LOGIN"อู๊ยย พวกเขาจะบาดเจ็บหรือไม่ปาไช่"
"ไม่หรอก ไปเถอะรีบไป มิเช่นนั้นเจอพวกเราจะยุ่งไปใหญ่"ปาไช่ดึงแขนเพื่อนค่อยย่องออกจากพุ่มไม้ เมื่อพ้นสายตาแล้วทั้งคู่จึงวิ่งเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำที่อับชื้น
"พ้นหรือไม่ พวกเราหนีพ้นหรือยัง"อี๋ซูถาม
"พ้นแล้วเขาจับทิศทางของพวกเราไม่ได้แน่นอน"ปาไช่ยืนยัน
"ทำไมล่ะ"
"นี่ยังไงเล่า"ปาไช่ชูไม้หลงทิศให้อี๋ซูดู เขาถึงกับหัวเราะร่า
"เจ้าฉลาดที่สุดเลยปาไช่"
"ใช่สิก็ข้ามีเพื่อนที่ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังเช่นเจ้า ข้าจึงต้องมีการเตรียมการล่วงหน้าเอาไว้ เผื่อแก้ไขความผิดพลาดของเจ้ายังไงล่ะ"ปาไช่บ่นทั้งคู่ทรุดลงนั่งบนพื้นกวาดตาสำรวจไปทั่วถ้ำที่มืดมิด
"วันนี้พวกเรานอนในนี้ก็แล้วกัน"ปาไช่ขยับตัวลุกขึ้น
"เจ้าจะไปไหน"
"หาฟืน เจ้าเองก็อย่างนั่งเฉยๆไปหาด้วย อีกอย่างข้าจะดูด้วยว่าพอจะมีอะไรให้พวกเรากินได้หรือไม่ อาหารที่กักตุนไว้เจ้ากินจนหมดแล้ว"ปาไช่เดินไปบ่นไปจนเสียงหายลับไปแล้วพร้อมกับร่างกาย อี๋ซูหันมองซ้ายขวาไปทิศทางตรงกันข้ามกับปาไช่ ลึกเข้าไปยังด้านในเขาได้ยินเสียงน้ำตก
"เห๋.. มีน้ำตกด้วยแปลกจัง"อี๋ซูเดินเข้าไปใกล้น้ำตกขนาดเล็ก น้ำใสจนกระทั่งเห็นพื้นทรายในแอ่งน้ำนั่น เขาอดใจไม่ไหว ทรุดตัวลงนั่งกวักน้ำเย็นๆนั่นมาล้างใบหน้ามอมแมมของตัวเอง เสียงลมหายใจแรงและเหม็นราวกับซากศพกระจายไปทั่วแอ่งน้ำ อี๋ซูชะงักมือแล้วเงยหน้าขึ้นมองไปทั่ว ทว่าไม่มีสิ่งใดเป็นรูปร่างให้เห็น เขานิ่งตะแคงหูเพื่อรับฟังให้มากขึ้น แต่ทั้งหมดกลับเลือนหายไปแล้ว อี๋ซูยักไหล่แล้วกวักน้ำมาล้างแขนขาตัวเองฮัมเพลงในลำคอเบาๆ
"กรืออออ"เสียงคำรามดังอยู่ด้านหลัง เขารีบหันกลับไปมองแล้วต้องเบิกตากว้าง สิ่งที่ปรากฏตรงหน้าคือเสือร่างใหญ่ หลังของมันเกือบจะชนเพดานถ้ำ กลิ่นลมหายใจของมันเหม็นสาบจนจะหายใจไม่ออก คมเล็บสีดำคมกริบดวงตาสีเหลืองจ้องมาที่เขาตาไม่กระพริบ
"ชะ..ช่วย..ช่วยด้วย"อี๋ซูกระซิบเสียงแผ่ว
"อาหารของข้ามาให้จับถึงทีเชียวรึ ดีเหมือนกันข้าจะได้ไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อยยาก"เจ้าเสือตัวใหญ่ร่อนจมูกไปมา
"มีอีกคนรึนี่ เยี่ยมจริงๆ"มันค่อยก้าวสีขาเดินเข้ามาหาช้าๆ ในถ้ำแห่งนี้มันถูกให้เฝ้าของสำคัญคือไข่มุกถ้ำ มันมีฤทธิ์สามารถรักษาเทพเซียนและมนุษย์ที่ถูกพิษร้าย ไม่ว่าชนิดใดเมื่อได้รับหากกินไข่มุกนี้จะสลายไปหมด ทำให้คนและเทพเซียนเข้ามาเสาะหา แต่ยังไม่มีผู้ใดรอดชีวิตออกไปแม้แต่รายเดียว และเขายังเป็นสัตว์เทพในตำนาน หากผู้ใดสามารถนำบ่วงเทพมาคล้องคอเขาได้ เขาจะกลายเป็นสัตว์พาหนะของคนผู้นั้นทันที อี๋ซูถอยหลังจนหกล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้น เขาใช้ศอกสองข้างไถตัวเองให้ออกห่าง
"หืม เจ้าไม่มีกลิ่นอายของมนุษย์ เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่"เจ้าเสือถาม
"ขะ..ข้าหรือข้าเป็นคนของเผ่าวิหค"
"น่าแปลก เจ้าออกมาถึงที่นี่ได้อย่างไร"ระหว่างถามเจ้าเสือกลับสะดุดกับไอสังหารด้านหลัง มันรีบพลิกตัวกลับไปมองที่มาของไอนั้นทันที ชายหนุ่มรูปงามเหนือเทพเซียนอยู่ในชุดสีดำสอดสลับสีเงิน ใบหน้าสงบนิ่งหล่อเหลาทว่าดวงตาคมเรียวสีดำกลับเปล่งแสงสีแดงจัดจนน่ากลัว ง้าวสีเงินอันใหญ่วาววับด้ามจับสลักลวดลายวิจิตรงดงามยิ่งสะท้อนภายนถ้ำให้สว่างจ้า
"ใคร เจ้าเป็นใคร"เจ้าเสือเอ่ยถาม
"ข้าจะเป็นนายคนต่อไปของเจ้า"หลิงไท่เอ่ยปากเสียงเรียบเฉกเช่นเดียวกับใบหน้า
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้ำหน้าอย่างเจ้าน่ะหรือเอาชนะข้าให้ได้ก่อนดีหรือไม่ ตั้งแต่อดีตกาลที่ผ่านนับแสนปี ไม่เคยมีใครสามารถแตะได้แม้แต่เส้นขนของข้า เด็กปากกล้าอย่างเจ้าหรือจะมีปัญญา"มันเอ่ยเยาะเย้ยโดยไม่ได้สังเกตง้าวประจำกายของผู้ถือเลยสักนิด หากมันตรึกตรองดูจะรู้ได้ทันทีว่าอาวุธของผู้ที่ถืออยู่นี้จะเป็นของผู้ใดไปได้อีก
"ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็มาเป็นพาหนะคู่กายข้าเสียเถอะ"หลิงไท่กระโดดเงื้อง้างขึ้นสูงฟาดฟันเจ้าเสือเองฝีมือหาด้อยไม่ ต่างต่อสู้กันจนสะเทือนถ้ำอี๋ซูพยายามจะหนี มุดซ้ายเลี่ยงขวาแต่กลับไม่อาจทะลวงออกมาได้จึงจำต้องติดอยู่ด้านใน เสียงอาวุธฟาดอากาศไปมาปนเสียคำรามจนผมยาวปลิวยุ่งเหยิง เขาได้แต่หลับตาปี๋ใช้หูฟังและเดาเหตุการณ์ตรงหน้า เผ่าวิหคนั้นมีหูดียิ่งเนื่องจากเผ่าวิหคเป็นเผ่าที่อ่อนแอนัก หลิงไท่ฟาดฟันกับเสือไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เจ้าเสืออ่อนล้าเต็มทีจึงคิดหาทางลัด มันหันมาคว้าตัวอี๋ซูเอาไว้คมเล็บคมกริบจ่ออยู่ซอกคอขาว หลิงไท่ตวัดสายตามอง
"อีกแล้วไอวิหคสวรรค์นี่"หลิงไท่เอ่ยปากสายตาเรียวจ้องไปที่ใบหน้าชุ่มน้ำ สายตาคมไล่สำรวจใบหน้างดงามนั่นละเอียดมากขึ้น หาได้คำนึงถึงคมเล็บที่จ่ออยู่ตรงลำคอเด็กหนุ่มนั่น
"ข้าไม่รู้จักมักใคร่กับคนผู้นี้ ไยข้าจะต้องสนใจว่าจะอยู่หรือตาย"หลิงไท่เอ่ยเสียงเย็น
"ฮ่า อ่า ข้าเพิ่งนึกได้ว่าเจ้าคือองค์หลิงไท่นี่เอง เหตุใดท่านจึงมาระรานข้าด้วย ต่างคนต่างอยู่น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลองอยู่แล้วนี่"
"เพราะการศึกข้าจำเป็นต้องใช้เจ้าอย่างไรเล่า"หลิงไท่ตอบ ใบหน้าดุดันน่ากลัวยิ่งนัก เส้นเลือดเริ่มปูดขึ้นจากขมับจนเห็นเป็นเส้นชัดเจน ดวงตาเต็มไปด้วยเส้นเลือด
"เทพแห่งสงคราม!"เจ้าเสือถึงกับก้าวถอยหลัง มันยังไม่ลืมที่จะลากอี๋ซูไปด้วย
"ปล่อยคน!"
"ช่วยด้วย ช่วยข้าด้วย ท่านเทพช่วยด้วย"อี๋ซูตะโกนร้องเสียงดัง หลิงไท่บัดนี้ใบหน้าดำทะมึน เสียงกรามบดกันจนได้ยินเสียง สองมือหนาได้รูปปูดโปนจากเส้นเอ็นที่กำกระชับด้ามง้าวเอาไว้
"อยากได้คนก็ตามข้ามาเองเถอะ"เจ้าเสือกระโจนหายไปในความมืดพร้อมเด็กหนุ่ม หลิงไท่รีบกระโจนตามเข้าไปภายในทันทีเช่นกัน ภายในนั้นทั้งชื้นแฉะทั้งมืดมิด เสียงฝีเท้าของหลิงไท่เหยียบย่ำลงไปบนน้ำที่เจิ่งนองตามพื้นดังขึ้นเป็นระยะ เขาเอียงหัวเงี่ยงหูฟังลมหายใจแผ่วผ่าวสองเสียง กลิ่นไอสาปจากเสือสัตว์เทพตัวนั้นโชยมาเป็นระยะปะปนกับไอจากวิหคสวรรค์ เขาสูดลมหายใจเข้าปอด ใจหนึ่งอยากจะฆ่าทั้งคู่ให้หายรำคาญใจ อีกใจก็นึกสงสารเจ้าตัวป่วนนั่นแล้วจับเสือมาเป็นสัตว์เทพของเขาห้รู้แล้ว แต่ทว่าเจ้าเสือร้ายตัวนี้กลับหยามเขาด้วยการจับตัวเจ้ากระต่ายแสบนั่นไป นึกแล้วก็โกรธกรุ่นขึ้นมาอีกครั้ง
“ออกมา ออกมาเดี๋ยวนี้ อย่าให้ข้าต้องเจอเจ้าด้วยตัวเอง”หลิงไท่คำรามเสียงต่ำเปล่งไอของเทพสงครามเต็มที่ หากแต่กลับไร้เสียงตอบรับ เขากระแทกด้ามง้าวลงกับพื้นถ้ำมันสามารถทำให้ทั้งถ้ำสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ
“กรืออออออออ กล้าทำลายถ้ำข้างั้นหรือ”เสียงครางตอบกลับด้วยความโกรธเกรี้ยว
“มัวแต่หลบอยู่แบบนั้น ถ้าข้าอยากจะหาตัวเจ้าใช่ว่าจะหาไม่เจอ ปล่อยตัวเขาออกมาให้ข้าเดี๋ยวนี้”หลิงไท่ตวาดกลับ และแล้วเจ้าสัตว์เทพสี่เท้าก็ขยับกายให้หลิงไท่ได้ยินเสียง
"ฮึก ฮืออออ ข้าเจ็บๆ ข้าเจ็บปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไม่เอาแล้ว ปล่อยข้านะหลิงไท่"ฮุ่ยเหอทั้งร้องทั้งหยกข่วนแผ่นอกกว้างจนเกิดเลือดซิบ เขาไม่ยอมถอยห่างซ้ำยังกดดันตัวเองคล้ายจะเข้าให้ลึกกว่าเดิม ฮุ่ยเหอทนเจ็บไม่ไหวใช้มือตบเข้าบนใบหน้าของเขาจนเสียงลั่นห้อง เขาโมโหวูบหนึ่งด้วยความเจ็บจึงกระแทกหมัดเข้าตรงท้องเพื่อหยุดอาการโวยวายของฮุ่ยเหอ"อ๊อก ฮือออเจ้าทำร้ายข้า ออกไป ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อ"หลิงไท่รู้สึกตัวรีบหยุดตัวเองคาไว้แบบนั้น"ข้าขอโทษ อย่าโกรธข้าเลยเจ้าอดทนเพื่อข้าอีกนิดได้หรือไม่ ครั้งแรกมันมักจะเจ็บปวดแบบนี้อีกเดี๋ยวมันจะดีขึ้นข้าให้สัญญา"ฮุ่ยเหอสะอื้นไม่หยุด ด้านล่างเจ็บปวดยิ่งนักเขารับรู้ถึงกลิ่นคาวจึงก้มลงมองช่องที่เชื่อมต่อกันอยู่อีกครั้ง เลือดสีแดงจางๆไหลย้อยออกมาจากช่องจีบ"อดทนเพื่อข้าได้หรือไม่"หลิงไท่ปลอบโยน ก้มลงจูบซับน้ำตาและกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูเล็ก ฮุ่ยเหอเมื่อหลิงไท่หยุดขยับตัวก็รู็สึกบางเบาขึ้นบ้าง หากความจุดยังอัดแน่นอยู่ด้านในทำให้ไม่สบายตัวนัก เขาเห็นฮุ่ยเหอยอมสงบนิ่งก็ปลุกเร้าอีกครั้งทั้งมือและปากประสานกันเพื่อทำให้ฮุ่ยเหอหลงลืมความเจ็บ เสียงครางกระเส
"ถวายพระพรฮ่องเฮาพะย่ะค่ะ"หลิงไท่คุกเข่าลง"โธ่ ข้ารู้แล้วว่าเพราะอะไรพระองค์กับจิ้นหยางถึงไม่ค่อยถูกชะตากันนัก เป็นเพราะพระนิสัยเหมือนกันนี่เอง เอาเถอะๆ อย่าทรงทำอะไรบุ่มบ่ามนะพะย่ะค่ะ พระองค์น่าจะรูว่าองค์จิ้นหยางพระอารมณ์ร้อนแค่ไหน ไปเถอะๆถ้าอย่างนั้นแม่จะกลับตำหนักแล้ว วันนี้เจ้าก็ไม่ต้องมากินอาหารเย็นกับพ่อกับแม่หรอก หม่อมฉันทูลลาพะย่ะค่ะ"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาแล้วถอยจากไป"พวกเจ้ารู้เห็นอะไรก็ให้เงียบเสียเข้าใจไหม"เขากำชับนางกำนัลทุกคนก่อนจะกลับไปหาจิ้นหยางและหลอกล่อให้ลืมฮุ่ยเหอชั่วขณะ"เพคะ""คิดถึงจัง"ฮุ่ยเหอโผเข้าหาหลิงไท่ที่ปลดชุดเกราะของทหารออก"ข้าเองก็เช่นกัน"หลิงไท่ก้มลงเอามือประคองก้นกลมแล้วอุ้มขึ้นมาให้ใบหน้าเสมอกัน ก่อนจะประกบจูบปากด้วยความคิดถึง เนิ่นนานจนหายใจไม่ออกเขาจึงปล่อยฮุ่ยเหอลง"ข้ารักเจ้า"หลิงไท่กรระซิบแผ่ว"ข้าเช่นกัน"หลิงไท่อุ้มคนตัวเล็กกว่าลงนอนบนตั่งก่อนจะเบียดตัวเองลงไปช้าๆ"ให้ข้ารักเจ้านะ ข้าทนคิดถึงเจ้าแทบไม่ไหวแล้ว""อย่าพูดสิข้าวางหน้าไม่ถูกแล้ว"หลิงไท่ยิ้มกว้างรีบปลดเสื้อผ้าของฮุ่ยเหอออกจนหมดเหลือเพียงร่างขาวสว่างตา เขาลูบผิวเนื้อนุ่มเนียนช้าๆ ก่อนจ
"เดินทางปลอดภัย รู้ใช่ไหมว่าข้ารอเจ้าอยู่"หลิงไท่ส่งคนขึ้นรถม้าด้วยท่าทีอาวรณ์ยิ่ง เขาจำใจต้องส่งฮุ่ยเหอกลับไปยังฉางอันโดยที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ว่า เขาจะไปเยือนอีกครั้งในวันที่ฮุ่ยเหอครบสิบเจ็ดชันษา เขาตั้งใจจะไปทูลขอเข้าพระราชพิธีอภิเษกรู้ดีว่ามิใช่เรื่องง่ายแน่นอน จิ้นหยางฮ่องเต้ขึ้นชื่อว่าหวงพระโอรสยิ่งนัก คนที่พอจะช่วยเขาได้คงมีแต่ฮองเฮาชุนหวงเท่านั้น คิดแล้วก็ให้ทอดถอนใจ"ข้ารู้แล้ว เจ้าเองก็อย่ารับพระสนมล่ะ""เด็กน้อย ข้าจะผิดต่อคำสัญญาของเราสองคนได้อย่างไร ไว้ใจข้าเถอะ"หลิงไท่จูบดูดดื่มและกอดร่างเล็กแน่นๆอีกครั้งก่อนจะยินยอมลงจากรถม้า"เฟยเหลียงฝากดวงใจของข้าด้วย"หลิงไท่ตบไหล่เฟยเหลียงเบาๆ เฟยเหลียงรู้ดีกว่าผู้ใดว่าสององค์ต่างเสน่หาซึ่งกันและกันมาเนิ่นนาน"วางใจเถอะพะย่ะค่ะ ส่วนจดหมายนี่กระหม่อมจะส่งถึงมือฮองเฮาแน่นอนพะย่ะค่ะ""ขอบใจเจ้ามาก"หลิงไท่ย้ำอีกครั้งก่อนจะมองขบวนรถม้าค่อยลับสายตาไป"อะไรนะ ข้าไม่ยอม ไม่ยอม""จิ้นหยาง อย่าทำเหมือนเด็กได้หรือไม่ เราสองคนก็เริ่มแก่เฒ่าขึ้นทุกวัน"ชุนหวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เรื่องฮุ่ยเหอและหลิงไท่รู้ถึงหูจิ้นหยางเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลัง
"ข้าได้รับข่าวจากสายว่าจะมีกองทหารไม่ทราบฝ่ายเข้ามาในแนวหัวเมือง""แล้วทำไมหลิงไท่เกอเกอจะต้องไปเอง แม่ทัพล่ะพะย่ะค่ะ""เรื่องนี้หากแพร่งพรายไปคงไม่ดี ข้าจะต้องไปดูด้วยตนเองเสียก่อนๆจะสั่งให้แม่ทัพระวังภัย""แต่ว่า..""เด็กดี เจ้าอยู่กับเฟยเหลียงเถอะ ข้าจะไปกับจื่ออวิ๋นเอง""เช่นนั้นต้องระวังองค์นะพะย่ะค่ะ""แน่นอนเด็กน้อย"หลิงไท่แอบโบกมือให้องค์รักษ์ประจำพระองค์ออกไปแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ทว่าองค์เองใช้มือหนาโน้มคอคนตัวเล็กกว่าเข้ามาจนชิดประกบริมฝีปากเข้าแลกลิ้นจนอีกฝ่ายสติคล้ายหลุดลอยจึงยินยอมปล่อย"บ้าจริงกระหม่อมไม่คุยด้วยแล้ว"ฮุ่ยเหอเช็ดริมฝีปากเจ่อบวมของตัวเองไปมา"หึหึ แต่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบ ดูแลตัวเองดีๆแล้วข้าจะรีบกลับมา"เวลาผ่านไปค่อนคืนแต่หลิงไท่ยังไม่กลับมา ฮุ่ยเหอนอนไม่หลับได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในห้องบรรทม นับจากวันที่เขามาเยือนเป๋ยหยาง เขากับหลิงไท่นอนในห้องเดียวกันมาตลอดไม่มีเว้น"ยังไม่บรรทมหรือพะย่ะค่ะ"เฟยเหลียงที่กลับมาจากการลาดตะเวนรอบตำหนักเอ่ยทัก"ยังข้ารอหลิงไท่""บรรทมเถอะพะย่ะค่ะ อีกไม่นานคงเสด็จกลับมาแน่""อืม"ฮุ่ยเหอยอมล้มตัวลงนอนตามคำบอก ไม่รู้เวลายามใด เสียงซุบ
เขารู็ดีว่าฮุ่ยเหอไม่คุ้นชิน ดังนั้นเขาจึงคอยปลอบประโลมมิให้ตื่นตกใจ เมื่อเห็นว่าฮุ่ยเหอยินยอมขึ้นนั่งตักแล้วจึงรั้งไหล่เล็กมาอิงแนบอก ขาด้านล่างที่อยู่ในน้ำกางออกช้าๆเพื่อให้คนด้านบนอ้าขาออกตามโดยไม่มีทางเลือก เขาจงใจให้ทุกอย่างถูกน้ำลอยด้วยดอกไม้ปิดบังเอาไว้ป้องกันมิให้คนด้านบนตระหนก"รู้สึกดีหรือไม่""อืมมม ก็ดี"ฮุ่ยเหอหลับตาเอาใบหน้าซบกับอกกว้างชื้นน้ำ กลิ่นดอกไม้ที่ลอยอวลทั่วห้องคล้ายกับทำให้เขาผ่อนคลายลงหลายส่วน หลิงไท่เมื่อได้ฟังคำตอบก้ยกยิ้มน้อยๆ มือหนาลูบแผ่นหลังเนียนลื่นมือไปมา เลยลงไปด้านล่างสะโพกบ้างเป็นบางครั้ง มืออีกข้างค่อยแตะสัมผัสแท่งหยกที่กำลังเติบโตเอาไว้ในมือ ฮุ่ยเหอสะดุ้งผละตัวเองออกห่าง หลิงไท่รีบคว้าเอวเอาไว้ทันที"ชู่ว์ ชู่ว์ ไม่มีอะไรน่ากลัว ใจเย็นก่อน"หลิงไท่ใช้แขนข้างเดียวโอบร่างเล็กเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้ง มือใหญ่ใต้น้ำค่อยรูดแท่งเล็กขึ้นลงช้าๆเพื่อให้คุ้นชิน ฮุ่ยเหออ้าปากกว้างคล้ายคนหายใจไม่ออก ดวงตาเบิกกว้าง"รู้สึกเช่นไร""มะ..ไม่รู้ ปล่อยข้าเถอะ"ฮุ่ยเหอร้องขอด้วยน้ำเสียงเหมือนคนขาดอากาศ"ไม่เป็นไร เราก็รู้เช่นนี้กันทุกคน"หลิงไท่ปลอบใจ"จะ..จริงหรือ""อืม แ
"ข้ายังเที่ยวไม่ทั่วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะชอบมันหรือไม่""อย่างน้อยถ้ายังไม่ชอบเมืองข้า ชอบข้าก่อนดีหรือไม่"หลิงไท่เอ่ยเสียงเบาฮุ่ยเหอถึงกับตาโตเมื่อได้ยินแต่เพราะคำพูดแสนเบาจึงจำได้เพียงบางคำ"เจ้าว่าอะไรนะ""ข้าบอกว่า ถ้ายังไม่ชอบเมืองชอบข้าก่อนดีหรือไม่""ข้าเอ่อ...ข้า"ฮุ่ยเหอใบหน้าแดงซ่านเมื่อได้ฟังคำพูดที่หลิงไท่ย้ำ"ข้าก็ชอบเจ้าอยู่แล้วนี่นา ถึงได้มาเยือนที่นี่"หลิงไท่รู้ดีว่าฮุ่ยเหอหมายถึงเรื่องไหน แต่ความหมายที่เขาต้องการจะบอกหาใช่ความรู้สึกแบบนั้นไม่"เอาล่ะๆ รีบกินเถอะเจ้าจะได้ไปอาบน้ำอุ่นๆแล้วพักผ่อน"ฮุ่ยเหอหน้าเสียเพราะไม่รู้ว่าหลิงไท่เปลี่ยนท่าทีด้วยเหตุใด จึงใช้มือเล็กเกาะแขนใหญ่เอาไว้"เคืองข้าหรือ""ไม่หรอก ข้าจะเคืองเจ้าด้วยเรื่องใด อิ่มหรือยังเราไปกันเถอะ"หลิงไท่ยิ้มให้ดวงหน้าที่กำลังกังวลอยู่ ทั้งคู่ค่อยเดินตามระเบียงไปช้าๆลมหนาวพัดโชยเข้ามาและยังมีหิมะแรกของปีกำลังเริ่มโปรยปรายลงมาช้าๆ"หิมะตก"ฮุ่ยเหอหันมายิ้มหว้างให้หลิงไท่ มือเล็กแบออกรับเกล็ดสีขาวอ่อนนุ่มที่กำลังตกลงมาบนมือ"รู้หรือไม่ตามตำนานเค้าว่ากันว่า หากคู่รักเห็นหิมะครั้งแรกของปีพร้อมกัน ความรักจะยืนนานตลอด


![เพียงชั่ววูบเดียว [MPREG]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




