로그인หกปีต่อมา...
สายลมแห่งกาลเวลาก็ได้หมุนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว... ร่องรอยคราบเลือดบนพื้นคอนกรีตและเสียงกรีดร้องในค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำวันนั้น ค่อยๆ ถูกกาลเวลากลบฝังลงไปลึกสุดในแผ่นอกซ้ายของเด็กสาวผมสีชมพูพาสเทล หกปีที่ผ่านมา ‘คังมีอา’ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความอ่อนแอ เธอใช้ความเจ็บปวดและความคิดถึงโหยหาเป็นแรงขับเคลื่อนในการผลักดันตัวเอง ผลการเรียนระดับท็อป ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่เป็นเลิศ และพื้นฐานความฉลาดเฉียบแหลม ทำให้เธอเรียนจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งตั้งแต่อายุยังน้อย ปัจจุบัน ในวัยยี่สิบสามปีเต็ม มีอาเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามสะพรั่งอย่างสมบูรณ์แบบ เรือนผมยาวสลวยสีชมพูพาสเทลอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงทอดตัวนุ่มสลวยรับกับใบหน้าหวานฉ่ำลูกครึ่งไทย-เกาหลี ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นแม้จะยังคงความสดใสไว้ แต่ก็แฝงไปด้วยความเยือกเย็น เฉียบขาด และอ่านคนได้อย่างทะลุทะลวง ปัจจุบัน เธอรับตำแหน่งเป็น ‘หัวหน้านักวิเคราะห์ข้อมูลมือหนึ่ง’ ของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ นั่งทำงานอยู่ในห้องกระจกทรงสูงบนอาคารหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร “หัวหน้าคังครับ... ชานมไข่มุกหวานสามสิบเปอร์เซ็นต์ตามที่สั่งได้แล้วครับ” เสียงของ ‘วิน’ พนักงานรุ่นน้องในทีมวิเคราะห์ เดินถือแก้วชาเข้ามาวางบนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีด้วยท่าทางนอบน้อม มีอาละสายตาออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบดิสเพลย์คู่ ก่อนจะส่งรอยยิ้มหวานทรงเสน่ห์ที่ทำเอาพนักงานหนุ่มในออฟฟิศแอบหัวใจเต้นผิดจังหวะไปตามๆ กัน “ขอบใจนะวิน... แล้วรายงานการวิเคราะห์เก็งกำไรที่ดินย่าน CBD ของสัปดาห์หน้าเสร็จหรือยัง?” “เรียบร้อยครับหัวหน้า! สมแล้วที่เป็นหัวหน้าคัง ตัวเลขกับสถิติแม่นยำจนฝ่ายบริหารอนุมัติงบแบบไม่ต้องตั้งคำถามสักคำเลยครับ” วินหัวเราะร่าด้วยความชื่นชม ก่อนจะนึกขึ้นได้แล้วรีบหยิบแฟ้มเอกสารหรูหราสีดำสลักขอบทองออกมาจากอ้อมแขน “จริงสิครับหัวหน้า! เกือบ ลืมไปเลยครับ เอกสารบัตรเชิญเข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับ VIP ระดับประเทศคืนนี้ส่งมาถึงหัวหน้าเมื่อครู่นี้ครับ” มีอารับแฟ้มมาเปิดดู บัตรเชิญพิมพ์ด้วยการลงน้ำหนักทองคำแท้ดูหรูหรา สง่างาม และมีระดับเกินกว่างานเลี้ยงมหาเศรษฐีทั่วไป “งานต้อนรับประธานคนใหม่ของ ‘วัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน’ เครือยักษ์ใหญ่ระดับโลกใช่ไหม?” มีอาเอ่ยถามเสียงเรียบ นิ้วเรียวเรียวสวยลูบไปตามขอบบัตรเชิญ “ใช่ครับหัวหน้า! ข่าวนี้กำลังสะพัดไปทั่ววงการธุรกิจเลยครับ ได้ข่าวว่าบริษัทแม่ที่อิตาลีเพิ่งเข้ามาเทคโอเวอร์และอัดฉีดงบขยายอิทธิพลในไทยแบบมหาศาล และที่น่าตื่นเต้นกว่านั้นคือ... ประธานคนใหม่เป็นหนุ่มลูกครึ่งไฟแรงที่เพิ่งขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของตระกูลมาเฟียเก่าแก่ในยุโรปครับ!” วินทำหน้าตื่นเต้น ก่อนจะขยับเข้ามาซุบซิบกระซิบกระซาบต่อ “ฟังดูเหมือนในนิยายเลยใช่ไหมครับ? แต่ข่าวลือเบื้องหลังบอกว่า ชายคนนี้ลึกลับ อันตราย และทรงอิทธิพลมาก ข่าวลือในวงในพูดกันว่าใครก็ตามที่คิดเป็นศัตรูหรือโกงสัญญาธุรกิจกับเขา... ไม่เคยมีใครมีชีวิตรอดเกินสามวันสักคนเลยครับหัวหน้า!” มีอาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์จุดประกายขึ้นเบาๆ “ข่าวลือมาเฟียพวกนั้นส่วนใหญ่ก็แค่สร้างภาพขึ้นมาเพื่อให้คนเกรงกลัวนั่นแหละ... คนระดับนั้นเขาไม่จำเป็นต้องลงมือเองหรอก” มีอาปิดแฟ้มลง “คืนนี้ฉันจะไปเข้าร่วมงานในฐานะตัวแทนฝ่ายวิเคราะห์ของบริษัทเอง พวกเธอเตรียมข้อมูลสรุปโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ที่เขาอาจสนใจไว้ให้พร้อมก็พอ” “รับทราบครับหัวหน้าคัง! อ้อ... คืนนี้แต่งตัวจัดเต็มไปเลยนะครับ ได้ข่าวว่ามีแต่พวกไฮโซกับนักธุรกิจตระกูลใหญ่ไปร่วมงานทั้งนั้นเลย!” เมื่อลับหลังพนักงานรุ่นน้อง ห้องทำงานกว้างก็กลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง มีอาก้มลงมองตราประจำตระกูลที่สลักอยู่บนบัตรเชิญทองคำตรงหน้าอีกครั้ง... ตราสัญลักษณ์รูป ‘สิงโตเหยียบดาบคู่’ อันสง่างามและน่าเกรงขาม ความรู้สึกบางอย่างพุ่งปะทะเข้ากลางอกอย่างแรง! นิ้วเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยขณะยื่นไปแตะตราสัญลักษณ์นั้น... เพราะมันคือรอยตราแบบเดียวกันกับที่เธอเคยแอบเห็นบนซองเอกสารลับในกระเป๋านักเรียนของลูคัสเมื่อหกปีที่แล้วไม่ผิดเพี้ยนแน่นอน! หัวใจดวงน้อยที่เคยด้านชาและสงบนิ่งมาตลอดหกปี เริ่มตื่นตัวและเต้นระสับรุนแรงราวกระหน่ำตีเกราะ ไม่ทันรู้ตัว มือก็ขึ้นจับ ‘สร้อยคอจี้ผีเสื้อสีชมพู’ ที่เธอสวมติดตัวไว้ตลอดเวลาไม่เคยห่างกาย สัมผัสคริสตัลเย็นๆ บนอกเสื้อช่วยยืนยันว่าเรื่องราวในวันวานไม่ใช่แค่ความฝัน ตลอดหกปีที่ผ่านมา มีอาพยายามสืบหาข่าวคราวของลูคัสมาโดยตลอด แต่ชื่อของเด็กหนุ่มผมเทาผู้เย็นชาคนนั้นกลับหายสาบสูญไปราวกับไร้ตัวตน ไร้ร่องรอย... จนกระทั่งวันนี้ ‘จะเป็นนายใช่ไหม... ลูคัส?’ น้ำตาอุ่นๆ เอ่อคลอที่ดวงตาคู่งามโดยไม่รู้ตัว แต่แววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและโหยหาอย่างถึงที่สุด ช่วงเย็น ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง มีอายืนส่องกระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว เธออยู่ในชุดเดรสราตรีเกาะอกยาวสีชมพูพาสเทล ผ้าไหมซาตินเนื้อดีเข้ารูปอวดเรือนร่างระหงส่วนโค้งส่วนเว้าได้อย่างงดงามน่ามอง ผมสีชมพูพาสเทลถูกเกล้าขึ้นครึ่งศีรษะเผยให้เห็นลำคอระหงผุดผ่อง และที่โดดเด่นที่สุดอยู่กลางอก... คือสร้อยคอจี้ผีเสื้อสีชมพูอ่อนที่เล่นแสงประกายวาววับ เธอบรรจงทาลิปสติกสีกลีบบัวลงบนริมฝีปากอิ่ม ก่อนจะสบตากับตัวเองในกระจกด้วยความมั่นใจ หกปีที่แล้ว... เธอเป็นเพียงเด็กสาวตัวเล็กๆ ที่ทำได้แค่ยืนร้องไห้และดูเขาถูกพาตัวไปท่ามกลางสายฝน แต่ในวันนี้... คังมีอาคนนี้เติบโตพอที่จะยืนเคียงข้าง หรือแม้กระทั่งเผชิญหน้ากับความจริงในโลกใบใหม่ของเขาแล้ว! “ไม่ว่านายจะกลายเป็นนายใหญ่มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ หรือเป็นใครก็ตาม...” มีอาพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางใช้นิ้วลูบจี้ผีเสื้อบนคอ “คืนนี้... เราจะได้เจอกันแน่ ลูคัส” และนี่คือจุดเริ่มต้นของการโคจรกลับมาพบกันอีกครั้ง... ท่ามกลางแสงไฟในงานเลี้ยงหรูหรา และเส้นขนานของสถานะที่เปลี่ยนไปตลอดกาล!สำเนียงภาษาอิตาลีอันสละสลวยและเป๊ะปังที่แทบจะเทียบเคียงดั่งระดับภาษาแม่ที่หลุดออกจากปากของเลขาสาวเรือนผมสีชมพูพาสเทล ทำเอา ‘คาเทริน่า วาลัวส์’ ถึงกับชะงักกึก รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าคมสวยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและไม่พอใจในเสี้ยววินาที!นัยน์ตาสีฟ้าคู่คมของไฮโซสาวฝั่งยุโรปหรี่ลงอย่างจับผิด เธอไม่คิดเลยว่าหญิงสาวชาวเอเชียตรงหน้าที่มีตำแหน่งเป็นเพียง 'เลขาส่วนตัว' จะสามารถตอกกลับเธอด้วยภาษาบ้านเกิดได้อย่างนุ่มนวล แต่บาดลึกลงไปถึงทรวงขนาดนี้"นี่เธอ... กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับฉัน?!" คาเทริน่าเค้นเสียงตวาดออกมาเป็นภาษาอิตาลีอย่างตึงเครียด ก้าวเข้ามาหามีอาหมายจะใช้อำนาจคุณหนูตระกูลใหญ่ข่มขวัญ "รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! และรู้ไหมว่าตระกูลวาลัวส์ถือหุ้นและมีอิทธิพลในเครือข่ายยุโรปมากแค่ไหน!"มีอาไม่แม้แต่จะสะทกสะท้านหรือถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ใบหน้าหวานยังคงจุดรอยยิ้มการค้าอันงดงามและสงบนิ่ง เธอกอดแฟ้มเอกสารในมือไว้หลวมๆ แล้วตอบกลับด้วยท่วงท่าของมืออาชีพชั้นยอด"ดิฉันทราบดีค่ะคุณคาเทริน่า... ตระกูลวาลัวส์เป็นหนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของวัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน" มีอาน
รสจูบอันหนักแน่นและบีบบังคับในตอนแรก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและโหยหาลึกซึ้ง ลูคัสตักตวงความหวานจากริมฝีปากอวบอิ่มของมีอาอย่างเอาแต่ใจ สองมือหนาประคองแผ่นหลังของเธอให้ร่นเข้ามาชิดแผ่นอกแกร่ง ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที หญิงสาวตรงหน้าจะเลือนหายไปเหมือนความฝันในยามค่ำคืนมีอาหลับตาลงรับสัมผัสร้อนผ่าวที่คุ้นเคย สองมือบางที่เคยแตะอยู่บนอกเสื้อเชิ้ตสีดำเปลี่ยนเป็นกำผ้าเนื้อดีไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่เริ่มอ่อนแรงลง ลมหายใจอุ่นๆ สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องทำงานชั้น 88กระทั่งลูคัสค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ปลายจมูกโด่งสันยังคงคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู"นี่คือบทลงโทษ... สำหรับคนที่คิดจะแข็งข้อกับฉันตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูจนมีอาต้องหดคอหนีด้วยความสยิว"คนฉวยโอกาส..." มีอาพึมพำเสียงแผ่ว พยายามดันแผ่นอกแกร่งออกเบาๆ เพื่อจัดเสื้อสูทสีครีมของตัวเองให้เรียบร้อย แม้ใบหน้าหวานจะยังคงร้อนผ่าว แต่แววตาคู่สวยก็กลับมาฉายแววมั่นใจอีกครั้ง "ถ้านายจะบังคับให้ฉันทำงานตำแหน่งนี้ด้วยสัญ
เช้าวันจันทร์อันแสนสดใส... ทว่าบรรยากาศภายในอาคารสูงใจกลางเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ กลับตลบอบอวลไปด้วยความระส่ำระส่ายและความตื่นตระหนกขั้นสุด!พนักงานทุกระดับชั้นตั้งแต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการยันผู้บริหารระดับสูง ต่างวิ่งวุ่นกันจนวุ่นวาย หลายคนสอดส่องสายตามองหน้ากันพลางซุบซิบกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ เสียงแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดที่ถูกกดรัวอย่างรวดเร็วและเสียงโทรศัพท์สายด่วนที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย ทำให้บรรยากาศภายในออฟฟิศตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก"เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ยคุณวิน? ทำไมทุกคนถึงดูแตกตื่นวุ่นวายกันขนาดนี้?"‘คังมีอา’ ในชุดสูททำงานกระโปรงทรงสอบเข้ารูปสีครีมดูสง่างาม เรือนผมสีชมพูพาสเทลรวบเป็นมวยเรียบร้อยเปิดเผยลำคอระหงผุดผ่อง มือข้างนึงถือแท็บเล็ต และอีกข้างก็เป็นแก้วกาแฟสแตนเลสใบโปรดเข้ามาในโซนทำงานของแผนกวิเคราะห์ข้อมูล เธอละสายตาจากแท็บเล็ตในมือแล้วเอ่ยถามพนักงานรุ่นน้องที่กำลังยืนทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกสลายตรงหน้า"หัวหน้าคัง! มาพอดีเลยครับ!" วินรีบพุ่งตัวเข้ามาหาเธอด้วยท่วงท่าตระหนกตกใจอย่
ความเย็นชาที่ส่งผ่านสายตาเพียงเสี้ยววินาทีบนเวทีนั้น... บาดลึกลงไปในหัวใจของมีอาอย่างรุนแรงและโหดร้ายทัศนียภาพรอบกายที่เคยเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ บัดนี้กลับไร้ความหมายลงไปในทันที ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูพาสเทลยืนนิ่งค้างท่ามกลางผู้คนชั้นสูงในงานที่กำลังก้มศีรษะให้กับการก้าวลงจากเวทีของ ‘ลูคัส วัลเดอร์บิลต์’ลูคัสเดินล้อมรอบไปด้วยบอดี้การ์ดร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบนาย เขาก้าวผ่านกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำและเหล่าไฮโซที่พยายามจะยื่นบัตรแนะนำตัว โดยไม่แม้แต่จะปรายสายตามองใคร ความนิ่งสงบ เยือกเย็น และออร่าแห่งความเย็นชาอันไร้ความรู้สึกของเขา ราวกับราชาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จที่ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใครบนโลกใบนี้‘นายทำเหมือนฉันเป็นเพียงอากาศธาตุ... ทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันอย่างนั้นเหรอ ลูคัส?’มีอากลืนก้อนความขมขื่นและจุกแน่นลงคออย่างยากลำบาก มือบางที่ถือแก้วแชมเปญสั่นระริกจนน้ำในแก้วสั่นคลื่นเบาๆ เป็นระลอก เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างกายเบาๆหญิงสาวตัดสินใจเบียดตัวผ่านฝูงชน เดินเลี่ยงออกจากความอึดอัดและไร้อากา
ณ โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร ค่ำคืนนี้ตลบอบอวลไปด้วยความหรูหราอลังการขั้นสุด โถงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ถูกตกแต่งด้วยธีมสีดำตัดทองคำแท้ แชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับห้อยระย้าจากเพดานสูง สะท้อนแสงไฟวิบวับไปทั่วทั้งห้อง ผู้คนชั้นสูงทั้งในวงการธุรกิจ ไฮโซชื่อดัง และข้าราชการระดับผู้ใหญ่ต่างสวมชุดราตรีและสูทหรูหราเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก ทุกคนต่างมาเพื่อเป้าหมายเดียวกัน... คือการได้ยื่นบัตรแนะนำตัวและสร้างคอนเนกชันกับ 'ประธานคนใหม่' ของ วัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน รองเท้าส้นสูงสีเงินคู่สวยก้าวลงจากรถแท็กซี่หรูหน้าทางเข้าโรงแรม ร่างระหงของ 'คังมีอา' ในชุดเดรสเกาะอกผ้าไหมซาตินสีชมพูพาสเทลเดินก้าวเข้ามาในงานอย่างมั่นใจ ทันทีที่เธอปรากฏตัว... สายตาของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลและหนุ่มๆ ในงานต่างสะดุดกึกและหันมามองเธอเป็นตาเดียว! เรือนผมสีชมพูพาสเทลยาวสลวยที่ถูกเกล้าขึ้นครึ่งศีรษะอย่างประณีต เผยช่วงไหล่เนียนผุดผ่องและลำคอระหง ใบหน้าหวานฉ่ำที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างลงตัวงดงามโดดเด่นสะกดทุกสายตา แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างจากสาวๆ คนอื่น
หกปีต่อมา...สายลมแห่งกาลเวลาก็ได้หมุนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว... ร่องรอยคราบเลือดบนพื้นคอนกรีตและเสียงกรีดร้องในค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำวันนั้น ค่อยๆ ถูกกาลเวลากลบฝังลงไปลึกสุดในแผ่นอกซ้ายของเด็กสาวผมสีชมพูพาสเทลหกปีที่ผ่านมา ‘คังมีอา’ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความอ่อนแอ เธอใช้ความเจ็บปวดและความคิดถึงโหยหาเป็นแรงขับเคลื่อนในการผลักดันตัวเอง ผลการเรียนระดับท็อป ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่เป็นเลิศ และพื้นฐานความฉลาดเฉียบแหลม ทำให้เธอเรียนจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งตั้งแต่อายุยังน้อยปัจจุบัน ในวัยยี่สิบสามปีเต็ม มีอาเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามสะพรั่งอย่างสมบูรณ์แบบ เรือนผมยาวสลวยสีชมพูพาสเทลอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงทอดตัวนุ่มสลวยรับกับใบหน้าหวานฉ่ำลูกครึ่งไทย-เกาหลี ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นแม้จะยังคงความสดใสไว้ แต่ก็แฝงไปด้วยความเยือกเย็น เฉียบขาด และอ่านคนได้อย่างทะลุทะลวงปัจจุบัน เธอรับตำแหน่งเป็น ‘หัวหน้านักวิเคราะห์ข้อมูลมือหนึ่ง’ ของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ นั่งทำงานอยู่ในห้องกระจกทรงสูงบนอาคารหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร“หัวหน้าคั







