Accueil / รักโบราณ / ภารกิจรักใต้เงามังกร / ตอนที่ 9 ฉิน เหวินเจี๋ย

Partager

ตอนที่ 9 ฉิน เหวินเจี๋ย

last update Date de publication: 2026-08-11 16:42:25

หลังจากที่ฉิน เสี่ยวเฟิงได้รับความรักและความเอาใจใส่จากท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนอย่างพิเศษ ตัวของนางดูเหมือนจะกลายเป็นลูกรักของท่านแม่ทัพไปโดยปริยาย แม้จะเคยเป็นเพียงคนรับใช้ในสายตาของท่านแม่ทัพในอดีต

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อนางเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงเหล่าคนรับใช้ภายในจวนด้วย เมื่อท่านแม่ทัพเริ่มแสดงความรักและสนใจต่อบุตรสาวของเขาอย่างชัดเจน คนรับใช้ที่เคยแสดงท่าทีไม่ให้เกียรติและคำพูดที่ไม่สำรวมกับฉิน เสี่ยวเฟิง ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงท่าทีของพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด

พวกเขาเริ่มแสดงกิริยาท่าทางที่เคารพและสำรวมมากขึ้น เมื่อพูดคุยกับฉิน เสี่ยวเฟิง แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นนางก็ไม่เคยคิดที่จะไปให้ค่าอะไรกับคนพวกนี้ชีวิตของนางมีเพียงแต่ท่านแม่ของนางเท่านั้น

เมื่อท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนเริ่มแสดงความรักและสนใจต่อฉิน เสี่ยวเฟิงอย่างชัดเจน ทำให้บรรยากาศภายในจวนเปลี่ยนไปมากมาย สตรีที่เคยรังแกฉิน เสี่ยวเฟิง อย่างเจ็บแสบ ตอนนี้กลับกลายเป็นคนที่มีท่าทีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ในตอนนี้ฉิน เจิ้งเหม่ย ซึ่งเป็นลูกของฮูหยินใหญ่เช่นเดียวกัน ได้เข้ามาหาฉิน เสี่ยวเฟิง ด้วยท่าทีที่อ่อนหวานและเรียบร้อย

“ท่านพี่ ไปดื่มน้ำชาด้วยกันนะเจ้าค่ะ”

คำพูดของนางเต็มไปด้วยความสุภาพและอ่อนโยน แต่นางไม่สามารถปิดบังความเจ็บแสบในใจได้เลยก่อนหน้านี้ ฉิน เจิ้งเหม่ยเคยทำร้ายฉิน เสี่ยวเฟิง และรังแกนางอย่างหนักหน่วง แต่เมื่อเห็นการเปลี่ยนแปลงในสถานะของฉิน เสี่ยวเฟิง และการที่พี่ชายของนางหมดสภาพ ทำให้นางรู้ว่าตนเองอาจเป็นเป้าหมายของการล้างแค้น

ความกลัวนี้ทำให้นางรีบเข้าหาฉิน เสี่ยวเฟิง ด้วยความหวังว่าจะสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนางเพื่อปกป้องตัวเองจากการล้างแค้นที่อาจจะตามมา

ฉิน เสี่ยวเฟิงตอบกลับด้วยความเย็นชาและความชัดเจน “ข้าไม่ว่างพอดี ข้ามีธุระอื่นที่ต้องทำ”

คำตอบของฉิน เสี่ยวเฟิงแสดงให้เห็นถึงการตัดสินใจที่จะรักษาระยะห่างจากฉิน เจิ้งเหม่ย นางไม่ต้องการให้สถานการณ์ที่เคยเกิดขึ้นระหว่างพวกนางย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองอีกครั้ง แม้จะไม่ลืมสิ่งที่เคยได้รับความเจ็บปวดจากการกระทำของฉิน เจิ้งเหม่ย แต่ฉิน เสี่ยวเฟิงก็ไม่ต้องการให้การตอบโต้ของนางทำให้เกิดความขัดแย้งเพิ่มเติม

สำหรับนาง การปล่อยวางความแค้นและการมุ่งหวังที่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเป็นสิ่งที่สำคัญ นางจึงเลือกที่จะปล่อยให้ฉิน เจิ้งเหม่ยอยู่ในพื้นที่ของตัวเองและไม่ทำการตอบโต้หรือสร้างความขัดแย้งอีกต่อไป

ฉิน เสี่ยวเฟิงเลือกที่จะรักษาสถานะของตนเองและไม่ให้ความเจ็บปวดในอดีตมาขัดขวางชีวิตในปัจจุบันของนาง นางตั้งใจที่จะมุ่งเน้นไปที่การสร้างชีวิตที่สงบสุขและเป็นมิตรกับคนรอบข้าง โดยการวางแผนและพยายามอยู่ห่างจากความขัดแย้งที่ไม่จำเป็น

เมื่อฉิน เสี่ยวเฟิงตอบปฏิเสธด้วยความตรงไปตรงมา ฉิน เจิ้งเหม่ยรู้สึกถึงความไม่สบายใจ แต่พยายามอย่างสุดความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตนเอง มือของนางแน่น แต่สีหน้าของนางยังคงมีรอยยิ้มที่สดใส

“ถ้างั้นก็ไว้โอกาสหน้านะเจ้าค่ะ น้องจะชงชาให้ท่านพี่ด้วยตัวเอง”

แม้จะรู้สึกถึงความผิดหวังและความเครียด แต่ฉิน เจิ้งเหม่ยยังคงพยายามรักษาท่าทีของตนให้ดูอ่อนโยนและเป็นมิตร นางใช้รอยยิ้มที่สดใสเพื่อปกปิดความรู้สึกที่แท้จริง และหวังว่าจะมีโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับฉิน เสี่ยวเฟิงในอนาคต

ไม่เพียงแค่ฉิน เสี่ยวเฟิงเท่านั้นที่ได้รับความรักและการสนับสนุนจากท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียน แต่ฉิน เหวินเจี๋ย พี่ชายต่างมารดาของนางก็ได้รับการยกย่องอย่างสูงเช่นกัน เมื่อเขาสามารถพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนเองได้จากการสอบเข้าโรงเรียนของกองทัพ

การแสดงความสามารถและความทุ่มเทในการสอบเข้ากองทัพทำให้ฉิน เหวินเจี๋ยได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในตระกูล และตำแหน่งของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว นี่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญจากการเป็นเพียงแค่ลูกของสาวใช้และตัวเขาเป็นเพียงคนขับรถม้า ในตอนนี้เขามีเส้นทางชีวิตที่สว่างไสวไม่แพ้ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียน ผู้เป็นพ่อที่สุดแสนจะเย็นชากับลูกๆ ที่เกิดจากสาวใช้

ฉิน เหวินเจี๋ย พูดกับฉิน เสี่ยวเฟิง ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งและอ่อนโยน

“น้องพี่ ข้าไม่รู้ว่าตัวข้าเองจะขอบคุณเจ้าอย่างไรดี หากข้าไม่แข็งแกร่งขึ้นก็คงไม่มีวันนี้”

เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงใจ ที่อธิบายถึงความสำคัญของฉิน เสี่ยวเฟิงในชีวิตของเขา

“หากไม่ได้แนวทางฝึกฝนจากเจ้า ข้าก็คงไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองจนถึงทุกวันนี้ ขอบคุณเจ้าอย่างสุดซึ้ง”

คำพูดของฉิน เหวินเจี๋ยสะท้อนถึงความรู้สึกที่มีต่อความช่วยเหลือและการสนับสนุนที่ฉิน เสี่ยวเฟิงมอบให้ แม้จะเป็นพี่ชายต่างมารดา แต่ความรู้สึกที่เขามีต่อฉิน เสี่ยวเฟิงนั้นลึกซึ้งและจริงใจ การฝึกฝนที่ฉิน เสี่ยวเฟิงจัดเตรียมให้ทำให้เขามีความแข็งแกร่งและความสามารถที่เขาต้องการในการก้าวไปข้างหน้า

ความขอบคุณของฉิน เหวินเจี๋ยไม่เพียงแค่แสดงถึงความซาบซึ้งในสิ่งที่ได้รับ แต่ยังสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและความเคารพที่เขามีต่อน้องสาวของเขา ที่ไม่เพียงแค่เป็นพี่ชายต่างมารดา แต่ยังเป็นคนที่ให้การสนับสนุนและแนวทางในการพัฒนาให้เขากลายเป็นบุคคลที่แข็งแกร่งและมีอนาคตที่สดใส

ฉิน เหวินเจี๋ย ในตอนนี้มีร่างกายที่สูงใหญ่น่าเกรงขาม พื้นที่ของเขามีความโดดเด่นและเป็นที่น่าจับตามอง ความสูงและความแข็งแกร่งของเขาทำให้เขาดูมีอำนาจและบารมีในทุกก้าวที่เขาเดิน

ลักษณะของเขาที่มีความมาดมั่นและพลังที่ฉายออกมาแสดงถึงความพยายามและความทุ่มเทที่เขามีในการฝึกฝน การสะท้อนถึงท่าทีของมังกรที่ยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งเป็นสิ่งที่ทำให้เขาดูมีอิทธิพลและน่าทึ่ง เขามีท่าทีที่มั่นใจและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น อันเป็นผลจากการฝึกฝนและความพยายามอย่างหนัก

การที่เขาเปล่งอำนาจและบารมีนั้นเป็นการแสดงถึงการก้าวขึ้นมาเป็นบุคคลที่มีความสำคัญและเป็นที่นับถือในตระกูล ความเปล่งปลั่งและความน่าเกรงขามของเขาทำให้เขาดูคล้ายกับผู้เป็นพ่อที่มีอำนาจและศักดิ์ศรี แม้เขาจะมีบรรยากาศของความสง่างามและการเคารพ แต่เขาก็ไม่ละทิ้งความเป็นพี่ชายที่มีจิตใจที่สุดแสนจะอ่อนโยนให้กับผู้ที่เป็นน้องสาว

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 34 สงบสุข (จบ)

    ในค่ำคืนที่สงบ ซู เจิ้งเหวินนอนอยู่บนเตียง โดยมีฉิน เสี่ยวเฟิง อยู่เคียงข้าง เขาโอบกอดนางอย่างอบอุ่นและถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและอ่อนโยน“ฉิน เสี่ยวเฟิง เจ้าอยากให้ข้าขึ้นเป็นฮ่องเต้ไหม? เจ้าอยากที่จะเป็นองค์ฮองเฮา หรือไม่?”คำถามของเขาสะท้อนถึงความรู้สึกของเขาที่ต้องการทราบความคิดเห็นและความปรารถนาของนางเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขา ซู เจิ้งเหวินรู้ดีว่าการขึ้นเป็นฮ่องเต้หมายถึงการมีอำนาจและความรับผิดชอบที่มากมาย เขาต้องการให้ฉิน เสี่ยวเฟิงรู้สึกสบายใจและมีความสุขในชีวิตของพวกเขาฉิน เสี่ยวเฟิง มองชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน นางตอบกลับด้วยความจริงใจ“ข้าไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ข้าเพียงแค่ต้องการใช้ชีวิตกับท่านอย่างสงบเพียงแค่นี้ชีวิตของข้าก็มีความสุขมากแล้ว”คำตอบของนางสะท้อนถึงความเรียบง่ายและความพอใจในชีวิตที่มีอยู่แล้ว นางไม่ต้องการความยิ่งใหญ่หรืออำนาจใด ๆ แต่ต้องการแค่ความสงบสุขและความรักจากคนที่นางรัก ข้อความของนางเป็นการยืนยันถึงความรักที่แท้จริงและความสำคัญของความสงบในชีวิตของพวกเขาซู เจิ้งเหวินรู้สึกอบอุ่นและสงบใจเมื่อได้ยินคำพูดของนาง เขาหัวเราะเบา ๆ และยิ้มให้กั

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 33 องค์ชายซู หย่งชิง

    เช้าวันต่อมา ซู เจิ้งเหวิน เดินทางไปหา องค์ชายซู หย่งชิง ที่ตำหนัก องค์ชายซู หย่งชิงเป็นบุคคลที่เต็มไปด้วยความถือดีและมีท่าทางที่สูงส่ง แม้ว่าเขาจะมีความสามารถไม่เป็นที่น่าพอใจนัก แต่ความทะเยอทะยานในใจของเขากลับเต็มเปี่ยม การได้รับการสนับสนุนจากแม่ตั้งแต่เด็กช่วยหล่อหลอมความมั่นใจและความทะเยอทะยานในตัวเขาองค์ชายซู หย่งชิงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัชทายาทใหม่ ๆ จึงมักแสดงท่าทางที่แสดงถึงศักดิ์ศรีและความสำคัญของตำแหน่ง เขาสวมเสื้อคลุมหรูหราและเดินด้วยท่าทีที่ดูแข็งแกร่งและมีอำนาจ ในการพบปะกับพี่ชายของเขา เขามักจะมีท่าทางที่แสดงถึงความเป็นผู้นำและความมั่นใจในตนเอง ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการสร้างภาพลักษณ์ที่สูงส่งซู หย่งชิงมองด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความถือดี ขณะถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความอำนาจ “ท่านพี่มาหาน้องแต่เช้าไม่ทราบว่าท่านมีเรื่องอะไร” ซู เจิ้งเหวินหลับตาในขณะที่คำพูดของเขาดังออกมาอย่างหนักแน่น “ตำแหน่งองค์รัชทายาทของเจ้าจะถูกปลดออก จากนี้ไปเจ้าจะต้องแข่งขันกับซู เฟยหลงเพื่อแสดงความสามารถของเจ้าอย่างตรงไปตรงมา”คำประกาศนี้ทำให้ซู หย่งชิงถึงกับเดือดดาลอย่างถึงที่สุด เขารู้ดีว่าตนได้ร

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 32 เบื้องหลังของความเจ็บปวด

    ในห้องขังที่เงียบสงัด มหาเสนาบดี หลี่ เฟิง นั่งอยู่บนพื้นเย็นยะเยือก มือของเขาผสานกันอยู่บนตัก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหม่นหมองและความขมขื่น ความรักที่เขาเคยมีต่อเหม่ยหย่ง องค์ฮองเฮา และความเจ็บปวดที่เขาต้องเผชิญในช่วงท้ายของชีวิต ได้สะท้อนออกมาในบทพูดที่เขากำลังจะบรรยาย“นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เราได้พบกัน ข้าและเหม่ยหย่งเคยเป็นคู่รักที่เต็มไปด้วยความหวังและความฝัน แต่โชคชะตากลับบีบบังคับให้เราแยกจากกัน ท่านพ่อท่านแม่ของนางไม่เคยเห็นคุณค่าของเรา นางถูกส่งไปยังซู เจินเฉิง ฮ่องเต้ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นเพียงรัชทายาท พวกเขาทำลายความรักของเราด้วยการบังคับให้นางแต่งงานกับเขา”เหม่ยหย่งเคยร้องขอให้ ซู เจินเฉิง ปฏิเสธเธอ เพราะเธอมีคนรักอยู่แล้ว แต่การขอร้องของเธอกลับถูกเมินเฉยและไม่เป็นที่สนใจ ซู เจินเฉิงไม่เพียงแต่ไม่รับฟังคำขอของเหม่ยหย่งเท่านั้น แต่ยังทำร้ายและข่มขืนนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผลของการกระทำเหล่านี้ทำให้เหม่ยหย่งต้องสูญเสียความสุขในชีวิตและกลายเป็นเครื่องมือของโชคชะตาที่เธอไม่ต้องการเด็กชายที่เกิดจากการกระทำเหล่านี้ คือ องค์ชายใหญ่ ซู เจิ้งเหวิน และซู เฟยหลง เป็นที่มาของความเจ็บปวดแล

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 31 เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

    เมื่อเหม่ยหย่ง องค์ฮองเฮาและมหาเสนาบดีหลี่ เฟิง ฟื้นคืนจากสติ พวกเขาพบว่าตัวเองถูกคุมขังด้วยกุญแจมือและเครื่องพันธนาการที่แน่นหนามหาเสนาบดีหลี่ เฟิง แม้จะถูกจับและสวมกุญแจมือ แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความเงียบสงบ เขาดูเหมือนจะไม่แสดงความรู้สึกตื่นตกใจหรือหวาดกลัวใดๆ เขารู้สึกถึงความอึดอัดและไม่เชื่อว่าสถานการณ์ที่เขาต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย ทั้งที่เขามีกำลังพลนับพันนับหมื่นและเคยมีอำนาจมากมาย แต่กลับถูกจับกุมในสภาพที่ไม่คาดคิดในทางกลับกัน เหม่ยหย่ง องค์ฮองเฮานั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและวิตกกังวล นางรู้สึกไม่เชื่อว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับตัวนาง นางถูกคุมด้วยเครื่องพันธนาการที่ไม่เคยคิดว่าจะต้องประสบกับตัวเอง"ซู เจิ้งเหวิน ข้าเป็นแม่ของเจ้านะ เจ้าทำร้ายแม่ของเจ้าได้อย่างไรกัน?" เสียงของเหม่ยหย่งสั่นไหวไปด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น นางไม่สามารถยอมรับได้ว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้นเป็นผลจากการกระทำของบุตรชายของตนซู เจิ้งเหวินยืนอยู่ในมุมหนึ่งของห้อง พร้อมกับฉิน เสี่ยวเฟิง เขามองไปที่เหม่ยหย่งด้วยความรู้สึกที่สับสนและไม่แน่ใจ แต่เขาตอบกลับด้วยความมุ่งมั

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 30 ลักพาตัว

    เช้าวันถัดมา ข่าวเรื่องการบาดเจ็บสาหัสขององค์ชายซู เฟยหลง ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งวังหลวง ราวกับไฟลามทุ่ง ทว่าผู้คนกลับไม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงของเหตุการณ์นี้ มีเพียงซู เจิ้งเหวิน เพียงผู้เดียวที่รับรู้เรื่องนี้อย่างละเอียดลออ เพราะในคืนก่อนหน้านั้น องค์ชายซู เฟยหลง ได้มาชักชวนเขาให้เข้าร่วมในแผนการที่ดูเสี่ยงและอันตรายเกินไปซู เจิ้งเหวิน ตัดสินใจปฏิเสธข้อเสนอของน้องชายด้วยเหตุผลที่ชัดเจนว่า แผนการนั้นมีความเสี่ยงสูงเกินไปเกินกว่าที่จะยอมรับได้ แต่ถึงแม้จะทำตามเหตุผลที่เขาเลือก ความรู้สึกของเขากลับยังเต็มไปด้วยความรู้สึกกังวลและล่วงลึกถึงใจ องค์ชายซู เฟยหลงซึ่งมักจะมีความแข็งแกร่งและมั่นคงในสายตาของเขา กลับต้องเผชิญกับอันตรายที่ไม่คาดคิดแต่ทว่ามหาเสนาบดีหลี่ เฟิง นั้นเป็นบุรุษผู้ที่เก่งกาจทั้งด้านบุ๋นและบู้ การที่องค์ชายชายซู เฟยหลง รอดกับมาได้ก็นับว่าดีมากแล้ว ซู เจิ้งเหวิน ในฐานะพี่ชายคนโตเขาคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าน้องชายคนนี้จะรู้จักใช้หัวคิดบ้างฉิน เสี่ยวเฟิง เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวลและความเป็นห่วง "ต่อไปท่านต้องระวังตัวให้มากรู้ไหม”หลังข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก

  • ภารกิจรักใต้เงามังกร   ตอนที่ 29 ปล่อยเป็นไปตามโชคชะตา

    ลานกว้างภายในตำหนักของมหาเสนาบดี หลี่ เฟิง ถูกทำให้สว่างไสวด้วยแสงจากตะเกียงที่ถูกจุดขึ้นทั่วทั้งพื้นที่ ขณะนี้ ความสว่างทำให้กลุ่มผู้บุกรุกที่สวมชุดดำรู้สึกถึงความไม่สบายใจ พวกเขายืนอึ้งอยู่กลางลานกว้าง ดูเหมือนว่าพวกตนนั้นจะหลงติดกับเข้าให้แล้ว กำลังพลของมหาเสนาบดี หลี่ เฟิง ที่ทำการปิดล้อมนั้นน่าจะมีอยู่ประมาณ 300 กว่าคน ส่วนขององค์ชายซู เฟยหลงมีเพียงแค่ 100 คนเท่านั้น"พวกเราจะเอาอย่างไรดีองค์ชาย ซู เฟยหลง?" เสียงของฉิน เจียงหลงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้ใบหน้าของเขานั้นจะอยู่ภายใต้หน้ากากแต่ก็ไม่สามารถที่จะปิดบังความหวาดกลัวได้พ้นภายใต้แสงที่สว่างจ้า และบรรยากาศที่ตึงเครียดนั้น ทุกการเคลื่อนไหวและเสียงกระทบกระทั่งมีความสำคัญต่อชีวิตของพวกเขา องค์ชาย ซู เฟยหลง ยืนอยู่ตรงกลางกลุ่ม ปัญหาตอนนี้คือการหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่คับขันนี้ ในขณะที่ผู้บุกรุกมีแนวโน้มที่จะตกใจและไม่แน่ใจในทิศทางที่ควรไปการตัดสินใจขององค์ชายจะต้องรวดเร็วและเด็ดขาด หากไม่สามารถหาทางออกหรือหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าโดยตรงได้ อาจจะต้องพิจารณาใช้กลยุทธ์อื่น ๆ เพื่อสร้างความสับสนให้กับศัตรูและหาทางออกที่ปลอดภัย

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status