Masukเช้าวันจันทร์อันแสนสดใส... ทว่าบรรยากาศภายในอาคารสูงใจกลางเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ กลับตลบอบอวลไปด้วยความระส่ำระส่ายและความตื่นตระหนกขั้นสุด!
พนักงานทุกระดับชั้นตั้งแต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการยันผู้บริหารระดับสูง ต่างวิ่งวุ่นกันจนวุ่นวาย หลายคนสอดส่องสายตามองหน้ากันพลางซุบซิบกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ เสียงแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดที่ถูกกดรัวอย่างรวดเร็วและเสียงโทรศัพท์สายด่วนที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย ทำให้บรรยากาศภายในออฟฟิศตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก "เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ยคุณวิน? ทำไมทุกคนถึงดูแตกตื่นวุ่นวายกันขนาดนี้?" ‘คังมีอา’ ในชุดสูททำงานกระโปรงทรงสอบเข้ารูปสีครีมดูสง่างาม เรือนผมสีชมพูพาสเทลรวบเป็นมวยเรียบร้อยเปิดเผยลำคอระหงผุดผ่อง มือข้างนึงถือแท็บเล็ต และอีกข้างก็เป็นแก้วกาแฟสแตนเลสใบโปรดเข้ามาในโซนทำงานของแผนกวิเคราะห์ข้อมูล เธอละสายตาจากแท็บเล็ตในมือแล้วเอ่ยถามพนักงานรุ่นน้องที่กำลังยืนทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกสลายตรงหน้า "หัวหน้าคัง! มาพอดีเลยครับ!" วินรีบพุ่งตัวเข้ามาหาเธอด้วยท่วงท่าตระหนกตกใจอย่างยิ่ง "ข่าวด่วนระดับสายฟ้าผ่าฟาดลงกลางออฟฟิศเลยครับหัวหน้า! เมื่อครู่นี้เอง... ทางบอร์ดบริหารชุดเดิมเพิ่งออกประกาศคำสั่งด่วนที่สุดลงมาครับ!" "คำสั่งอะไรเหรอ?" มีอาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัย พลางยกกาแฟขึ้นจิบเบาๆ "บริษัทของเรา... ถูก ‘วัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน’ เทคโอเวอร์และกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดไปเรียบร้อยแล้วครับ!" วินลดระดับเสียงลงต่ำ แต่ทว่าน้ำเสียงกลับเต็มไปด้วยความหวาดหวั่นอย่างปิดไม่มิด "ใช้เวลาแค่งานเลี้ยงเมื่อคืนนี้คืนเดียวเท่านั้นเองครับหัวหน้า! หุ้นส่วนใหญ่ในตลาดถูกเปลี่ยนมือทั้งหมด กลุ่มทุนของท่านประธานคนใหม่ช้อนซื้อสิทธิ์ในราคาที่มหาศาลแบบไม่เกี่ยงราคา แถมกว้านสิทธิ์ในการบริหารเบ็ดเสร็จร้อยเปอร์เซ็นต์แบบไร้ข้อแย้งเลยครับ!" กึก! แก้วกาแฟในมือบางของมีอาชะงักกึกขึ้นมาทันที! หัวใจดวงน้อยกระตุกรวดร้าวและเต้นระสับอย่างรุนแรง ‘เทคโอเวอร์? แค่คืนเดียวเนี่ยนะ...?’ ประโยคสุดท้ายของชายหนุ่มผมเทาใต้เงามืดบริเวณระเบียงลอยฟ้าเมื่อคืนนี้ลอยคว้างกลับเข้ามาในหัวของเธอทันที... ‘หึ ได้! งั้นก็เตรียมตัวไว้ได้เลย... ยัยตัวแสบ’ "มะ... ไม่จริงใช่ไหม..." มีอาพึมพำกับตัวเองเบาๆ รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าหวานเริ่มเจื่อนลง "จริงยิ่งกว่าจริงอีกครับหัวหน้า! แล้วที่น่าตกใจและชวนสับสนไปกว่านั้น..." วินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอด้วยความลำบาก ก่อนจะค่อยๆ ยื่นซองเอกสารปอนด์เนื้อดีตราครั่งสีแดงสด สลักรอยตรา ‘สิงโตเหยียบดาบคู่’ อันสง่างามและน่าเกรงขามมาตรงหน้าเธอ "มีคำสั่งแต่งตั้งและย้ายบุคลากรด่วนส่งตรงมาจากประธานใหญ่ของวัลเดอร์บิลต์ ระบุชื่อของหัวหน้าคังมีอา โดยเฉพาะเลยครับ!" มีอารับซองเอกสารนั้นมาเปิดด้วยนิ้วมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เธอคลี่แผ่นกระดาษเนื้อดีออกแล้วเลื่อนสายตาอ่านข้อความตัวอักษรสีดำเด่นชัดอย่างรวดเร็ว คำสั่งย้ายบุคลากรด่วนพิเศษ เรื่อง: การปรับเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อการบริหารงานส่วนกลาง ผู้ถูกแต่งตั้ง: นางสาว คังมีอา (ตำแหน่งเดิม: หัวหน้านักวิเคราะห์ข้อมูล) ตำแหน่งใหม่: เลขานุการและที่ปรึกษาข้อมูลส่วนตัว ประธานกรรมการบริหาร (นายลูคัส วัลเดอร์บิลต์) เงื่อนไขแนบท้าย: ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งรายงานตัวเพื่อเริ่มงาน ณ ห้องทำงานประธานชั้นสูงสุด ทันทีที่ได้รับเอกสารฉบับนี้ หากปฏิเสธหรือขัดขืน จะถือเป็นการละเมิดสัญญาซื้อขายและควบรวมกิจการ และจะมีผลให้บริษัทต้นสังกัดเดิมต้องชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงินสิบเท่าของมูลค่าการเทคโอเวอร์! "สิบเท่า?!" มีอาหลุดอุทานออกมาอย่างเหลือเชื่อ ดวงตากลมโตเบิ่งกว้างด้วยความโมโหปนคาดไม่ถึง นี่มันไม่ใช่คำสั่งย้ายงานตามโครงสร้างบริหารธรรมดาๆ แล้ว... แต่มันคือ 'สัญญาทาส' ที่ถูกออกแบบมาเพื่อบีบบังคับให้เธอต้องเดินเข้าไปหาเขาด้วยตัวเองชัดๆ! ถ้าเธอปฏิเสธ บริษัทรวมถึงเพื่อนร่วมงานทุกคนที่นี่ก็ต้องเดือดร้อนเพราะโดนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายมหาศาล! "หัวหน้า... ไปทำอะไรให้ประธานมาเฟียคนนั้นไม่พอใจหรือเปล่าครับเนี่ย?" วินถามด้วยสีหน้าเป็นห่วงปนหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด "ตำแหน่งเลขาส่วนตัวของมาเฟียระดับโลก... ข่าวลือเบื้องหลังบอกว่าคนที่เคยทำงานใกล้ชิดกับเขา ถ้าไม่โดนไล่ออกภายในสามวัน ก็โดนรังสีความกดดันจนสติแตกกันหมดทุกคนเลยนะครับ!" "ฉันไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นแหละ!" มีอาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์กรุ่นโกรธที่ปะทุขึ้นในอก กัดฟันแน่นจนกรอบหน้าหวานเกร็งขึ้นเล็กน้อย "เดี๋ยวฉันมานะวิน..." "หัวหน้าจะไปไหนครับ?" "ไปหาคนที่เขียนสัญญาเฮงซวยฉบับนี้น่ะสิ!" ตึ้ง! ลิฟต์โดยสารฝั่ง VIP ส่วนตัวยกระดับความเร็วสูงขึ้นมาหยุดอยู่ที่ชั้น 88 ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของอาคารบริหาร บรรยากาศบนชั้นนี้เงียบสงบ เยือกเย็น และตกแต่งอย่างหรูหราทรงอำนาจในสไตล์โมเดิร์นกอธิค แสงไฟโทนสลัวสะท้อนกับพื้นหินอ่อนสีดำเงาวับ บอดี้การ์ดร่างยักษ์ในชุดสูทสีดำสนิท นัยน์ตาคมเข้มไร้ความรู้สึกสองนายยืนคุ้มกันอยู่หน้าประตูไม้โอ๊กบานยักษ์ ทันทีที่มีอาเดินออกจากลิฟต์ด้วยความโมโห บอดี้การ์ดทั้งสองคนกลับไม่ได้ก้าวออกมาขัดขวางเธอเลยแม้แต่น้อย แต่พวกเขากลับก้มศีรษะลงแสดงความเคารพเธออย่างนอบน้อม ราวกับได้รับการกำชับคำสั่งเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว ปัง! มีอาผลักประตูห้องทำงานประธานเปิดออกอย่างแรงโดยไม่คิดจะเคาะ! ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือห้องทำงานกว้างขวางอลังการ ผนังกระจกใสทรงสูงรอบทิศทางมองเห็นทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ของกรุงเทพมหานครแบบ 360 องศา ร่างสูงตระหง่านของ ‘ลูคัส’ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทปลดกระดุมเม็ดบน พับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เผยท่อนแขนแกร่งที่มีรอยแผลเป็นเล็กลง เหลือเพียงนาฬิกาเรือนหรูเรือนเรือนโตบนข้อมือ เขากำลังนั่งพิงเก้าอี้หนังแท้ตัวใหญ่ นิ้วเรียวยาวถือแก้วกาแฟดำพลางทอดสายตามองออกไปนอกกระจกอย่างผ่อนคลาย เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดออกอย่างรุนแรง ลูคัสค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมาอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาคมกริบคู่สีเข้มทรงพลังมองสบสายตากับเธออย่างใจเย็นและเยือกเย็น รอยยิ้มมุมปากอันทรงเสน่ห์และอันตรายที่เธอคุ้นเคยจุดประกายขึ้นเบาๆ "ตรงเวลาดีนี่... เลขาคนใหม่ของฉัน" เสียงทุ้มต่ำติดแหบพร่าเอ่ยขึ้นเรียบๆ ราวกับรอคอยเวลานี้มานาน "นายทำบ้าอะไรของนาย ลูคัส?!" มีอาเดินฉับๆ เข้าไปหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้เนื้อดี พร้อมกระแทกการวางเอกสารคำสั่งย้ายด่วนลงบนโต๊ะเสียงดัง เพียะ! "ใช้อิทธิพลมาเทคโอเวอร์บริษัทคนอื่น แถมยังเขียนสัญญาบีบบังคับให้ฉันมาเป็นเลขาส่วนตัวเนี่ยนะ?! นายต้องการอะไรกันแน่!" ลูคัสวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระเบื้องกระทบไม้ดังแผ่ว เขาไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านหรือสะดุ้งตกใจต่อความเกรี้ยวกราดของเธอเลยสักนิด ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ออร่าแห่งอำนาจมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วทั้งห้อง เขาก้าวเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหาเธออย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามแต่ทรงพลังดุจพยัคฆ์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อเข้ามุมมืด มีอาพยายามจะก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณ แต่ทว่าหลังของเธอกลับไปชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานเสียก่อน ทำให้หมดทางหนี! ลูคัสยกมือหนาขึ้นมาเท้ากับขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักขังร่างระหงของเธอไว้ในอ้อมแขนตรงหน้าอย่างสมบูรณ์แบบ นัยน์ตาคมกริบก้มลงมองใบหน้าหวานที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความไม่ยอมแพ้ "ฉันบอกเธอแล้วไงเมื่อคืนน่ะ..." ลูคัสโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนลมหายใจร้อนผ่าวของเขารดพร่าอยู่บนริมฝีปากอิ่มสีกลีบบัว "ว่าถ้าเธอไม่ยอมถอยออกไป... ฉันก็จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อดึงเธอมาอยู่ตรงนี้" "แต่นี่มันข่มขู่กันชัดๆ! นายขู่จะปรับเงินบริษัทสิบเท่าถ้ารายชื่อฉันไม่อยู่ในตำแหน่งนี้!" มีอาเถียงเสียงแข็ง แผ่นอกบางกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจด้วยความโมโห "แล้วมันได้ผลไหมล่ะ?" ลูคัสเค้นหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำแฝงความเจ้าเล่ห์และเอาแต่ใจอย่างถึงที่สุด "ในเมื่อเธอไม่ยอมหนีไปให้ไกลจากฉันตามคำเตือน... งั้นหนทางเดียวที่จะทำให้ฉันแน่ใจว่าเธอจะปลอดภัยจากศัตรูในเงามืดของฉัน คือการดึงเธอมาอยู่ 'ใต้ปีก' และอยู่ในสายตาของฉันตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง!" มีอาชะงักกึกไปในทันทีเมื่อได้ยินคำว่า 'ปลอดภัย' แววตาที่เคยแข็งกร้าวและโมโหของเธอค่อยๆ อ่อนลงเล็กน้อย เมื่อรับรู้ได้ถึงความห่วงใยอันลึกซึ้งที่ถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางเอาแต่ใจและความทนงที่แฝงความโหดเหี้ยมไว้ตลอดเวลาของเขา "นายมัน... เอาแต่ใจตัวเองไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ" มีอาพึมพำเสียงแผ่วลง เธอค่อยๆ ยื่นมือบางขึ้นไปแตะที่อกเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาเบาๆ สัมผัสถึงเสียงหัวใจของชายหนุ่มที่เต้นระสับไม่ต่างจากเธอ "เฉพาะกับเธอคนเดียวเท่านั้น... ยัยตัวแสบ" ลูคัสใช้นิ้วเรียวยาวเชิดคางมนของเธอขึ้นเบาๆ ประสานสายตากับเธอด้วยความลึกซึ้งและจริงจังอย่างที่ไม่เคยแสดงให้ใครเห็นมาก่อน "นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คังมีอา... เธอคือคนของฉัน ทั้งในฐานะเลขา และในฐานะคนเดียวที่กุมหัวใจของนายใหญ่มาเฟียคนนี้" และก่อนที่มีอาจะทันได้ตั้งตัว... ริมฝีปากหยักหนาของเขาก็กดประทับลงบนริมฝีปากอิ่มของเธออีกครั้งอย่างหนักแน่นและเอาแต่ใจ ราวกับเป็นการลงตราประทับสัญญาว่าเธอจะไม่มีวันหนีไปจากเขาได้อีกเลย!สำเนียงภาษาอิตาลีอันสละสลวยและเป๊ะปังที่แทบจะเทียบเคียงดั่งระดับภาษาแม่ที่หลุดออกจากปากของเลขาสาวเรือนผมสีชมพูพาสเทล ทำเอา ‘คาเทริน่า วาลัวส์’ ถึงกับชะงักกึก รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าคมสวยแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตะลึงและไม่พอใจในเสี้ยววินาที!นัยน์ตาสีฟ้าคู่คมของไฮโซสาวฝั่งยุโรปหรี่ลงอย่างจับผิด เธอไม่คิดเลยว่าหญิงสาวชาวเอเชียตรงหน้าที่มีตำแหน่งเป็นเพียง 'เลขาส่วนตัว' จะสามารถตอกกลับเธอด้วยภาษาบ้านเกิดได้อย่างนุ่มนวล แต่บาดลึกลงไปถึงทรวงขนาดนี้"นี่เธอ... กล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีกับฉัน?!" คาเทริน่าเค้นเสียงตวาดออกมาเป็นภาษาอิตาลีอย่างตึงเครียด ก้าวเข้ามาหามีอาหมายจะใช้อำนาจคุณหนูตระกูลใหญ่ข่มขวัญ "รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร! และรู้ไหมว่าตระกูลวาลัวส์ถือหุ้นและมีอิทธิพลในเครือข่ายยุโรปมากแค่ไหน!"มีอาไม่แม้แต่จะสะทกสะท้านหรือถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ใบหน้าหวานยังคงจุดรอยยิ้มการค้าอันงดงามและสงบนิ่ง เธอกอดแฟ้มเอกสารในมือไว้หลวมๆ แล้วตอบกลับด้วยท่วงท่าของมืออาชีพชั้นยอด"ดิฉันทราบดีค่ะคุณคาเทริน่า... ตระกูลวาลัวส์เป็นหนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจที่สำคัญของวัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน" มีอาน
รสจูบอันหนักแน่นและบีบบังคับในตอนแรก ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและโหยหาลึกซึ้ง ลูคัสตักตวงความหวานจากริมฝีปากอวบอิ่มของมีอาอย่างเอาแต่ใจ สองมือหนาประคองแผ่นหลังของเธอให้ร่นเข้ามาชิดแผ่นอกแกร่ง ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือเพียงเสี้ยววินาที หญิงสาวตรงหน้าจะเลือนหายไปเหมือนความฝันในยามค่ำคืนมีอาหลับตาลงรับสัมผัสร้อนผ่าวที่คุ้นเคย สองมือบางที่เคยแตะอยู่บนอกเสื้อเชิ้ตสีดำเปลี่ยนเป็นกำผ้าเนื้อดีไว้แน่นเพื่อยึดเหนี่ยวร่างกายที่เริ่มอ่อนแรงลง ลมหายใจอุ่นๆ สอดประสานกันท่ามกลางความเงียบสงบภายในห้องทำงานชั้น 88กระทั่งลูคัสค่อยๆ ถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ปลายจมูกโด่งสันยังคงคลอเคลียอยู่กับแก้มเนียนที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่ออย่างน่าเอ็นดู"นี่คือบทลงโทษ... สำหรับคนที่คิดจะแข็งข้อกับฉันตั้งแต่ยังไม่เริ่มงาน" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดใบหูจนมีอาต้องหดคอหนีด้วยความสยิว"คนฉวยโอกาส..." มีอาพึมพำเสียงแผ่ว พยายามดันแผ่นอกแกร่งออกเบาๆ เพื่อจัดเสื้อสูทสีครีมของตัวเองให้เรียบร้อย แม้ใบหน้าหวานจะยังคงร้อนผ่าว แต่แววตาคู่สวยก็กลับมาฉายแววมั่นใจอีกครั้ง "ถ้านายจะบังคับให้ฉันทำงานตำแหน่งนี้ด้วยสัญ
เช้าวันจันทร์อันแสนสดใส... ทว่าบรรยากาศภายในอาคารสูงใจกลางเมืองหลวงซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ กลับตลบอบอวลไปด้วยความระส่ำระส่ายและความตื่นตระหนกขั้นสุด!พนักงานทุกระดับชั้นตั้งแต่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการยันผู้บริหารระดับสูง ต่างวิ่งวุ่นกันจนวุ่นวาย หลายคนสอดส่องสายตามองหน้ากันพลางซุบซิบกระซิบกระซาบด้วยสีหน้าตระหนกตกใจ เสียงแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดที่ถูกกดรัวอย่างรวดเร็วและเสียงโทรศัพท์สายด่วนที่ดังขึ้นไม่ขาดสาย ทำให้บรรยากาศภายในออฟฟิศตอนนี้นั้นเต็มไปด้วยแรงกดดันที่ชวนให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก"เกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ยคุณวิน? ทำไมทุกคนถึงดูแตกตื่นวุ่นวายกันขนาดนี้?"‘คังมีอา’ ในชุดสูททำงานกระโปรงทรงสอบเข้ารูปสีครีมดูสง่างาม เรือนผมสีชมพูพาสเทลรวบเป็นมวยเรียบร้อยเปิดเผยลำคอระหงผุดผ่อง มือข้างนึงถือแท็บเล็ต และอีกข้างก็เป็นแก้วกาแฟสแตนเลสใบโปรดเข้ามาในโซนทำงานของแผนกวิเคราะห์ข้อมูล เธอละสายตาจากแท็บเล็ตในมือแล้วเอ่ยถามพนักงานรุ่นน้องที่กำลังยืนทำหน้าเหมือนโลกกำลังจะแตกสลายตรงหน้า"หัวหน้าคัง! มาพอดีเลยครับ!" วินรีบพุ่งตัวเข้ามาหาเธอด้วยท่วงท่าตระหนกตกใจอย่
ความเย็นชาที่ส่งผ่านสายตาเพียงเสี้ยววินาทีบนเวทีนั้น... บาดลึกลงไปในหัวใจของมีอาอย่างรุนแรงและโหดร้ายทัศนียภาพรอบกายที่เคยเต็มไปด้วยแสงไฟระยิบระยับและเสียงดนตรีคลาสสิกคลอเบาๆ บัดนี้กลับไร้ความหมายลงไปในทันที ร่างระหงในชุดเดรสสีชมพูพาสเทลยืนนิ่งค้างท่ามกลางผู้คนชั้นสูงในงานที่กำลังก้มศีรษะให้กับการก้าวลงจากเวทีของ ‘ลูคัส วัลเดอร์บิลต์’ลูคัสเดินล้อมรอบไปด้วยบอดี้การ์ดร่างใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบนาย เขาก้าวผ่านกลุ่มนักธุรกิจชั้นนำและเหล่าไฮโซที่พยายามจะยื่นบัตรแนะนำตัว โดยไม่แม้แต่จะปรายสายตามองใคร ความนิ่งสงบ เยือกเย็น และออร่าแห่งความเย็นชาอันไร้ความรู้สึกของเขา ราวกับราชาผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จที่ไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ใครบนโลกใบนี้‘นายทำเหมือนฉันเป็นเพียงอากาศธาตุ... ทำเหมือนเราไม่เคยรู้จักกันอย่างนั้นเหรอ ลูคัส?’มีอากลืนก้อนความขมขื่นและจุกแน่นลงคออย่างยากลำบาก มือบางที่ถือแก้วแชมเปญสั่นระริกจนน้ำในแก้วสั่นคลื่นเบาๆ เป็นระลอก เธอสูดหายใจเข้าลึกเพื่อควบคุมสติ ก่อนจะวางแก้วลงบนโต๊ะข้างกายเบาๆหญิงสาวตัดสินใจเบียดตัวผ่านฝูงชน เดินเลี่ยงออกจากความอึดอัดและไร้อากา
ณ โรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพมหานคร ค่ำคืนนี้ตลบอบอวลไปด้วยความหรูหราอลังการขั้นสุด โถงจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ถูกตกแต่งด้วยธีมสีดำตัดทองคำแท้ แชนเดอเลียร์คริสตัลที่ส่องประกายระยิบระยับห้อยระย้าจากเพดานสูง สะท้อนแสงไฟวิบวับไปทั่วทั้งห้อง ผู้คนชั้นสูงทั้งในวงการธุรกิจ ไฮโซชื่อดัง และข้าราชการระดับผู้ใหญ่ต่างสวมชุดราตรีและสูทหรูหราเข้าร่วมงานกันอย่างคึกคัก ทุกคนต่างมาเพื่อเป้าหมายเดียวกัน... คือการได้ยื่นบัตรแนะนำตัวและสร้างคอนเนกชันกับ 'ประธานคนใหม่' ของ วัลเดอร์บิลต์ คอร์ปอเรชัน รองเท้าส้นสูงสีเงินคู่สวยก้าวลงจากรถแท็กซี่หรูหน้าทางเข้าโรงแรม ร่างระหงของ 'คังมีอา' ในชุดเดรสเกาะอกผ้าไหมซาตินสีชมพูพาสเทลเดินก้าวเข้ามาในงานอย่างมั่นใจ ทันทีที่เธอปรากฏตัว... สายตาของเหล่าผู้ทรงอิทธิพลและหนุ่มๆ ในงานต่างสะดุดกึกและหันมามองเธอเป็นตาเดียว! เรือนผมสีชมพูพาสเทลยาวสลวยที่ถูกเกล้าขึ้นครึ่งศีรษะอย่างประณีต เผยช่วงไหล่เนียนผุดผ่องและลำคอระหง ใบหน้าหวานฉ่ำที่แต่งแต้มเครื่องสำอางอย่างลงตัวงดงามโดดเด่นสะกดทุกสายตา แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างจากสาวๆ คนอื่น
หกปีต่อมา...สายลมแห่งกาลเวลาก็ได้หมุนเปลี่ยนผ่านไปอย่างรวดเร็ว... ร่องรอยคราบเลือดบนพื้นคอนกรีตและเสียงกรีดร้องในค่ำคืนที่ฝนตกกระหน่ำวันนั้น ค่อยๆ ถูกกาลเวลากลบฝังลงไปลึกสุดในแผ่นอกซ้ายของเด็กสาวผมสีชมพูพาสเทลหกปีที่ผ่านมา ‘คังมีอา’ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความอ่อนแอ เธอใช้ความเจ็บปวดและความคิดถึงโหยหาเป็นแรงขับเคลื่อนในการผลักดันตัวเอง ผลการเรียนระดับท็อป ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่เป็นเลิศ และพื้นฐานความฉลาดเฉียบแหลม ทำให้เธอเรียนจบปริญญาตรีด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่งตั้งแต่อายุยังน้อยปัจจุบัน ในวัยยี่สิบสามปีเต็ม มีอาเติบโตเป็นหญิงสาวที่งดงามสะพรั่งอย่างสมบูรณ์แบบ เรือนผมยาวสลวยสีชมพูพาสเทลอันเป็นเอกลักษณ์ยังคงทอดตัวนุ่มสลวยรับกับใบหน้าหวานฉ่ำลูกครึ่งไทย-เกาหลี ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นแม้จะยังคงความสดใสไว้ แต่ก็แฝงไปด้วยความเยือกเย็น เฉียบขาด และอ่านคนได้อย่างทะลุทะลวงปัจจุบัน เธอรับตำแหน่งเป็น ‘หัวหน้านักวิเคราะห์ข้อมูลมือหนึ่ง’ ของบริษัทเทคโนโลยีและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ นั่งทำงานอยู่ในห้องกระจกทรงสูงบนอาคารหรูใจกลางกรุงเทพมหานคร“หัวหน้าคั







