Home / LGBTQ+ / มนตราแห่งรัก / ได้เวลาเปิดเผยมติสวรรค์

Share

ได้เวลาเปิดเผยมติสวรรค์

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-01 17:00:31

หลิงไท่เดินวนไปมาอย่างคนใช้ความคิด มือข้างหนึ่งไพล่หลังอีกข้างหนึ่งถือจอกชาคลึงไปมา สายตามองเลยออกไปยังนอกตำหนัก เขาเป็นถึงเจ้าภพปกครองทั้งสวรรค์ สัตว์เซียนและเผ่าอสูร ปัญหาหนักอกของเขามีอยู่สามเรื่อง เรื่องแรกคือเผ่าอสูรกำลังจะก่อกบฎ เขาจึงต้องส่งทหารเทพไประแวดระวังยังรอยต่อของประตูมารกับสัตว์เซียนเอาไว้ ข้อสองคือเผ่าสัตว์เซียนมีปัญหากันเองระหว่างเผ่าวิหคกับเผ่าจิ้งจอก ทำให้เขาต้องนั่งกุมหน้าผากเสมอทุกครั้งไป ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือใหญ่ต่างไม่มีใครยอมใคร และสุดท้ายพระชายา เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับตัวเขาเอง เดิมทีเขาเกิดมาจากจิตเทพของเทพสงคราม ดังนั้นเวลาเขาโกรธจิตของเทพสงครามจะส่งผลมากกว่า ไอปราณแห่งความกระหายเลือดและการเข่นฆ่ามักจะเบียดจิตเทพของเขาและเขามักจะควบคุมจิตไม่ได้บ่อยครั้ง หากเขามีพระชายาแน่นอนผลกระทบก็คือยากจะควบคุมยามเผลอตัวนั่นยังไม่เท่าไหร่ ถ้าพระชายามีพระโอรสจิตแห่งเทพสงครามจากเขาจะถูกถ่ายทอดไปสู่พระโอรสด้วย นี่เรียกได้ว่าเป็นเคราะห์ที่เขาต้องได้รับ ความดุดันและอารมณ์แรงจนยากจะควบคุมนั่นเป็นเหมือนสีดำที่ถูกแต้มลงบนผ้าขาวให้ด่างพร้อย เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่

"ฝ่าบาท"

"จางหยูข้าจะทำอย่างไร"

"อย่าทรงคิดมากเลยพะย่ะค่ะ ชายารองสองคนนั้นนางเองก็เต็มใจรับใช้ ย่อมไม่ปริปากโอดครวญ"

"ข้าหาได้กังวลเรื่องนั้น เรื่องพระชายาต่างหากเล่าที่ข้ายากจะจัดการ"

"หากกระหม่อมจะขอเอ่ยสักประโยค ฝ่าบาทจะโกรธหรือไม่"

"ว่ามาเถอะ"

"บางทีอาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้นะพะย่ะค่ะ ครั้งแรกพวกกระหม่อมยังคิดด้วยซ้ำว่าคู่ชะตาของฝ่าบาทจะไม่ปรากฎ แต่ในเมื่อเป็นมติสวรรค์นั่นแสดงว่า คนผู้นั้นต้องเป็นคู่บุญของฝ่าบาทแน่ๆ อย่างไรเสียฝ่าบาทคงยากจะปฎิเสธแล้วพะย่ะค่ะ"จางหยูประสานมือกล่าว

"จริงของเจ้า แต่เรื่องนี้ลองดูก่อนเถอะว่าคู่ชะตาของข้าจะเป็นผู้ใด อันสตรีนั้นย่อมอ่อนแอ คงยากที่จะทานอารมณ์ของข้าได้ แล้วเหตุใดข้าจะต้องสร้างมลทินให้แก่นางด้วยเล่า มิสู้ตัดไฟเสียแต่ต้นลมไม่ดีกว่าหรือ"หลิงไท่วางจอกชาลงเดินไปยังตั่งยกขาขึ้นนั่งสมาธิเพื่อตัดการรับรู้ จางหยูเมื่อเห็นเจ้าภพนิ่งเขาจึงประสานมือถอยหลังจากมา

"จางหย่ง"

"หือ?"

"เจ้าว่าเราจะเจอพระชายาหรือไม่"

"เจอหรือไม่เจอข้าก็มิอาจหลีเลี่ยงภารกิจ"จางหย่งเช็ดกระบี่ตนเองด้วยผ้าขาว จางหยูกอดอกก้มหน้าเช่นคนใช้ความคิด

"น่าแปลก"จางหยูเอ่ยเบาๆ

"เรื่องใด"จางหย่งวางผ้าขาวลงแล้วหันมามองเพื่อนสนิท

"ฝ่าบาทเป็นผู้ที่หาใช่ใครจะพบปะได้ง่าย แต่จู่ๆคู่ชะตาก็ปรากฏขึ้น เจ้าว่าไม่น่าแปลกใจหรือ"

"เจ้าคิดมากไปแล้ว เรื่องบุบเพสันนิวาสใครเล่าจะห้ามได้ ในเมื่อชื่อปรากฎอยู่ที่หินสามชาติใครก็มิอาจฝืนมติ"จางหย่งเอ่ยเสียงเรียบ

"เจ้าคนไม่มีหัวใจ นี่คิดจะลงมือกับคู่ชะตาจริงรึ"จางหยูส่ายหน้า

"แล้วเจ้ากล้าขัดรับสั่งหรือไร"

"ข้าไม่กล้า แต่ว่าเรามาพนันกันดีกว่าจางหย่ง"จางหยูแววตาซุกซน

"เรื่อง?"

"ข้าว่ายังไงเจ้าก็ทำไม่สำเร็จและฝ่าบาทจะต้องยอมพ่ายแพ้แก่คู่ชะตา"จางหยูเอ่ยพร้อมกับหัวเราะ

"เหตุใดเจ้าเชื่อมั่นเช่นนั้น"

"ไม่รู้เหมือนกันแต่ข้ามักมีลางสังหรณ์ เจ้าจะเชื่อข้าหรือไม่"

"ไม่ล่ะ แต่เอาเช่นนั้นก็ได้ ข้าอยู่ข้างฝ่าบาท หากผู้ใดพ่ายแพ้จะต้องเปลี่ยนร่างเป็นสัตว์เซียนเป็นเวลาหนึ่งปี เช่นนี้ดีหรือไม่"จางหย่งยอมเล่นด้วย

"อ่า ย่อมได้ๆ เอาเช่นนั้น ถ้าอย่างนั้นเจ้าลงไปตามหาคู่ชะตาของฝ่าบาทเถอะ"จางหยูพยักหน้า มองสหายสนิทค่อยจางหายจากไป

................

"นี่อี๋ซู"

"หือ"อี๋ซูขานรับทั้งที่หมั่นโถวยัดอยู่เต็มปาก

"เจ้าจะตะกละตะกลามไปไหนกัน ไม่มีใครแย่งเจ้ากินหรอกน่า"ปาไช่ส่ายหน้าไปมาเมื่อเห็นสภาพสหายสนิทของตนเอง

"ข้าหิว"ปาไช่ยิ้มน้อยๆให้เพื่อนใช้นิ้วเกลี่ยเศษหมั่นโถวชิ้นเล็กที่ติดอยู่มุมปากด้วยความเอ็นดู

"เอาเถอะงั้นก็กินส่วนของข้าไปด้วยสิ ข้าอิ่มแล้ว"ปาไช่บอก

"แน่ใจนะ งั้นข้าไม่เกรงใจเจ้าแล้ว"ปาไช่หัวเราะกับกริยาของเพื่อน จู่ๆบรรยากาศรอบตัวก็ร้อนอบอ้าวขึ้น เสียงแกว๊กกว๊ากดังอยู่เหนือหัวของคนทั้งคู่

"นี่เจ้ามาได้ยังไงกัน"ปาไช่ตกใจ เพราะด้านบนคือนกสีแดงสดจนตาพร่า แถมไอรอบตัวยังสว่างจ้าด้วยสีทองบนวนไปมา ยังโชคดีที่มันตัวไม่ใหญ่มาก

"เจ้าเด็กเหลวไหล บังอาจหนีข้าออกมาโดยไม่บอกรึ ยังโชคดีที่ข้าสามารถสื่อจิตถึงนายน้อยได้"เลี่ยงเฟิ่งใช้คมเล็บจิกลงบนหัวของปาไช่ยืนนิ่งสนิทอยู่บนนั้น สายตาจับจ้องมายังอี๋ซูที่กำลังยัดหมั่นโถวเข้าไปในปาก

"เด็กน้อย"เลี่ยงเฟิ่งทักด้วยน้ำเสียงแหบๆ

"อื้อ"

"เจ้าคิดจะไปไหน"อี๋ซูกลืนก้อนแป้งลงคอก่อนจะตอบ

"ข้าไม่รู้ต้องถามปาไช่"เจ้านกเลี่ยงเฟิ่งถึงกับทอดถอนใจ นี่หรือนายของตนเอง ช่างไม่สมกับว่าที่พระชายาของเจ้าภพเลยจริงๆ แต่ในเมื่อเป็นลิขิตสวรรค์นั่นย่อมเป็นเรื่องดีมากกว่าร้าย

"ว่าอย่างไรเจ้านกขนร่วง"เลี่ยงเฟิ่งเอ่ยถามปาไช่

"นี่เจ้า...เจ้าใครเป็นนกขนร่วงกัน"ปาไช่โมโห

"บอกมาดีกว่าน่า"เลี่ยงเฟิ่งทำหน้าเบื่อเหลือกตามองบน

"ยังไม่รู้แต่พวกข้ากะว่าจะไปงานเทศกาลดอกเหมยล่ะ"ปาไช่ยิ้มเมื่อนึกถึงถนนที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน ร้านรวงมากมายที่เรียงรายและโคมประดับสวยๆ

"ใช่ๆข้าก็อยากไป"เลี่ยงเฟิ่งอยากจะจับไม้มาเฆี่ยนตีเด็กน้อยผู้นี้ให้หลาบจำ ว่าตอนนี้ตนเองกำลังหลบลี้ผู้คนอยู่

"เจ้าพวกโง่ ลืมแล้วหรือว่าพวกเจ้ากำลังหลบใครอยู่"เลี่ยงเฟิ่งเหลืออดจึงตะเบ็งเสียงดังแกว๊กๆให้ลั่น

"อ๋า!..อ๋า!"สองหนุ่มน้อยอ้าปากร้องเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้

"ไม่รู้ว่าสวรรค์เบื้องบนโกรธข้าด้วยเรื่องใดถึงโยนเจ้าสองคนมาเป็นภาระ แต่เอาเถอะในเมื่อมาถึงขึ้นนี้แล้วข้าจะสั่งสอนพวกเจ้าเอง ลุกขึ้นได้แล้ว"เลี่ยงเฟิ่งโกรธจนไฟลุกท่วมตัวกระทั่งตัวเองกลายเป็นเถ้าสีดำ จากนั้นไม่นานก็ถือกำเนิดขึ้นมาใหม่อีกครั้งเป็นนกสีแสบตาตัวเดิม

"โอ๋!พวกเก่งมากเลยเลี่ยงเฟิ่ง"อี๋ซูใช้กิ่งไม้เล็กๆเขี่ยเลี่ยงเฟิ่งที่กำลังปรับสภาพตัวเองให้สมบูรณ์

"เจ้านี่มันเหลือเกินจริงๆ"เลี่ยงเฟิ่งเหลืออด

"เอาล่ะๆอย่าทะเลาะกัน เลี่ยงเฟิ่งพวกเราจะไปไหนกัน"ปาไช่เป็นผู้ห้าม

"ตามข้ามาเถอะ"เลี่ยงเฟิ่งบินเหนือหัวอี๋ซูแต่ร่ายมนต์จนไม่มีผู้ใดเห็นยกเว้นแต่สองหนุ่มน้อยนี่เท่านั้น ทั้งหมดเดินทางไปยังทิศตะวันตกตามทิศทางที่จะไปยังแดนอสูร หากทั้งคู่หาได้สังเกตไม่

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (7)

    "ฮึก ฮืออออ ข้าเจ็บๆ ข้าเจ็บปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไม่เอาแล้ว ปล่อยข้านะหลิงไท่"ฮุ่ยเหอทั้งร้องทั้งหยกข่วนแผ่นอกกว้างจนเกิดเลือดซิบ เขาไม่ยอมถอยห่างซ้ำยังกดดันตัวเองคล้ายจะเข้าให้ลึกกว่าเดิม ฮุ่ยเหอทนเจ็บไม่ไหวใช้มือตบเข้าบนใบหน้าของเขาจนเสียงลั่นห้อง เขาโมโหวูบหนึ่งด้วยความเจ็บจึงกระแทกหมัดเข้าตรงท้องเพื่อหยุดอาการโวยวายของฮุ่ยเหอ"อ๊อก ฮือออเจ้าทำร้ายข้า ออกไป ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อ"หลิงไท่รู้สึกตัวรีบหยุดตัวเองคาไว้แบบนั้น"ข้าขอโทษ อย่าโกรธข้าเลยเจ้าอดทนเพื่อข้าอีกนิดได้หรือไม่ ครั้งแรกมันมักจะเจ็บปวดแบบนี้อีกเดี๋ยวมันจะดีขึ้นข้าให้สัญญา"ฮุ่ยเหอสะอื้นไม่หยุด ด้านล่างเจ็บปวดยิ่งนักเขารับรู้ถึงกลิ่นคาวจึงก้มลงมองช่องที่เชื่อมต่อกันอยู่อีกครั้ง เลือดสีแดงจางๆไหลย้อยออกมาจากช่องจีบ"อดทนเพื่อข้าได้หรือไม่"หลิงไท่ปลอบโยน ก้มลงจูบซับน้ำตาและกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูเล็ก ฮุ่ยเหอเมื่อหลิงไท่หยุดขยับตัวก็รู็สึกบางเบาขึ้นบ้าง หากความจุดยังอัดแน่นอยู่ด้านในทำให้ไม่สบายตัวนัก เขาเห็นฮุ่ยเหอยอมสงบนิ่งก็ปลุกเร้าอีกครั้งทั้งมือและปากประสานกันเพื่อทำให้ฮุ่ยเหอหลงลืมความเจ็บ เสียงครางกระเส

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (6)

    "ถวายพระพรฮ่องเฮาพะย่ะค่ะ"หลิงไท่คุกเข่าลง"โธ่ ข้ารู้แล้วว่าเพราะอะไรพระองค์กับจิ้นหยางถึงไม่ค่อยถูกชะตากันนัก เป็นเพราะพระนิสัยเหมือนกันนี่เอง เอาเถอะๆ อย่าทรงทำอะไรบุ่มบ่ามนะพะย่ะค่ะ พระองค์น่าจะรูว่าองค์จิ้นหยางพระอารมณ์ร้อนแค่ไหน ไปเถอะๆถ้าอย่างนั้นแม่จะกลับตำหนักแล้ว วันนี้เจ้าก็ไม่ต้องมากินอาหารเย็นกับพ่อกับแม่หรอก หม่อมฉันทูลลาพะย่ะค่ะ"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาแล้วถอยจากไป"พวกเจ้ารู้เห็นอะไรก็ให้เงียบเสียเข้าใจไหม"เขากำชับนางกำนัลทุกคนก่อนจะกลับไปหาจิ้นหยางและหลอกล่อให้ลืมฮุ่ยเหอชั่วขณะ"เพคะ""คิดถึงจัง"ฮุ่ยเหอโผเข้าหาหลิงไท่ที่ปลดชุดเกราะของทหารออก"ข้าเองก็เช่นกัน"หลิงไท่ก้มลงเอามือประคองก้นกลมแล้วอุ้มขึ้นมาให้ใบหน้าเสมอกัน ก่อนจะประกบจูบปากด้วยความคิดถึง เนิ่นนานจนหายใจไม่ออกเขาจึงปล่อยฮุ่ยเหอลง"ข้ารักเจ้า"หลิงไท่กรระซิบแผ่ว"ข้าเช่นกัน"หลิงไท่อุ้มคนตัวเล็กกว่าลงนอนบนตั่งก่อนจะเบียดตัวเองลงไปช้าๆ"ให้ข้ารักเจ้านะ ข้าทนคิดถึงเจ้าแทบไม่ไหวแล้ว""อย่าพูดสิข้าวางหน้าไม่ถูกแล้ว"หลิงไท่ยิ้มกว้างรีบปลดเสื้อผ้าของฮุ่ยเหอออกจนหมดเหลือเพียงร่างขาวสว่างตา เขาลูบผิวเนื้อนุ่มเนียนช้าๆ ก่อนจ

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (5)

    "เดินทางปลอดภัย รู้ใช่ไหมว่าข้ารอเจ้าอยู่"หลิงไท่ส่งคนขึ้นรถม้าด้วยท่าทีอาวรณ์ยิ่ง เขาจำใจต้องส่งฮุ่ยเหอกลับไปยังฉางอันโดยที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ว่า เขาจะไปเยือนอีกครั้งในวันที่ฮุ่ยเหอครบสิบเจ็ดชันษา เขาตั้งใจจะไปทูลขอเข้าพระราชพิธีอภิเษกรู้ดีว่ามิใช่เรื่องง่ายแน่นอน จิ้นหยางฮ่องเต้ขึ้นชื่อว่าหวงพระโอรสยิ่งนัก คนที่พอจะช่วยเขาได้คงมีแต่ฮองเฮาชุนหวงเท่านั้น คิดแล้วก็ให้ทอดถอนใจ"ข้ารู้แล้ว เจ้าเองก็อย่ารับพระสนมล่ะ""เด็กน้อย ข้าจะผิดต่อคำสัญญาของเราสองคนได้อย่างไร ไว้ใจข้าเถอะ"หลิงไท่จูบดูดดื่มและกอดร่างเล็กแน่นๆอีกครั้งก่อนจะยินยอมลงจากรถม้า"เฟยเหลียงฝากดวงใจของข้าด้วย"หลิงไท่ตบไหล่เฟยเหลียงเบาๆ เฟยเหลียงรู้ดีกว่าผู้ใดว่าสององค์ต่างเสน่หาซึ่งกันและกันมาเนิ่นนาน"วางใจเถอะพะย่ะค่ะ ส่วนจดหมายนี่กระหม่อมจะส่งถึงมือฮองเฮาแน่นอนพะย่ะค่ะ""ขอบใจเจ้ามาก"หลิงไท่ย้ำอีกครั้งก่อนจะมองขบวนรถม้าค่อยลับสายตาไป"อะไรนะ ข้าไม่ยอม ไม่ยอม""จิ้นหยาง อย่าทำเหมือนเด็กได้หรือไม่ เราสองคนก็เริ่มแก่เฒ่าขึ้นทุกวัน"ชุนหวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เรื่องฮุ่ยเหอและหลิงไท่รู้ถึงหูจิ้นหยางเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลัง

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (4)

    "ข้าได้รับข่าวจากสายว่าจะมีกองทหารไม่ทราบฝ่ายเข้ามาในแนวหัวเมือง""แล้วทำไมหลิงไท่เกอเกอจะต้องไปเอง แม่ทัพล่ะพะย่ะค่ะ""เรื่องนี้หากแพร่งพรายไปคงไม่ดี ข้าจะต้องไปดูด้วยตนเองเสียก่อนๆจะสั่งให้แม่ทัพระวังภัย""แต่ว่า..""เด็กดี เจ้าอยู่กับเฟยเหลียงเถอะ ข้าจะไปกับจื่ออวิ๋นเอง""เช่นนั้นต้องระวังองค์นะพะย่ะค่ะ""แน่นอนเด็กน้อย"หลิงไท่แอบโบกมือให้องค์รักษ์ประจำพระองค์ออกไปแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ทว่าองค์เองใช้มือหนาโน้มคอคนตัวเล็กกว่าเข้ามาจนชิดประกบริมฝีปากเข้าแลกลิ้นจนอีกฝ่ายสติคล้ายหลุดลอยจึงยินยอมปล่อย"บ้าจริงกระหม่อมไม่คุยด้วยแล้ว"ฮุ่ยเหอเช็ดริมฝีปากเจ่อบวมของตัวเองไปมา"หึหึ แต่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบ ดูแลตัวเองดีๆแล้วข้าจะรีบกลับมา"เวลาผ่านไปค่อนคืนแต่หลิงไท่ยังไม่กลับมา ฮุ่ยเหอนอนไม่หลับได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในห้องบรรทม นับจากวันที่เขามาเยือนเป๋ยหยาง เขากับหลิงไท่นอนในห้องเดียวกันมาตลอดไม่มีเว้น"ยังไม่บรรทมหรือพะย่ะค่ะ"เฟยเหลียงที่กลับมาจากการลาดตะเวนรอบตำหนักเอ่ยทัก"ยังข้ารอหลิงไท่""บรรทมเถอะพะย่ะค่ะ อีกไม่นานคงเสด็จกลับมาแน่""อืม"ฮุ่ยเหอยอมล้มตัวลงนอนตามคำบอก ไม่รู้เวลายามใด เสียงซุบ

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (3)

    เขารู็ดีว่าฮุ่ยเหอไม่คุ้นชิน ดังนั้นเขาจึงคอยปลอบประโลมมิให้ตื่นตกใจ เมื่อเห็นว่าฮุ่ยเหอยินยอมขึ้นนั่งตักแล้วจึงรั้งไหล่เล็กมาอิงแนบอก ขาด้านล่างที่อยู่ในน้ำกางออกช้าๆเพื่อให้คนด้านบนอ้าขาออกตามโดยไม่มีทางเลือก เขาจงใจให้ทุกอย่างถูกน้ำลอยด้วยดอกไม้ปิดบังเอาไว้ป้องกันมิให้คนด้านบนตระหนก"รู้สึกดีหรือไม่""อืมมม ก็ดี"ฮุ่ยเหอหลับตาเอาใบหน้าซบกับอกกว้างชื้นน้ำ กลิ่นดอกไม้ที่ลอยอวลทั่วห้องคล้ายกับทำให้เขาผ่อนคลายลงหลายส่วน หลิงไท่เมื่อได้ฟังคำตอบก้ยกยิ้มน้อยๆ มือหนาลูบแผ่นหลังเนียนลื่นมือไปมา เลยลงไปด้านล่างสะโพกบ้างเป็นบางครั้ง มืออีกข้างค่อยแตะสัมผัสแท่งหยกที่กำลังเติบโตเอาไว้ในมือ ฮุ่ยเหอสะดุ้งผละตัวเองออกห่าง หลิงไท่รีบคว้าเอวเอาไว้ทันที"ชู่ว์ ชู่ว์ ไม่มีอะไรน่ากลัว ใจเย็นก่อน"หลิงไท่ใช้แขนข้างเดียวโอบร่างเล็กเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้ง มือใหญ่ใต้น้ำค่อยรูดแท่งเล็กขึ้นลงช้าๆเพื่อให้คุ้นชิน ฮุ่ยเหออ้าปากกว้างคล้ายคนหายใจไม่ออก ดวงตาเบิกกว้าง"รู้สึกเช่นไร""มะ..ไม่รู้ ปล่อยข้าเถอะ"ฮุ่ยเหอร้องขอด้วยน้ำเสียงเหมือนคนขาดอากาศ"ไม่เป็นไร เราก็รู้เช่นนี้กันทุกคน"หลิงไท่ปลอบใจ"จะ..จริงหรือ""อืม แ

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (2)

    "ข้ายังเที่ยวไม่ทั่วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะชอบมันหรือไม่""อย่างน้อยถ้ายังไม่ชอบเมืองข้า ชอบข้าก่อนดีหรือไม่"หลิงไท่เอ่ยเสียงเบาฮุ่ยเหอถึงกับตาโตเมื่อได้ยินแต่เพราะคำพูดแสนเบาจึงจำได้เพียงบางคำ"เจ้าว่าอะไรนะ""ข้าบอกว่า ถ้ายังไม่ชอบเมืองชอบข้าก่อนดีหรือไม่""ข้าเอ่อ...ข้า"ฮุ่ยเหอใบหน้าแดงซ่านเมื่อได้ฟังคำพูดที่หลิงไท่ย้ำ"ข้าก็ชอบเจ้าอยู่แล้วนี่นา ถึงได้มาเยือนที่นี่"หลิงไท่รู้ดีว่าฮุ่ยเหอหมายถึงเรื่องไหน แต่ความหมายที่เขาต้องการจะบอกหาใช่ความรู้สึกแบบนั้นไม่"เอาล่ะๆ รีบกินเถอะเจ้าจะได้ไปอาบน้ำอุ่นๆแล้วพักผ่อน"ฮุ่ยเหอหน้าเสียเพราะไม่รู้ว่าหลิงไท่เปลี่ยนท่าทีด้วยเหตุใด จึงใช้มือเล็กเกาะแขนใหญ่เอาไว้"เคืองข้าหรือ""ไม่หรอก ข้าจะเคืองเจ้าด้วยเรื่องใด อิ่มหรือยังเราไปกันเถอะ"หลิงไท่ยิ้มให้ดวงหน้าที่กำลังกังวลอยู่ ทั้งคู่ค่อยเดินตามระเบียงไปช้าๆลมหนาวพัดโชยเข้ามาและยังมีหิมะแรกของปีกำลังเริ่มโปรยปรายลงมาช้าๆ"หิมะตก"ฮุ่ยเหอหันมายิ้มหว้างให้หลิงไท่ มือเล็กแบออกรับเกล็ดสีขาวอ่อนนุ่มที่กำลังตกลงมาบนมือ"รู้หรือไม่ตามตำนานเค้าว่ากันว่า หากคู่รักเห็นหิมะครั้งแรกของปีพร้อมกัน ความรักจะยืนนานตลอด

  • มนตราแห่งรัก   ส่งสาวงามให้รัชทายาท

    "ขอบพระทัยฝ่าบาท"หลิงไท่ยินยอมที่จะละสายจามาจากฮุ่ยเหอ แล้วหันกลับมายิ่มให้จิ้นหยางที่หน้าตึงดึงหน้าอยู่ ทั้งจิ้นหยางยังไม่ยอมตอบรับคำของหลิงไท่ จนกระทั่งชุนหวงอดไม่ไหวเลยต้องตอบแทนด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม"เชิญประทับนั่งเถอะพะย่ะค่ะ"ชุนหวงผายมือให้หลิงไท่ประทับนั่งฝั่งตรงกันข้ามกับฮุ่ยเหอ จิ้นหยางถึงกับ

  • มนตราแห่งรัก   ตราประจำพระองค์

    "หยกนี่คือตราประจำพระองค์ขององค์รัชทายาทเป๋ยหยาง แล้วพระองค์ได้กล่าวเรื่องอื่นอีกหรือไม่"ชุนหวงตค่อยวางหยกลงบนโต๊ะช้าๆ สายตาไม่คลาดไปจากใบหน้าของเด็กน้อยที่เขาเลี้ยงดูมากับมือ"ถ้าอย่างนั้น เย็นนี้เรามาดูกันเถอะว่าองค์หลิงไท่จะมีอะไรคุยกับลูกอีก""นี่แสดงว่า ลูกกับหลิงไท่เกอเกอเราจะได้เจอกันเย็นนี้

  • มนตราแห่งรัก   เชื่อเรื่องพรหมลิขิตหรือไม่

    "เช่นกันถ้าเช่นนั้นกระหม่อมจะสั่งอาหารให้ดีหรือไม่"หลิงไท่ยกยิ้มน้อยๆ เฟยเหลียงจัดการรินชาลงจอกให้แก่หลิงไท่ ตามด้วยฮุ่ยเหอ"เกรใจไปแล้วกระหม่อมจัดการเองพะย่ะค่ะ"เฟยเหลียงรีบกล่าว"ไม่เป็นไร"หลิงไท่โบกมือ ใช้เวลาไม่นานเสี่ยวเอ้อร์จึงค่อยเข้ามารอรับรายการอาหาร น่าแปลกสิ่งที่หลิงไท่สั่งล้วนแล้วแต่เป็

  • มนตราแห่งรัก   ทางเชื่อมโลกมนุษย์และมาร

    "อ่า ย่อมได้ ย่อมได้ แล้วเจ้าจะไปเลยหรือไม่"อี๋ซูดีใจเนื้อตัวสั่น กระต่ายเหมันต์ที่พูดถึงใยเขาจะไม่รู้จัก ด้วยมีคนกล่าวขวัญมานักต่อนัก จนอยากจะเห็นตัวจริง"ใช่รอเลี่ยงเฟิ่งและปาไช่มา พวกเจ้าก็ไปได้เลย"สิ้นคำจางหย่งจาหยู ปาไช่และเลี่ยงเฟิ่งก็ปรากฏตัวขึ้น หลิงไท่สบตาคนซ้ายขวาโดยมิต้องเอ่ยคำก็เข้าใจ ค

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status