로그인สำเนียงภาษาอิตาลีอันสละสลวยและเป๊ะปังที่แทบจะเทียบเคียงดั่งระดับภาษาแม่ที่หลุดออกจากปากของเลขาสาวเรือนผมสีชมพูพาสเทล ทำเอา ‘คาเทริน่า วาลัวส์’ ถึงกับชะงักกึก รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าคมสวยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและไม่พอใจในเสี้ยววินาที!
นัยน์ตาสีฟ้าคู่คมของไฮโซสาวฝั่งยุโรปหรี่ลงอย่างจับผิด เธอไม่คิดเลยว่าหญิงสาวชาวเอเชียตรงหน้าที่มีตำแหน่งเป็นเพียง 'เลขาส่วนตัว' จะสามารถตอกกลับเธอด้วยภาษาบ้านเกิดได้อย่างนุ่มนวล แต่บาดลึกลงไปถึงทรวงขนาดนี้ "นี่เธอ... กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับฉัน?!" คาเทริน่าเค้นเสียงตวาดออกมาเป็นภาษาอิตาลีอย่างตึงเครียด ก้าวเข้ามาหามีอาหมายจะใช้อำนาจคุณหนูตระกูลใหญ่ข่มขวัญ "รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! และรู้ไหมว่าตระกูลวาลัวส์ถือหุ้นและมีอิทธิพลในเครือข่ายยุโรปมากแค่ไหน!" มีอาไม่แม้แต่จะสะทกสะท้านหรือถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ใบหน้าหวานยังคงจุดรอยยิ้มการค้าอันงดงามและสงบนิ่ง เธอกอดแฟ้มเอกสารในมือไว้หลวมๆ แล้วตอบกลับด้วยท่วงท่าของมืออาชีพชั้นยอด "ดิฉันทราบดีค่ะคุณคาเทริน่า... ตระกูลวาลัวส์เป็นหนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของวัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน" มีอาน้ำเสียงเรียบเย็นแต่ทรงพลัง "แต่ตามระเบียบการบริหารงานส่วนกลางของท่านประธานลูคัส ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตร บุคคลสำคัญ หรือแม้กระทั่งญาติผู้ใหญ่ หากไม่มีการลงนัดหมายในตารางงานล่วงหน้าอย่างน้อยยี่สิบสี่ชั่วโมง ดิฉันในฐานะเลขานุการและที่ปรึกษาข้อมูล มีสิทธิ์เต็มที่ในการปฏิเสธการเข้าพบค่ะ" "เธอ...!" คาเทริน่าหน้าดำหน้าแดงด้วยความโมโห ชี้หน้ามีอาอย่างเหลืออด "หุบปากซะ คาเทริน่า!" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจและเย็นเชียบราวน้ำแข็งขั้วโลกดังขัดขึ้นมาจากด้านหลัง รังสีความกดดันอันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องทำงานชั้น 88 จนอุณหภูมิในห้องคล้ายจะลดต่ำลงในทันที! ลูคัสก้าวเดินเข้ามารอบโต๊ะทำงานด้วยท่วงท่าดุดัน นัยน์ตาคมกริบคู่สีเข้มมองตรงไปยังคาเทริน่าด้วยความเกลียดชังและระอาอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงตระหง่านก้าวไปยืนซ้อนหลังมีอาเล็กน้อย ราวกับเป็นปราการเหล็กกล้าที่พร้อมจะปกป้องเธอจากทุกสิ่ง "ที่นี่คือพื้นที่ส่วนตัวและห้องทำงานของฉัน ไม่ใช่ตระกูลวาลัวส์ของเธอ..." ลูคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ฟังดูน่าขนลุก "และ 'คังมีอา' คือเลขานุการที่ฉันแต่งตั้งด้วยตัวเอง คำพูดของเธอถือเป็นคำสั่งของฉัน ถ้าเธอไม่รู้จักเคารพเลขาของฉัน ก็เชิญไสหัวกลับยุโรปไปซะ!" คำพูดที่ตัดรอนอย่างไร้เยื่อใยทำเอาคาเทริน่าแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง! ดวงตาสีฟ้าฉายแววเจ็บปวดปนอับอายอย่างหนัก เธอสลับมองลูคัสและมีอาด้วยความแค้นเคือง "ลูคัสคะ! คุณกล้าไล่คาน่าเพราะเลขาหน้าใหม่คนนี้น่ะเหรอ?!" คาเทริน่ากระทืบเท้าด้วยความขัดใจ "ท่านพ่อของคาน่าไม่มีทางยอมแน่เรื่องนี้!" "งั้นก็ไปบอกพ่อของเธอ... ให้เตรียมรับผลกระทบจากการยกเลิกสัญญาทางธุรกิจกับวัลเดอร์บิลต์ได้เลย" ลูคัสสวนกลับทันควันโดยไม่เกรงกลัว "ออกไป!" เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มเอาจริงและไม่มีท่าทีล้อเล่น คาเทริน่าจึงทำได้เพียงกำมือแน่นด้วยความเจ็บแค้น เธอจ้องหน้ามีอาด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะหมุนตัวเดินส้นสูงเสียงดัง ตึก ตึก ตึก ออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว ปัง! เสียงประตูไม้โอ๊กบานยักษ์ปิดลง ความเงียบปกคลุมไปทั่วทั้งห้องทำงานที่สุดแสนจะอลังการนี้อีกครั้ง ลูคัสถอนหายใจออกมาเบาๆ รีบหมุนตัวกลับมาหาหญิงสาวเรือนผมสีชมพูพาสเทลตรงหน้า สายตาคมกริบที่เคยดุดันพลันเปลี่ยนเป็นไหววูบด้วยความกังวลและห่วงใย "มีอา... เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?" มือหนายื่นออกไปหมายจะจับข้อมือบางของเธอไว้ ทว่า... มีอากลับก้าวถอยหลังหลบสัมผัสของเขาอย่างนุ่มนวลแต่ห่างเหิน ใบหน้าหวานเรียบเฉยและรักษาระยะห่างตามหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบ "ดิฉันไม่เป็นไรค่ะท่านประธาน..." มีอาเอ่ยสรรพนามราบเรียบ "ขอบคุณที่ช่วยชี้แจงเรื่องระเบียบการเข้าพบให้แขกฟังค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ดิฉันขอตัวไปทำงานในส่วนของข้อมูลการวิเคราะห์อสังหาริมทรัพย์ต่อนะคะ" "คังมีอา!" ลูคัสขมวดคิ้วแน่นด้วยความอึดอัดและหงุดหงิดในอก "หยุดเรียกฉันว่าท่านประธานด้วยน้ำเสียงแบบนี้ซะที! ฉันบอกเธอแล้วไงว่าเรื่องคาเทริน่ามันเป็นแค่เรื่องทางการเมืองของพวกผู้ใหญ่ ฉันไม่เคยคิดจะแต่งงานหรือมีพันธะกับผู้หญิงคนไหนนอกจาก—" ก๊อก ก๊อก ก๊อก ยังไม่ทันที่ลูคัสจะได้อธิบายจบ เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอีกครั้ง! มีอาอาศัยจังหวะนั้นหมุนตัวเดินไปเปิดประตูทันที ร่างของบอดี้การ์ดหน้าห้องก้มศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยรายงานเสียงดังฟังชัด "เรียนท่านประธานครับ... ‘คุณอัครินทร์’ ประธานกรรมการบริหารของ K-Group พันธมิตรใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ในไทย เดินทางมาถึงตามนัดหมายการประชุมเสนอโปรเจกต์แล้วครับ" เมื่อได้ยินชื่อผู้มาใหม่ มีอาปรับสีหน้าให้เป็นมืออาชีพทันที เธอหันไปมองลูคัสด้วยแววตาเป็นงานเป็นการ "โปรเจกต์นี้เป็นงานสำคัญที่คุณให้ดิฉันรับผิดชอบ... ดิฉันขออนุญาตเชิญคุณอัครินทร์เข้ามาเลยนะคะ" ลูคัสกัดฟันแน่นอย่างข่มอารมณ์ เขาทำได้เพียงพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ รู้ดีว่าตอนนี้งานตรงหน้ามีความสำคัญต่อการตั้งหลักของบริษัทในไทย เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา... ร่างสูงโปร่งทรงเสน่ห์ของ ‘อัครินทร์’ นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงวัย 30 ปี รูปร่างดีในชุดสูทสีเทาแบรนด์เนมหรู ใบหน้าคมคายดูอบอุ่นและมีรอยยิ้มทรงเสน่ห์ประดับอยู่ตลอดเวลา ก็เดินก้าวเข้ามาในห้องทำงาน ทว่าทันทีที่อัครินทร์ก้าวเข้ามา นัยน์ตาคู่คมของนักธุรกิจหนุ่มกลับไม่ได้มองตรงไปที่ลูคัสเป็นอันดับแรก... แต่เขากลับหยุดสายตาไว้ที่ คังมีอา หญิงสาวเรือนผมสีชมพูพาสเทลผู้แสนงดงามและมีเอกลักษณ์ตรงหน้า! "โอ้โห... ยินดีที่ได้พบครับ" อัครินทร์ยิ้มหวานอย่างเปิดเผย เดินตรงเข้ามาหามีอาพร้อมยื่นมือออกไปตามมารยาทสากล "ผมพอจะเคยได้ยินชื่อเสียงของ 'คุณคังมีอา' หัวหน้านักวิเคราะห์มือหนึ่งมาบ้าง แต่ไม่คิดว่าตัวจริงจะสวยและทรงเสน่ห์ขนาดนี้... ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับคุณมีอา" มีอายิ้มรับอย่างสุภาพ ยื่นมือบางออกไปจับทักทายตามมารยาท "ยินดีที่ได้ร่วมงานเช่นกันค่ะคุณอัครินทร์ ดิฉันเตรียมเอกสารและข้อมูลวิเคราะห์ไว้ให้พร้อมแล้วค่ะ" ทว่า... สัมผัสการจับมือที่เนิ่นนานเกินไปเพียงไม่กี่วินาที และสายตาแพรวพราวของอัครินทร์ที่มองจ้องมีอาอย่างสนใจในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง... กลับไปสะกิด 'ต่อมความหึงหวง' ของนายใหญ่มาเฟียแห่งวัลเดอร์บิลต์เข้าอย่างจัง! ตึง! เสียงวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะดังสนิท ลูคัสลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินตรงเข้ามาแทรกกลางระหว่างมีอากับอัครินทร์อย่างดุดัน รังสีความเหี้ยมที่มาพร้อมกับอารมณ์หึงหวงแผ่ออกมาจากร่างสูงจนอากาศในห้องแทบจะกลายเป็นน้ำแข็ง! ลูคัสดึงมือมีอาออกจากการจับมือของอัครินทร์อย่างโฉ่งฉ่าง ก่อนจะโอบเอวบางของเธอเข้ามาชิดกายอย่างถือสิทธิ์ต่อหน้าต่อตาแขก VIP! "คุณอัครินทร์..." ลูคัสจ้องหน้าประธาน K-Group ด้วยนัยน์ตาเข้มจัดดุจพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำศัตรู "ถ้าจะมาคุยเรื่องโปรเจกต์... ก็เชิญนั่งที่โต๊ะประชุม ส่วนเรื่อง 'เลขาของผม' ...คุณคงไม่ต้องให้ความสนใจมากขนาดนั้นหรอกครับ!" สายตาแห่งการปะทะระหว่าง นายใหญ่มาเฟียคลั่งรัก กับ นักธุรกิจหนุ่มหล่อคู่แข่ง ได้ปะทุขึ้นแล้ว โดยมีคังมีอา ยืนงงในดงความหึงหวงที่กำลังจะลุกเป็นไฟ!สำเนียงภาษาอิตาลีอันสละสลวยและเป๊ะปังที่แทบจะเทียบเคียงดั่งระดับภาษาแม่ที่หลุดออกจากปากของเลขาสาวเรือนผมสีชมพูพาสเทล ทำเอา ‘คาเทริน่า วาลัวส์’ ถึงกับชะงักกึก รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าคมสวยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและไม่พอใจในเสี้ยววินาที!นัยน์ตาสีฟ้าคู่คมของไฮโซสาวฝั่งยุโรปหรี่ลงอย่างจับผิด เธอไม่คิดเลยว่าหญิงสาวชาวเอเชียตรงหน้าที่มีตำแหน่งเป็นเพียง 'เลขาส่วนตัว' จะสามารถตอกกลับเธอด้วยภาษาบ้านเกิดได้อย่างนุ่มนวล แต่บาดลึกลงไปถึงทรวงขนาดนี้"นี่เธอ... กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับฉัน?!" คาเทริน่าเค้นเสียงตวาดออกมาเป็นภาษาอิตาลีอย่างตึงเครียด ก้าวเข้ามาหามีอาหมายจะใช้อำนาจคุณหนูตระกูลใหญ่ข่มขวัญ "รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! และรู้ไหมว่าตระกูลวาลัวส์ถือหุ้นและมีอิทธิพลในเครือข่ายยุโรปมากแค่ไหน!"มีอาไม่แม้แต่จะสะทกสะท้านหรือถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ใบหน้าหวานยังคงจุดรอยยิ้มการค้าอันงดงามและสงบนิ่ง เธอกอดแฟ้มเอกสารในมือไว้หลวมๆ แล้วตอบกลับด้วยท่วงท่าของมืออาชีพชั้นยอด"ดิฉันทราบดีค่ะคุณคาเทริน่า... ตระกูลวาลัวส์เป็นหนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของวัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน" มีอาน
รสจูบอันหนักแน่นและบีบบังคับในตอนแรก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและโหยหาลึกซึ้ง ลูคัสตักตวงความหวานจากริมฝีปากอวบอิ่มของมีอาอย่างเอาแต่ใจ สองมือหนาประคองแผ่นหลังของเธอให้ร่นเข้ามาชิดแผ่นอกแกร่ง ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที หญิงสาวตรงหน้าจะเลือนหายไปเหมือนความฝันในยามค่ำคืนมีอาหลับตาลงรับสัมผัสร้อนผ่าวที่คุ้นเคย สองมือบางที่เคยแตะอยู่บนอกเสื้อเชิ้ตสีดำเปลี่ยนเป็นกำผ้าเนื้อดีไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่เริ่มอ่อนแรงลง ลมหายใจอุ่นๆ สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องทำงานชั้น 88กระทั่งลูคัสค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ปลายจมูกโด่งสันยังคงคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู"นี่คือบทลงโทษ... สำหรับคนที่คิดจะแข็งข้อกับฉันตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูจนมีอาต้องหดคอหนีด้วยความสยิว"คนฉวยโอกาส..." มีอาพึมพำเสียงแผ่ว พยายามดันแผ่นอกแกร่งออกเบาๆ เพื่อจัดเสื้อสูทสีครีมของตัวเองให้เรียบร้อย แม้ใบหน้าหวานจะยังคงร้อนผ่าว แต่แววตาคู่สวยก็กลับมาฉายแววมั่นใจอีกครั้ง "ถ้านายจะบังคับให้ฉันทำงานตำแหน่งนี้ด้วยสัญ
เช้าวันจันทร์อันแสนสดใส... ทว่าบรรยากาศภายในอาคารสูงใจกลางเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ กลับตลบอบอวลไปด้วยความระส่ำระส่ายและความตื่นตระหนกขั้นสุด!พนักงานทุกระดับชั้นตั้งแต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการยันผู้บริหารระดับสูง ต่างวิ่งวุ่นกันจนวุ่นวาย หลายคนสอดส่องสายตามองหน้ากันพลางซุบซิบกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ เสียงแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดที่ถูกกดรัวอย่างรวดเร็วและเสียงโทรศัพท์สายด่วนที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย ทำให้บรรยากาศภายในออฟฟิศตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก"เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ยคุณวิน? ทำไมทุกคนถึงดูแตกตื่นวุ่นวายกันขนาดนี้?"‘คังมีอา’ ในชุดสูททำงานกระโปรงทรงสอบเข้ารูปสีครีมดูสง่างาม เรือนผมสีชมพูพาสเทลรวบเป็นมวยเรียบร้อยเปิดเผยลำคอระหงผุดผ่อง มือข้างนึงถือแท็บเล็ต และอีกข้างก็เป็นแก้วกาแฟสแตนเลสใบโปรดเข้ามาในโซนทำงานของแผนกวิเคราะห์ข้อมูล เธอละสายตาจากแท็บเล็ตในมือแล้วเอ่ยถามพนักงานรุ่นน้องที่กำลังยืนทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกสลายตรงหน้า"หัวหน้าคัง! มาพอดีเลยครับ!" วินรีบพุ่งตัวเข้ามาหาเธอด้วยท่วงท่าตระหนกตกใจอย่
ความเย็นชาที่ส่งผ่านสายตาเพียงเสี้ยววินาทีบนเวทีนั้น... บาดลึกลงไปในหัวใจของมีอาอย่างรุนแรงและโหดร้ายทัศนียภาพรอบกายที่เคยเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ บัดนี้กลับไร้ความหมายลงไปในทันที ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูพาสเทลยืนนิ่งค้างท่ามกลางผู้คนชั้นสูงในงานที่กำลังก้มศีรษะให้กับการก้าวลงจากเวทีของ ‘ลูคัส วัลเดอร์บิลต์’ลูคัสเดินล้อมรอบไปด้วยบอดี้การ์ดร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบนาย เขาก้าวผ่านกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำและเหล่าไฮโซที่พยายามจะยื่นบัตรแนะนำตัว โดยไม่แม้แต่จะปรายสายตามองใคร ความนิ่งสงบ เยือกเย็น และออร่าแห่งความเย็นชาอันไร้ความรู้สึกของเขา ราวกับราชาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จที่ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใครบนโลกใบนี้‘นายทำเหมือนฉันเป็นเพียงอากาศธาตุ... ทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันอย่างนั้นเหรอ ลูคัส?’มีอากลืนก้อนความขมขื่นและจุกแน่นลงคออย่างยากลำบาก มือบางที่ถือแก้วแชมเปญสั่นระริกจนน้ำในแก้วสั่นคลื่นเบาๆ เป็นระลอก เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างกายเบาๆหญิงสาวตัดสินใจเบียดตัวผ่านฝูงชน เดินเลี่ยงออกจากความอึดอัดและไร้อากา
ณ โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร ค่ำคืนนี้ตลบอบอวลไปด้วยความหรูหราอลังการขั้นสุด โถงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ถูกตกแต่งด้วยธีมสีดำตัดทองคำแท้ แชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับห้อยระย้าจากเพดานสูง สะท้อนแสงไฟวิบวับไปทั่วทั้งห้อง ผู้คนชั้นสูงทั้งในวงการธุรกิจ ไฮโซชื่อดัง และข้าราชการระดับผู้ใหญ่ต่างสวมชุดราตรีและสูทหรูหราเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก ทุกคนต่างมาเพื่อเป้าหมายเดียวกัน... คือการได้ยื่นบัตรแนะนำตัวและสร้างคอนเนกชันกับ 'ประธานคนใหม่' ของ วัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน รองเท้าส้นสูงสีเงินคู่สวยก้าวลงจากรถแท็กซี่หรูหน้าทางเข้าโรงแรม ร่างระหงของ 'คังมีอา' ในชุดเดรสเกาะอกผ้าไหมซาตินสีชมพูพาสเทลเดินก้าวเข้ามาในงานอย่างมั่นใจ ทันทีที่เธอปรากฏตัว... สายตาของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลและหนุ่มๆ ในงานต่างสะดุดกึกและหันมามองเธอเป็นตาเดียว! เรือนผมสีชมพูพาสเทลยาวสลวยที่ถูกเกล้าขึ้นครึ่งศีรษะอย่างประณีต เผยช่วงไหล่เนียนผุดผ่องและลำคอระหง ใบหน้าหวานฉ่ำที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างลงตัวงดงามโดดเด่นสะกดทุกสายตา แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างจากสาวๆ คนอื่น
หกปีต่อมา...สายลมแห่งกาลเวลาก็ได้หมุนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว... ร่องรอยคราบเลือดบนพื้นคอนกรีตและเสียงกรีดร้องในค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำวันนั้น ค่อยๆ ถูกกาลเวลากลบฝังลงไปลึกสุดในแผ่นอกซ้ายของเด็กสาวผมสีชมพูพาสเทลหกปีที่ผ่านมา ‘คังมีอา’ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความอ่อนแอ เธอใช้ความเจ็บปวดและความคิดถึงโหยหาเป็นแรงขับเคลื่อนในการผลักดันตัวเอง ผลการเรียนระดับท็อป ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่เป็นเลิศ และพื้นฐานความฉลาดเฉียบแหลม ทำให้เธอเรียนจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งตั้งแต่อายุยังน้อยปัจจุบัน ในวัยยี่สิบสามปีเต็ม มีอาเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามสะพรั่งอย่างสมบูรณ์แบบ เรือนผมยาวสลวยสีชมพูพาสเทลอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงทอดตัวนุ่มสลวยรับกับใบหน้าหวานฉ่ำลูกครึ่งไทย-เกาหลี ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นแม้จะยังคงความสดใสไว้ แต่ก็แฝงไปด้วยความเยือกเย็น เฉียบขาด และอ่านคนได้อย่างทะลุทะลวงปัจจุบัน เธอรับตำแหน่งเป็น ‘หัวหน้านักวิเคราะห์ข้อมูลมือหนึ่ง’ ของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ นั่งทำงานอยู่ในห้องกระจกทรงสูงบนอาคารหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร“หัวหน้าคั







