เข้าสู่ระบบความเย็นชาที่ส่งผ่านสายตาเพียงเสี้ยววินาทีบนเวทีนั้น... บาดลึกลงไปในหัวใจของมีอาอย่างรุนแรงและโหดร้าย
ทัศนียภาพรอบกายที่เคยเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ บัดนี้กลับไร้ความหมายลงไปในทันที ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูพาสเทลยืนนิ่งค้างท่ามกลางผู้คนชั้นสูงในงานที่กำลังก้มศีรษะให้กับการก้าวลงจากเวทีของ ‘ลูคัส วัลเดอร์บิลต์’ ลูคัสเดินล้อมรอบไปด้วยบอดี้การ์ดร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบนาย เขาก้าวผ่านกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำและเหล่าไฮโซที่พยายามจะยื่นบัตรแนะนำตัว โดยไม่แม้แต่จะปรายสายตามองใคร ความนิ่งสงบ เยือกเย็น และออร่าแห่งความเย็นชาอันไร้ความรู้สึกของเขา ราวกับราชาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จที่ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใครบนโลกใบนี้ ‘นายทำเหมือนฉันเป็นเพียงอากาศธาตุ... ทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันอย่างนั้นเหรอ ลูคัส?’ มีอากลืนก้อนความขมขื่นและจุกแน่นลงคออย่างยากลำบาก มือบางที่ถือแก้วแชมเปญสั่นระริกจนน้ำในแก้วสั่นคลื่นเบาๆ เป็นระลอก เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างกายเบาๆ หญิงสาวตัดสินใจเบียดตัวผ่านฝูงชน เดินเลี่ยงออกจากความอึดอัดและไร้อากาศหายใจในห้องโถงจัดเลี้ยง ปล่อยให้ผู้คนรุมล้อมพยายามเข้าหาประธานคนใหม่ไปตามลำพัง เท้าเรียวในรองเท้าส้นสูงสีเงินก้าวเดินออกไปตามโถงทางเดินยาวอันเงียบสงบของโรงแรม มุ่งหน้าสู่ ‘ระเบียงกว้างลอยฟ้า’ ซึ่งเป็นโซนด้านนอกที่เปิดรับลมและร้างไร้ผู้คน สายลมเย็นๆ ยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้าหวาน พัดพาเอาเรือนผมสีชมพูพาสเทลยาวสลวยให้พลิ้วไหวไปตามแรงลม มีอาเดินไปหยุดยืนชิดขอบระเบียงหินอ่อน สองมือบางกอดอกตัวเองไว้หลวมๆ เพื่อคลายความหนาวสั่น สายตามองทอดออกไปที่แสงไฟระยิบระยับของตึกสูงใจกลางกรุงเทพมหานครด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างและเจ็บปวด นิ้วเรียวสวยค่อยๆ เลื่อนขึ้นไปแตะที่ ‘จี้ผีเสื้อสีชมพู’ กลางอกอีกครั้ง... สัมผัสของคริสตัลเย็นเชียบช่วยย้ำเตือนว่า ความทรงจำในวัยเด็ก และความอบอุ่นที่เขาเคยมอบให้เธอนั้นมันคือเรื่องจริง ไม่ใช่เพียงแค่ภาพฝันที่เธอคิดไปเองฝ่ายเดียว "หกปีที่ฉันรอคอย... เพื่อจะมาเจอสายตาเมินชาแบบนี้เนี่ยนะ?" มีอาพึมพำกับตัวเองเบาๆ น้ำตาอุ่นๆ เอ่อคลอขึ้นมาที่ขอบตาด้วยความอัดอั้นตันใจ พรึ่บ! ทันใดนั้นเอง... แสงไฟบริเวณระเบียงลอยฟ้าก็ถูกปิดดับลงกะทันหัน! ความมืดมิดครอบคลุมไปทั่วทั้งบริเวณ มีอาสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณความระวังภัยที่เคยฝึกฝนมาทำงานทันที เธอรีบหมุนตัวกลับเตรียมจะก้าวเดินถอยหลังกลับเข้าสู่ด้านในห้องโถง ทว่า... ยังไม่ทันจะได้ก้าวเท้า ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก็พุ่งแหวกความมืดเข้ามาอย่างรวดเร็ว เงียบเชียบ และเด็ดขาดดุจเงาพราย! หมับ! มือหนาร้อนผ่าวข้างหนึ่งคว้าจับที่ข้อมือบางของเธอไว้แน่น ก่อนจะกระชากเอวบางของมีอาเข้าหาตัว แล้วดันร่างระหงของเธอไปชิดติดกับกำแพงหินอ่อนในมุมมืดอย่างรวดเร็วและหนักแน่น! "อื้อ!—" มีอาหลุดร้องด้วยความตกใจ มือบางอีกข้างยกขึ้นเตรียมจะใช้ทักษะการป้องกันตัวที่เคยเรียนมาสวนกลับทันที แต่มือหนาอีกข้างของชายปริศนาก็พุ่งเข้ามาล็อกข้อมือทั้งสองข้างของเธอชูขึ้นเหนือศีรษะ ตรึงไว้กับกำแพงหินอ่อนอย่างง่ายดายจนเธอไม่อาจขยับขยายได้เลย! กลิ่นหอมสะอาดผสมกลิ่นบุหรี่ราคาสูงและกลิ่นเหงื่ออ่อนๆ อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว... กลิ่นที่เธอจำได้ขึ้นใจแม้เวลาจะหมุนเปลี่ยนไปนานถึงหกปี! "ลู... ลูคัส?!" มีอาอุทานออกมาเสียงแผ่วเบา ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งร่างด้วยความตกใจและโหยหา ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงจันทร์และแสงไฟจากตึกสูงส่องกระทบเข้ามา ใบหน้าคมคายได้รูปอย่างไร้ที่ติของชายหนุ่มที่อยู่ห่างจากใบหน้าของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร! ลมหายใจร้อนผ่าวของเขารดพร่าอยู่บนแก้มเนียนของเธออย่างชัดเจน นัยน์ตาคมกริบคู่สีเข้มดุจพยัคฆ์ร้ายจ้องมองลึกลงมาในดวงตาของมีอา แววตาคู่นั้นในตอนนี้ไม่ได้มีความเย็นชาเหมือนบนเวทีอีกต่อไป... แต่มันกลับเต็มไปด้วยความโหยหา ความเจ็บปวด และความคลั่งไคล้ที่ถูกกดข่มเอาไว้มานานถึงหกปีเต็ม! "บอกฉันมา... มีอา" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดแหบพร่าของลูคัสดังชิดใบหูของเธอ แรงอารมณ์บีบคั้นจนน่าขนลุก "ทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่? แล้วทำไม... ถึงยังสวมสร้อยเส้นนี้ไว้อยู่อีก?!" สายตาคมกริบลดต่ำลงมองที่ 'จี้ผีเสื้อสีชมพู' กลางอกของเธอ ซึ่งกำลังสะท้อนแสงจันทร์วาววับ มีอาหัวใจเต้นระสับรุนแรงราวกระหน่ำตีเกราะ เธอที่พยายามดิ้นรนในพันธนาการของคนร่างสูงตรงหน้า พร้อมสบสายตากับเขาด้วยความเจ็บปวดและไม่ยอมแพ้ "แล้วทำไมฉันจะสวมไม่ได้?! สร้อยเส้นนี้ก็เป็นของฉัน... นายเป็นคนให้ฉันเองกับมือ!" มีอาตอบกลับเสียงสั่น แต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "และฉันมาที่นี่ในฐานะของตัวแทนจากที่ทำงาน... ไม่เหมือนนาย ที่มาที่นี่แล้วทำเป็นจำฉันไม่ได้!" ลูคัสนิ่งเงียบไป นัยน์ตาคู่คมไหววูบด้วยความเจ็บปวดปนเครียดแค้น ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้อีกจนปลายจมูกโด่งสันแทบจะชิดกับจมูกของเธอ "จำไม่ได้เหรอ?" ลูคัสเค้นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำแฝงความประชดประชันและขมขื่น "เธอคิดว่าฉันลืมเธอได้จริงๆ อย่างนั้นเหรอ คังมีอา? คิดว่าหกปีที่ผ่านมา... มีวันไหนบ้างที่ฉันไม่นึกถึงเธอ?" "ถ้านายไม่ลืม... แล้วสายตาเมินเฉยบนเวทีนั่นมันคืออะไร! ทำไมต้องทำเหมือนฉันเป็นคนแปลกหน้า?!" น้ำตาที่เอ่อคลอไหลผ่านแก้มเนียนของมีอาหยดลงบนหลังมือของชายหนุ่ม สัมผัสของน้ำตาอุ่นๆ ทำให้หัวใจของนายใหญ่มาเฟียกระตุกรวดร้าว ลูคัสค่อยๆ ปล่อยพันธนาการที่ข้อมือของเธอออก แต่มือหนาเลื่อนขึ้นไปประคองใบหน้าหวานของเธอไว้แน่น ปลายนิ้วโป้งของเขาไล้เช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาและทะนุถนอม... สัมผัสอ่อนโยนแบบเดียวกันกับในคืนฝนตกเมื่อหกปีที่แล้วไม่ผิดเพี้ยน "เพราะโลกของฉันในตอนนี้... มันไม่ได้ปลอดภัยเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว มีอา" ลูคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า นัยน์ตาฉายแววอันตราย "ตระกูลมาเฟีย ศัตรู และคราบเลือด... คือสิ่งที่ล้อมรอบตัวฉันอยู่ ถ้าย้อนกลับไปได้ ฉันไม่อยากให้เธอเข้ามาแปดเปื้อนหรือมีตัวตนอยู่ในโลกของฉันเลยสักนิด!" "แต่ฉันไม่กลัว!" มีอาตอบกลับทันควัน เธอใช้มือบางทั้งสองข้างจับมือหนาของเขาที่กุมแก้มเธอไว้แน่น "หกปีที่แล้วฉันทำได้แค่ยืนร้องไห้และดูนายถูกพาตัวไป... แต่ตอนนี้ฉันไม่ใช่เด็กกะโปโลคนเดิมอีกแล้วนะลูคัส! ฉันเติบโตขึ้นเพื่อที่จะยืนเคียงข้างนายได้โดยไม่ต้องเป็นภาระใคร!" คำพูดเด็ดเดี่ยวและสายตาที่มั่นคงของมีอา ทำให้นายใหญ่มาเฟียผู้เยือกเย็นถึงกับชะงักไป ความรู้สึกรัก โหยหา และความบ้าคลั่งที่พยายามกดทับไว้ตลอดหกปีปะทุขึ้นมาในอกอย่างยับยั้งไม่อยู่ "เธอมันบ้า... มีอา" ลูคัสพึมพำเสียงพร่า ก่อนจะกระชับร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดแน่นขึ้น "เธอมันยัยตัวแสบที่ไม่เคยฟังฉันเลยสักครั้ง..." และก่อนที่มีอาจะทันได้เอ่ยปากพูดอะไรต่อ... ริมฝีปากหยักหนาเรียวสวยของนายใหญ่มาเฟีย ก็ทาบทับลงมาบนริมฝีปากอิ่มสีกลีบบัวของเธออย่างรวดเร็ว นุ่มนวล และหนักแน่น! จุมพิตแรกในรอบหกปี... เต็มไปด้วยความโหยหา ลึกซึ้ง และความหวานขมที่อัดแน่นมานานแสนนาน! ลูคัสบดเบียดริมฝีปากชิมความหวานจากหญิงสาวอย่างโหยหา ขณะที่มีอาตอบรับจุมพิตนั้นด้วยความรู้สึกทั้งหมดที่มี สองมือบางเลื่อนขึ้นไปโอบรอบคอหนาของเขาไว้แน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปอีกครั้ง สัมผัสอบอุ่นเนิ่นนานกลางมุมมืด ร้อนแรงจนลืมความหนาวเย็นของสายลมยามค่ำคืนไปจนหมดสิ้น! กระทั่งลูคัสค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ทั้งคู่หอบหายใจรดกัน หน้าผากแนบชิดกันในความมืด "ถอยออกไปซะมีอา... ก่อนที่ฉันจะดึงเธอลงมาในนรกของวงการมาเฟียนี้จนเธอหนีไปไหนไม่ได้อีก" ลูคัสกระซิบเสียงต่ำแฝงคำเตือน "ฉันบอกแล้วไง... ว่าฉันไม่ถอย" มีอาสบสายตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ลูคัสมองสบตากับเธอนิ่ง รอยยิ้มมุมปากอันทรงเสน่ห์และอันตรายที่เธอไม่ได้เห็นมานานหกปีค่อยๆ จุดประกายขึ้นเบาๆ "หึ ได้! งั้นก็เตรียมตัวไว้ได้เลย... ยัยตัวแสบ"สำเนียงภาษาอิตาลีอันสละสลวยและเป๊ะปังที่แทบจะเทียบเคียงดั่งระดับภาษาแม่ที่หลุดออกจากปากของเลขาสาวเรือนผมสีชมพูพาสเทล ทำเอา ‘คาเทริน่า วาลัวส์’ ถึงกับชะงักกึก รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าคมสวยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและไม่พอใจในเสี้ยววินาที!นัยน์ตาสีฟ้าคู่คมของไฮโซสาวฝั่งยุโรปหรี่ลงอย่างจับผิด เธอไม่คิดเลยว่าหญิงสาวชาวเอเชียตรงหน้าที่มีตำแหน่งเป็นเพียง 'เลขาส่วนตัว' จะสามารถตอกกลับเธอด้วยภาษาบ้านเกิดได้อย่างนุ่มนวล แต่บาดลึกลงไปถึงทรวงขนาดนี้"นี่เธอ... กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับฉัน?!" คาเทริน่าเค้นเสียงตวาดออกมาเป็นภาษาอิตาลีอย่างตึงเครียด ก้าวเข้ามาหามีอาหมายจะใช้อำนาจคุณหนูตระกูลใหญ่ข่มขวัญ "รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! และรู้ไหมว่าตระกูลวาลัวส์ถือหุ้นและมีอิทธิพลในเครือข่ายยุโรปมากแค่ไหน!"มีอาไม่แม้แต่จะสะทกสะท้านหรือถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ใบหน้าหวานยังคงจุดรอยยิ้มการค้าอันงดงามและสงบนิ่ง เธอกอดแฟ้มเอกสารในมือไว้หลวมๆ แล้วตอบกลับด้วยท่วงท่าของมืออาชีพชั้นยอด"ดิฉันทราบดีค่ะคุณคาเทริน่า... ตระกูลวาลัวส์เป็นหนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของวัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน" มีอาน
รสจูบอันหนักแน่นและบีบบังคับในตอนแรก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและโหยหาลึกซึ้ง ลูคัสตักตวงความหวานจากริมฝีปากอวบอิ่มของมีอาอย่างเอาแต่ใจ สองมือหนาประคองแผ่นหลังของเธอให้ร่นเข้ามาชิดแผ่นอกแกร่ง ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที หญิงสาวตรงหน้าจะเลือนหายไปเหมือนความฝันในยามค่ำคืนมีอาหลับตาลงรับสัมผัสร้อนผ่าวที่คุ้นเคย สองมือบางที่เคยแตะอยู่บนอกเสื้อเชิ้ตสีดำเปลี่ยนเป็นกำผ้าเนื้อดีไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่เริ่มอ่อนแรงลง ลมหายใจอุ่นๆ สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องทำงานชั้น 88กระทั่งลูคัสค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ปลายจมูกโด่งสันยังคงคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู"นี่คือบทลงโทษ... สำหรับคนที่คิดจะแข็งข้อกับฉันตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูจนมีอาต้องหดคอหนีด้วยความสยิว"คนฉวยโอกาส..." มีอาพึมพำเสียงแผ่ว พยายามดันแผ่นอกแกร่งออกเบาๆ เพื่อจัดเสื้อสูทสีครีมของตัวเองให้เรียบร้อย แม้ใบหน้าหวานจะยังคงร้อนผ่าว แต่แววตาคู่สวยก็กลับมาฉายแววมั่นใจอีกครั้ง "ถ้านายจะบังคับให้ฉันทำงานตำแหน่งนี้ด้วยสัญ
เช้าวันจันทร์อันแสนสดใส... ทว่าบรรยากาศภายในอาคารสูงใจกลางเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ กลับตลบอบอวลไปด้วยความระส่ำระส่ายและความตื่นตระหนกขั้นสุด!พนักงานทุกระดับชั้นตั้งแต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการยันผู้บริหารระดับสูง ต่างวิ่งวุ่นกันจนวุ่นวาย หลายคนสอดส่องสายตามองหน้ากันพลางซุบซิบกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ เสียงแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดที่ถูกกดรัวอย่างรวดเร็วและเสียงโทรศัพท์สายด่วนที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย ทำให้บรรยากาศภายในออฟฟิศตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก"เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ยคุณวิน? ทำไมทุกคนถึงดูแตกตื่นวุ่นวายกันขนาดนี้?"‘คังมีอา’ ในชุดสูททำงานกระโปรงทรงสอบเข้ารูปสีครีมดูสง่างาม เรือนผมสีชมพูพาสเทลรวบเป็นมวยเรียบร้อยเปิดเผยลำคอระหงผุดผ่อง มือข้างนึงถือแท็บเล็ต และอีกข้างก็เป็นแก้วกาแฟสแตนเลสใบโปรดเข้ามาในโซนทำงานของแผนกวิเคราะห์ข้อมูล เธอละสายตาจากแท็บเล็ตในมือแล้วเอ่ยถามพนักงานรุ่นน้องที่กำลังยืนทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกสลายตรงหน้า"หัวหน้าคัง! มาพอดีเลยครับ!" วินรีบพุ่งตัวเข้ามาหาเธอด้วยท่วงท่าตระหนกตกใจอย่
ความเย็นชาที่ส่งผ่านสายตาเพียงเสี้ยววินาทีบนเวทีนั้น... บาดลึกลงไปในหัวใจของมีอาอย่างรุนแรงและโหดร้ายทัศนียภาพรอบกายที่เคยเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ บัดนี้กลับไร้ความหมายลงไปในทันที ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูพาสเทลยืนนิ่งค้างท่ามกลางผู้คนชั้นสูงในงานที่กำลังก้มศีรษะให้กับการก้าวลงจากเวทีของ ‘ลูคัส วัลเดอร์บิลต์’ลูคัสเดินล้อมรอบไปด้วยบอดี้การ์ดร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบนาย เขาก้าวผ่านกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำและเหล่าไฮโซที่พยายามจะยื่นบัตรแนะนำตัว โดยไม่แม้แต่จะปรายสายตามองใคร ความนิ่งสงบ เยือกเย็น และออร่าแห่งความเย็นชาอันไร้ความรู้สึกของเขา ราวกับราชาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จที่ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใครบนโลกใบนี้‘นายทำเหมือนฉันเป็นเพียงอากาศธาตุ... ทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันอย่างนั้นเหรอ ลูคัส?’มีอากลืนก้อนความขมขื่นและจุกแน่นลงคออย่างยากลำบาก มือบางที่ถือแก้วแชมเปญสั่นระริกจนน้ำในแก้วสั่นคลื่นเบาๆ เป็นระลอก เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างกายเบาๆหญิงสาวตัดสินใจเบียดตัวผ่านฝูงชน เดินเลี่ยงออกจากความอึดอัดและไร้อากา
ณ โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร ค่ำคืนนี้ตลบอบอวลไปด้วยความหรูหราอลังการขั้นสุด โถงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ถูกตกแต่งด้วยธีมสีดำตัดทองคำแท้ แชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับห้อยระย้าจากเพดานสูง สะท้อนแสงไฟวิบวับไปทั่วทั้งห้อง ผู้คนชั้นสูงทั้งในวงการธุรกิจ ไฮโซชื่อดัง และข้าราชการระดับผู้ใหญ่ต่างสวมชุดราตรีและสูทหรูหราเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก ทุกคนต่างมาเพื่อเป้าหมายเดียวกัน... คือการได้ยื่นบัตรแนะนำตัวและสร้างคอนเนกชันกับ 'ประธานคนใหม่' ของ วัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน รองเท้าส้นสูงสีเงินคู่สวยก้าวลงจากรถแท็กซี่หรูหน้าทางเข้าโรงแรม ร่างระหงของ 'คังมีอา' ในชุดเดรสเกาะอกผ้าไหมซาตินสีชมพูพาสเทลเดินก้าวเข้ามาในงานอย่างมั่นใจ ทันทีที่เธอปรากฏตัว... สายตาของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลและหนุ่มๆ ในงานต่างสะดุดกึกและหันมามองเธอเป็นตาเดียว! เรือนผมสีชมพูพาสเทลยาวสลวยที่ถูกเกล้าขึ้นครึ่งศีรษะอย่างประณีต เผยช่วงไหล่เนียนผุดผ่องและลำคอระหง ใบหน้าหวานฉ่ำที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างลงตัวงดงามโดดเด่นสะกดทุกสายตา แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างจากสาวๆ คนอื่น
หกปีต่อมา...สายลมแห่งกาลเวลาก็ได้หมุนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว... ร่องรอยคราบเลือดบนพื้นคอนกรีตและเสียงกรีดร้องในค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำวันนั้น ค่อยๆ ถูกกาลเวลากลบฝังลงไปลึกสุดในแผ่นอกซ้ายของเด็กสาวผมสีชมพูพาสเทลหกปีที่ผ่านมา ‘คังมีอา’ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความอ่อนแอ เธอใช้ความเจ็บปวดและความคิดถึงโหยหาเป็นแรงขับเคลื่อนในการผลักดันตัวเอง ผลการเรียนระดับท็อป ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่เป็นเลิศ และพื้นฐานความฉลาดเฉียบแหลม ทำให้เธอเรียนจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งตั้งแต่อายุยังน้อยปัจจุบัน ในวัยยี่สิบสามปีเต็ม มีอาเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามสะพรั่งอย่างสมบูรณ์แบบ เรือนผมยาวสลวยสีชมพูพาสเทลอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงทอดตัวนุ่มสลวยรับกับใบหน้าหวานฉ่ำลูกครึ่งไทย-เกาหลี ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นแม้จะยังคงความสดใสไว้ แต่ก็แฝงไปด้วยความเยือกเย็น เฉียบขาด และอ่านคนได้อย่างทะลุทะลวงปัจจุบัน เธอรับตำแหน่งเป็น ‘หัวหน้านักวิเคราะห์ข้อมูลมือหนึ่ง’ ของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ นั่งทำงานอยู่ในห้องกระจกทรงสูงบนอาคารหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร“หัวหน้าคั







