LOGINเขาถอดถอนใบหน้าหล่อออกจากซอกคอขาวเงยหน้าขึ้นมองใบหน้านวลที่เปื้อนน้ำตา ขนตางอนบัดนี้เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของเจ้าตัว ชายหนุ่มจึงใช้นิ้วเรียวเกลี่ยเช็ดออกให้อย่างเบามือ
"ทำไม มากกว่านี้เราก็เคยไม่ใช่รึ หรือคุณลืม?"
"...." เธอไม่ได้ลืม แต่แค่ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก เธอรู้สึกผิดและละอายใจยิ่งนัก หากวันใดวันหนึ่งได้กลับบ้านเกิดเมืองนอน จักมองหน้าหมื่นพรรธน์ยศได้อย่างไร เธอควรจะหักห้ามใจเสียแต่ตอนนี้ก่อนที่ทุกอย่างจะเลยเถิดไปมากกว่านี้
"เอาเถอะ ลุกไปกินข้าวกันเถอะ ผมซื้อข้าวผัดหมูมาให้ แล้วค่อยมาอาบน้ำ"
พอได้ยินชื่อเมนูที่เคยลิ้มลองและติดใจจึงเปลี่ยนสีหน้าและแววตาอย่างกะทันหัน ดวงตาสุกสกาวส่องแสงระยิบระยับ ธาดาเห็นแล้วยิ้มตาม เอามือยีผมดำเงางามนั้นแรง ๆ อย่างนึกเอ็นดู
เด็กน้อย
อาบน้ำ... เขาบอกให้เธอมาอาบน้ำในห้องนี้ ไหนตุ่มใส่น้ำ ไหนขัน แล้วไหนไพรกับขมิ้นเล่า ร่างบางสำรวจห้องสี่เหลี่ยมที่ถูกเรียกว่าห้องน้ำ จนทั่วทุกซอกทุกมุม ขณะอยู่โรงพยาบาลเธอไม่ได้อาบน้ำเอง แต่จะมีนางพยาบาลเข้ามาเช็ดตัวให้
ขณะรออาบน้ำต่อจากหญิงสาวอยู่ในห้องนอน ชาหนุ่มจึงเตรียมเสื้อเชิ้ตที่ตนเองไม่ได้ใส่แล้วให้เธอสวมใส่นอน ส่วนชุดชั้นในที่มีอยู่แค่ชุดเดียว คืนนี้เขาคงต้องซักให้เธอเอง ไม่เช่นนั้น เธอจะไม่มีใส่ เวลาผ่านไปเกือบสิบนาที เขาสังเกตว่าในห้องน้ำมันเงียบผิดปกติ ไม่ได้ยินเสียงน้ำอย่างที่ควรจะเป็น
"ปราง ทำอะไรอยู่ ทำไมเงียบจัง" ธาดาตะโกนถาม
หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำในสภาพนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว เนื้อตัวแห้งไม่มีร่องรอยการอาบน้ำเลย
"คุณทำอะไรอยู่ตั้งนาน ห๊ะปราง" เขาถามอย่างหัวเสีย วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันอยากรีบอาบน้ำเข้านอน นี่มันจะเลยเวลานอนของเขาแล้วนะ
"ไม่มีน้ำ ขันก็ไม่มี ขะ ข้าหามันไม่เจอ" เธอก้มหน้าตอบเขา
วันนี้เขาจับจูงมือเธอเป็นรอบที่เท่าไรไม่สามารถนับได้ กึ่งลากกึ่งจูงพาหญิงสาวจอมวุ่นวายเข้ามาในห้องน้ำ สอนวิธีใช้ฝักบัวแทนขัน แต่สีหน้าเธอก็ยังดูงุนงงไม่เข้าใจ
ธาดาเลยต้องจัดการอาบน้ำให้เธอด้วยวิธีของเขาเอง เขาเอื้อมมือปลดผ้าขนหนูที่เธอนุ่งออก คนตัวเล็กตกใจพยายามเอามือน้อย ๆ มาปิดของสงวนทั้งสองสิ่งของเธอ แต่มันไม่มิด เขามองท่าทางนั้นอย่างขบขัน เขาเห็นหมดแล้ว เธอกระโดดหลบสายน้ำที่ตกมาจากด้านบน ความเย็นจากสายน้ำกระทบถูกผิวขาว เธอสะดุ้งขยับหนี ไปยืนหันหลังอยู่อีกด้านหนึ่งของห้องน้ำ
สวย ไร้ที่ติ ไม่มีตำหนิบนผิวขาวนวลให้เคืองสายตาเลย ชายหนุ่มนิ่งมองอย่างหลงใหล เขาเดินเข้าไปหาเธออย่างช้า ๆ เหมือนต้องมนต์ ปรางเป็นผู้หญิงที่สวย กลิ่นกายเธอหอม เขาดมมันไม่เคยเบื่อเลย เนื้อเธอหวานจนเขาอยากลิ้มลองมันอีกครั้ง
"อุ๊ย" เธอสะดุ้งเป็นรอบที่สองแล้ว เมื่อมืออุ่น ๆ ของใครบางคนแตะบนไหล่บาง เขาพลิกเธอให้หันไปเผชิญหน้ากับเขา
"ผมอาบน้ำให้นะ" น้ำเสียงแบบนี้อีกแล้ว
'ให้ผมช่วยไหม'
น้ำเสียงที่ฟังแล้วอบอุ่นอ่อนโยน กับรอยยิ้มใจดีนั้น เธอแพ้ทางเขาแล้ว ร่างบางยอมเดินตามแรงจูงไปอยู่ใต้ฝักบัว ที่ตอนนี้ถูกปรับอุณหภูมิให้อุ่นขึ้น เขาบีบสบู่เหลวลงบนฝ่ามือแล้วถูให้เกิดฟองบนตัวหญิงสาว ปรางมองดูทุกการกระทำของเขา เธอเป็นบุตรีท่านพระยาฯ ย่อมต้องมีบ่าวรับใช้คอยอาบน้ำ ขัดถูตัว ประทินผิวให้ประจำอยู่แล้วแต่นี่ไม่มันเหมือนกัน ความรู้สึกวาบหวิว หัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งต่างกันสิ้นเชิง เธอรู้สึกร่างกายชาวาบตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงศีรษะ ชายหนุ่มนวดคลึงอกอิ่มอยู่นาน วนเวียนบริเวณนี้มากกว่าจุดอื่น เขาทั้งบีบ ทั้งคลึง ทั้งเน้น และยังใช้สองนิ้วสะกิดยอดอกเล่น จนเธอห่อไหล่ด้วยความเสียว
เขาถูวนลงมาที่หน้าท้องแบนราบ สายตามีเลศนัยนั้นช้อนขึ้นมามองหน้าหญิงสาวที่ตอนนี้เห่อแดงคล้ายลูกตำลึงสุกเอียงอายหลบสายตาเขามันร้อนผ่าวจนถึงใบหู และลำคอ
แต่แล้วเขาทำเธอแปลกใจที่จู่ ๆ เขาก็ยืนขึ้นเต็มความสูง หญิงสาวมองเขาอย่างงุนงง ทำไมถึงหยุด ให้เธอค้างเติ่งเช่นนี้ หญิงสาวส่ายหน้า เบา ๆ ไล่ความคิดลามกของตัวเองออกจากหัวสมอง ลืมตามองคนที่ยืนอยู่ เขาถอยห่างออกไปเพื่อไปเปลื้องผ้า เสื้อผ้าของเขาที่เปียกแนบติดกาย
ไม่มีเหลือสักชิ้น เลือดกำเดาแทบพุ่ง
ปรางมองตาเบิกกว้าง ตะลึงกับสิ่งที่เห็นและไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน เต็มสองตาของเธอ คืนนั้นที่โรงพยาบาลมีแต่เธอเพียงผู้เดียวที่แก้ผ้า เสื้อผ้าเขายังอยู่ครบ เธอหลับตาเอามือปิดตาเพื่อไม่ให้ภาพชวนฝันตรงหน้าทะลุเข้ามาได้
กรุงเทพมหานคร แสงสว่างได้นำพาทั้งสองมายังบ้านของธาดา ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ทั้งคู่มีความทรงจำที่ดีร่วมกันมาหลายเดือน ในบ้านหลังนี้ยังมีหมวดตะวันอยู่ด้วยเพราะในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ธาดาได้ฝากฝังให้เพื่อนรักมาอยู่ดูแลและเฝ้าบ้านให้ ซึ่งผู้หมวดตะวันก็กำลังงีบหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์ ปรางเงยหน้ามองสามีด้วยสายตากรุ้มกริ่มมีความคิดบางอย่างแอบแฝง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหาบุคคลที่นอนหลับอยู่“พี่ตะวันขา........”“หืม?” เมื่อได้ยินเสียงแว่ว ๆ จึงสะลึมละลือตื่นขึ้นมา เข้าใจว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่ เพราะบ้านทั้งหลังมีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ ดวงตาเปิดกว้างมากขึ้นมองเห็นอะไร ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทันใดก็ตามาด้วยเสียงร้องตกใจปนดีใจที่ได้เห็นคนสองคนที่เขาโคตรคิดถึงและเฝ้ารอคอย“เฮ้ย!!!! ไอ้หมอ น้องปราง จริงเหรอ พวกมึงกลับมาแล้ว!” หมวดตะวันโผกอดเพื่อนรักแน่น แถมยังฉวยโอกาสกอดเมียเพื่อนด้วย ธาดารู้ทันรีบดึงร่างบางของภรรยาไปหลบด้านหลังตนเอง“เฮ้ย เมียกู ไอ้นี่ วอนซะแล้ว”“โทษทีมึง กูลืมตัว ว่าแต่กลับมาเมื่อไหร่ กลับมาได้ยังไง มึงรู้ไหมว่าแม่มึ
ส่วนหมื่นพรรธน์ยศหลังจากที่เขาได้แต่งงานกับแม่เดือนแรม ช่วงนี้แม่เดือนแรมมีครรภ์อ่อน ๆ แถมยังมีอาการแพ้ท้องหนักไม่สู้ดีนัก เหม็นกลิ่นอาหาร อยากแต่จะกินของแปลก ๆ ไข่มดแดง หนูนาย่าง หรือแม้แต่เนื้อวัวสด ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสขม ท่านหมื่นจึงต้องดูแลเมียอย่างใกล้ชิด เพราะแบบนี้เขาจึงไม่ได้แวะไปหาลูกสาวที่เกิดจากแม่เกสรเลย นอกเสียจากขุนปวรรัชดลจะนัดเจรจาเรื่องงานเท่านั้นจึงจะแวะไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับสหายรัก หลังจากที่ผัวของแม่เกสรรู้เรื่องพ่อที่แท้จริงของแม่แสงดาว เขาก็ไม่สบายใจเท่าใดนักถึงแม้ว่าขุนปวรรัชดลจะไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยก็ตาม“แม่ อยากกินสิ่งใดฤา พี่จักให้พวกบ่าวหามาให้จงได้”“ข้าเวียนหัว ข้าคิดถึงแม่ ฮือ” นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาต้องพบเจอ นั่นคืออารมณ์แปรปรวนของเมียสาว“โอ๋ ๆ อย่าร้องไห้เมียพี่”“คุณหญิงเดือนมาเจ้าคะหมื่นท่าน” บ่าวรับใช้คลานเข่าเข้ามาหาเพื่อแจ้งข่าว“ท่านแม่”“ลูกแม่ เป็นเยี่ยงไรบ้าง เจ้าร้องไห้รึ” แม่เดือนรีบโผเข้ากอดลูกสาว เมื่อเห็นน้ำตาของผู้เป็นลูกสาว สายตาดุก็ตวัดมองหน้าเจ้าลูกเขยตัวดี ท่านหมื่นรีบยกมือห้าม อย่าเพิ่งเข้าใ
1 เดือนต่อมา เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ ถูกคลี่คลายและจบลงด้วยดีทำให้เรือนท่านพระยาเกรียงไกรกลับมาสดใสอีกครั้ง ขุนปวรรัชดลยอมรับแสงดาวเป็นลูกสาวและยอมให้อภัยภรรยาเนื่องด้วยเหตุผลที่กระทำลงไปนั้นเขามีส่วนผิด ที่สำคัญเขารักหนูน้อยแสงดาวนี้เต็มหัวใจไปแล้วจึงยากจะไม่รักได้ นิ่มถูกส่งตัวกลับไปหาท่านป้าปิ่นทองด้วยเหตุผลที่ว่าขุนปวรรัชดลต้องการทุ่มเทหัวใจและเวลาทั้งหมดให้กับลูกสาวและภรรยา"แม่ปราง""พี่หมอ" ธาดาซึมซับความเป็นชาวกรุงศรี ทั้งการใช้ชีวิตการกินและการพูดจา ด้วยความที่ธาดาไม่ได้ดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอเพราะที่กรุงศรีไม่มีครีมบำรุง หรือแม้แต่ที่โกนหนวดเครา ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้มีริ้วรอยและหนวดเคราขึ้นเป็นตอแข็ง"คิดถึงทุกคนที่บ้านไหมคะ" ปรางถามอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านมาไกล และไม่รู้จะมีโอกาสได้กลับไปอีกไหม"คิดถึงครับ ป่านนี้ไอ้หมวดคงถูกเคล้นหาความจริงว่าผมหายตัวไปไหนแล้วละมั่ง""แล้วที่ทำงานของพี่หมอเล่า" เธอหมายถึงโรงพยาบาลที่หมอธาดาทำงานอยู่"ผมหายไปนานขนาดนี้เขาคงไล่ผมออกแล้วล่ะ อีกอย่างอาจจะถูกถอนหุ้นไปหมดแล้วก็ได้" ธาดาพูดติดตลก"หมายถึง….ไม่ได้ทำงานหรือ
ขุนปวรรัชดลระบายความโกรธด้วยการซัดฝ่ามือของบนใบหน้าของนางแต้มเต็มแรง"ลูกใคร!!!!? บอกกู!!!!!" เสียงตะคอกถามดังลั่น ทำให้คนถูกตบเบิกตาโพลนด้วยความหวาดกลัวมองหาที่พึ่งซึ่งยืนอยู่ไกลจากที่ตนนั่ง ทำให้ต้องรีบยกมือไหว้ขอชีวิต"ขุนท่าน….. ฮือ…..อย่าทำบ่าวเลยหนา บ่าวกลัว บ่าวทะ ท้องอยู่หนาเจ้าค่ะ" แต้มเอาลูกมาอ้าง หวังให้ท่านขุนเห็นใจ"กู….ถาม….ว่า….ลูกใคร!!! ห๊ะ!!!! มึงกล้าหลอกกูงั้นรึอีชั่ว!!!""โอ๊ย!!! เจ็บ กลัวแล้ว ๆ ฮือ" ขุนปวรรัชดลฟาดฝ่ามือใส่แต้มอีกครั้ง และเขาไม่สนใจแล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง เพราะเด็กในท้องไม่ใช่สายเลือดของเขา แถมยังให้มารดาเขาดูแลปรนนิบัติมันอย่างดี"พี่แปด ใจเย็นก่อนเถิด" ปรางพยายามขอให้พี่ชายใจเย็นลง ซึ่งเสียงของเธอเปล่าประโยชน์เมื่อขุนปวรรัชดลไม่ฟังอะไรเลย เสียงทะเลาะกับบนเรือนทำให้เมฆที่นั่งรออยู่ด้านล่างกระวนกระวายใจ เพราะหนึ่งในนั้นคือเสียงของแต้ม ทำให้เขาก้าวขึ้นเรือนด้วยความหวาดหวั่น คนมีชนักติดหลังจึงกลัวจนขวัญเสียแต่ก็ต้องยอมเพราะนั่นคือลูกของเขา เขาคงยอมไม่ได้ที่จะเห็นเมียกับลูกถูกทำร้ายเช่นนี้ นิ่มยืนอยู่หน้าห้องของตนเองเพราะเสียงดังทำให้เธอนอนก
"มิเป็นไร เพราะข้าจักถามเอง แม่แสงดาวมิใช่หลานข้ามิใช่ลูกสาวของพี่แปดใช่ฤๅไม่""พูดบ้ากระไรของเจ้า แสงดาวจักมิใช่ลูกของพี่ขุนได้เยี่ยงไร พี่ขุนเป็นผัวพี่หนา" เกสรขึ้นเสียงดังใส่หญิงสาว"เมื่อวานพี่แปดปวดหลังได้ขอให้พี่หมอไปตรวจดูให้ จึงรู้ว่าพี่แปดเป็นหมัน…." ในเมื่อพี่สะใภ้ไม่ยอมรับผิดเสียที ปรางจึงต้องบอกความจริงให้รับรู้"บอกความจริงข้ามาเถิด เพราะว่าข้าเห็นแก่พี่เกสรข้าจึงไม่นำเรื่องนี้ไปบอกพี่แปด ข้ามาคุยกับพี่ก่อน" ปรางขอร้องจากใจแม้จะไม่ชอบใจนักที่พี่ชายถูกหลอกเช่นนี้"เพราะพี่กับพี่แปดแต่งงานอยู่กินกันมานานมิมีลูกเสียที พี่ชายของเจ้ากล่าวหาว่าพี่อ่อนแอมีลูกให้เขามิได้ แถมยังจักให้อีแต้มขึ้นมาเป็นเมียรองจากพี่ พี่เสียใจหนาแม่ปราง ฮึก…. พี่เพียงอยากให้ผัวของพี่เห็นพี่อยู่ในสายตาบ้างแลอยากพิสูจน์ตัวเองว่าพี่มิใช่หญิงอ่อนแอขี้โรค พี่จึงใคร่ขอให้….." เกสรเงียบไปชั่วครู่เพราะกำลังลังเลถึงการพูดถึงพ่อผู้ให้กำเนิดลูกสาวที่แท้จริง"ขอให้กระไรฤๅเจ้าคะ""หมื่นทิศช่วย แม่ปราง….พี่มองมิเห็นผู้ใดจริง ๆ หมื่นทิศเป็นคู่หมายของเจ้า เป็นสหายรักของพี่ขุน พี่จึงขอให้เขาช่วยทำลูกให้พี่ ฮือ…..พี่มิ
"คิดถึงเมียครับ ไปนอนกับท่านแม่ตั้งหลายวันเชียวครับไม่คิดถึงผมหรือ" ธาดาถามอย่างออดอ้อนกึ่งงอนหน่อย ๆ หลังจากที่ท่านพระยาฯ กับท่านหญิงเทียนทราบเรื่องระหว่างปรางกับธาดาแล้วและท่านทั้งสองเปิดใจยอมรับในความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ทว่าวันเวลาผ่านไปการแต่งงานของพวกเขาก็ยังไม่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรางได้ตัดสินใจว่าจะไม่มีการแต่งงานของเธอเกิดขึ้น มีเพียงพิธีผูกแขนตามธรรมเนียมเท่านั้น และได้รับเกียรติจากท่านหญิงไพรมณีมาเป็นเถ้าแก่ฝั่งเจ้าบ่าวให้ธาดา ท่านหญิงเทียนยอมรับในการตัดสินใจของบุตรสาว"หนูคิดถึงพี่หมอสุดหัวใจเลยค่ะ แต่ว่าคืนนี้ขอนอนกับท่านแม่อีกคืนนะคะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะขอท่านแม่กลับไปนอนห้องตัวเอง" ด้วยความที่ท่านหญิงเทียนเพิ่งสูญเสียสามีไปทำให้ท่านไม่กล้าที่จะนอนในห้องคนเดียว ปรางผู้เป็นลูกสาวคนเดียวจึงอาสามานอนเป็นเพื่อนมารดาที่ห้อง เพราะเดือนแรมก็เพิ่งแต่งงานออกเรือนไปท่านจึงไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน"กลับห้องตอนนี้ได้ไหม อยากมีลูกเหมือนคนอื่นเขา" ธาดาพูดจาตรงไปตรงมาส่งผลให้ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย จึงหยิกแขนลำแก้เขินไปหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวในอ้อมแขนหันหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคื







