Se connecterห้าล้านสำหรับค่าตัวงั้นหรือ... เฮอะ ดีจริงๆ เมฆินทร์จ้องภรรยาตาเขม็งก่อนสอดฝ่ามือรั้งท้ายทอยเธอดึงเข้าหาด้วยแรงที่ไม่เบาเลย ดารินเผยอปากเตรียมสวดสามี แต่เขากลับไม่เว้นช่องว่างนั้นให้เธอได้เอื้อนเอ่ยคำใดขึ้นมาอีกการบดจูบที่เร่าร้อนแฝงไว้ด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน ดารินเจ็บแปลบทั่วริมฝีปากนั่นเพราะคมเขี้ยวแหลมคมขบกัดอย่างแรงเรียวลิ้นร้ายเกี่ยวกระหวัดทั้งไล่ต้อนและดูดดุน น้ำลายและหยดเลือดถูกคละเคล้าด้วยกันจนได้รสชาติขมปร่าอบอวลในโพรงปาก เสียงเฉอะแฉะดังผสานอย่างต่อเนื่อง เป็นดารินที่ไม่อาจทนไหว เธอใช้มือดันหน้าสามีให้ออกห่าง“จูบหรือจงใจฆาตกรรมกันแน่” ถามหน้าบึ้งพลางใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำลายออกจากขอบปากเมฆินทร์ยิ้มหยัน หากเขาฆ่าใครด้วยการจูบได้ เช่นนั้นเธอคงตายคาอกเขานับพันครั้ง“ตั้งห้าล้านเชียว เลือดออกนิดหน่อยทำบ่น” เขากดบั้นท้ายภรรยาไม่ให้ขยับเขยื้อนก่อนจะก้มหน้าลงอีกครั้ง ลิ้นชื้นปาดเลียตั้งแต่เนินอกลากยาวถึงยอดปทุมถันสีอ่อนจนมันลู่ไปกับผิวเนื้อ“อ๊า...” ดารินเชิดหน้าขึ้นหลุดเสียงครางแหบพร่าคนเจ้าเล่ห์เหลือบมองปลายคางมน ดวงตาคู่คมโค้งลงเป็นสระอิคล้ายถูกใจที่ทำเธอเสียการควบคุมได้ ยอดถัน
ดารินแต่งตัวภายในห้องน้ำ ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวด้านนอก เมื่อเปิดประตูออกมากลับพบว่า เธอไม่ได้อยู่เพียงลำพังกลิ่นเหล้าอ่อนๆ เจือกลิ่นน้ำหอมจากกายใหญ่แตะปลายจมูกสวย สายตาเธอกดต่ำมองเท้าเปลือยเลื่อนขึ้นไปยังไหล่กว้างของสามี เมฆินทร์นั่งเอนหลังบนขอบเตียง แขนทั้งสองข้างเท้ายันบนฟูกสปริงหกฟุต ใบหน้าคมคายยียวนสมเป็นเขานั่นแหละ จากสายตาดูแคลนที่จ้องมองมา เดาได้เลยว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้มาดี“แค่มาอาบน้ำเดี๋ยวก็ไปแล้ว” เอ่ยบอกเสียงห้วนเมฆินทร์แสยะยิ้มมุมปาก “จะรีบไปไหนซะล่ะ นัดใครไว้เหรอแต่งตัวสวยเชียว” “ขอละคุณเมฆ อย่าชวนทะเลาะได้ปะ” เธอไม่พร้อมปะทะฝีปากในเวลานี้ เขาก็เหลือเกิน หายใจเข้าออกก็จ้องแต่จะหาเรื่องกัน ดารินเลิกสนใจสามี หยิบกระเป๋าตั้งใจจะไม่อยู่ทะเลาะกับเขาอีก แต่เสียงเข้มกลับเอ่ยขึ้นมาประโยคหนึ่ง“เธอยังไปไหนไม่ได้” มุมปากสวยกระตุกยิ้มหยัน เอี้ยวคอมองสามีที่นั่งหน้าระรื่นอยู่บนเตียง“มีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน” “ว่าแล้วเชียวคนสวยต้องพูดคำนี้” เขาลุกจากเตียงก้าวเดินมายังภรรยา ดารินรู้สึกฉุนท่าทางสัพยอกนั้นเหลือเกินคิดจะมาไม้ไหนกันแน่แต่แล้วก็ต้องชะงัก เม
ภายในรถ ดารินกลืนน้ำตาตัวเองหลายอึก เธออธิบายทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ให้ลูกชายทั้งสองเข้าใจ การันต์ไม่ชอบใจเลยยามเห็นแม่มีน้ำตา เด็กน้อยปีนขึ้นตักมารดาใช้หลังมือป้อมๆ เช็ดคราบน้ำตาออกให้อย่างแผ่วเบาดารินปล่อยโฮออกมาในที่สุด เธอกอดร่างนุ่มนิ่มไว้แนบแน่น รู้สึกเหมือนจะขาดใจตายเดี๋ยวนั้น“แม่...แม่ไม่ได้อยากให้เรื่องเป็นแบบนี้เลย พี่ภูมิ การันต์ แม่ขอโทษจริงๆ ถึงแม่จะไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้แล้ว แต่เราก็ยังเจอกันเหมือนเดิมทุกวันนะ แม่จะไปรับที่โรงเรียนทุกวันเลยดีมั้ย เสาร์อาทิตย์เราก็ไปหาอะไรกินกันเหมือนเดิม”ภูมินทร์แม้เขาจะแค่เจ็ดขวบ แต่ก็พอทำความเข้าใจได้ และเขาไม่ได้โกรธแม่ แต่แค่ไม่เข้าใจว่าทำไม พ่อกับแม่ต้องหย่ากัน“แม่ไม่ได้รักพ่อแล้วเหรอครับ” เขาถาม“...” ดารินยกมือปาดน้ำตาออกจากใบหน้าก่อนจะตอบไปว่า“เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอกพี่ภูมิ แม่อยากให้พี่ภูมิมั่นใจว่า แม่จะไม่ทอดทิ้งพวกหนูอย่างแน่นอน”อ้อมแขนของดาริน ใบหน้ากลมอิ่มซบอกมารดาแขนขาอ่อนเปลี้ยด้วยเจ้าตัวเข้าสู้ห้วงนิทราไปแล้วเธอกระชับอ้อมแขนมองเจ้าก้อนอย่างอ่อนใจ เด็กก็คือเด็กจริงๆ นั่นแหละ...“ทุกคืนต่อจากนี้จะไม่มีแม่แล
ดารินมารอรับลูกชายทั้งสามตามแผนการเดิมที่วางไว้ ในขณะเดียวกันเธอรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณอกด้านซ้ายยามเห็นใบหน้ากลมแฉล้มเดินยิ้มแย้มมาแต่ไกล ริมฝีปากเธอสั่นระริก ยากเย็นเหลือเกินกว่าจะกลั่นกรองรอยยิ้มสดใสตอบรับพวกเขา“แม่มาแล้ววว” เสียงยานคางของการันต์พร้อมกับอ้อมแขนเล็กจิ๋วสวมกอดหน้าขามารดาแน่น ดารินยอบลงตัวปัดเส้นผมชื้นเหงื่อออกจากกรอบหน้ากลมอิ่มเรียวแขนเล็กดูบอบบาง ทว่าอุ้มการันต์ได้อย่างมั่นคง “คิดถึงจังเลยคนเก่งของแม่”ระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาล ดารินถามไถ่เรื่องการเรียนของเจ้าแฝดไปพลางๆ และไม่นานหลังจากนั้นการันต์ที่นั่งคาดเข็มขัดอยู่เบาะหน้ากับมารดาก็เข้าสู่ห้วงนิทราด้วยความอ่อนล้า ดารินปรับเบาะให้ลูกชายเพื่อให้เจ้าตัวเล็กนอนได้ถนัดมากขึ้น ก่อนเอ่ยถามภูมินทร์กับภูเบศวร์ว่า“หิวหรือยังเด็กๆ แวะทานอะไรก่อนขึ้นไปเยี่ยมคุณยายไหม” ภูเบศวร์ “มีไก่ทอดมั้ยครับ”“ช่วงนี้อินกับไก่ทอดเหรอ” ภูมินทร์หันมองเสี้ยวหน้าน้องชายที่เกิดทีหลังเขาถึงสิบห้าวินาที“อือ อยากกิน”“พี่ภูมิล่ะเอาด้วยมั้ยคะ”“ภูมิเอาเนื้อน่องครับ เขาว่าเนื้อตรงนั้นนุ่มสุด”ภีมอ้าปากล้อเลียนพี่ชาย “เขาน่ะใครเหรอ” ไม
เมฆินทร์นั่งรอภรรยาภายในรถชั่วโมงกว่าแล้ว ระหว่างนั้นเขาพยายามทำใจให้เย็นลงพลางกดโทร.หาดารินรอบที่เท่าไรไม่อาจนับแม้รู้เต็มอกว่า เธอปิดเครื่องหนีกันก็เถอะ กระทั่งขึ้นแจ้งเตือนว่า ปลายทางสามารถติดต่อได้ คิ้วเข้มยังคงขมวดยุ่งเหยิง เพราะไม่ว่าอย่างไรก็ไร้การตอบรับจากเธอนิตยสารครอบครัวเคยขอสัมภาษณ์ภรรยาของผู้บริหารเมธากรูปเมื่อปีก่อน หัวข้อเคล็ดลับของชีวิตคู่ที่ยาวนานดาริน : เราควรมีเวลาให้กันเสมอ สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้คือความเอาใจใส่ และตบท้ายด้วยการบอกว่า'สามีของเธอน่ะน่ารักขนาดไหน' เพราะแบบนั้นจึงไม่แปลกหากคนภายนอกมองว่า ครอบครัวเขาน่ะแสนสมบูรณ์แบบ มีลูกที่น่ารัก มีภรรยาที่คอยเอาใจใส่สามีตลอดเวลาเมฆินทร์กลั้วหัวเราะ ช่างเป็นเรื่องน่าขำสิ้นดี หาความจริงในนั้นไม่ได้เลยสักนิดเดียว เคยเห็นจิ้งจกเปลี่ยนสีไหมล่ะ หากไม่เคยก็ดูเมียเขาไว้นะ นั่นแหละ ดารินเธอแสดงละครเก่งยิ่งกว่าดาราบางคนเสียอีกสิบนาทีต่อมาเขายังอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือดับเครื่องรถลงมารอข้างนอกแทน ก้านนิ้วเรียวยาวเคาะฝากระโปรงรถ ดารินต้องเฝ้าคุณหญิงกำไล ดังนั้นเขามั่นใจว่าอย่างไรเธอก็ต้องลงมา สายตาคู่คมเพ่งมองประตูลิฟต์อี
แม่ยายป่วยทั้งคนมีหรือเมฆินทร์จะนิ่งดูดาย เขาสั่งให้เลขาตรวจสอบจึงทราบมาว่า คุณหญิงกำไลป่วยด้วยอาการโรคมะเร็งเต้านม แต่เพราะได้รับการรักษาทันเวลาจึงสามารถผ่าตัดเนื้อร้ายได้สำเร็จ เมฆินทร์ยังรู้มาอีกว่าเสี้ยนหนามอย่างจิรันตน์ก็ประจำการอยู่ที่นั่นด้วยเดิมทีไม่ใช่คนเชื่อใจในตัวภรรยาอยู่แล้ว ยิ่งสถานการณ์คลุมเครือที่มีใบหย่าเป็นตัวกั้นกลาง ทำให้เมฆินทร์อดคิดไม่ได้ว่า ดารินกำลังวางลู่ทางเอาไว้ หลังจากเขายอมเซ็นใบหย่า เธอคงจะหวังพึ่งพามัน... จิรันตน์ ชายหนุ่มที่ไม่ต้องทำอะไรก็ชนะเขาเสมอ แม้กระทั่งเรื่องของหัวใจ... ชายหนุ่มทั้งสองมีสายเลือดจากบิดาคนเดียวกัน จึงไม่แปลกที่หน้าตาพวกเขาจะคล้ายคลึงกันมาก ต่างกันตรงที่จิรันตน์เป็นประเภทเด็กเนิร์ดของโรงเรียน ชอบทำกิจกรรม และมักถูกส่งไปแข่งขันตอบคำถามวิชาการสร้างชื่อเสียงให้โรงเรียนเสมอ ต่างกับเมฆินทร์ที่เป็นเด็กหลังห้อง มักมีเรื่องชกต่อยกับเด็กในและนอกโรงเรียนเป็นประจำหากเมฆินทร์ไม่ใช่ลูกที่เกิดจากเมียหลวง ผู้ถือใบทะเบียนสมรสเหนือกว่าเมียคนอื่นๆ คาดว่าคงถูกบิดาเฉดหัวออกจากบ้านไปนานแล้ว เพราะลูกชายคนนี้มีแต่สร้างเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน ส่วนจ







