LOGINสองปีต่อมา...กาลเวลาเปลี่ยนผ่าน ไร่ภูตะวันก็เติบโตขึ้นอย่างงดงาม จากไร่องุ่นและพืชไร่ที่ส่งขายในประเทศ บัดนี้กลายเป็นอาณาจักรเกษตรแปรรูปครบวงจรที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไวน์และผลไม้อบแห้งไปไกลถึงต่างแดน ไม่ใช่มีแค่องุ่น ยังมีผลไม้ไทยอีกหลายชนิดในห้องทำงานที่ขยายกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม แม่เลี้ยงอัญภัทร ในชุดเดรสทำงานคลุมท้องตัวหลวม ท้องที่สองกำลังมา กำลังยืนสั่งงานทีมการตลาดผ่านวิดีโอคอน เฟอเรนซ์ด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะปัง“ยอดส่งออกไตรมาสนี้ต้องเร่งหน่อยนะคะ ทางยุโรปต้องการไวน์ล็อตพิเศษสำหรับเทศกาลคริสต์มาส ฝากคุณวิชัยเร่งผลิตไลน์ด้วย” เพราะว่าไม่ได้มีแค่คนงานไทย ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่เป็นชาวต่างชาติ การประชุมระดับหัวหน้าจึงยกระดับเป็นภาษาอังกฤษเธอยังคงเป็นแม่เลี้ยงผู้เฉียบขาดแห่งไร่ภูตะวัน แม้หน้าท้องจะนูนเด่นออกมาบ่งบอกอายุครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วก็ตามปัง!ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกโดยไม่เคาะ มีคนเดียวในไร่ที่กล้าทำแบบนี้ พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายวัยขวบเศษที่วิ่งเตาะแตะเข้ามา“มะ..มอมี้จ๋า! มี้จ๋า!”ร่างป้อม ๆ ของ ‘น้องภาคิน’ ลูกชายคนโตทายาทรุ่นที่สามของไร่ภูตะวัน วิ่งถลาเข้า
เสียงเพลงฉลองงานวิวาห์ยังคงดังแว่วมาตามสายลมจากลานจัดเลี้ยง แต่สำหรับคู่บ่าวสาวป้ายแดง หน้าที่ต้อนรับแขกได้จบลงแล้ว... ต่อจากนี้คือเวลาส่วนตัวที่ทั้งคู่รอคอยปัง!เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของห้องหอในห้องนอนใหญ่ของเรือนไม้สัก ถูกปิดลงและล็อกกลอนแน่นหนาโดยฝีมือของเจ้าบ่าวหมาด ๆหมอกครามในสภาพที่ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสองเม็ด เดินย่างสามขุมเข้ามาหาเจ้าสาวที่นั่งเอียงอายอยู่ปลายเตียง ทำราวกับนี่เป็นครั้งแรกแต่ว่าไม่ได้นะครั้งแรกในฐานะเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยังไงมันก็ต้องพิเศษกว่าอยู่แล้วสิเนอะเตียงกว้างถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจคู่ กลิ่นหอมของดอกไม้และเทียนหอมอบอวลไปทั่วห้อง สร้างบรรยากาศโรแมนติกชวนฝัน แต่แววตาของหมอกครามในตอนนี้... มันไม่ได้ฝันหวานเลยสักนิด แต่มันคือแววตาของ ‘นักล่า’ ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อตอนนี้เขาพร้อมกลายร่างเป็นเสือพร้อมกินเหยื่อตัวน้อยแล้วล่ะ“เหนื่อยไหมครับ...” เขาถามเสียงนุ่ม เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ มือหนาเชยคางมนขึ้นสบตากัน แววตาไหวระริกน้อย ๆ ทำให้เขาอยากจะหยอกล้อกับเธอเสียจริง“นิดหน่อยค่ะ... ยืนบนส้นสูงนาน ๆ เมื่อยขาไ
เสียงระฆังวิวาห์ไม่ได้ดังก้องกังวานมาจากโบสถ์หรูหราที่ไหน แต่มันคือเสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่ตามกิ่งไม้ ผสานกับเสียงดนตรีบรรเลงสดจากวงดนตรีอะคูสติกที่ขับกล่อมท่ามกลางสายลมยามเย็นของไร่ภูตะวันวันนี้... ไร่ทั้งไร่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความรักซุ้มดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่แม่ไพลินกำกับดูแลด้วยตัวเองตั้งตระหง่านอยู่กลางลานหญ้าสีเขียวขจี ฉากหลังเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนและท้องฟ้าสีทองยามพระอาทิตย์ตกดิน ทางเดินปูด้วยกลีบกุหลาบสีชมพูและดอกรัก สื่อความหมายถึงความรักที่ยั่งยืนตามเคล็ดลับของป้าคำดวงหมอกคราม ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าแท่นพิธี ในชุดสูทสีครีมคัตติ้งเนี้ยบที่ขับให้เขาดูลดความดุดันลง แต่เพิ่มความอบอุ่นอ่อนโยนขึ้นเป็นเท่าตัว แม้ภายนอกจะดูนิ่งขรึมเหมือนภูผา แต่ฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อกลับฟ้องว่าข้างในใจเขากำลังเต้นระรัวแค่ไหน“อย่าเกร็งดิวะไอ้เสือ... หายใจเข้าลึก ๆ” สารวัตรธีร์ ที่ยืนหล่อในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวอยู่ข้าง ๆ กระซิบแซว“ทำหน้าเหมือนจะไปฆ่าคนอย่างนั้นแหละ ยิ้มหน่อยเว้ย วันนี้วันดี”“กูไม่ได้เกร็ง...” หมอกครามกัดฟันตอบโดยไม่ขยับปาก “กูแค่... ตื่นเต้น”“เออ รู้แล้วว่าตื่นเต้น เมียมึงสวยขน
ข่าวการแต่งงานระหว่างพ่อเลี้ยงหมอกคราม กับ คุณอัญภัทร แพร่สะพัดไปทั่วไร่ภูตะวันเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง บรรยากาศในไร่ช่วงนี้จึงคึกคักเป็นพิเศษ คนงานเดินยิ้มแก้มปริกันถ้วนหน้า เพราะนอกจากจะได้เจ้านายหญิงที่ใจดีแล้ว พ่อเลี้ยงยังประกาศแจกโบนัสพิเศษรับขวัญวันแต่งงานอีกด้วยแต่คนที่ดูจะวุ่นวายที่สุดเห็นจะไม่พ้นสองแม่งานใหญ่อย่าง แม่ไพลิน และป้าดวงใจ“ดอกไม้ตรงซุ้มทางเข้าต้องใช้กุหลาบขาวผสมกับดอกรักนะ จะได้รักกันยืนยาว!” แม่ไพลินชี้นิ้วสั่งการทีม ออแกไนซ์“แล้วก็อาหาร... ต้องเพิ่มเมนูมงคลอีกสามอย่าง ขนมจีบอย่าให้ขาด สื่อถึงการจีบกันตลอดเวลา!” ป้าดวงใจญาติสนิทคนเดียวของหมอกครามเสริมทัพอย่างแข็งขันส่วนหมอกครามกับอัญภัทรยืนมองความชุลมุนวุ่นวายนั้นด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ พวกเขาแทบจะกลายเป็นคนวงนอกในงานแต่งของตัวเอง เพราะผู้ใหญ่จัดการให้ทุกอย่าง“เหนื่อยหน่อยนะอัญญา...” หมอกครามกระซิบพลางโอบไหล่ว่าที่เจ้าสาว “เหล่าป้า ๆ แม่ ๆ เขาเห่อหลานสะใภ้กับลูกเขย”“อัญโอเคค่ะ...แม่มีความสุข อัญก็ดีใจ” เธอยิ้มหวาน “ว่าแต่คุณเถอะ... เตรียมตัวหรือยัง เย็นนี้ต้องไปลองชุดนะ” อัญภัทรเตือนเขาเรื่องสำคัญ เพราะครั้งนี้เป็น
แสงตะวันยามเย็นเริ่มทอแสงสีส้มอมชมพูระบายไปทั่วท้องฟ้าเหนือไร่ภูตะวัน สายลมเย็นพัดเอื่อย ๆ หอบเอากลิ่นหอมจาง ๆ ของไอดินและดอกไม้ลอยมาแตะจมูกอัญภัทรยืนสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัว วันนี้เธอสวมชุดเดรสยาวสีขาวเปิดไหล่ที่หมอกครามซื้อให้ เนื้อผ้าพลิ้วไหวทิ้งตัวสวยขับเน้นรูปร่างระหงและผิวขาวผ่องให้ดูสง่างามราวกับเจ้าหญิง ผมยาวสลวยถูกม้วนเป็นลอนคลาย ๆ ปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง“สวยแล้วครับ...”เสียงทุ้มคุ้นหูทำให้เธอสะดุ้งเล็กน้อย หมอกครามยืนพิงกรอบประตูมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความชื่นชม วันนี้เขาอยู่ในชุดสูทลำลองสีเบจ เสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนเล็กน้อย ดูหล่อเหลาและอบอุ่นจนใจเธอเต้นผิดจังหวะ“มารับแล้วเหรอคะ” อัญภัทรยิ้มหวาน เดินเข้าไปหาเขาราวกับรอเขาคนเดียว แต่หากรอแล้วได้คนนี้เป็นสามีก็ยินดีรอ“ครับ... เจ้าหญิงพร้อมหรือยัง”“พร้อมตั้งนานแล้วค่ะ”หมอกครามยื่นมือมาให้เธอจับ พาเดินออกจากบ้านไปที่รถจี๊ปเปิดประทุนคู่ใจที่จอดรออยู่เข้ากับบรรยากาศในไร่วันนี้ แต่ก่อนจะขึ้นรถ เขาหยิบผ้าแพรสีชมพูอ่อนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ“ขออนุญาตนะครับ... ผมอยากให้คุณเห็นท
แสงแดดอ่อน ๆ ยามสายสาดส่องเข้ามาในห้องนอนกว้าง แต่อัญภัทรตื่นขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าข้างกายเป็นวันที่สองติดต่อกัน ที่นอนฝั่งของหมอกครามเย็นชืด แสดงว่าเขาลุกออกไปนานแล้ว“หายหัวไปอีกแล้ว...” หญิงสาวชักหงุดหงิดนิด ๆ เพราะตื่นมาไม่เห็นสามีคนดีหญิงสาวบ่นพึมพำขณะลุกขึ้นสวมเสื้อคลุมผ้าแพร เดินออกมาที่ระเบียงห้อง สายตาคมสวยกวาดมองไปทั่วอาณาบริเวณไร่ภูตะวันปกติหมอกครามจะตัวติดกับเธอเป็นตังเม ยิ่งช่วงหลังมานี้แทบจะสิงร่างกันอยู่แล้ว แต่วันนี้เขากลับหายตัวไปตั้งแต่ไก่โห่ แถมเมื่อวานก็ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ จนเกือบจะมีเรื่องเข้าใจผิดสัญชาตญาณของผู้หญิงบอกว่า... มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลอัญภัทรจัดการธุระส่วนตัวเสร็จก็เดินลงมาที่ห้องอาหารเจอ ป้าคำดวง กำลังจัดโต๊ะอาหารเช้าอยู่พอดี แต่ทันทีที่ป้าเห็นหน้าเธอ หญิงชราก็สะดุ้งโหยงจนช้อนส้อมในมือเกือบร่วง“อุ๊ย! คุณนาย... เอ้ย! คุณอัญ ตื่นแล้วเหรอคะ” ป้าคำดวงยิ้มเจื่อน ๆ หลบสายตาแปลก ๆ“ค่ะป้า... เห็นคุณหมอกไหมคะ?” อัญภัทรยิงคำถามทันที สายตาจับจ้องพิรุธของแม่บ้านเก่าแก่“เอ่อ... พ่อเลี้ยง... พ่อเลี้ยงออกไปดูงานท้ายไร่ค่ะ! เห็นว่าท่อประปาแตก! ใช่ค่ะ ท่อแตก







