หน้าหลัก / LGBTQ+ / มนตราแห่งรัก / เทพจันทราเผชิญหน้ากับฝ่าบาท

แชร์

เทพจันทราเผชิญหน้ากับฝ่าบาท

ผู้เขียน: ปักหมุดสีเงิน
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-31 18:02:28

"ท่านว่าอะไร"หลิงไท่เสียงตึง

"ข้าน้อยมารายงานว่า บัดนี้ดาวคู่ของฝ่าบาทปรากฏขึ้นแล้วพะย่ะค่ะ"

"เหลวไหล"เขาถึงกับวางจอกชาลงกับโต๊ะเสียงดังกึกให้รู้ว่าไม่พอใจยิ่ง

"ท่านดูเอาเองเถิด"เทพจันทราโบกมือเล็กน้อย ภาพตรงหน้ากลับเป็นท้องฟ้ามืดมิด ดวงดาวประจำกายของเขาเปล่งประกายสว่างสุกใสยิ่งนัก ทุกครั้งดาวดวงนี้มักโดดเด่นอยู่ดวงเดียวไม่มีดาวใดมากรายอยู่ใกล้ หากยามนี้กลับมีดวงดาวสีฟ้าขนาดเล็กสดใสสุกสกาวยิ่งนักมาปรากฏอยู่ข้างๆ

"เป็นไปไม่ได้"

"ทุกอย่างอยู่เบื้องหน้าแล้ว ท่านมิอาจขัดมติแห่งสวรรค์ได้พะย่ะค่ะ"

"ตามเทพดารามาหาข้าจางหย่ง"หลิงไท่นั้นมีชายารองถึงสองคนแต่กลับหามีชายาเอกไม่ เขานึกถึงเด็กหนุ่มผู้ครอบครองวิหคสวรรค์เอาไว้แล้วอยากยกมือกุมหน้าผากตัวเอง นี่มันประจวบเหมาะเกินไปแล้ว เพียงไม่นานร่างเทพเซียนชายหนุ่มผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้น ตามหลังด้วยจางหย่ง

"ฝ่าบาท"

"เป็นเรื่องจริงหรือไม่"เทพดารานั้นจำเป็นต้องรู้ว่าสิ่งที่เจ้าภพถามคือสิ่งใด ทั้งที่เขาเองก็เพิ่งมา เขาเอียงหน้ามองไปยังเทพจันทราเพียงครู่แล้วก็ยกนิ้วขึ้นนับตรวจชะตา

"จริงแท้พะย่ะค่ะ บัดนี้เนื้อคู่ของฝ่าบาทปรากฏขึ้นแล้ว"เทพดาราพยักหน้าน้อยๆ

"เป็นผู้ใด"ครานี้ทั้งเทพจันทราและเทพดาราต่างมองหน้ากัน ทั้งคู่พยายามโบกมือให้รูปร่างหน้าตาของพระชายาเอกปรากฏขึ้นแต่กลับมืดมิดไม่เห็นสิ่งใด

"แปลก!"ทั้งคู่เอ่ยพร้อมกัน

"พวกเรามิอาจทำให้ปรากฏขึ้นได้พะย่ะค่ะ แต่เท่าที่ตรวจนับดวงชะตา คนผู้ฝ่าบาทเจอแล้ว และดวงชะตาผูกพันกันนับจากที่เจอแล้วพะย่ะค่ะ"หลิงไท่ดวงตาวาววับ

"แก้ไขดวงชะตาได้หรือไม่"หลิงไท่เอ่ยถามหน้าตึงเสียงตึง

"ข้าน้อยไร้ความสามารถ"ทั้งคู่เอ่ยขึ้นได้แต่ประสานมือก้มหน้าลง หลิงไท่ถอนหายใจ

"เอาเถิดในเมื่อเป็นมติสวรรค์ก็ยากจะขัด ขอเพียงพวกเจ้ารั้งเอาไว้ก่อนได้หรือไม่"หลิงไท่ปรายตามอง ทั้งสองเทพรู้ดีว่าควรทำเช่นไร ดังนั้นเมื่อเจ้าภพเอ่ยปากพวกเขาจึงร่ายมนต์อีกครั้ง ดวงดาวสีฟ้าค่อยขยับออกห่างดวงดาวสีทองสุกใสเล็กน้อย เทพดาราเองก็ร่ายมนต์ลงบนฝ่ามือแล้วเป่าลมให้กระจายไปในอากาศ

"อาจจะถ่วงเวลาได้ไม่นานพะย่ะค่ะ เพราะดวงดวงนี้ผูกพันกับชะตาของท่านแล้ว เป็นท่านเองที่นำไปผูกติดเอาไว้"สีหน้าของหลิงไท่เย็นมากขึ้น ราบเรียบมากขึ้น จางหย่งและจางหยูถึงกับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว นึกหวาดกลัวแทนผู้ที่ต้องมาผูกชะตาร่วมกับเจ้าภพ

"เอาล่ะแค่นี้ก็แค่นี้พวกท่านไปเถอะ ข้าอยากพักผ่อน"หลิงไท่โบกมือ เทพเซียนทั้งสองจึงก้มหัวแล้วจางหายไป

"บังอาจ!"หลิงไท่พอคนพ้นแล้วก็ตวาดเสียงดัง ใบหน้าถมึงทึงน่ากลัวยิ่งนัก เส้นเลือดสีแดงปูดโปนขึ้นเต็มหน้าผากและสองขมับ มือหนากำแน่นจนมองเห็นเส้นเลือดชัดเจน

"ฝ่าบาท!"ทั้งคู่จำต้องยั้งอารมณ์ของหลิงไท่ เพราะรู้ดีว่าหากยามที่เขาโกรธเกรี้ยวขึ้นมาสิ่งใดก็ล้วนแต่ย่อยยับ สิ่งนี้ถูกปกปิดเป็นความลับแห่งสวรรค์มาเนิ่นนานนับแสนปี จะให้ล่วงรู้ถึงผู้อื่นเพียงเพราะดาวคู่ปรากฏก็คงจะมิใช่เรื่องที่ถูกที่ควร

"ระงับโทสะด้วยพะย่ะค่ะ"จางหย่งเอ่ยเตือน จางหยูร่ายคาถาโบกมือให้คลุมไปทั่วตำหนัก รู้ดีว่ายากแล้วที่จะระงับได้ สายฟ้าฟาดลงยังที่ประทับเปรี้ยงป้างไม่หยุด ทั้งคู่ร่ายมนต์ปกป้องคลุมกายตัวเองเอาไว้รอจนโทสะของเจ้าภพหมดสิ้นถึงค่อยปลดม่านคาถาออก ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดค่อยๆกลับสู่สภาพเดิมช้าๆหยาดเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าที่หล่อเหลางดงาม ภาพแห่งเทพสงครามซ้อนทับอยู่ตอนแรกบัดนี้ค่อยจางหายไปเรื่อยๆ

"ลงไปตามหาคนผู้นี้ ตามให้เจอแล้วฆ่าเสีย ตำแหน่งชายาเอกจะต้องไม่มี"หลิงไท่สั่งด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหดยิ่งนัก จางหย่งและจางหยูหันมาสบตากัน เขาสองคนจะฝืนชะตาผูกพันของเจ้าภพได้อย่างไร ต่อให้พบเจอก็ฆ่าผู้ที่จะมาเป็นคู่ของเจ้าภพหาได้ไม่ หากให้ฝ่าฝืนคำสั่งก็เป็นไปไม่ได้เช่นกัน ผู้ที่รับภาระหนักอึ้งบนบ่าหาใช่ใครที่ไหน กลายเป็นจางหย่งผู้เป็นองครักษ์ขวาของหลิงไท่เอง

“กระหม่อม...”จางหย่งอ้ำอึ้ง

“ไม่กล้าหรือ เจ้ามีตำแหน่งใด มันผู้นั้นมีตำแหน่งใด เกรงกลัวสิ่งใดกัน หึ เพียงแค่จะกลายร่างเป็นร่างผู้พิทักษ์ของตัวเองยังไม่สามารถ เจ้ากลัวเขาฆ่าเจ้างั้นหรือ”หลิงไท่เยาะเย้ยถากถาง

“หาใช่ไม่พะย่ะค่ะ เพียงแต่เรื่องนี้ร้ายแรงนัก กระหม่อมเกรงว่าฝ่าบาทอาจจะถูกอัศนีฟาดเอาได้”

“ข้าต้องกลัวหรือ ร้อยแปดสิบสายฟ้าข้ายังทานได้แค่สี่สิบแปดสายลงโทษจะระคายผิวข้าได้อย่างไรกัน ไป! รีบไปเดี๋ยวนี้”

“กระหม่อมทูลลา”จางหย่งลอบสบตากับจางหยูแล้วจางหายไปในพริบตา คงเหลือเพียงจาหยูที่ต้องคอยระงับโทสะผู้เป็นนาย

“ฝ่าบาท”

“หุบปากเจ้าไปเถอะ หากเรื่องนี้ล่วงรู้ถึงเซียนบนสวรรค์ ข้าจะเอาหน้าไปวางไว้ที่ไหน มีหรือจะให้ชายาเอกแต่งเข้ากลับกลายเป็นหนุ่มน้อยไปเสียได้ เป็นเจ้า เจ้าจะทนอับอายได้หรือ”หลิงไท่หมุนตัวหันมาสบตากับคนที่กำลังคุกเข่าประสานมืออยู่ตรงหน้า

“ไม่ได้พะย่ะค่ะ”

“นั่นสินะ แล้วเช่นนี้แล้วคำสั่งข้าสมควรแล้วหรือไม่”

“สมควรพะย่ะค่ะ แต่ทว่า มติของสวรรค์ใครเล่าจะขัดขืน กระหม่อมคิดว่าการที่ฟ้าลิขิตให้เป็นเช่นนี้ย่อมมีเหตุและมีผล เหตุใดฝ่าบาทจึงไม่ลองพบเขาผู้นั้นดูก่อนเล่าพะย่ะค่ะ”

“ไม่ล่ะ ข้ากลับมีความรู้สึกว่า คนผู้นี้นั้นต้องคุมคามความสุขและชีวิตของข้าแน่ๆ”หลิงไท่กล่าวเสียงเรียบ

“คนผู้นั้นเป็นเพียงหนุ่มน้อยไร้ความสามารถใดๆ จะทำร้ายพระองค์ได้หรือพะย่ะค่ะ อีกอย่างเขาเพียงแค่เก็บไข่ปักษาสวรรค์ได้ นั่นไม่ได้แปลว่าเขาจะเป็นคู่ชะตาของพระองค์นี่พะย่ะค่ะ”จางหยูใจเย็นอธิบาย

“เจ้าคิดเช่นนั้นหรือ”

“กระหม่อมคิดเช่นนั้นพะย่ะค่ะ”

“สายไปแล้ว ข้าไม่อยากแม้แต่จะเห็นหน้าเขา หรือได้ยินชื่อ เจ้าไปเตรียมการเถอะ ข้าจะอัญเชิญปักษาสวรรค์ขึ้นมาที่นี่สอบถามให้ได้ใจความ”

“พะย่ะค่ะ”จางหยูเลือนหานไปตามคำสั่ง ทิ้งให้จ้าวผู้เป็นใหญ่ในสามภพเดินวนเวียนไปมากับความคิดและใบหน้าที่ผุดขึ้นมาในหัวไม่หยุด

“เจ้ามันตัวก่อกวน”หลิงไท่ถึงขั้นคำรามในอก

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (7)

    "ฮึก ฮืออออ ข้าเจ็บๆ ข้าเจ็บปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ไม่เอาแล้ว ปล่อยข้านะหลิงไท่"ฮุ่ยเหอทั้งร้องทั้งหยกข่วนแผ่นอกกว้างจนเกิดเลือดซิบ เขาไม่ยอมถอยห่างซ้ำยังกดดันตัวเองคล้ายจะเข้าให้ลึกกว่าเดิม ฮุ่ยเหอทนเจ็บไม่ไหวใช้มือตบเข้าบนใบหน้าของเขาจนเสียงลั่นห้อง เขาโมโหวูบหนึ่งด้วยความเจ็บจึงกระแทกหมัดเข้าตรงท้องเพื่อหยุดอาการโวยวายของฮุ่ยเหอ"อ๊อก ฮือออเจ้าทำร้ายข้า ออกไป ออกไปจากตัวข้าเดี๋ยวนี้ข้าจะไปฟ้องเสด็จพ่อ"หลิงไท่รู้สึกตัวรีบหยุดตัวเองคาไว้แบบนั้น"ข้าขอโทษ อย่าโกรธข้าเลยเจ้าอดทนเพื่อข้าอีกนิดได้หรือไม่ ครั้งแรกมันมักจะเจ็บปวดแบบนี้อีกเดี๋ยวมันจะดีขึ้นข้าให้สัญญา"ฮุ่ยเหอสะอื้นไม่หยุด ด้านล่างเจ็บปวดยิ่งนักเขารับรู้ถึงกลิ่นคาวจึงก้มลงมองช่องที่เชื่อมต่อกันอยู่อีกครั้ง เลือดสีแดงจางๆไหลย้อยออกมาจากช่องจีบ"อดทนเพื่อข้าได้หรือไม่"หลิงไท่ปลอบโยน ก้มลงจูบซับน้ำตาและกระซิบแผ่วอยู่ข้างหูเล็ก ฮุ่ยเหอเมื่อหลิงไท่หยุดขยับตัวก็รู็สึกบางเบาขึ้นบ้าง หากความจุดยังอัดแน่นอยู่ด้านในทำให้ไม่สบายตัวนัก เขาเห็นฮุ่ยเหอยอมสงบนิ่งก็ปลุกเร้าอีกครั้งทั้งมือและปากประสานกันเพื่อทำให้ฮุ่ยเหอหลงลืมความเจ็บ เสียงครางกระเส

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (6)

    "ถวายพระพรฮ่องเฮาพะย่ะค่ะ"หลิงไท่คุกเข่าลง"โธ่ ข้ารู้แล้วว่าเพราะอะไรพระองค์กับจิ้นหยางถึงไม่ค่อยถูกชะตากันนัก เป็นเพราะพระนิสัยเหมือนกันนี่เอง เอาเถอะๆ อย่าทรงทำอะไรบุ่มบ่ามนะพะย่ะค่ะ พระองค์น่าจะรูว่าองค์จิ้นหยางพระอารมณ์ร้อนแค่ไหน ไปเถอะๆถ้าอย่างนั้นแม่จะกลับตำหนักแล้ว วันนี้เจ้าก็ไม่ต้องมากินอาหารเย็นกับพ่อกับแม่หรอก หม่อมฉันทูลลาพะย่ะค่ะ"ชุนหวงส่ายหน้าไปมาแล้วถอยจากไป"พวกเจ้ารู้เห็นอะไรก็ให้เงียบเสียเข้าใจไหม"เขากำชับนางกำนัลทุกคนก่อนจะกลับไปหาจิ้นหยางและหลอกล่อให้ลืมฮุ่ยเหอชั่วขณะ"เพคะ""คิดถึงจัง"ฮุ่ยเหอโผเข้าหาหลิงไท่ที่ปลดชุดเกราะของทหารออก"ข้าเองก็เช่นกัน"หลิงไท่ก้มลงเอามือประคองก้นกลมแล้วอุ้มขึ้นมาให้ใบหน้าเสมอกัน ก่อนจะประกบจูบปากด้วยความคิดถึง เนิ่นนานจนหายใจไม่ออกเขาจึงปล่อยฮุ่ยเหอลง"ข้ารักเจ้า"หลิงไท่กรระซิบแผ่ว"ข้าเช่นกัน"หลิงไท่อุ้มคนตัวเล็กกว่าลงนอนบนตั่งก่อนจะเบียดตัวเองลงไปช้าๆ"ให้ข้ารักเจ้านะ ข้าทนคิดถึงเจ้าแทบไม่ไหวแล้ว""อย่าพูดสิข้าวางหน้าไม่ถูกแล้ว"หลิงไท่ยิ้มกว้างรีบปลดเสื้อผ้าของฮุ่ยเหอออกจนหมดเหลือเพียงร่างขาวสว่างตา เขาลูบผิวเนื้อนุ่มเนียนช้าๆ ก่อนจ

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (5)

    "เดินทางปลอดภัย รู้ใช่ไหมว่าข้ารอเจ้าอยู่"หลิงไท่ส่งคนขึ้นรถม้าด้วยท่าทีอาวรณ์ยิ่ง เขาจำใจต้องส่งฮุ่ยเหอกลับไปยังฉางอันโดยที่ทั้งคู่ตกลงกันไว้ว่า เขาจะไปเยือนอีกครั้งในวันที่ฮุ่ยเหอครบสิบเจ็ดชันษา เขาตั้งใจจะไปทูลขอเข้าพระราชพิธีอภิเษกรู้ดีว่ามิใช่เรื่องง่ายแน่นอน จิ้นหยางฮ่องเต้ขึ้นชื่อว่าหวงพระโอรสยิ่งนัก คนที่พอจะช่วยเขาได้คงมีแต่ฮองเฮาชุนหวงเท่านั้น คิดแล้วก็ให้ทอดถอนใจ"ข้ารู้แล้ว เจ้าเองก็อย่ารับพระสนมล่ะ""เด็กน้อย ข้าจะผิดต่อคำสัญญาของเราสองคนได้อย่างไร ไว้ใจข้าเถอะ"หลิงไท่จูบดูดดื่มและกอดร่างเล็กแน่นๆอีกครั้งก่อนจะยินยอมลงจากรถม้า"เฟยเหลียงฝากดวงใจของข้าด้วย"หลิงไท่ตบไหล่เฟยเหลียงเบาๆ เฟยเหลียงรู้ดีกว่าผู้ใดว่าสององค์ต่างเสน่หาซึ่งกันและกันมาเนิ่นนาน"วางใจเถอะพะย่ะค่ะ ส่วนจดหมายนี่กระหม่อมจะส่งถึงมือฮองเฮาแน่นอนพะย่ะค่ะ""ขอบใจเจ้ามาก"หลิงไท่ย้ำอีกครั้งก่อนจะมองขบวนรถม้าค่อยลับสายตาไป"อะไรนะ ข้าไม่ยอม ไม่ยอม""จิ้นหยาง อย่าทำเหมือนเด็กได้หรือไม่ เราสองคนก็เริ่มแก่เฒ่าขึ้นทุกวัน"ชุนหวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ เรื่องฮุ่ยเหอและหลิงไท่รู้ถึงหูจิ้นหยางเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา หลัง

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (4)

    "ข้าได้รับข่าวจากสายว่าจะมีกองทหารไม่ทราบฝ่ายเข้ามาในแนวหัวเมือง""แล้วทำไมหลิงไท่เกอเกอจะต้องไปเอง แม่ทัพล่ะพะย่ะค่ะ""เรื่องนี้หากแพร่งพรายไปคงไม่ดี ข้าจะต้องไปดูด้วยตนเองเสียก่อนๆจะสั่งให้แม่ทัพระวังภัย""แต่ว่า..""เด็กดี เจ้าอยู่กับเฟยเหลียงเถอะ ข้าจะไปกับจื่ออวิ๋นเอง""เช่นนั้นต้องระวังองค์นะพะย่ะค่ะ""แน่นอนเด็กน้อย"หลิงไท่แอบโบกมือให้องค์รักษ์ประจำพระองค์ออกไปแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ ทว่าองค์เองใช้มือหนาโน้มคอคนตัวเล็กกว่าเข้ามาจนชิดประกบริมฝีปากเข้าแลกลิ้นจนอีกฝ่ายสติคล้ายหลุดลอยจึงยินยอมปล่อย"บ้าจริงกระหม่อมไม่คุยด้วยแล้ว"ฮุ่ยเหอเช็ดริมฝีปากเจ่อบวมของตัวเองไปมา"หึหึ แต่ข้ารู้ว่าเจ้าชอบ ดูแลตัวเองดีๆแล้วข้าจะรีบกลับมา"เวลาผ่านไปค่อนคืนแต่หลิงไท่ยังไม่กลับมา ฮุ่ยเหอนอนไม่หลับได้แต่เดินวนเวียนอยู่ในห้องบรรทม นับจากวันที่เขามาเยือนเป๋ยหยาง เขากับหลิงไท่นอนในห้องเดียวกันมาตลอดไม่มีเว้น"ยังไม่บรรทมหรือพะย่ะค่ะ"เฟยเหลียงที่กลับมาจากการลาดตะเวนรอบตำหนักเอ่ยทัก"ยังข้ารอหลิงไท่""บรรทมเถอะพะย่ะค่ะ อีกไม่นานคงเสด็จกลับมาแน่""อืม"ฮุ่ยเหอยอมล้มตัวลงนอนตามคำบอก ไม่รู้เวลายามใด เสียงซุบ

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (3)

    เขารู็ดีว่าฮุ่ยเหอไม่คุ้นชิน ดังนั้นเขาจึงคอยปลอบประโลมมิให้ตื่นตกใจ เมื่อเห็นว่าฮุ่ยเหอยินยอมขึ้นนั่งตักแล้วจึงรั้งไหล่เล็กมาอิงแนบอก ขาด้านล่างที่อยู่ในน้ำกางออกช้าๆเพื่อให้คนด้านบนอ้าขาออกตามโดยไม่มีทางเลือก เขาจงใจให้ทุกอย่างถูกน้ำลอยด้วยดอกไม้ปิดบังเอาไว้ป้องกันมิให้คนด้านบนตระหนก"รู้สึกดีหรือไม่""อืมมม ก็ดี"ฮุ่ยเหอหลับตาเอาใบหน้าซบกับอกกว้างชื้นน้ำ กลิ่นดอกไม้ที่ลอยอวลทั่วห้องคล้ายกับทำให้เขาผ่อนคลายลงหลายส่วน หลิงไท่เมื่อได้ฟังคำตอบก้ยกยิ้มน้อยๆ มือหนาลูบแผ่นหลังเนียนลื่นมือไปมา เลยลงไปด้านล่างสะโพกบ้างเป็นบางครั้ง มืออีกข้างค่อยแตะสัมผัสแท่งหยกที่กำลังเติบโตเอาไว้ในมือ ฮุ่ยเหอสะดุ้งผละตัวเองออกห่าง หลิงไท่รีบคว้าเอวเอาไว้ทันที"ชู่ว์ ชู่ว์ ไม่มีอะไรน่ากลัว ใจเย็นก่อน"หลิงไท่ใช้แขนข้างเดียวโอบร่างเล็กเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้ง มือใหญ่ใต้น้ำค่อยรูดแท่งเล็กขึ้นลงช้าๆเพื่อให้คุ้นชิน ฮุ่ยเหออ้าปากกว้างคล้ายคนหายใจไม่ออก ดวงตาเบิกกว้าง"รู้สึกเช่นไร""มะ..ไม่รู้ ปล่อยข้าเถอะ"ฮุ่ยเหอร้องขอด้วยน้ำเสียงเหมือนคนขาดอากาศ"ไม่เป็นไร เราก็รู้เช่นนี้กันทุกคน"หลิงไท่ปลอบใจ"จะ..จริงหรือ""อืม แ

  • มนตราแห่งรัก   ตอนพิเศษ (2)

    "ข้ายังเที่ยวไม่ทั่วจะรู้ได้อย่างไรว่าจะชอบมันหรือไม่""อย่างน้อยถ้ายังไม่ชอบเมืองข้า ชอบข้าก่อนดีหรือไม่"หลิงไท่เอ่ยเสียงเบาฮุ่ยเหอถึงกับตาโตเมื่อได้ยินแต่เพราะคำพูดแสนเบาจึงจำได้เพียงบางคำ"เจ้าว่าอะไรนะ""ข้าบอกว่า ถ้ายังไม่ชอบเมืองชอบข้าก่อนดีหรือไม่""ข้าเอ่อ...ข้า"ฮุ่ยเหอใบหน้าแดงซ่านเมื่อได้ฟังคำพูดที่หลิงไท่ย้ำ"ข้าก็ชอบเจ้าอยู่แล้วนี่นา ถึงได้มาเยือนที่นี่"หลิงไท่รู้ดีว่าฮุ่ยเหอหมายถึงเรื่องไหน แต่ความหมายที่เขาต้องการจะบอกหาใช่ความรู้สึกแบบนั้นไม่"เอาล่ะๆ รีบกินเถอะเจ้าจะได้ไปอาบน้ำอุ่นๆแล้วพักผ่อน"ฮุ่ยเหอหน้าเสียเพราะไม่รู้ว่าหลิงไท่เปลี่ยนท่าทีด้วยเหตุใด จึงใช้มือเล็กเกาะแขนใหญ่เอาไว้"เคืองข้าหรือ""ไม่หรอก ข้าจะเคืองเจ้าด้วยเรื่องใด อิ่มหรือยังเราไปกันเถอะ"หลิงไท่ยิ้มให้ดวงหน้าที่กำลังกังวลอยู่ ทั้งคู่ค่อยเดินตามระเบียงไปช้าๆลมหนาวพัดโชยเข้ามาและยังมีหิมะแรกของปีกำลังเริ่มโปรยปรายลงมาช้าๆ"หิมะตก"ฮุ่ยเหอหันมายิ้มหว้างให้หลิงไท่ มือเล็กแบออกรับเกล็ดสีขาวอ่อนนุ่มที่กำลังตกลงมาบนมือ"รู้หรือไม่ตามตำนานเค้าว่ากันว่า หากคู่รักเห็นหิมะครั้งแรกของปีพร้อมกัน ความรักจะยืนนานตลอด

  • มนตราแห่งรัก   ฟังข้าบ้างเถอะ

    หลิงไท่ว่างเว้นราชกิจมานานพอสมควรดังนั้นจึงให้จางหยูเรียกเหล่าเสนาเข้าเฝ้าเพื่อสอบถามเกี่ยวกับความเป็นไปในโสกสามภพ ทุกอย่างเห็นว่าเรียบร้อยดี ระหว่างที่กำลังประชุมกันอยู่นั้น ทหารสวรรค์รีบผลีผลามเข้ามายังด้านใน ร้อนถึงจางหย่งที่เข้ามาขวางเอาไว้"เกิดเรื่องอันใดเจ้าถึงรีบร้อนเช่นนี้""ท่านจางหย่งเรื

  • มนตราแห่งรัก   พาหนะคู่กาย

    "อู๊ยย พวกเขาจะบาดเจ็บหรือไม่ปาไช่" "ไม่หรอก ไปเถอะรีบไป มิเช่นนั้นเจอพวกเราจะยุ่งไปใหญ่"ปาไช่ดึงแขนเพื่อนค่อยย่องออกจากพุ่มไม้ เมื่อพ้นสายตาแล้วทั้งคู่จึงวิ่งเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำที่อับชื้น "พ้นหรือไม่ พวกเราหนีพ้นหรือยัง"อี๋ซูถาม "พ้นแล้วเขาจับทิศทางของพวกเราไม่ได้แน่นอน"ปาไช่ยืนยัน "ทำไม

  • มนตราแห่งรัก   เจอกันแล้ว

    กลุ่มคณะที่ดูพิลึกพิลั่นสี่คนราวกับคณะปาหี่ มีชายร่างยักษ์แม้นใบหน้าจะหล่อเหลาแต่กลับบึ้งตึงยิ่งนัก เดินเคียงข้างคนที่มิรู้ว่าชายหรือหญิงหากใบหน้างดงามยิ้มแย้ม ทั้งตัวแต่งแต้มด้วยสีแดงสดตัดกับเรือนผมยุ่งเหยิงสีดำ ตามติดด้วยสองหนุ่มน้อย หนึ่งนั้นใบหน้างดงามราวกับเทพเซียน ค่อนข้างมอมแมมด้วยความซุกซน

  • มนตราแห่งรัก   เคราะห์รักเจ้าภพ

    "พักก่อนได้หรือไม่ข้าไม่ไหวแล้ว"อี๋ซูหอบจนตัวโยน "อ่อนแอ"เลี่ยงเฟิ่งส่งมาหนึ่งคำ "หนอยเจ้าบินบนฟ้าแต่ข้าเดินนะใครจะสบายอย่างเจ้ากันเล่า"อี๋ซูบ่น ทันใดนั้นเองเลี่ยงเฟิ่งก็ค่อยๆกลายร่างเป็นคนในชุดสีแดงร่างสูงโปร่งใบหน้างดงามยากจะแยกออกว่าเป็นหญิงหรือชาย แย้มปากยิ้มริมฝีปากสีสดราวกับดื่มเลือดมาเอ่ยข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status