Masuk"พักก่อนได้หรือไม่ข้าไม่ไหวแล้ว"อี๋ซูหอบจนตัวโยน
"อ่อนแอ"เลี่ยงเฟิ่งส่งมาหนึ่งคำ
"หนอยเจ้าบินบนฟ้าแต่ข้าเดินนะใครจะสบายอย่างเจ้ากันเล่า"อี๋ซูบ่น ทันใดนั้นเองเลี่ยงเฟิ่งก็ค่อยๆกลายร่างเป็นคนในชุดสีแดงร่างสูงโปร่งใบหน้างดงามยากจะแยกออกว่าเป็นหญิงหรือชาย แย้มปากยิ้มริมฝีปากสีสดราวกับดื่มเลือดมาเอ่ยขึ้น
"เอาล่ะคราวนี้เจ้ากล่าวหาข้าไม่ได้แล้วนะ"เลี่ยงเฟิ่งไม่สนใจเด็กน้อยสองคนที่อ้าปากมองอย่างตกตะลึง
"เจ้า..เจ้า..สวยมากเลย"ประโยคแรกที่ปาไช่เอ่ยทำเอาเลี่ยงเฟิ่งถึงกับใช้เล็บยาวสีแดงสดเกี่ยวใบหูเล็กๆเอาไว้
"เจ้าปากพล่อยใครสวยกัน"
"เอาน่า พวกเจ้าอย่าทะเลาะกันเลย แต่ว่าเรื่องนี้ข้าเห็นด้วยกับปาไช่นะ"เลี่ยงเฟิ่งถึงกับกัดฟันแน่นเพราะทำอะไรนายตนไม่ได้
"เลิกเหลวไหล! เดินทางได้แล้ว"เลี่ยงเฟิ่งนอกจากจนปัญญาจะต่อกรกับอี๋ซูแล้วยังต้องแบกความคับแค้นเพราะมิอาจถกเถียงกับปาไช่ได้ ระหว่างเดินทางกลับมีพายุลูกย่อมพัดจนใบไม้กระจัดกระจาย ทั้งสามยกมือขึ้นปิดบังใบหน้าเอาไว้กันฝุ่นผงเข้าใบหน้า ปาไช่และอี๋ซูไม่ได้ล่วงรู้ว่าลมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติ แต่เลี่ยงเฟิ่งรับรู้ บัดนี้จางหย่งร่างยักษ์ในชุดสีเทาเงินปรากฏตัวขึ้น ในมือถือกระบี่วาววับเอาไว้มั่น
"ท่านเทพจางหย่ง"เลี่ยงเฟิ่งเดินนำออกมายืนบังหนุ่มน้อยสองคนเอาไว้ ค้อมกายลงเล็กน้อยมีข้างหนึ่งไขว้อกเอาไว้ อีกมือป้ายไปยังด้านหลัง เรือนผมรุ่ยร่ายปรกลงมาปิดบังใบหน้าครึ่งเสี้ยว
"หืม?เหตุใดจึงเป็นท่านไปได้"จางหย่งเลิกคิ้ว
"ท่านเองก็ย่อมรู้ดีมากกว่าผู้ใด ว่าเหตุใดข้าจึงมายืนอยู่ตรงนี้"เลี่ยงเฟิ่งไม่ตอบคำถามแต่กลับย้อนกลับไปที่จางหย่ง
"อ่า...แต่นี้เป็นพระบัญชาข้าเองก็มิอาจขัดขืน"จางหย่งเอ่ยเสียงเบา
"หนทางหลบเลี่ยงย่อมมี ท่านเทพจางหย่งโปรดใจเย็น"
"ข้าเองก็คิดเช่นนั้นแต่เจ้าภพเอง.."จางหย่งเอ่ยไม่จบคำเลี่ยงเฟิ่งก็ขัดขึ้น
"เรามาหาทางประนอมต่อกันดีหรือไม่ หากท่านเทพรู้ว่านี่คือลิขิตสวรรค์ไยท่านต้องขัดขืนต่อโชคชะตาด้วยเล่า"เลี่ยงเฟิ่งเอ่ยเสียงนุ่ม
"ข้าไม่อาจหลีกเลี่ยงคำสั่งได้ ขอท่านวิหคสวรรค์โปรดเห็นใจ"จบคำจางหย่งกระโจนใช้กระบี่เสือกไปด้านหน้า เสียงลมเสียดสีกับกระบี่ดังฟิ้วฟ้าวเต็มไปด้วยไอปราณเข้มข้น เลี่ยงเฟิ่งโบกแขนเสื้อสีแดงสดตรงหน้า ร่ายคาถาปกป้องเด็กหนุ่มสองคนเอาไว้ในวงเวทย์ จงใจล่อให้จางหย่งออกจากตรงนั้นด้วยการกางฝ่ามือกระแทกลมไปยังอกของจางหย่งจนปลิวออกห่างจากกลุ่มคน ทั้งคู่ต่อสู้กันไปมายากจะคาดเดาได้ว่าใครเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ ปาไช่และอี๋ซูอ้าปากตาค้างดูการต่อสู้ที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น มองเห็นเป็นเพียงสายสีทองและสีเงินสลับไปมาฉวัดเฉวียน บางครั้งก็ปะทะกันจนเกิดประกายสีแดงขึ้น
"พอเถอะท่านเทพ"เลี่ยงเฟิ่งหอบหนักเอ่ยปากขึ้น
"ข้าไม่อาจละเว้นเด็กหนุ่มผู้นั้น"จางหย่งเองก็เหนื่อยหอบไม่แพ้กัน
"แต่ท่านมิอาจต้านทานลิขิตแห่งสวรรค์ได้นี่เป็นเคราะห์รักของท่านเจ้าภพ"จางหย่งชะงักกระบี่ที่ตั้งท่าจะแทงไปข้างหน้าลงแนบกระบี่กับข้างเอวตนเองเอาไว้
"หมายความเช่นไร"
"ข้าหมายความตามนั้นท่านเทพโปรดยั้งมือด้วย"เลี่ยงเฟิ่งจำต้องบอกถึงมติสวรรค์
"บอกมามิเช่นนั้นข้าไม่อาจยั้งมือ"เลี่ยงเฟิ่งจงใจแยกจางหย่งออกห่างจากสองหนุ่มน้อย เพื่อไม่ให้ทั้งสองรับรู้เรื่องราวทั้งหมด
"เอาล่ะๆเรามาพูดจากันดีๆจะได้หรือไม่ ข้ายอมบอกท่านแล้ว"จางหย่งยอมเก็บกระบี่เข้าข้างเอว เลี่ยงเฟิ่งใช้สองมือปัดเนื้อตัวตนเองไปมาเพื่อจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยขึ้น
"ว่าอย่างไรท่านวิหคสวรรค์"
"เฮ้อ! เอาล่ะๆ ไหนๆแล้ว เด็กหนุ่มนามอี๋ซูผู้นั้นคือคู่ชะตาของเจ้าภพ"เลี่ยงเฟิ่งกระฟัดกระเฟียดตอบด้วยความไม่เต็มใจ จางหย่งถึงกับนิ่งขึงเมื่อได้ยิน
"นี่ท่าน...เรื่องเหล่านี้หาใช่จะเอามาล้อเล่นกัน"
"ข้าไม่เคยเอ่ยคำเหลวไหล เด็กหนุ่มผู้นั้นเป็นคู่ชะตาของฝ่าบาทจริงๆ"
"แต่เขาเป็นผู้ชาย"
"ใช่เป็นผู้ชาย"
"ถ้าอย่างนั้นเหตุใด..."
"อ่า..เรื่องนี้ข้ามิอาจตอบเจ้าได้ เพียงแต่ขอให้เชื่อข้าเถอะ เด็กน้อยผู้นี้จะทำให้เจ้าภพแข็งแกร่งยิ่งขึ้น และเสริมบารมีจนยากจะหาผู้ใดเทียบเคียง แต่สิ่งที่ทั้งคู่ต้องพบเจอเป็นเคราะห์รักก่อนจะเป็นคู่เสริมบุญ"
"เป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน"
"ข้าเองก็ตอบท่านไม่ได้ แต่ในเมื่อข้ามาอยู่ข้างกายเขาแล้ว เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ขอท่านเทพจงเข้าใจด้วย อีกอย่างถึงท่านจะฆ่าเขาก็ไม่อาจทำได้ ท่านดูไอเทพจากกายเขาสิ"เลี่ยงเฟิ่งโบกมือครั้งเดียวก็ทำให้จางหย่งได้เห็นไอเซียนสีทองอร่ามล้อมรอบตัวของอี๋ซูมันสว่างจ้าจนแสบตา
"แต่เขาเป็นเผ่าวิหคและที่ข้าตามฆ่าเขาเพราะกลิ่นไอของท่าน ท่านรู้หรือไม่"จางหย่งเอ่ยเสียงตึง
"ข้านึกว่าท่านรู้แล้วว่าเขาคือคู่ชะตาของท่านเจ้าภพ"
"หาเป็นเช่นนั้นไม่ ทรงมีรับสั่งให้ฆ่าผู้มีกลิ่นไอวิหคสวรรค์ของท่าน เมื่อฆ่าเขาแล้วข้าถึงจะรู้ได้ว่าใครเป็นคู่ชะตากันแน่ นึกไม่ถึงว่าจะเป็นเขา"
"ชะตาฟ้ากรรมหนด พวกเรามิอาจขัดขวาง"เลี่ยงเฟิ่งยิ้มน้อยๆ
"แล้วเราจะทำเช่นไรกันดี หากฝ่าบาททรงทราบข้า..ข้า"จางหย่งถอนหายใจเสียงดัง
"ท่านรู้หรือไม่เหตุใดข้าจึงพาเข้ามายังทิศตะวันตก"
"ข้าเดาความคิดท่านไม่ได้โปรดชี้แนะ"จางหย่งประสานมือตอบ
"เพราะนี่เป็นชะตาของเขาและฝ่าบาท หากท่านไม่อยากต้องโทษก็โปรดให้ความร่วมมือกับข้าเถิดท่านเทพ"จางหย่งนิ่งคิดก่อนจะพยักหน้าคล้อยตามเลี่ยงเฟิ่ง เรื่องนี้ยากจะหลีกหนีให้พ้นไปได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้เขาจึงจำใจให้ความร่วมมือแต่โดยดีมิอาจหลีกเลี่ยงได้อีกแล้ว เขาเพียงคิดว่าหากฝ่าบาททรงทราบว่าเรื่องราวเป็นเช่นนี้แล้วพระองค์จะทำเช่นไร เรื่องคงตกหนักไปยังสองชายารองที่ต้องรองรับอารมณ์ดุร้ายของพระองค์เท่านั้น เรื่องนั้นเขาไม่ห่วงมากนัก ห่วงแต่เพียงคู่ชะตาที่กลายเป็นเด็กน้อยที่กำลังถูกหมายหัวเอาชีวิตแล้วเช่นนี้จะทำอย่างไรดี แค่คิดเขาก็อยากเอามือกุมหน้าผากให้หายกลัดกลุ้มแล้ว เขาถึงขั้นถอนหายใจเฮือก เลี่ยงเฟิ่งหัวเราะฮิฮะเมื่อเห็นอาการของเขา
“อย่าคิดมาก อย่าคิดมาก พรหมย่อมถูกลิขิตไปตามกรรม ชะตานั้นยิ่งใหญ่ใครก็มิอาจแก้ไข ฝากทูลถึงฝ่าบาทด้วย เมื่อท่านรู้แล้วข้ากับเขาทั้งสองคงต้องขอลาท่านเพียงเท่านี้ แล้วเจอกัน”เลี่ยงเฟิ่งกล่าวจบก็สลายม่านเวทย์นั้นลงทันที
"ฮึก ฮืออออ ข้าเจ็บๆ ข้าเจ็บปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไม่เอาแล้ว ปล่อยข้านะหลิงไท่"ฮุ่ยเหอทั้งร้องทั้งหยกข่วนแผ่นอกกว้างจนเกิดเลือดซิบ เขาไม่ยอมถอยห่างซ้ำยังกดดันตัวเองคล้ายจะเข้าให้ลึกกว่าเดิม ฮุ่ยเหอทนเจ็บไม่ไหวใช้มือตบเข้าบนใบหน้าของเขาจนเสียงลั่นห้อง เขาโมโหวูบหนึ่งด้วยความเจ็บจึงกระแทกหมัดเข้าตรงท้องเพื่อหยุดอาการโวยวายของฮุ่ยเหอ"อ๊อก ฮือออเจ้าทำร้ายข้า ออกไป ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อ"หลิงไท่รู้สึกตัวรีบหยุดตัวเองคาไว้แบบนั้น"ข้าขอโทษ อย่าโกรธข้าเลยเจ้าอดทนเพื่อข้าอีกนิดได้หรือไม่ ครั้งแรกมันมักจะเจ็บปวดแบบนี้อีกเดี๋ยวมันจะดีขึ้นข้าให้สัญญา"ฮุ่ยเหอสะอื้นไม่หยุด ด้านล่างเจ็บปวดยิ่งนักเขารับรู้ถึงกลิ่นคาวจึงก้มลงมองช่องที่เชื่อมต่อกันอยู่อีกครั้ง เลือดสีแดงจางๆไหลย้อยออกมาจากช่องจีบ"อดทนเพื่อข้าได้หรือไม่"หลิงไท่ปลอบโยน ก้มลงจูบซับน้ำตาและกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูเล็ก ฮุ่ยเหอเมื่อหลิงไท่หยุดขยับตัวก็รู็สึกบางเบาขึ้นบ้าง หากความจุดยังอัดแน่นอยู่ด้านในทำให้ไม่สบายตัวนัก เขาเห็นฮุ่ยเหอยอมสงบนิ่งก็ปลุกเร้าอีกครั้งทั้งมือและปากประสานกันเพื่อทำให้ฮุ่ยเหอหลงลืมความเจ็บ เสียงครางกระเส
"ถวายพระพรฮ่องเฮาพะย่ะค่ะ"หลิงไท่คุกเข่าลง"โธ่ ข้ารู้แล้วว่าเพราะอะไรพระองค์กับจิ้นหยางถึงไม่ค่อยถูกชะตากันนัก เป็นเพราะพระนิสัยเหมือนกันนี่เอง เอาเถอะๆ อย่าทรงทำอะไรบุ่มบ่ามนะพะย่ะค่ะ พระองค์น่าจะรูว่าองค์จิ้นหยางพระอารมณ์ร้อนแค่ไหน ไปเถอะๆถ้าอย่างนั้นแม่จะกลับตำหนักแล้ว วันนี้เจ้าก็ไม่ต้องมากินอาหารเย็นกับพ่อกับแม่หรอก หม่อมฉันทูลลาพะย่ะค่ะ"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาแล้วถอยจากไป"พวกเจ้ารู้เห็นอะไรก็ให้เงียบเสียเข้าใจไหม"เขากำชับนางกำนัลทุกคนก่อนจะกลับไปหาจิ้นหยางและหลอกล่อให้ลืมฮุ่ยเหอชั่วขณะ"เพคะ""คิดถึงจัง"ฮุ่ยเหอโผเข้าหาหลิงไท่ที่ปลดชุดเกราะของทหารออก"ข้าเองก็เช่นกัน"หลิงไท่ก้มลงเอามือประคองก้นกลมแล้วอุ้มขึ้นมาให้ใบหน้าเสมอกัน ก่อนจะประกบจูบปากด้วยความคิดถึง เนิ่นนานจนหายใจไม่ออกเขาจึงปล่อยฮุ่ยเหอลง"ข้ารักเจ้า"หลิงไท่กรระซิบแผ่ว"ข้าเช่นกัน"หลิงไท่อุ้มคนตัวเล็กกว่าลงนอนบนตั่งก่อนจะเบียดตัวเองลงไปช้าๆ"ให้ข้ารักเจ้านะ ข้าทนคิดถึงเจ้าแทบไม่ไหวแล้ว""อย่าพูดสิข้าวางหน้าไม่ถูกแล้ว"หลิงไท่ยิ้มกว้างรีบปลดเสื้อผ้าของฮุ่ยเหอออกจนหมดเหลือเพียงร่างขาวสว่างตา เขาลูบผิวเนื้อนุ่มเนียนช้าๆ ก่อนจ
"เดินทางปลอดภัย รู้ใช่ไหมว่าข้ารอเจ้าอยู่"หลิงไท่ส่งคนขึ้นรถม้าด้วยท่าทีอาวรณ์ยิ่ง เขาจำใจต้องส่งฮุ่ยเหอกลับไปยังฉางอันโดยที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ว่า เขาจะไปเยือนอีกครั้งในวันที่ฮุ่ยเหอครบสิบเจ็ดชันษา เขาตั้งใจจะไปทูลขอเข้าพระราชพิธีอภิเษกรู้ดีว่ามิใช่เรื่องง่ายแน่นอน จิ้นหยางฮ่องเต้ขึ้นชื่อว่าหวงพระโอรสยิ่งนัก คนที่พอจะช่วยเขาได้คงมีแต่ฮองเฮาชุนหวงเท่านั้น คิดแล้วก็ให้ทอดถอนใจ"ข้ารู้แล้ว เจ้าเองก็อย่ารับพระสนมล่ะ""เด็กน้อย ข้าจะผิดต่อคำสัญญาของเราสองคนได้อย่างไร ไว้ใจข้าเถอะ"หลิงไท่จูบดูดดื่มและกอดร่างเล็กแน่นๆอีกครั้งก่อนจะยินยอมลงจากรถม้า"เฟยเหลียงฝากดวงใจของข้าด้วย"หลิงไท่ตบไหล่เฟยเหลียงเบาๆ เฟยเหลียงรู้ดีกว่าผู้ใดว่าสององค์ต่างเสน่หาซึ่งกันและกันมาเนิ่นนาน"วางใจเถอะพะย่ะค่ะ ส่วนจดหมายนี่กระหม่อมจะส่งถึงมือฮองเฮาแน่นอนพะย่ะค่ะ""ขอบใจเจ้ามาก"หลิงไท่ย้ำอีกครั้งก่อนจะมองขบวนรถม้าค่อยลับสายตาไป"อะไรนะ ข้าไม่ยอม ไม่ยอม""จิ้นหยาง อย่าทำเหมือนเด็กได้หรือไม่ เราสองคนก็เริ่มแก่เฒ่าขึ้นทุกวัน"ชุนหวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เรื่องฮุ่ยเหอและหลิงไท่รู้ถึงหูจิ้นหยางเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลัง
"ข้าได้รับข่าวจากสายว่าจะมีกองทหารไม่ทราบฝ่ายเข้ามาในแนวหัวเมือง""แล้วทำไมหลิงไท่เกอเกอจะต้องไปเอง แม่ทัพล่ะพะย่ะค่ะ""เรื่องนี้หากแพร่งพรายไปคงไม่ดี ข้าจะต้องไปดูด้วยตนเองเสียก่อนๆจะสั่งให้แม่ทัพระวังภัย""แต่ว่า..""เด็กดี เจ้าอยู่กับเฟยเหลียงเถอะ ข้าจะไปกับจื่ออวิ๋นเอง""เช่นนั้นต้องระวังองค์นะพะย่ะค่ะ""แน่นอนเด็กน้อย"หลิงไท่แอบโบกมือให้องค์รักษ์ประจำพระองค์ออกไปแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ทว่าองค์เองใช้มือหนาโน้มคอคนตัวเล็กกว่าเข้ามาจนชิดประกบริมฝีปากเข้าแลกลิ้นจนอีกฝ่ายสติคล้ายหลุดลอยจึงยินยอมปล่อย"บ้าจริงกระหม่อมไม่คุยด้วยแล้ว"ฮุ่ยเหอเช็ดริมฝีปากเจ่อบวมของตัวเองไปมา"หึหึ แต่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบ ดูแลตัวเองดีๆแล้วข้าจะรีบกลับมา"เวลาผ่านไปค่อนคืนแต่หลิงไท่ยังไม่กลับมา ฮุ่ยเหอนอนไม่หลับได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในห้องบรรทม นับจากวันที่เขามาเยือนเป๋ยหยาง เขากับหลิงไท่นอนในห้องเดียวกันมาตลอดไม่มีเว้น"ยังไม่บรรทมหรือพะย่ะค่ะ"เฟยเหลียงที่กลับมาจากการลาดตะเวนรอบตำหนักเอ่ยทัก"ยังข้ารอหลิงไท่""บรรทมเถอะพะย่ะค่ะ อีกไม่นานคงเสด็จกลับมาแน่""อืม"ฮุ่ยเหอยอมล้มตัวลงนอนตามคำบอก ไม่รู้เวลายามใด เสียงซุบ
เขารู็ดีว่าฮุ่ยเหอไม่คุ้นชิน ดังนั้นเขาจึงคอยปลอบประโลมมิให้ตื่นตกใจ เมื่อเห็นว่าฮุ่ยเหอยินยอมขึ้นนั่งตักแล้วจึงรั้งไหล่เล็กมาอิงแนบอก ขาด้านล่างที่อยู่ในน้ำกางออกช้าๆเพื่อให้คนด้านบนอ้าขาออกตามโดยไม่มีทางเลือก เขาจงใจให้ทุกอย่างถูกน้ำลอยด้วยดอกไม้ปิดบังเอาไว้ป้องกันมิให้คนด้านบนตระหนก"รู้สึกดีหรือไม่""อืมมม ก็ดี"ฮุ่ยเหอหลับตาเอาใบหน้าซบกับอกกว้างชื้นน้ำ กลิ่นดอกไม้ที่ลอยอวลทั่วห้องคล้ายกับทำให้เขาผ่อนคลายลงหลายส่วน หลิงไท่เมื่อได้ฟังคำตอบก้ยกยิ้มน้อยๆ มือหนาลูบแผ่นหลังเนียนลื่นมือไปมา เลยลงไปด้านล่างสะโพกบ้างเป็นบางครั้ง มืออีกข้างค่อยแตะสัมผัสแท่งหยกที่กำลังเติบโตเอาไว้ในมือ ฮุ่ยเหอสะดุ้งผละตัวเองออกห่าง หลิงไท่รีบคว้าเอวเอาไว้ทันที"ชู่ว์ ชู่ว์ ไม่มีอะไรน่ากลัว ใจเย็นก่อน"หลิงไท่ใช้แขนข้างเดียวโอบร่างเล็กเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้ง มือใหญ่ใต้น้ำค่อยรูดแท่งเล็กขึ้นลงช้าๆเพื่อให้คุ้นชิน ฮุ่ยเหออ้าปากกว้างคล้ายคนหายใจไม่ออก ดวงตาเบิกกว้าง"รู้สึกเช่นไร""มะ..ไม่รู้ ปล่อยข้าเถอะ"ฮุ่ยเหอร้องขอด้วยน้ำเสียงเหมือนคนขาดอากาศ"ไม่เป็นไร เราก็รู้เช่นนี้กันทุกคน"หลิงไท่ปลอบใจ"จะ..จริงหรือ""อืม แ
"ข้ายังเที่ยวไม่ทั่วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะชอบมันหรือไม่""อย่างน้อยถ้ายังไม่ชอบเมืองข้า ชอบข้าก่อนดีหรือไม่"หลิงไท่เอ่ยเสียงเบาฮุ่ยเหอถึงกับตาโตเมื่อได้ยินแต่เพราะคำพูดแสนเบาจึงจำได้เพียงบางคำ"เจ้าว่าอะไรนะ""ข้าบอกว่า ถ้ายังไม่ชอบเมืองชอบข้าก่อนดีหรือไม่""ข้าเอ่อ...ข้า"ฮุ่ยเหอใบหน้าแดงซ่านเมื่อได้ฟังคำพูดที่หลิงไท่ย้ำ"ข้าก็ชอบเจ้าอยู่แล้วนี่นา ถึงได้มาเยือนที่นี่"หลิงไท่รู้ดีว่าฮุ่ยเหอหมายถึงเรื่องไหน แต่ความหมายที่เขาต้องการจะบอกหาใช่ความรู้สึกแบบนั้นไม่"เอาล่ะๆ รีบกินเถอะเจ้าจะได้ไปอาบน้ำอุ่นๆแล้วพักผ่อน"ฮุ่ยเหอหน้าเสียเพราะไม่รู้ว่าหลิงไท่เปลี่ยนท่าทีด้วยเหตุใด จึงใช้มือเล็กเกาะแขนใหญ่เอาไว้"เคืองข้าหรือ""ไม่หรอก ข้าจะเคืองเจ้าด้วยเรื่องใด อิ่มหรือยังเราไปกันเถอะ"หลิงไท่ยิ้มให้ดวงหน้าที่กำลังกังวลอยู่ ทั้งคู่ค่อยเดินตามระเบียงไปช้าๆลมหนาวพัดโชยเข้ามาและยังมีหิมะแรกของปีกำลังเริ่มโปรยปรายลงมาช้าๆ"หิมะตก"ฮุ่ยเหอหันมายิ้มหว้างให้หลิงไท่ มือเล็กแบออกรับเกล็ดสีขาวอ่อนนุ่มที่กำลังตกลงมาบนมือ"รู้หรือไม่ตามตำนานเค้าว่ากันว่า หากคู่รักเห็นหิมะครั้งแรกของปีพร้อมกัน ความรักจะยืนนานตลอด
หลิงไท่จ้องสามพ่อแม่ลูกด้วยดวงตาแดงก่ำดุจเลือด สายตาเย็นยะเยือกคล้ายปกคลุมด้วยหิมะอันหนาวเย็น น้ำเสียงที่เอ่ยออกมา ยากจะคาดเดาความคิดได้ ว่าคนผู้นี้กำลังคิดอะไรอยู่ ตาเฒ่านั้นหวาดกลัวจนแทบจะสิ้นสติ นางเฒ่าเองก็ร่ำไห้ไม่หยุด กอดกับเลี่ยงเอ๋อร์ที่ยังสะอื้นจนตัวโยน จางหย่งจางหยูและเลี่ยงเฟิ่งเฝ้ามองด้
"เฟยเหลียงหยุดๆ ข้าจะลงไปชมทิวทัศน์ที่นี่"ฮุ่ยเหออยู่ในรถม้าที่ตั้งขบวนเสด็จมา โดยมีกองม้าร้อยนายคอยอารักขา และยังมีเฟยเหลียงคอยขี่ม้าคุ้มกันอยู่ด้านข้าง เฟยเหลียงนิ่วหน้า สถานที่นี้เป็นหุบเขาสองด้านเป็นผาสูง ภูมิศาสตร์เหมาะกับการซุ่มโจมตี และเขาเองก็ไม่คุ้นเคยที่แห่งนี้"อย่าดีกว่าพะย่ะค่ะ ที่นี่ด
第44集หลิงไท่มองทั้งสองด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา คนทั้งคู่พร้อมใจกันให้คนรักของตนกลายเป็นแมว เพื่อจะเชื่อมโยงจิตของอี๋ซูกับผู้ที่อยู่ในภพของโลกมนุษย์ เมื่อทุกฝ่ายตกลงกันได้แล้วหลิงไท่จึงเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่การหลับไหลเขาล้มตัวลงนอนเคียงข้างกับอี๋ซู ในการกลับสู่ภพมนุษย์นั้นใช้พลังค่อนข้างมาก ดังนั้น
"หมายความว่าอย่างไร หรือเจ้าจะไม่รับไมตรีของข้า"จิ้นหยางสังหรณ์แปลกๆในอกวูบวาบร้อนรน"หามิได้พะย่ะค่ะ กระหม่อมมาเยือนฉางอันเพราะอยากจะเรียนรู้การปกครอง และเยี่ยมชมพระบารมี หาใช่มาสุขสำราญ แค่พระองค์ให้การต้อนรับด้วยไมตรีเช่นนี้ก็เพียงพอแล้วพะย่ะค่ะ ยิ่งมีองค์ชายฮุ่ยเหอยินยอมเป็นสหาย นับว่าเป็นเรื่อ


![เพียงชั่ววูบเดียว [MPREG]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




