บ่าวออกไปหลายคนเพราะเหตุใดหรือเจ้าคะ”เย่เจียวหั่วขยับกายมานั่งใกล้ภรรยา พร้อมกับกอดรัดเอวของนางไปด้วย ท่าทางของเขาราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังออดอ้อน“บ่าวที่ถูกไล่คือสายสืบของท่านอา บางส่วนยังเป็นคนของหัวหน้าเผ่าทุ่งหญ้า เห็นทีพี่จะปล่อยไปไม่ได้เสียแล้ว”“นั่นคือเหตุผลที่ท่านพี่ทำตัวเย็นชากับข้า และปล่อยข่าวลือว่าไม่รักข้าหรือเจ้าคะ”“ใช่แล้ว แม้คราแรกพี่อาจจะ...จะไม่ได้รักเจ้า แต่ตอนนี้พี่รักเจ้ามากที่สุด หากพี่แสดงว่ารักใคร่ในตัวเ
บทที่ 17บทลงโทษการตายของหลิวหนิงอันสร้างความสะเทือนใจให้กับเมืองเจียว สตรีที่เคยเป็นยอดพธูแห่งเมืองเจียวกลับปลิดชีพตนเอง บ่าวรับใช้ที่อยู่จวนตระกูลต่างให้ปากคำกับทางกรมอาญา สองแม่ลูกที่น่าสงสารมักถูกหลิวห่าวรันลงมือทุบตีอยู่บ่อยครั้งเขาจะใช้แส้หางม้าอันเป็นอาวุธประจำกาย ฟาดที่ร่างกายของบุตรสาวและภรรยา เมื่อทำสิ่งใดให้ไม่ถูกใจทั้งสองก็จะถูกลงโทษ แต่เพราะบริเวณที่โดนแส้ฟาดนั้นคือแผ่นหลัง จึงทำให้ไม่มีผู้ใดรู้เรื่องนี้แต่หลังจากที่ท่านโหวเข้ามาจับกุมหลิวห่าวรัน ความเลวระยำที่เขาเคยทำไว้ก็พลันผุดพรายออกมาไม่รู้จบ ทั้งใช้อำนาจของตระกูลข่มเหงตระกูลที่ต่ำกว่า แอบอ้างอำนาจของพี่สาวเลี่ยงการจ่ายภาษีความผิดของเขาถูกเปิดโปง หลิวเถียนที่รับรู้ความเลวของน้องชายต่างมารดา นางถึงกับเป็นลมหมดสติไปเลย ห่าวเย่วเล่อผู้เป็นลูกสะใภ้จึงดูแลแม่สามีไม่ห่างคุกใต้ดินเมืองเจียวในมุมหนึ่งของห้องขังมีชายในวัยกลางคนนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นฟาง สายตาของเขาเลื่อนลอยออกไปไกล ความหวังที่อยากจะนั่งตำแหน่งท่านโหว ควบคุมเมืองเจียวพลันสลายหายไปในพริบตาถ้าหากบุตรสาวของเขาสามารถแต่งเข้าไปเป็นฮูหยินท่านโหวได้ เขาคงไม่ต้อง