Inicio / โรแมนติก / มงกุฎกล้วยไม้ / มงกุฎกล้วยไม้ 21/3

Compartir

มงกุฎกล้วยไม้ 21/3

last update Fecha de publicación: 2026-09-24 20:45:14

...ตกบ่ายโอมขับรถมาจอดตรงลานจอดรถด้านหน้าของโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่งในระแวกสนามบิน ซึ่งน่าจะเป็นโรงแรมตามที่ท่าน ผบ.ตร. บอกเขามา เพราะระแวกนี้ที่นี่คือใหญ่ที่สุดแล้ว

...ขณะนี้ความกระวนกระวายเรื่องกลัวข้อมูลคลาดเคลื่อนลดลงแล้ว แต่ความหวั่นใจเข้ามาแทนที่ว่าจะได้เจอกับเบญรดาหรือไม่ เขานั่งชั่งใจอยู่ในรถและคิดหาวิธีว่าจะพบเธอได้อย่างไรเพราะท่าน ผบ.ตร.ไม่ได้บอกรายละเอียดใดๆ เลยนอกจากคาดว่าน่าจะเป็นที่นี่

...โอมคิดว่าหากนั่งอยู่อย่างนี้คงไม่ได้เรื่องแน่นอน เขาจึงลงจากรถและกำลังจะเดินไปยังประตูบานใหญ่หน้าโรงแรม ทว่าขณะนั้นเองก็มีรถกระบะสี่ประตูสีบลอนด์เข้าจอดเทียบหน้าประตูเข้าโรงแรม และโอมที่เดินมาได้ครึ่งทางก็มองเห็นคนที่เปิดประตูฝั่งคนนั่งคู่กับคนขับก้าวขาลงมา บุคคลนั้นอยู่ในเสื้อยืดธรรมดาสีขาว สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล รองเท้าผ้าใบและมีผ้าพันคอสีแดงเข้มพันไว้หลวมๆ รอบคอ ดูผ่านๆ เหมือนเป็นนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่เมื่อลงจากรถแล้วคนคนนั้นก็รีบเดินตรงไปยังประตูโรงแรมก่อนที่จะมีบริกรเปิดประตูให้แล้วหายเข้าไปข้างใน

...โอมซึ่งยืนห่างออกไปแค่สิบเมตรมองอย่างตื่นเต้น แม้เขาไม่เห็นหน้าคนผู้นั้นแต่กิริยาท่าทางแบบนี้ทำไมเขาจะจำไม่ได้ และจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเธอ เธอคนเดียวเท่านั้น

“เบล!!”

...โอมร้องเรียกชื่อนั้นออกไปไม่ดังนักแล้วรีบสาวเท้าตามเข้าไป แต่อารามตื่นเต้นและต้องการจะตามเบญรดาให้ทันจึงไม่ได้สังเกตว่ารถคันนั้นยังมีคนอื่นลงตามมาด้วย

“เฮ้ยยยย!! อะไรคุณ!!”

...ชายคนหนึ่งร้องถามมาจากด้านหลังเพราะเห็นท่าทางมีพิรุธของเขาที่กำลังจะตามเบญรดาเข้าไป โอมหันไปตามเสียงทันที ซึ่งจังหวะนั้นเองที่เขาเพิ่งเห็นว่าหลังจากที่เบญรดาลงจากรถแล้วก็ยังมีผู้ชายลงตามมาอีกสองคน

“คุณเรียกใคร!!!”

...ชายคนนั้นยังคงถามและมองมายังเขาพร้อมกับเดินเข้ามาด้วยท่าทางเอาเรื่อง

...โอมตกใจเล็กน้อยกับท่าทางของชายทั้งสอง และเดาไม่ถูกว่าคนเหล่านี้คือใคร เขาจึงได้แต่มองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างระวังแต่ไม่ได้แสดงความเกรงกลัวใดๆ

...และขณะเดียวกันรถกระบะที่มาจอดเพื่อส่งคนเหล่านั้นก็ขับออกไปแล้วไปจอดยังลานจอดรถใกล้กับรถเขา แล้วคนขับก็เดินมาสมทบกับชายทั้งสองซึ่งรวมเป็นสาม แล้วทั้งสามก็มายืนประจันหน้ากับเขาซึ่งห่างกันแค่สามก้าว

“ผมถามว่าเมื่อกี้คุณเรียกใคร!!”

...ชายคนเดิมถามเขาอีกครั้งและครั้งนี้ซุ่มเสียงก็แข็งกร้าวกว่าเดิม ส่วนชายที่เพิ่งเดินมาสมทบก็รีบควักโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วถ่ายรูปเขาอย่างพลการโดยไม่มีการขออนุญาตใดๆ ทั้งสิ้น

...โอมรู้สึกแปลกๆ กับพฤติกรรมทั้งสามคนและเขาก็ไม่ชอบที่มาถ่ายรูปโดยไม่ขออนุญาต แต่ก็ยังเก็บท่าทีไว้เพราะไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้คือใคร

“ถามผมเหรอครับ!! ผมก็เรียกคนที่เพิ่งเดินเข้าไปข้างในไงครับ”

...โอมบอกเสียงเข้มแต่ยังคงความสุภาพไว้ แต่ชายทั้งสามกลับมองหน้ากันเหมือนแปลกใจกว่าเขาว่าเขาจะมารู้จักกับเบญรดาได้อย่างไร

“แล้วคุณรู้จักเขาเร๊อะ!! ถึงได้เดินตามไปน่ะ!”

...ชายคนเดิมยังคงพูดเสียงห้วน

“ก็เพราะรู้จักไงครับ ผมถึงได้เรียกเขา ถ้าไม่รู้จักแล้วผมจะเรียกทำไม!!”

...โอมตอบกลับด้วยเสียงเข้มๆ เช่นกัน

“ห้ะ!! คุณนี่นะรู้จักคนนั้น คุณรู้เหรอว่าเขามาจากไหน!! แล้วเขาจะรู้จักคุณเหรอ!! แล้วคุณไปรู้จักเขาได้ยังไง!!”

...ชายคนเดิมกระแทกเสียงออกมาพร้อมกับก้าวเท้าเข้ามาเกือบประขิดตัวเขา

“คุณชื่ออะไร!! มาทำอะไรที่นี่!! แล้วชื่อที่เรียกเมื่อกี้คุณหมายถึงใคร!!”

...ชายคนเดิมยิงคำถามคาดคั้น แต่ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของชายดังกล่าวก็ดังขึ้นเสียก่อนแล้วเขาก็รีบดึงโทรศัพท์จากกระเป๋าด้านหลังกางเกงมากดรับสาย

“ฮัลโหล โอเครับทราบ จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ”

...เมื่อจบการสนทนาสั้นๆ ชายผู้นั้นก็มองโอมด้วยสายตาไม่พอใจ แต่แล้วก็หันไปมองชายที่ยืนอยู่ด้านหลังอีกสองคน

“อิส เออเจิ้นท์. โก อัพสแตร์ซ ไรท์ นาว”

...เขาส่งภาษาอังกฤษให้ชายอีกสองคน แล้วทั้งสามก็รีบเดินปาดหน้าเขาไปโดยไม่แยแสเขาเลย

...โอมยืนอึ้งและนึกถึงคำที่ได้ยินเมื่อสักครู่ซึ่งหมายถึงมีเรื่องด่วนให้รีบขึ้นไปเดี๋ยวนี้เลย โอมกำลังนึกว่าเขาพูดถึงอะไรกัน แต่เท้าเขาก็เร็วพอที่จะรีบเดินตามชายทั้งสามคนนั้นไปติดๆ จนไปประจันหน้ากันอีกรอบเมื่อเข้าไปอยู่ในลิฟท์ตัวเดียวกัน

...เมื่อชายทั้งสามเห็นว่าเขาเข้ามาอยู่ในลิฟท์ด้วยกันก็เขม่นใส่เขาทันที

“นายเป็นใครวะ!! แล้วเข้ามาทำไมเนี่ย!!”

...ชายคนขับรถถามเสียงห้วยแล้วเข้าชาร์จเขาทันทีโดยการขยุ้มคอเสื้อคลุมเขาไว้

...โอมรีบจับข้อมือของชายผู้นั้นไว้ทันทีเช่นกัน

“บอกผมสิว่าคนที่เข้ามาก่อนคือเบญรดาใช่มั๊ย!!”

...เขากระแทกเสียงดุดันกลับไป

...แต่เมื่อชายทั้งสามได้ยินเขาพูดชื่อนั้นออกมาก็ถึงกับอึ้งไปเช่นกัน แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นสงสัยแทนอาการพร้อมบวกเมื่อครู่

“นี่แกเป็นใคร!!”

...ชายคนเดิมที่ยังคงขยุ้มคอเสื้อเขาไว้ถามอย่างกราดเกรี้ยว พร้อมกับใช้แรงกดแผ่นหลังเขาให้ติดกับผนังลิฟท์แล้วดันคอเสื้อที่ขยุ้มไว้ขึ้นไปจนเท้าเขาเกือบลอยเหนือพื้น

...เมื่อถูกกระทำเช่นนี้ความอดทนของโอมก็หมดลง เลือดในกายร้อนผ่าวฉีดพล่านพร้อมปะทะเช่นกัน ต่อให้สามรุมหนึ่งเขาก็ไม่กลัว และประโยคที่เขาจะบอกต่อไปนี้ก็เป็นประโยคสุดท้ายก่อนจะได้แลกหมัดกัน

“ผมเป็นสามีของเบ็ญรดา!!”

...โอมโพล่งออกไปอย่างโกรธเกรี้ยวไม่แพ้กัน

“หา!!!!!”

พลั้ก!!!

...ชายคนเดิมอุทานออกมาแล้วเหวี่ยงเขาจนกระเด็นไปกระแทกกับผนังลิฟท์อีกด้านดังสนั่น

...โอมรีบทรงตัวเพื่อตั้งหลักพร้อมกับมองหน้าชายทั้งสามด้วยสายตาโกรธจัด แต่สิ่งที่เขาเห็นตอนนี้กลับไม่ใช่ความเกรี้ยวกราดที่พร้อมจะปะทะกับเขาเลย ตรงกันข้ามคือชายทั้งสามยืนนิ่งอึ้งจนเขาเกือบคิดว่าคนเหล่านี้ยังหายใจอยู่หรือเปล่า

ปิ๊งงง!!!

...เสียงสัญญาณลิฟท์แจ้งเตือนเมื่อถึงลำดับชั้นที่ชายทั้งสามกดขึ้นมา แล้วประตูลิฟท์ก็ค่อยๆ เปิดออก แต่ก่อนที่ชายเหล่านั้นจะเดินออกไปก็เห็นว่ามีการพันไปพยักเพยิดส่งสัญญาณบางอย่างให้กัน

....................

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/12

    ...สายอีกวันรถยนต์ส่วนบุคคลเจ็ดที่นั่งของโอมก็มาจอดตรงหน้าอาคารราชการในเมือง โอมในชุดสไตล์การแต่งกายที่คุ้นเคยยืนอยู่กับเบญรดาในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกางเกงยีนส์สีเข้ม โอมมองหน้าเบญรดาแล้วยิ้ม“พร้อมยัง!!”“มาขนาดนี้แล้วถ้าไม่พร้อมนี่เสียฟอร์มแย่สิ หึหึ”“ดีมาก งั้นไป”...ว่าแล้วโอมก็จูงมือเบญรดาเดินเข้าไปยังสำนักงานราชการเพื่อทำการจดทะเบียนสมรสตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อคืน และเขาก็โทรไปคุยกับท่านนายพลและคุณปรียารวมทั้งวิทเรียบร้อยแล้วด้วย หลังจากคุยกับฝั่งเบญรดาแล้วเขาก็โทรบอกพ่อกับแม่เขาเองด้วยแล้วเล่าทุกอย่างให้ฟังคร่าวๆ เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายไม่มีปัญหาเขาก็พาเธอมาจดทะเบียนเลยในวันนี้...ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงและยินยอมของเธอกับเขาและผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย นั่นคือจะไม่มีการจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดๆ เพราะให้เกียรติตำแหน่งและหน้าที่ของเบญรดาที่ยังคงอยู่แบบไร้ตัวตนตามที่เธอร้องขอ...โอมที่วันนี้สีหน้าเปลี่ยนเป็นคนละคนกับวันก่อนๆ หัวใจเขาได้รับการซ่อมแซมแล้วตั้งแต่เมื่อคืนซึ่งถือว่าเขายังโชคดีที่เบญรดากลับมาทันเวลา เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจหลับไม่ตื่นไปแล้วจากการรอเธออย่างไม่มีจุดหมาย...

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/11

    “มีวันนึงพี่วิทไปทำงานแล้วโดนตามค่ะ พี่วินก็โดนตาม ดีที่ไหวตัวทันเลยย้ายกันไปอยู่บ้านอีกหลังแล้วทำงานอยู่ที่บ้านค่ะ แล้วก็เปลี่ยนซิมใหม่กันหมดเพราะป๊ายื่นเรื่องไปที่ตำรวจไซเบอร์จนได้รู้ว่ามันตามจากเบอร์โทรค่ะ ส่วนที่พี่วิทไม่ติดต่อกลับหาคุณเพราะ เอ่อ...”“เพราะอะไร!!”“เอ่อ..คือ เพราะป๊าถามฉันว่าถ้ายังเสี่ยงอยู่แบบนี้แล้วจะยังอยากกลับมาหาคุณไหม ตอนนั้นฉันนอนหยอดข้าวต้มอยู่แล้วคิดว่าถ้าฉันเลือกเส้นทางนี้แล้วและตอนนี้ก็เจ็บสาหัสยิ่งอนาคตก็ยิ่งบอกไม่ได้ว่าจะตายหรือจะรอด ฉันเลยบอกป๊าว่าไม่ขอไปต่อกับคุณแล้วค่ะ ป๊าเลยบอกพี่วิทว่าถ้าฉันเลือกแบบนั้นก็ให้พี่วิทหยุดคุยเรื่องฉันกับคุณไปเลย แค่ให้คนที่บริษัทดำเนินการเรื่องงานไปตามปกติ และรอดูสถานการณ์ดีขึ้นเมื่อไหร่พี่วิทค่อยกลับมาคุยงานกับคุณเหมือนเดิม ป๊าบอกว่าให้ความเงียบค่อยๆ บอกคุณเอง เอ่อคุณอย่าโกรธป๊านะคะ ถ้าจะโกรธก็โกรธฉันนี่” ...โอมยิ่งฟังก็ยิ่งคิดว่านี่คือรายละเอียดสำคัญทั้งนั้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือนี่ไม่ใช่หรือคือปาฏิหาริย์ที่เขาร้องขอทุกวันทุกคืนทั้งๆ ที่เธอตัดเขาไปแล้ว แต่แล้วเธอก็กลับมา เขาค่อยๆ เลื่อนมือข้างหนึ่งไป

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/10

    ...เขาหลับลึกจนฝันเห็นเบญรดาอยู่บ่อยครับ และครั้งนี้ก็เช่นกันที่เขากำลังฝันว่าเธอมาหามาดูแลเขา มาถามไถ่สารทุกข์สุกดิบโดยเธอมานั่งตรงริมขอบที่นอนแล้วยกฝ่ามือขึ้นแตะหน้าผากเขาเพื่อจะดูว่าความร้อนจากอาการไข้ได้ลงลงหรือยัง...ในฝันนั้นเขาเห็นว่าขณะเธอกำลังใช้มืออังหน้าผากเขาอยู่นั้น และเขาก็กลัวว่าเธอจะดึงมือกลับเขาเลยรีบคว้ามือนั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้เธอจากเขาไปอีก“น้องเบล!!!”...โอมเผลอเรียกชื่อนั้นออกมาพร้อมร่างที่สะท้านตัวขึ้นตามความกลัวว่าเธอจะหายไป จนเมื่อลืมตาขึ้นถึงได้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝัน...แต่ความฝันทำไมเหมือนจริงเสียเหลือเกิน เพราะขนาดรู้สึกตัวแล้วก็ยังรู้สึกว่ามือเขากำลังกุมมือใครอยู่“เป็นอย่างไรบ้างคะ!! พี่แสงดาวบอกว่าคุณไม่สบายเลยกินยาแล้วนอน ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง!!”...น้ำเสียงที่คุ้นเคยนั้นถามเขา แต่เพราะโอมยังตกอยู่ในความงุนงงว่านี่คือความฝันหรือความจริง เขามองผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างเขาตอนนี้ เธอสวมเสื้อเชิ้ดรัดรูปสีฟ้าอ่อนและกางเกงผ้าสีดำ และหน้าตาท่าทางเธอคนนี้ก็เหมือนคนที่จากเขาไปแล้วทุกกระเบียดนิ้ว...โอมรู้สึกลำคอตีบตันขึ้นมาอีกแล้วเพราะคิดว่ามีแต่คนใจ

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/9

    ...จากหนึ่งวันเป็นสามวัน จากสามวันเป็นอาทิตย์ จากอาทิตย์ก็ผ่านไปเป็นเดือน จนวันเวลาล่วงเลยเข้าเดือนที่สาม...ชายหนุ่มที่ชื่ออภิภัทร์หรือโอมยังคงใช้ชีวิตปกติกับธุรกิจฟาร์มกล้วยไม้กลางดอยแม่แจ่ม และนับวันก็ยิ่งมีหน่วยงานต่างๆ ได้ติดต่อเข้ามายังบริษัทขนาดกลางของเขาเพื่อขอเป็นคู่ค้าบ้างและสั่งจองดอกกล้วยไม้จากฟาร์มเพื่อประดับตกแต่งรองรับงานต่างๆ มากมายจนแต่ละเดือนมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างน่ายินดี...และแม้ว่ากิจการจะเติบโตและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนได้มากมาย แต่ผู้เป็นเจ้าของกิจการกลับไม่มีความสุขจากธุรกิจที่เติบโตขึ้นเลย จากชายหนุ่มบุคลิกดีหน้าตาดีจนเป็นที่แอบถูกใจของสาวๆ มากมายและจิตใจที่เคยแข็งแกร่งแต่โอบอ้อมอารี ...กลายเป็นตอนนี้ผู้ชายที่ชื่อโอมซูบผอมลงมาก หน้าตาก็ดูเคร่งเครียดตลอดเวลาไม่ค่อยพูดค่อยจาเหมือนเมื่อก่อน และน้อยครั้งมากที่เขาจะแสดงตัวต่อสังคมหรือที่ไหนๆ ก็ตาม เพราะงานทุกอย่างสามารถสั่งการผ่านผู้จัดการและอินตาได้ เขาจึงมีโลกส่วนตัวที่ส่วนใหญ่จะอยู่แค่บ้านพักริมหน้าผากับกระท่อมปีกไม้กลางสวนกล้วยไม้เท่านั้น...แม้แต่อัญชิกาเองเขาก็เลือกที่บล็อคเบอร์เธอและบอกให้ผู้จัดการในบริษัท

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/8

    ...และแล้วเวลาก็ผ่านไปอีกหนึ่งวันเต็มๆ ที่โอมไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาอยากจะติดต่อคนโน้นคนนี้เพื่อตะล่อมถามก็เกรงว่าจะเป็นการเปิดเผยสถานะของเบญรดาออกไป เขาจึงตกอยู่ในภาวะเครียดอย่างหนัก...ขณะที่เขานั่งเคร่งเครียดอยู่ในห้องนั่งเล่นซึ่งแยกส่วนมาจากห้องโถงนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เขารีบหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยแต่ก็รีบกดรับเพราะหวังว่าจะมีข่าวเบญรดา“ฮัลโหล สวัสดีครับคุณโอม ผมชื่อศิรวัฒน์นะครับ”“ฮัลโหล ครับสวัสดีครับ”“คือคุณวีรวิทย์เจ้านายของผมมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อประสานงานเรื่องกล้วยไม้กับคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปนะครับ”...คำพูดจากคนที่โทรมาทำให้โอมแปลกใจ“อ้าวแล้วคุณวิทล่ะครับ ผมพยายามโทรติดต่อ แต่ติดต่อไม่ได้เลย ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”...โอมรีบถามกลับอย่างร้อนใจ เพราะนี่คงเป็นความหวังเดียวที่เขาจะได้รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น“คุณวีรวิทย์ลางานยาวเลยครับ ลาแบบไม่มีกำหนดและไม่ได้บอกไว้ครับว่าลาทำไม ลาไปไหน บอกอย่างเดียวว่าลาแบบไม่มีกำหนดเพราะมีเรื่องสำคัญมากต้องจัดการ และฝากบอกคุณว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องไปที่บ้านนะครับเพราะตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลย เลยเกรง

  • มงกุฎกล้วยไม้   มงกุฎกล้วยไม้ 22/7

    ...โอมขับรถมาตามถนนสายหลักจนมาถึงทางแยกเข้าสู่ถนนเป้าหมายเพื่อไปยังโกดังพ่อเลี้ยงทรงพล แต่ข้างหน้าเขาเห็นตำรวจจราจรหลายนายคอยโบกมือส่งสัญญาณห้ามรถเลี้ยวเข้าถนนเส้นนั้น และทำการโบกมือส่งสัญญาณให้รถเบี่ยงไปทางอื่น...นี่คือช่วงเวลาเคลียร์พื้นที่ เจ้าหน้าที่จึงต้องคอยกันไม่ให้ประชาชนเข้าไปใกล้พื้นที่ที่เกิดเหตุ...โอมหักพวงมาลัยเข้าซ้ายมือเพื่อจอดรถตรงข้างทางก่อนจะถึงทางแยกที่มีตำรวจจราจรยืนอยู่นั่น เพราะต่อให้เขาไปต่อเขาก็คงเข้าไปไม่ได้อยู่ดี เขาลงมายืนดูสถานการณ์ว่าพอจะมีทางได้เข้าไปเส้นทางนั้นได้หรือไม่...รถราเริ่มหนาตาขึ้นและชะลอเป็นคอขวดอยู่เต็มถนนเส้นหลัก เพราะข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่คอยเปิดทางให้รถวิ่งผ่านเป็นระยะๆ...แล้วเสียงเฮลิคอปเตอร์ก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง เขาเงยหน้ามองตามใบพัดยักษ์ที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้นๆ นั่น ใจโอมเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะและมีแต่ความสงสัยว่าจะมีใครอยู่บนเฮลิคอปเตอร์นั่นบ้าง จะมีเบญรดาอยู่ด้วยไหม!! ถ้าเธออยู่ด้วยเธอปลอดภัยดีใช่ไหม!!...แต่แล้วโอมก็ทำได้แค่ยืนแหงนมองเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสะท้านไปทั้งน่านฟ้าเมืองเชียงใหม่ ก่อนจะค่อยๆ หายลับไปสุดปลายฟ้านั่น แต่

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status