Inicio / โรแมนติก / มงกุฎกล้วยไม้ / มงกุฎกล้วยไม้ 14/1

Compartir

มงกุฎกล้วยไม้ 14/1

last update Fecha de publicación: 2026-09-24 19:30:41

...จนเขาเห็นเธอส่งสัญญาณมืออีกครั้ง

...โอมตัดสินใจทำตามโดยกดปุ่มลดกระจกลงประมาณหนึ่งคืบ ตอนนี้เขารู้สึกว่ามีเหงื่อซึมออกมาตรงหน้าผาก และเขาก็พร้อมจะเปิดประตูด้านคนขับแล้วไหลร่างตัวเองลงพื้นถนนและวิ่งออกไปอย่างรวดเร็วหากมีอะไรเกิดขึ้น

...เมื่อกระจกรถฝั่งเบญรดาเลื่อนลงแล้วเบญรดาก็ลดมือลงต่ำทันทีเพื่อไม่ให้มันเห็นว่าเธอถือทูตมรณะอยู่ คนที่เดินมายืนอยู่ข้างรถนั่นใช้มือหนึ่งเปิดกระจกหมวกกันน็อค แล้วอีกมือก็ชูปืนขึ้นจ่อมายังคนบาดเจ็บ และเพราะมนุษย์ผู้นั้นชะล่าใจเมื่อเห็นว่าคนที่มันต้องการนั้นมีผ้าพันแผลพันอยุ่รอบศีรษะซึ่งไม่น่าจะมีพิษสงอะไรในสภาพที่บาดเจ็บแบบนี้

“มึงลงมา!!! แล้วไปกับกูดีๆ อย่าให้กูต้องฆ่าทิ้งเหมือนหมาข้างถนน!!”

...มันตะคอกเสียงเหี้ยมเข้ามา เบญรดานั่งหน้าตรงตามองไปข้างหน้าใช้หางตาพล่ามัวกะระยะปลายกระบอกปืนของมันที่จอห่างแก้มเธอแค่ศอกเดียว

“โอเค!!! ฉันจะไปกับแก!!”

...เสียงเนิบๆ ที่บอกกลับไปนั้นฟังก็รู้ว่าอาการบาดเจ็บทำให้คนดูไม่ค่อยมีแรง แต่มันไม่รู้เลยว่าน้ำเสียงที่ได้ยินนั่นคือเล่ห์อีกทั้งเธอยังมีทูตมรณะอยู่ในมือที่พร้อมใช้งานทุกวินาที

...แม้แต่โอมซึ่งขณะนี้นั่งตัวเกร็งก็เดาไม่ออกว่าเธอจะทำอย่างไร เขารู้แค่ว่าตอนนี้มือที่ชื้นเหงื่อของเขาเตรียมพร้อมจะเปิดประตูด้านคนขับได้อย่างทันทีเมื่อมีเสียงปืนนัดแรกดังขึ้นโดยจะเป็นเสียงปืนจากฝั่งไหนก็ตาม

...เบญรดาต้องเสี่ยงเพื่อเดาว่ามันชะล่าใจ เพราะการส่องปากกระบอกปืนของมันมาหาเธอนั้นเป็นแค่การขู่เพื่อให้เธอกลัวและไปกับมันเท่านั้น เธอจึงใช้มือซ้ายคลำหาปุ่มเปิดล็อคประตูเพื่อจะเปิดประตูรถโดยให้มันเข้าใจว่าเธอกำลังจะลงจากรถและยินยอมจะไปกับมันโดยดี

...เมื่อเบญรดาปลดล็อคแล้วค่อยๆ ผลักให้ประตูรถเปิดออกช้าๆ พร้อมกับมันเองก็ค่อยๆ ถอยตามแรงดันประตู ทว่าจังหวะที่มันต้องลดมือลงเพื่อให้พ้นองศาประตูที่อ้าออกมานั้น มันก็เหวี่ยงตัวเองหวังจะเข้าประชิดเพื่อล็อคตัวคนเจ็บเสียก่อนที่คนเจ็บจะเหยียบพื้นดิน

เปรี้ยงง!!

เปรี้ยงง!! เปรี้ยง!!

พลั้ก!!!

...กระสุนในแม็กกาซีนของปืนเบญรดาถูกเป่าออกไปเข้าแสกหน้ามันจังๆ แล้วตามด้วยตรงขั้วหัวใจสองนัดซ้อน ตามด้วยยกฝ่าเท้าถีบให้ร่างนั้นหงายหลังลงไปและนอนเหยียดยาวไร้วิญญาณอยู่ริมถนน มันโชคดีอย่างหนึ่งคือไม่เจ็บเลย

...โอมเห็นภาพนั้นแล้วถึงกับช็อคจนหัวใจเกือบหยุดเต้น

...และเพื่อไม่ให้มีช่องว่างของเวลาแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว เบญรดารีบดีดตัวเองออกจากรถแล้วมายืนในท่าพร้อมยิงบนถนน และเมื่อคนขับมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์เห็นว่าเพื่อนไม่เผ้ายมบาลเสียแล้วก็รีบขยับตัวจะออกรถเพื่อหนี 

...แต่เพราะรถของโอมเปิดไฟหน้าสว่างจ้าไปไกลกว่าตัวรถมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์นั่นเสียอีก จึงทำให้เบญรดามองตามแสงไฟนั่นไปแล้วจับจุดเคลื่อนไหวของร่างนั้นได้ไม่ยาก เธอยกปืนแล้วเหนี่ยวไกออกไปทั้งที่มองไม่ค่อยชัดนั่นแหละ

เปรี้ยงง!! เปรี้ยง!!

...นัดแรกยิงต่ำลงเล็กน้อยกะว่าจะสกัดขามันก่อนเพื่อไม่ให้มันเข้าเกียร์ออกรถไปได้และได้ผล กระสุนเจาะเข้าต้นขาด้านหลังอย่างจังจนร่างนั้นสะดุ้ง นัดที่สองถูกปล่อยไปติดๆ เจาะทะลุหมวกกันน็อคเข้าไปในกบาลมัน

...แน่นอนว่าถ้ากระสุนไม่ทะลุสมองมันก็ต้องฝังอยู่ในกะโหลกมันนั่นแหละ แล้วร่างนั้นก็ฟุบลงกับตัวถังน้ำมันแล้วค่อยๆ ไหลเอียงลงมายังริมถนนขวามือ พร้อมกับมอเตอร์ไซด์บิ๊กไบค์ก็ล้มดังโครมตามคนขับไปด้วย

(ขู่ดีนักนะมึง!! ว่าจะยิงให้ตายเหมือนหมาข้างถนน ทีนี้คงเห็นแล้วว่าใครกันแน่ที่นอนตายข้างถนน น้องหมาผู้น่ารักไม่ควรเอามาเปรียบเปรยกับพวกมึงสักนิด)

...เสร็จภารกิจฉุกเฉินแบบไม่คาดคิดแล้ว เบญรดาก็เหวี่ยงตัวเองขึ้นไปนั่งประจำที่เหมือนเดิมและนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

...แต่คนที่นั่งประจำที่คนขับนี่สิ ที่ตอนนี้มือไม้สั่นหัวใจแทบหยุดเต้น และตายังคงมองค้างกับภาพที่เห็นจนหูอื้อตาพล่าไปด้วยเพราะช็อคที่ไม่รู้จะช็อคอะไรก่อนดี จนสติเริ่มกลับมาเมื่อได้ยินเสียงคนเจ็บปลดล็อคแม็กกาซีนกระสุนปืนออกจากตัวปืน แล้วสไลด์ลำกล้องเพื่อเปิดรังเพลิงค้างไว้ แล้ววางมันลงกล่องทีละชิ้นๆ ก่อนจะปิดกล่องลงล็อคแล้วเอาเก็บเข้าช่องเก็บของเหมือนเดิม

“ขอยืมโทรศัพท์หน่อยค่ะ!!”

...เธอพูดพร้อมแบมือขึ้นเพื่อขอสิ่งที่ต้องการ

...เวลานี้เองที่โอมเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองยังหายใจอยู่ แล้วรีบเรียกสติทั้งหมดกลับสู่ที่เดิมอย่างรวดเร็วก่อนจะล้วงโทรศัพท์ส่งให้เธอแต่ใจก็ยังเต้นโครมคราม

...เบญรดารับมาถือไว้ในระดับใกล้ใบหน้าตัวเอง เปิดหน้าจอขึ้นแล้วกดรหัสหน้าจอตามที่เขาเคยบอก ตามด้วยกดเบอร์โทรของคนสำคัญที่สุด คือผู้บังคับการตำรวจแห่งชาติ

“ฮัลโหล!!! ท่านคะ!! หนูเองค่ะ!!”

...เธอแสดงตัวทันทีเมื่อมีคนรับสาย และทางปลายก็จำเสียงเธอได้เช่นกันและตกใจที่เธอใช้เบอร์โทรอื่นโทรเข้ามาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แต่ท่านก็รีบถามถึงอาการบาดเจ็บอย่างเป็นห่วง

“หนูสบายดีค่ะ!! ปวดหัวนิดหน่อยแต่ไม่เป็นอะไรมากค่ะ แล้วก็ยืมโทรศัพท์จากพี่ชายหน้าตาดีและใจดีคนหนึ่งโทรหาท่านค่ะ คือเมื่อสักพักมานี่หนูโดนตามค่ะ!! ก็พวกนั้นแหละค่ะท่าน!! หนูเลยจัดการไปสองศพค่ะ!! เกิดเหตุระหว่างทางจากตัวเมืองมุ่งหน้าไปอำเภอแม่แจ่มค่ะ!! จะรบกวนท่านเคลียร์ให้หน่อยค่ะ ส่วนหนูจะกลับไปพิกัดเดิมก่อนนะคะ!!”

...น้ำเสียงที่ฟังเป็นทางการนั่นทำให้คนที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ รู้สึกเหมือนอยู่อีกโลกต่างจากการใช้คำพูดในสถานการณ์เมื่อครู่

...และขณะนี้บรรยากาศนอกรถโดยรอบก็ช่างเป็นใจอะไรขนาดนี้ เพราะถนนเส้นตัวเมืองเชียงใหม่ไปอำเภอแม่แจ่มขณะนี้นั้นไม่มีรถราวิ่งผ่านมาเลย

...เบญรดาสนทนากับคนปลายสายอีกครู่เดียวแล้วจบการสนทนาด้วยการกล่าวขอบคุณและทำการลบหมายเลขโทรศัพท์นั่นออกจากระบบการโทรก่อนจะส่งคืนให้เขา

...................

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/12

    ...สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/11

    “มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/10

    ...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/9

    ...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/8

    ...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/7

    ...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status