เข้าสู่ระบบ“พ่อเลี้ยงคะ ขอดูกระเจียวดอกที่ใหญ่ที่สุดในไร่หน่อยได้ไหมคะ ซินแสบอกว่าถ้าได้จับแล้วจะโชคดี” พ่อเลี้ยงหมอกคราม ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาพราวระยับท่ามกลางสายฝน “อยากดูของใหญ่ ต้องใจกล้าหน่อยนะอัญญา แต่บอกไว้ก่อนว่าที่นี่เจ้าที่ ‘หวง’ มาก...จับแล้วระวังติดหนึบจนกลับบ้านไม่ได้นะ” อัญญาผู้มีแม่สายมูตัวมัมที่ขัดใจไม่ได้ กับภาระ (กิจ) แก้เคล็ดเสริมดวงสุดประหลาด ด้วยการไปลูบ ๆ คลำ ๆ ดอกกระเจียวในหน้าร้อน บ้าไปแล้ว!!!! ดอกกระเจียวที่ไหนจะบานหน้าร้อน แต่ถ้าเป็นดอกกระเจี๊ยวพ่อเลี้ยงหมอกครามก็ว่าไปอย่าง 🔥บานทุกฤดู🔥
ดูเพิ่มเติมแสงแดดเดือนเมษายนของประเทศไทยไม่เคยปรานีใคร โดยเฉพาะกับ ‘อัญภัทร’ หรือ ‘หนูอัญญา’ บัณฑิตจบใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งเตะฝุ่นว่างงานมาหมาด ๆ และตอนนี้... เธอกำลังยืนขาแข็งอยู่ท่ามกลางดงฝุ่นแดง ๆ ของจังหวัดชัยภูมิ
“แม่นะแม่... บอกว่าไปสมัครงานที่ระยองก็ไม่ให้ไป ดันส่งมาตกระกำลำบากอะไรที่นี่เนี่ย!”
หญิงสาวร่างบางในชุดเดรสลูกไม้สีขาว ที่ตอนนี้เริ่มกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนเพราะฝุ่น บ่นกระปอดกระแปดขณะลากกระเป๋าเดินทางใบยักษ์ไปตามทางลูกรัง มืออีกข้างพยายามกางร่มกันยูวีที่ดูจะสู้แรงแดดเปรี้ยง ๆ ตอนบ่ายสองไม่ไหว
สาเหตุที่เธอต้องระเห็จมาไกลถึงอีสาน ทั้งที่ใจอยากนอนตากแอร์อยู่กรุงเทพฯ ก็เพราะคำสั่งประกาศิตจาก ‘คุณนายแม่’ สายมูเตลูตัวมัมตัวมารดานั่นเอง
ย้อนไปเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว...
‘อัญญา... ซินแสบอกว่าดวงปีนี้ชงหนัก ตกงาน แฟนทิ้ง (ซึ่งก็จริง) หนักกว่านั้นถึงขั้นเลือดตกยางออก ทางแก้เดียวคือเอ็งต้องไปไหว้พระธาตุ แล้วไปรอดู ‘ดอกกระเจียวบาน’ ที่ชัยภูมิ ไปขอพรกับดอกแรกที่มันแทงยอดขึ้นมา แล้วชีวิตเอ็งจะรุ่งโรจน์!’
‘โธ่แม่! นี่มันเดือนเมษา! หน้าแล้ง! ดอกกระเจียวบ้านไหนมันจะบานตอนนี้ มันต้องหน้าฝนโน่น!’ เธอเถียงคอเป็นเอ็นในตอนนั้น
‘ก็ไปรอสิยะ! ไปดัดนิสัยซะบ้าง จบมาก็ยังไม่ได้ทำงานทำการ ไปอยู่กับป้าดวงญาติห่างๆ ของแม่ที่นั่น เขาฝากฝังเจ้าของไร่ไว้ให้แล้ว ไปช่วยงานเขาแลกข้าวแลกน้ำ รอจนกว่าดอกมันจะบานค่อยกลับมา!’
และนั่น... คือจุดเริ่มต้นของมหกรรมความซวย
เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มดังมาจากด้านหลัง ทำให้อัญภัทรสะดุ้งสุดตัว รถกระบะโฟร์วิลคันใหญ่สีดำสนิทขับปาดหน้าเธอแล้วเบรกจนฝุ่นตลบ
“แคกๆๆ!” หญิงสาวสำลักฝุ่นจนหน้าดำหน้าแดง รีบเอามือปิดจมูก
ประตูรถฝั่งคนขับเปิดออก รองเท้าหนังราคาแพงเหยียบลงบนพื้นดินแห้งแล้ง ตามมาด้วยเจ้าของร่างสูงโปร่งที่ก้าวลงมายืนประจันหน้าเธอ
อัญภัทรอึ้งไปชั่วขณะ... ไม่ใช่เพราะความสูงหรือหุ่นนายแบบของเขา แต่เป็นเพราะ ‘ออร่าความขาว’ ที่กระแทกตาเข้าอย่างจัง
ผู้ชายตรงหน้าผิวขาวจัด... ขาวแบบไม่เกรงใจแดดเมืองไทย ขาวจนเธอที่ทาครีมกันแดดมาสิบชั้นยังต้องอาย ใบหน้าหล่อเหลานิ่งสนิทไร้อารมณ์ ดวงตาคมกริบภายใต้คิ้วเข้มจ้องมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาราวกับกำลังตีราคา!... และดูเหมือนผลการตีราคาจะออกมา ‘ติดลบ’
“อัญภัทร... ลูกสาวคุณน้าดวงใจใช่ไหม?” เสียงทุ้มถามห้วน ๆ ไม่มีหางเสียง
“เอ่อ...ไม่ใช่ลูกค่ะเป็นหลานค่ะ หนูชื่ออัญญาเองค่ะ” เธอยกมือไหว้เก้ๆ กังๆ และแทนตัวเองว่าหนู ดูเหมือนเขาจะแก่กว่าเธอน่าจะอายุอานามสักสามสิบห้าได้ แต่เขาดูดีมาก ๆ
ชายหนุ่มรับไหว้ด้วยการพยักหน้าเพียงนิดเดียว ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดแบบไม่คิดจะรักษามารยาท
“ผมนึกว่าป้าดวงแกพูดเล่นเรื่องจะส่งหลานมาดัดนิสัย... ไม่นึกว่าจะส่งมาจริงๆ”
“เอ่อ...” อัญภัทรหน้าชา
“ผมชื่อ ‘หมอกคราม’ เจ้าของไร่นี้” เขาแนะนำตัวสั้นๆ สายตายังคงจับจ้องที่ชุดกระโปรงลูกไม้และรองเท้าส้นสูงของเธอด้วยความขัดใจ
“บอกไว้ก่อนนะว่าที่นี่ไร่ ไม่ใช่รีสอร์ท และตอนนี้ก็ไม่ใช่หน้าฤดูท่องเที่ยว...!”
เขากวาดตามองไปรอบๆ พื้นที่แห้งแล้งและฝุ่นสลับกับมองคนตรงหน้า ที่ใส่ชุดมาราวกับจะไปเที่ยวทุ่งดอกไม้ที่เชียงใหม่
“ดอกกระเจียวมันยังไม่บานหรอกคุณ... มาผิดฤดูแล้ว”
“ทราบค่ะ...อัญภัทรกัดฟันตอบแต่คุณแม่บอกว่า...”
“ช่างเถอะ มาแล้วก็แล้วกันไป” พ่อเลี้ยงหนุ่มตัดบทอย่างรำคาญใจ “ขึ้นรถ เดี๋ยวผมไปส่งที่พัก”
อัญภัทรใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย อย่างน้อยเขาก็ยังมีน้ำใจไปส่ง... เธอรีบลากกระเป๋าจะไปขึ้นรถ แต่เขากลับยืนกอดอกนิ่ง ไม่คิดจะช่วยยกกระเป๋าใบหนักอึ้งขึ้นท้ายกระบะให้เลยสักนิด
‘ไอ้ผู้ชายหน้าขาวใจดำ!’ เธอก่นด่าในใจ พลางออกแรงยกกระเป๋าขึ้นรถอย่างทุลักทุเล
รถกระบะแล่นเข้ามาลึกในเขตไร่ ผ่านบ้านเรือนไทยประยุกต์หลังใหญ่โตสวยงามที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนิน อัญภัทรยิ้มออก คิดในใจว่าอย่างน้อยที่พักก็น่าจะสบาย...
แต่รถกระบะกลับไม่ได้เลี้ยวเข้าไปจอดที่บ้านหลังนั้น พ่อเลี้ยงหมอกครามขับเลยผ่านไป... ผ่านไป... จนถึงท้ายไร่ที่ติดกับชายป่า และจอดสนิทหน้าบ้านไม้ชั้นเดียวสภาพเก่าคร่ำครึ หลังคาสังกะสีเริ่มมีสนิมเกาะ
“ถึงแล้ว”
อัญภัทรมองบ้านตรงหน้าสลับกับหน้าหล่อๆ ของคนขับ ก่อนถามออกมา “เอ่อ... ที่นี่คือ...”
“บ้านพักคนงานเก่า” เขาตอบหน้าตาย
“ตอนนี้คนงานย้ายไปอยู่เรือนใหม่กันหมดแล้ว เหลือหลังนี้ว่างอยู่... คุณนอนที่นี่แหละ”
“บ้านคนงาน!?” อัญภัทรตาโต
“แต่... แต่คุณแม่บอกว่าป้าดวงฝากฝังหนูไว้กับคุณแล้วนี่คะ คุณแม่บอกว่าจะให้อยู่...”
“ป้าดวงฝากให้ผมช่วยดูแล... ไม่ได้บอกให้ผมรับมาเลี้ยงดูปูเสื่อเป็นคุณหนู” หมอกครามสวนกลับเสียงเรียบ เดินลงมายืนพิงรถ มองเธอด้วยสายตาที่ทำให้อัญภัทรรู้สึกตัวเล็กลงเหลือสองนิ้ว
“ฟังนะคุณอัญญา... งานในไร่ผมยุ่งมาก ช่วงนี้ต้องเตรียมหน้าดิน ผมไม่มีเวลามานั่งเทคแคร์เด็กฝากหรือเด็กเส้นใครทั้งนั้น”
เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ก้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดหน้าผาก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก
“อยู่ได้ก็อยู่... อยู่ไม่ได้ก็กลับไป ที่นี่ไม่ต้องการ ‘ภาระ’ เพิ่ม... เข้าใจตรงกันนะ?”
พูดจบพ่อเลี้ยงหน้าหยกก็โยนกุญแจบ้านเก่าๆ ลงบนมือเธอ แล้วเดินกลับขึ้นรถ ขับออกไปทิ้งฝุ่นตลบใส่หน้าเธอเป็นรอบที่สอง
อัญภัทรยืนกำกุญแจแน่น น้ำตาตกในท่ามกลางแดดเปรี้ยง
“ไอ้พ่อเลี้ยงบ้า! ไอ้คนใจร้าย! คอยดูเถอะ... ฉันจะอยู่ให้ได้ จะอยู่รอจนกว่าดอกกระเจียวบ้านี่มันจะบานประชดหน้าคุณเลย คอยดู!”
เธอลากกระเป๋าเข้าบ้านพักคนงานเก่าๆ ด้วยความแค้นใจ ภารกิจรอคอยดอกไม้บานเริ่มขึ้นแล้ว... พร้อมกับสถานะ “ภาระ”ที่ถูกยัดเยียดให้ตั้งแต่วันแรก!
สองปีต่อมา...กาลเวลาเปลี่ยนผ่าน ไร่ภูตะวันก็เติบโตขึ้นอย่างงดงาม จากไร่องุ่นและพืชไร่ที่ส่งขายในประเทศ บัดนี้กลายเป็นอาณาจักรเกษตรแปรรูปครบวงจรที่ส่งออกผลิตภัณฑ์ไวน์และผลไม้อบแห้งไปไกลถึงต่างแดน ไม่ใช่มีแค่องุ่น ยังมีผลไม้ไทยอีกหลายชนิดในห้องทำงานที่ขยายกว้างขวางขึ้นกว่าเดิม แม่เลี้ยงอัญภัทร ในชุดเดรสทำงานคลุมท้องตัวหลวม ท้องที่สองกำลังมา กำลังยืนสั่งงานทีมการตลาดผ่านวิดีโอคอน เฟอเรนซ์ด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงเป๊ะปัง“ยอดส่งออกไตรมาสนี้ต้องเร่งหน่อยนะคะ ทางยุโรปต้องการไวน์ล็อตพิเศษสำหรับเทศกาลคริสต์มาส ฝากคุณวิชัยเร่งผลิตไลน์ด้วย” เพราะว่าไม่ได้มีแค่คนงานไทย ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ที่เป็นชาวต่างชาติ การประชุมระดับหัวหน้าจึงยกระดับเป็นภาษาอังกฤษเธอยังคงเป็นแม่เลี้ยงผู้เฉียบขาดแห่งไร่ภูตะวัน แม้หน้าท้องจะนูนเด่นออกมาบ่งบอกอายุครรภ์ได้ห้าเดือนแล้วก็ตามปัง!ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกโดยไม่เคาะ มีคนเดียวในไร่ที่กล้าทำแบบนี้ พร้อมกับเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กชายวัยขวบเศษที่วิ่งเตาะแตะเข้ามา“มะ..มอมี้จ๋า! มี้จ๋า!”ร่างป้อม ๆ ของ ‘น้องภาคิน’ ลูกชายคนโตทายาทรุ่นที่สามของไร่ภูตะวัน วิ่งถลาเข้า
เสียงเพลงฉลองงานวิวาห์ยังคงดังแว่วมาตามสายลมจากลานจัดเลี้ยง แต่สำหรับคู่บ่าวสาวป้ายแดง หน้าที่ต้อนรับแขกได้จบลงแล้ว... ต่อจากนี้คือเวลาส่วนตัวที่ทั้งคู่รอคอยปัง!เสียงประตูกระจกบานใหญ่ของห้องหอในห้องนอนใหญ่ของเรือนไม้สัก ถูกปิดลงและล็อกกลอนแน่นหนาโดยฝีมือของเจ้าบ่าวหมาด ๆหมอกครามในสภาพที่ถอดเสื้อสูทตัวนอกออกเหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมบนสองเม็ด เดินย่างสามขุมเข้ามาหาเจ้าสาวที่นั่งเอียงอายอยู่ปลายเตียง ทำราวกับนี่เป็นครั้งแรกแต่ว่าไม่ได้นะครั้งแรกในฐานะเมียที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยังไงมันก็ต้องพิเศษกว่าอยู่แล้วสิเนอะเตียงกว้างถูกโรยด้วยกลีบกุหลาบสีแดงเป็นรูปหัวใจคู่ กลิ่นหอมของดอกไม้และเทียนหอมอบอวลไปทั่วห้อง สร้างบรรยากาศโรแมนติกชวนฝัน แต่แววตาของหมอกครามในตอนนี้... มันไม่ได้ฝันหวานเลยสักนิด แต่มันคือแววตาของ ‘นักล่า’ ที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อตอนนี้เขาพร้อมกลายร่างเป็นเสือพร้อมกินเหยื่อตัวน้อยแล้วล่ะ“เหนื่อยไหมครับ...” เขาถามเสียงนุ่ม เดินมาหยุดตรงหน้าเธอ มือหนาเชยคางมนขึ้นสบตากัน แววตาไหวระริกน้อย ๆ ทำให้เขาอยากจะหยอกล้อกับเธอเสียจริง“นิดหน่อยค่ะ... ยืนบนส้นสูงนาน ๆ เมื่อยขาไ
เสียงระฆังวิวาห์ไม่ได้ดังก้องกังวานมาจากโบสถ์หรูหราที่ไหน แต่มันคือเสียงกระดิ่งลมที่แขวนอยู่ตามกิ่งไม้ ผสานกับเสียงดนตรีบรรเลงสดจากวงดนตรีอะคูสติกที่ขับกล่อมท่ามกลางสายลมยามเย็นของไร่ภูตะวันวันนี้... ไร่ทั้งไร่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นดินแดนแห่งความรักซุ้มดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ที่แม่ไพลินกำกับดูแลด้วยตัวเองตั้งตระหง่านอยู่กลางลานหญ้าสีเขียวขจี ฉากหลังเป็นทิวเขาสลับซับซ้อนและท้องฟ้าสีทองยามพระอาทิตย์ตกดิน ทางเดินปูด้วยกลีบกุหลาบสีชมพูและดอกรัก สื่อความหมายถึงความรักที่ยั่งยืนตามเคล็ดลับของป้าคำดวงหมอกคราม ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าแท่นพิธี ในชุดสูทสีครีมคัตติ้งเนี้ยบที่ขับให้เขาดูลดความดุดันลง แต่เพิ่มความอบอุ่นอ่อนโยนขึ้นเป็นเท่าตัว แม้ภายนอกจะดูนิ่งขรึมเหมือนภูผา แต่ฝ่ามือที่ชื้นเหงื่อกลับฟ้องว่าข้างในใจเขากำลังเต้นระรัวแค่ไหน“อย่าเกร็งดิวะไอ้เสือ... หายใจเข้าลึก ๆ” สารวัตรธีร์ ที่ยืนหล่อในฐานะเพื่อนเจ้าบ่าวอยู่ข้าง ๆ กระซิบแซว“ทำหน้าเหมือนจะไปฆ่าคนอย่างนั้นแหละ ยิ้มหน่อยเว้ย วันนี้วันดี”“กูไม่ได้เกร็ง...” หมอกครามกัดฟันตอบโดยไม่ขยับปาก “กูแค่... ตื่นเต้น”“เออ รู้แล้วว่าตื่นเต้น เมียมึงสวยขน
ข่าวการแต่งงานระหว่างพ่อเลี้ยงหมอกคราม กับ คุณอัญภัทร แพร่สะพัดไปทั่วไร่ภูตะวันเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง บรรยากาศในไร่ช่วงนี้จึงคึกคักเป็นพิเศษ คนงานเดินยิ้มแก้มปริกันถ้วนหน้า เพราะนอกจากจะได้เจ้านายหญิงที่ใจดีแล้ว พ่อเลี้ยงยังประกาศแจกโบนัสพิเศษรับขวัญวันแต่งงานอีกด้วยแต่คนที่ดูจะวุ่นวายที่สุดเห็นจะไม่พ้นสองแม่งานใหญ่อย่าง แม่ไพลิน และป้าดวงใจ“ดอกไม้ตรงซุ้มทางเข้าต้องใช้กุหลาบขาวผสมกับดอกรักนะ จะได้รักกันยืนยาว!” แม่ไพลินชี้นิ้วสั่งการทีม ออแกไนซ์“แล้วก็อาหาร... ต้องเพิ่มเมนูมงคลอีกสามอย่าง ขนมจีบอย่าให้ขาด สื่อถึงการจีบกันตลอดเวลา!” ป้าดวงใจญาติสนิทคนเดียวของหมอกครามเสริมทัพอย่างแข็งขันส่วนหมอกครามกับอัญภัทรยืนมองความชุลมุนวุ่นวายนั้นด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ พวกเขาแทบจะกลายเป็นคนวงนอกในงานแต่งของตัวเอง เพราะผู้ใหญ่จัดการให้ทุกอย่าง“เหนื่อยหน่อยนะอัญญา...” หมอกครามกระซิบพลางโอบไหล่ว่าที่เจ้าสาว “เหล่าป้า ๆ แม่ ๆ เขาเห่อหลานสะใภ้กับลูกเขย”“อัญโอเคค่ะ...แม่มีความสุข อัญก็ดีใจ” เธอยิ้มหวาน “ว่าแต่คุณเถอะ... เตรียมตัวหรือยัง เย็นนี้ต้องไปลองชุดนะ” อัญภัทรเตือนเขาเรื่องสำคัญ เพราะครั้งนี้เป็น