เข้าสู่ระบบกลุ่มคณะที่ดูพิลึกพิลั่นสี่คนราวกับคณะปาหี่ มีชายร่างยักษ์แม้นใบหน้าจะหล่อเหลาแต่กลับบึ้งตึงยิ่งนัก เดินเคียงข้างคนที่มิรู้ว่าชายหรือหญิงหากใบหน้างดงามยิ้มแย้ม ทั้งตัวแต่งแต้มด้วยสีแดงสดตัดกับเรือนผมยุ่งเหยิงสีดำ ตามติดด้วยสองหนุ่มน้อย หนึ่งนั้นใบหน้างดงามราวกับเทพเซียน ค่อนข้างมอมแมมด้วยความซุกซน ใบหน้ายิ้มแย้มดวงตาสุกใสกวาดมองซ้ายบ้างขวาบ้าง มือบางไม่หยุดนิ่งหยิบจับโน่นนี่สองข้างทางไม่หยุด อีกหนึ่งใบหน้าค่อนข้างซูบผอมแต่หาใช่ขี้ริ้วไม่ กลับยิ่งขับดวงตากลมโตให้ดูน่าสนใจยิ่ง ทั้งคู่เดินหนีบเนื้อตัวตามหลังสองหนุ่มรุ่นพี่ต้อยๆ
...................
ย้อนไปก่อนหน้าครึ่งชั่วยาม
“เช่นนั้นข้าขอลา รักษาตัวด้วย”เลี่ยงเฟิ่งกล่าวลาและเตรียมตัวจะจากไป หากแต่มีมือที่อยู่ในชุดเกราะขาวขวางหน้าเอาไว้ก่อน
“รอเดี๋ยวท่านวิหคสวรรค์”จางหย่งรั้งเอาไว้
“มีอันใดชี้แนะหรือท่านจางหย่ง”
“ข้าไม่มีอะไรชี้แนะ เพียงแต่ ข้าจะไปกับพวกท่านด้วย”จางหย่งบอกเสียงเรียบ
“เดี๋ยวนะ ช้าก่อน ท่านจะไปกับพวกเรา นี่ข้าฟังไม่ผิดใช่หรือไม่”
“หรือท่านยังไม่ได้สติล่ะท่านวิหคสวรรค์ ข้ากล้าออกจะชัดเจนถึงเพียงนี้”จางหย่งบอกเสียงซื่อ
“ไม่! ไม่ได้ ท่านจะไปกับพวกเราได้อย่างไรกัน นี่มันไม่ถูกต้อง”เลี่ยงเฟิ่งแย้งตะกุกตะกัก
“เหตุใดถึงร่วมคณะไปด้วยไม่ได้ ในเมื่อทำภารกิจไม่สำเร็จ หน้าที่ข้าก็เปลี่ยนไปตามหน้างาน นั่นคือคุ้มครองเขาแทน”เลี่ยงเฟิ่งถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เช่นนั้นก็แล้วแต่ท่านเถอะ”ดังนั้นขบวนที่แปลกประหลาดขบวนหนึ่งจึงเกิดขึ้น
...............
ณ ปัจจุบัน
"เราจะไปไหนกันหรือเลี่ยงเฟิ่ง"อี๋ซูเอ่ยถาม ในปากยังคาบแอปเปิ้ลที่คว้าเอาตามข้างทางที่เดินผ่านมาเสียงจึงอู้อี้ฟังไม่ได้สรรพ จางหย่งปรายตามองคนที่ชื่อเลี่ยงเฟิ่งนึกในใจว่าช่างสมตัวจริงแท้ แต่ยากจะเดาได้ว่านกวิหคนี้เป็นชายหรือหญิงกันแน่
"ตามมาเถอะเด็กเจ้าปัญหา แล้วหยุดกินได้แล้ว ข้าจำได้ว่าเจ้าเพิ่งจะกินหมั่นโถวลูกสุดท้ายของข้าลงไปเมื่อไม่นานมานี้เอง"เลี่ยงเฟิ่งทำเสียงเบื่อหน่าย จางหย่งหันกลับไปมองคนด้านหลัง แล้วกลับมามองหน้าเลี่ยงเฟิ่งด้วยสายตามีคำถาม
"ใช่นั่นเขาล่ะ"จางหย่งหลับตาแล้วลืมตาขึ้นทันที นึกสภาพเด็กน้อยผู้นี้ยืนเคียงข้างเจ้าภพแล้วอยากจะยกมือกุมหน้าผากให้หายกลัดกลุ้ม
"ใจเย็นๆก่อนเถอะ เด็กนี่มีดีไม่น้อย"เลี่ยงเฟิ่งยกชายแขนเสื้อขึ้นปิดปากหัวหัวเราะ ด้วยเรือนร่างและใบหน้าทุกคนงดงามหมดจดเกินกว่าคนธรรมดาจะพบเห็น ดังนั้นระหว่างเดินผ่านเส้นทาง เหล่ามนุษย์ไม่มีผู้ใดไม่เหลียวมอง ทั้งหมดกลับหาใส่ใจไม่ยังคงเดินตามกันราวแม่ไก่ลูกไก่
"นี่ทุกคนหยุดก่อนได้หรือไม่"อี๋ซูท้วง
"มีอะไร"เลี่ยงเฟิ่งส่งสายตาดุมาให้
"ขะ..ข้าปวดท้อง"อี๋ซูเอามือกุมท้องเอาไว้ ร้อนถึงปาไช่ที่ห่วงสหายสนิท
"เจ้าปวดตรงไหนให้ข้าดูหน่อยเถอะ"ปาไช่รีบดึงมือเพื่อนออกด้วยความเป็นห่วง
"กินเยอะเองนี่ สมแล้วที่ปวดท้อง"เลี่ยงเฟิ่งกระแนะกระแหน
"เอาน่ะขอเวลาข้าประเดี๋ยวเถอะ ปาไช่ไปเป็นเพื่อนข้าหน่อย"ปาไช่ทำหน้าพิลึก
"นี่เจ้าจะให้ข้าไปนั่งดมกลิ่นตอนเจ้าปลดทุกข์รึ"อี๋ซูไม่ฟังเสียง คว้าแขนปาไช่ลากหายไปในพุ่มไม้ทันที ปล่อยให้คนร่างยักษ์และคนร่างบางยืนหมุนไปมา
"จุ๊ จุ๊ปาไช่เงียบเสียงก่อน"อี๋ซูใช้นิ้วชี้แตะปากตัวเองเอาไว้
"หืม? นี่เจ้าคิดจะทำอะไร"ทั้งคู่หมอบอยู่ในพุ่มไม้สายตาไม่คลาดจากสองคนที่ยืนรออยู่
"เจ้าว่ามันพิลึกหรือไม่ พวกนั้นเป็นใครไม่รู้ จู่ๆอาสาจะพาพวกเราไป เลี่ยงเฟิ่งน่ะข้ายังพอเข้าใจ ว่าเขาเป็นนกคงจะเป็นเพราะข้าเจอเขาตอนเป็นไข่ จึงเห็นข้าเป็นมารดาของเขาไปเสียแล้ว"ปาไช่ทำหน้าเหมือนกินยาขม มีหรือเขาจะไม่รู้ว่าวิหคสวรรค์มีหน้าที่อะไร แต่เพราะสหายตรงหน้าเป็นบุรุษ ยิ่งกลายเป็นเรื่องที่ไม่เข้าใจไปเสียแล้ว วิหคสวรรค์ตัวไหนกันที่ออกจากไข่มาเห็นคนแรกจะคิดว่าเป็นมารดากันเล่า จะมีเพียงแค่คนตรงหน้าคนนี้เท่านั้นแหละที่คิดแบบนั้น คิดแบบนี้แล้วเขาก็ท้อใจมิใช่น้อย
"แล้วอย่างไร"ปาไช่ลดเสียงลง
"ก็เป็นอะไรไปได้อีก หรือพวกนี้จะเป็นนายหญิงท่านส่งตัวมาจับพวกเรากลับ"
"เหลวไหลมีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ ฟังข้านะอี๋ซู เลี่ยงเฟิ่งนั่นเขาเป็นนกคู่กายเจ้าไปแล้ว ดีร้ายเจ้าคือนายของมัน ส่วนคนนั้น"คนทั้งคู่มิยอมเอ่ยชื่อได้แต่พยักหน้าชี้แทน
"เขาน่ะดูมีรังสีอำมหิตไม่น้อย ไม่รู้มาดีหรือร้าย"ปาไช่เอ่ยต่อ
"นั่นแหละสิ่งที่ข้ากลัว ดังนั้นพวกเรารีบหนีไปตอนนี้เถอะ"อี๋ซูบอก
"หนี! เจ้าคิดว่าเป็นเรื่องง่ายหรือ ขนาดเลี่ยงเฟิ่งมีวิชาไว้ป้องกันตัวยังทำร้ายคนผู้นั้นไม่ได้เลย"
"ข้ามีวิธีน่าเชื่อข้าสิ"อี๋ซูล้วงในอกเสื้อ หยิบห่อกระดาษสีน้ำตาลมาส่งให้ปาไช่
"นี่คืออะไร"
"ผงหลับใหล"
"หา! นี่เจ้าแอบไปขโมยของนายหญิงมารึ"
"เฮ่ย! เหลวไหลข้าจะไปขโมยมาได้อย่างไร นี่เป็นของท่านหมอยาปู๋หมิ่นต่างหากเล่า"อี๋ซูเกือบจะโวยวาย ติดที่ปาไช่กระตุกแขนห้ามเอาไว้เสียก่อน
"อ่อ แล้วเขาให้อะไรเจ้ามาอีก"อี๋ซูล้วงออกมาทั้งหมดห้าซอง
"เยอะปานนี้เชียวรึ"
"เอาไว้ป้องกันตัวยังไงเล่า เอาล่ะๆ เจ้ารีบเป่าผงนั่นเถอะน่า พวกเราจะได้ไปเสียที"อี๋ซูบอกเบาๆ ปาไช่แกะห่อยาออก เห็นผงสีขาวละเอียด เขาจึงจัดการเป่ามันให้ลอยฟุ้งในอากาศ ยานี่สามารถทำให้เซียนเทพทั้งหลายหลับใหลไปชั่วครู่ ปาไช่เป่าแล้วทั้งคู่ก็รีบเอาแขนเสื้อปิดจมูกตัวเองเอาไว้ รอให้ยาออกฤทธิ์ ไม่นานนักเลี่ยงเฟิ่งและจางหย่งก็ล้มตึงลงกับพื้น
"ฮึก ฮืออออ ข้าเจ็บๆ ข้าเจ็บปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไม่เอาแล้ว ปล่อยข้านะหลิงไท่"ฮุ่ยเหอทั้งร้องทั้งหยกข่วนแผ่นอกกว้างจนเกิดเลือดซิบ เขาไม่ยอมถอยห่างซ้ำยังกดดันตัวเองคล้ายจะเข้าให้ลึกกว่าเดิม ฮุ่ยเหอทนเจ็บไม่ไหวใช้มือตบเข้าบนใบหน้าของเขาจนเสียงลั่นห้อง เขาโมโหวูบหนึ่งด้วยความเจ็บจึงกระแทกหมัดเข้าตรงท้องเพื่อหยุดอาการโวยวายของฮุ่ยเหอ"อ๊อก ฮือออเจ้าทำร้ายข้า ออกไป ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อ"หลิงไท่รู้สึกตัวรีบหยุดตัวเองคาไว้แบบนั้น"ข้าขอโทษ อย่าโกรธข้าเลยเจ้าอดทนเพื่อข้าอีกนิดได้หรือไม่ ครั้งแรกมันมักจะเจ็บปวดแบบนี้อีกเดี๋ยวมันจะดีขึ้นข้าให้สัญญา"ฮุ่ยเหอสะอื้นไม่หยุด ด้านล่างเจ็บปวดยิ่งนักเขารับรู้ถึงกลิ่นคาวจึงก้มลงมองช่องที่เชื่อมต่อกันอยู่อีกครั้ง เลือดสีแดงจางๆไหลย้อยออกมาจากช่องจีบ"อดทนเพื่อข้าได้หรือไม่"หลิงไท่ปลอบโยน ก้มลงจูบซับน้ำตาและกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูเล็ก ฮุ่ยเหอเมื่อหลิงไท่หยุดขยับตัวก็รู็สึกบางเบาขึ้นบ้าง หากความจุดยังอัดแน่นอยู่ด้านในทำให้ไม่สบายตัวนัก เขาเห็นฮุ่ยเหอยอมสงบนิ่งก็ปลุกเร้าอีกครั้งทั้งมือและปากประสานกันเพื่อทำให้ฮุ่ยเหอหลงลืมความเจ็บ เสียงครางกระเส
"ถวายพระพรฮ่องเฮาพะย่ะค่ะ"หลิงไท่คุกเข่าลง"โธ่ ข้ารู้แล้วว่าเพราะอะไรพระองค์กับจิ้นหยางถึงไม่ค่อยถูกชะตากันนัก เป็นเพราะพระนิสัยเหมือนกันนี่เอง เอาเถอะๆ อย่าทรงทำอะไรบุ่มบ่ามนะพะย่ะค่ะ พระองค์น่าจะรูว่าองค์จิ้นหยางพระอารมณ์ร้อนแค่ไหน ไปเถอะๆถ้าอย่างนั้นแม่จะกลับตำหนักแล้ว วันนี้เจ้าก็ไม่ต้องมากินอาหารเย็นกับพ่อกับแม่หรอก หม่อมฉันทูลลาพะย่ะค่ะ"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาแล้วถอยจากไป"พวกเจ้ารู้เห็นอะไรก็ให้เงียบเสียเข้าใจไหม"เขากำชับนางกำนัลทุกคนก่อนจะกลับไปหาจิ้นหยางและหลอกล่อให้ลืมฮุ่ยเหอชั่วขณะ"เพคะ""คิดถึงจัง"ฮุ่ยเหอโผเข้าหาหลิงไท่ที่ปลดชุดเกราะของทหารออก"ข้าเองก็เช่นกัน"หลิงไท่ก้มลงเอามือประคองก้นกลมแล้วอุ้มขึ้นมาให้ใบหน้าเสมอกัน ก่อนจะประกบจูบปากด้วยความคิดถึง เนิ่นนานจนหายใจไม่ออกเขาจึงปล่อยฮุ่ยเหอลง"ข้ารักเจ้า"หลิงไท่กรระซิบแผ่ว"ข้าเช่นกัน"หลิงไท่อุ้มคนตัวเล็กกว่าลงนอนบนตั่งก่อนจะเบียดตัวเองลงไปช้าๆ"ให้ข้ารักเจ้านะ ข้าทนคิดถึงเจ้าแทบไม่ไหวแล้ว""อย่าพูดสิข้าวางหน้าไม่ถูกแล้ว"หลิงไท่ยิ้มกว้างรีบปลดเสื้อผ้าของฮุ่ยเหอออกจนหมดเหลือเพียงร่างขาวสว่างตา เขาลูบผิวเนื้อนุ่มเนียนช้าๆ ก่อนจ
"เดินทางปลอดภัย รู้ใช่ไหมว่าข้ารอเจ้าอยู่"หลิงไท่ส่งคนขึ้นรถม้าด้วยท่าทีอาวรณ์ยิ่ง เขาจำใจต้องส่งฮุ่ยเหอกลับไปยังฉางอันโดยที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ว่า เขาจะไปเยือนอีกครั้งในวันที่ฮุ่ยเหอครบสิบเจ็ดชันษา เขาตั้งใจจะไปทูลขอเข้าพระราชพิธีอภิเษกรู้ดีว่ามิใช่เรื่องง่ายแน่นอน จิ้นหยางฮ่องเต้ขึ้นชื่อว่าหวงพระโอรสยิ่งนัก คนที่พอจะช่วยเขาได้คงมีแต่ฮองเฮาชุนหวงเท่านั้น คิดแล้วก็ให้ทอดถอนใจ"ข้ารู้แล้ว เจ้าเองก็อย่ารับพระสนมล่ะ""เด็กน้อย ข้าจะผิดต่อคำสัญญาของเราสองคนได้อย่างไร ไว้ใจข้าเถอะ"หลิงไท่จูบดูดดื่มและกอดร่างเล็กแน่นๆอีกครั้งก่อนจะยินยอมลงจากรถม้า"เฟยเหลียงฝากดวงใจของข้าด้วย"หลิงไท่ตบไหล่เฟยเหลียงเบาๆ เฟยเหลียงรู้ดีกว่าผู้ใดว่าสององค์ต่างเสน่หาซึ่งกันและกันมาเนิ่นนาน"วางใจเถอะพะย่ะค่ะ ส่วนจดหมายนี่กระหม่อมจะส่งถึงมือฮองเฮาแน่นอนพะย่ะค่ะ""ขอบใจเจ้ามาก"หลิงไท่ย้ำอีกครั้งก่อนจะมองขบวนรถม้าค่อยลับสายตาไป"อะไรนะ ข้าไม่ยอม ไม่ยอม""จิ้นหยาง อย่าทำเหมือนเด็กได้หรือไม่ เราสองคนก็เริ่มแก่เฒ่าขึ้นทุกวัน"ชุนหวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เรื่องฮุ่ยเหอและหลิงไท่รู้ถึงหูจิ้นหยางเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลัง
"ข้าได้รับข่าวจากสายว่าจะมีกองทหารไม่ทราบฝ่ายเข้ามาในแนวหัวเมือง""แล้วทำไมหลิงไท่เกอเกอจะต้องไปเอง แม่ทัพล่ะพะย่ะค่ะ""เรื่องนี้หากแพร่งพรายไปคงไม่ดี ข้าจะต้องไปดูด้วยตนเองเสียก่อนๆจะสั่งให้แม่ทัพระวังภัย""แต่ว่า..""เด็กดี เจ้าอยู่กับเฟยเหลียงเถอะ ข้าจะไปกับจื่ออวิ๋นเอง""เช่นนั้นต้องระวังองค์นะพะย่ะค่ะ""แน่นอนเด็กน้อย"หลิงไท่แอบโบกมือให้องค์รักษ์ประจำพระองค์ออกไปแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ทว่าองค์เองใช้มือหนาโน้มคอคนตัวเล็กกว่าเข้ามาจนชิดประกบริมฝีปากเข้าแลกลิ้นจนอีกฝ่ายสติคล้ายหลุดลอยจึงยินยอมปล่อย"บ้าจริงกระหม่อมไม่คุยด้วยแล้ว"ฮุ่ยเหอเช็ดริมฝีปากเจ่อบวมของตัวเองไปมา"หึหึ แต่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบ ดูแลตัวเองดีๆแล้วข้าจะรีบกลับมา"เวลาผ่านไปค่อนคืนแต่หลิงไท่ยังไม่กลับมา ฮุ่ยเหอนอนไม่หลับได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในห้องบรรทม นับจากวันที่เขามาเยือนเป๋ยหยาง เขากับหลิงไท่นอนในห้องเดียวกันมาตลอดไม่มีเว้น"ยังไม่บรรทมหรือพะย่ะค่ะ"เฟยเหลียงที่กลับมาจากการลาดตะเวนรอบตำหนักเอ่ยทัก"ยังข้ารอหลิงไท่""บรรทมเถอะพะย่ะค่ะ อีกไม่นานคงเสด็จกลับมาแน่""อืม"ฮุ่ยเหอยอมล้มตัวลงนอนตามคำบอก ไม่รู้เวลายามใด เสียงซุบ
เขารู็ดีว่าฮุ่ยเหอไม่คุ้นชิน ดังนั้นเขาจึงคอยปลอบประโลมมิให้ตื่นตกใจ เมื่อเห็นว่าฮุ่ยเหอยินยอมขึ้นนั่งตักแล้วจึงรั้งไหล่เล็กมาอิงแนบอก ขาด้านล่างที่อยู่ในน้ำกางออกช้าๆเพื่อให้คนด้านบนอ้าขาออกตามโดยไม่มีทางเลือก เขาจงใจให้ทุกอย่างถูกน้ำลอยด้วยดอกไม้ปิดบังเอาไว้ป้องกันมิให้คนด้านบนตระหนก"รู้สึกดีหรือไม่""อืมมม ก็ดี"ฮุ่ยเหอหลับตาเอาใบหน้าซบกับอกกว้างชื้นน้ำ กลิ่นดอกไม้ที่ลอยอวลทั่วห้องคล้ายกับทำให้เขาผ่อนคลายลงหลายส่วน หลิงไท่เมื่อได้ฟังคำตอบก้ยกยิ้มน้อยๆ มือหนาลูบแผ่นหลังเนียนลื่นมือไปมา เลยลงไปด้านล่างสะโพกบ้างเป็นบางครั้ง มืออีกข้างค่อยแตะสัมผัสแท่งหยกที่กำลังเติบโตเอาไว้ในมือ ฮุ่ยเหอสะดุ้งผละตัวเองออกห่าง หลิงไท่รีบคว้าเอวเอาไว้ทันที"ชู่ว์ ชู่ว์ ไม่มีอะไรน่ากลัว ใจเย็นก่อน"หลิงไท่ใช้แขนข้างเดียวโอบร่างเล็กเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้ง มือใหญ่ใต้น้ำค่อยรูดแท่งเล็กขึ้นลงช้าๆเพื่อให้คุ้นชิน ฮุ่ยเหออ้าปากกว้างคล้ายคนหายใจไม่ออก ดวงตาเบิกกว้าง"รู้สึกเช่นไร""มะ..ไม่รู้ ปล่อยข้าเถอะ"ฮุ่ยเหอร้องขอด้วยน้ำเสียงเหมือนคนขาดอากาศ"ไม่เป็นไร เราก็รู้เช่นนี้กันทุกคน"หลิงไท่ปลอบใจ"จะ..จริงหรือ""อืม แ
"ข้ายังเที่ยวไม่ทั่วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะชอบมันหรือไม่""อย่างน้อยถ้ายังไม่ชอบเมืองข้า ชอบข้าก่อนดีหรือไม่"หลิงไท่เอ่ยเสียงเบาฮุ่ยเหอถึงกับตาโตเมื่อได้ยินแต่เพราะคำพูดแสนเบาจึงจำได้เพียงบางคำ"เจ้าว่าอะไรนะ""ข้าบอกว่า ถ้ายังไม่ชอบเมืองชอบข้าก่อนดีหรือไม่""ข้าเอ่อ...ข้า"ฮุ่ยเหอใบหน้าแดงซ่านเมื่อได้ฟังคำพูดที่หลิงไท่ย้ำ"ข้าก็ชอบเจ้าอยู่แล้วนี่นา ถึงได้มาเยือนที่นี่"หลิงไท่รู้ดีว่าฮุ่ยเหอหมายถึงเรื่องไหน แต่ความหมายที่เขาต้องการจะบอกหาใช่ความรู้สึกแบบนั้นไม่"เอาล่ะๆ รีบกินเถอะเจ้าจะได้ไปอาบน้ำอุ่นๆแล้วพักผ่อน"ฮุ่ยเหอหน้าเสียเพราะไม่รู้ว่าหลิงไท่เปลี่ยนท่าทีด้วยเหตุใด จึงใช้มือเล็กเกาะแขนใหญ่เอาไว้"เคืองข้าหรือ""ไม่หรอก ข้าจะเคืองเจ้าด้วยเรื่องใด อิ่มหรือยังเราไปกันเถอะ"หลิงไท่ยิ้มให้ดวงหน้าที่กำลังกังวลอยู่ ทั้งคู่ค่อยเดินตามระเบียงไปช้าๆลมหนาวพัดโชยเข้ามาและยังมีหิมะแรกของปีกำลังเริ่มโปรยปรายลงมาช้าๆ"หิมะตก"ฮุ่ยเหอหันมายิ้มหว้างให้หลิงไท่ มือเล็กแบออกรับเกล็ดสีขาวอ่อนนุ่มที่กำลังตกลงมาบนมือ"รู้หรือไม่ตามตำนานเค้าว่ากันว่า หากคู่รักเห็นหิมะครั้งแรกของปีพร้อมกัน ความรักจะยืนนานตลอด
![เพียงชั่ววูบเดียว [MPREG]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






