Mag-log inร้องไห้อีกแล้ว
"อ่ะ ๆ ไม่ต้องร้อง ผมช่วยหนูอยู่แล้ว แต่ผมไม่รู้บ้านหนูอยู่ไหน เท่าที่ผมรู้ก็มีแค่ที่นี่ จำได้ไหมว่าตนเองอยู่อำเภออะไร ตำบลอะไร หรือชื่อหมู่บ้านอะไร" ธาดาจับมือนุ่มนิ่มใช้นิ้วนวดคลึงหลังฝ่ามือเพื่อปลอบประโลม หญิงสาวสะอื้นไห้ยกมือบางเช็ดน้ำตาเบา ๆ
"ข้ามิรู้ดอก แต่ชาวบ้านจะเรียกบ้านข้าว่าเรือนท่านพระยาเกรียง"
อืม....
หมอหนุ่มยกมือลูบหน้าเสยผมตัวเองแรง ๆ เพื่อระงับอารมณ์ เขาอยากโมโหใส่เธอ แต่กลัวว่าจะร้องไห้อีก แล้วจะถูกกล่าวหาว่ารังแกเด็ก
ตัดสินใจพาขึ้นรถขับต่อไปอีก จนเวลาล่วงเลยมาสี่โมงเย็น ตะวันเริ่มหมดแสง คิดว่าวันนี้คงไม่ได้พาเธอกลับบ้านแน่ จึงขับรถเข้ากรุงเทพฯ คงต้องหาที่อยู่ให้เธออาศัยอยู่สักพักจนกว่าจะหาบ้านเธอได้
"หิวข้าวไหม" เขาถามขณะขับรถอยู่
"ท่านเพิ่งพาข้ากินเมื่อครู่ ข้าวผัดหมูอร่อย ข้ามิเคยกินเลยเจ้าค่ะ" ลืมไปว่าเพิ่งกินข้าวเที่ยงตอนบ่ายสอง
"งั้นใกล้ถึงค่อยแวะซื้อเข้าไปกินที่บ้านแล้วกันนะ"
"ท่านจักพาข้าไปที่ใดหรือเจ้าคะ"
"บ้านผมเอง" หมอหนุ่มหันมายิ้มหวานให้แวบเดียวแล้วหันไปขับรถต่อ
ปรางหญิงสาวกรุงศรี บุตรสาวพระยาเกรียงไกรเดชานุโสธยากับท่านหญิงเทียน บัดนี้ทำเรื่องบัดสี ยอมให้ชายอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวหรือคู่หมั้นคู่หมายแตะเนื้อต้องตัว แถมยัง.... น่าอับอายนัก
แล้วนี่ยังยอมให้เขาพากลับบ้าน พักอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันเสียอีก แล้วเธอจะทำเช่นไรเล่า จะกลับบ้านได้อย่างไร ที่นี่คือที่ใดยังไม่รู้เลย
"ปราง" ธาดาเรียกชื่อเธอเบา ๆ เพราะระหว่างขับรถกลับกรุงเทพฯ หญิงสาวเงียบมาตลอดทางจนเขานึกว่าเธอหลับ แต่พาหันมามองเห็นยังลืมตาอยู่จึงเรียก
"เจ้าคะ" เธอขานรับเสียงเบา
"คิดถึงบ้านเหรอ อยู่กับผมไปก่อนนะ ผมจะหาทางช่วยคุณเอง" เขายื่นมือมาบีบมือนุ่มเบา ๆ พอได้ยินคำว่าคิดถึงบ้าน หญิงสาวก็ปล่อยโฮขึ้นมาทันที
ผู้ปกครองจำเป็นจึงต้องปลอบเป็นการใหญ่เธอกว่าจะสงบลงได้ เธอผล็อยหลับไปแล้ว คุณหมอธาดาปล่อยให้หญิงสาวนอนหนุนตักเขา จนถึงบ้าน
คราแรกเขาตั้งใจจะพาเธอแวะซื้อเสื้อผ้าข้าวของเครื่องใช้จำเป็นสำหรับผู้หญิง เพราะเธอไม่มีอะไรติดตัวมาเลย นอกจากชุดที่ใส่อยู่ เขาให้พยาบาลน้ำฝนเป็นคนจัดหามาให้ ธาดาเห็นว่าฟ้ามืดแล้วจึงไม่แวะ นอกจากแวะซื้อข้าวผัดหมู 2 กล่องกลับไปกินที่บ้าน
รถยนต์ของหมอธาดาเลี้ยวเข้ามาจอดในรั้วบ้าน เขาหันไปมองหญิงสาวที่หลับสนิทและดูจากใบหน้าอิ่มเอมแล้งคงจะไม่ตื่นอย่างแน่นอน ชายหนุ่มจึงตัดสินใจอุ้มเธอแนบอกเดินเข้าไปในตัวบ้าน วางหญิงสาวให้นอนราบบนโซฟาหนังราคาแพง ก่อนจะเดินกลับไปที่รถเพื่อเอาแฟ้มงาน เสื้อกาวน์ของแพทย์ และข้าวผัดหมู หอบหิ้วข้าวของมาวางไว้ที่โต๊ะ เหลือบไปเห็นหญิงสาวนั่งมองเขาแววตาบ้องแบ๊วอยู่บนโซฟา ทำไมเธอถึงชอบทำตัวให้เขาอยากกระโจนเข้าใส่แบบนี้นะ
"อยู่ที่นี่ไปก่อนนะ" เขาเอ่ยกับเธอ หมอธาดาพาหญิงสาวมาอยู่ที่บ้านของตนเอง หนุ่มโสดอาศัยอยู่คนเดียวการที่มีสาวสวยมาอาศัยร่วมชายคาเดียวกันเป็นเรื่องที่ลำบากนัก แต่เขาก็เสียสละยอมแบ่งที่กิน ที่นอน ที่อาบน้ำให้ใช้ บ้านสองชั้น หนึ่งห้องนอน ความจริงแล้วเดิมทีมีสองห้องนอน ในเมื่ออยู่คนเดียวจึงดัดแปลงเป็นห้องทำงานและห้องออกกำลังกายส่วนตัว
"เรือนของท่านรึ แปลกตาข้านักคล้ายกับเรือนฝาหรั่ง" หญิงสาวเดินดูรอบ ๆ บ้านด้วยอาการอย่างรู้อยากเห็นเหมือนเด็กน้อยซุกซน ทุกอย่างแปลกตาไม่เคยเห็นมาก่อน ชายหนุ่มเดินตามมาติด ๆ จับมือบางเอาไว้ก่อนที่เธอจะเดินห่างออกไปไกล
"ไปดูห้องนอนกันดีกว่า" สายตาแสนเจ้าเล่ห์ รอยยิ้มกรุ้มกริ่มพาหญิงสาวต่างยุคเดินขึ้นชั้นสองของบ้าน
"ข้านอนที่นี่ แล้วท่านนอนที่ใดฤๅ"
"ข้าก็นอนนี่ไง"
"ว้าย!" เสียงหวีดร้องตกใจ เพราะมือเรียวถูกดึงกระชากล้มลงบนเตียงกระแทกเข้ากับแผงอกกว้างทำให้หญิงสาวตกอยู่ในอ้อมกอดหมอหนุ่มจอมเจ้าเล่ห์ เขาดอมดมเรือนผมหอม กลิ่นที่ไม่คุ้นจมูกเลย พยายามนึกว่ากลิ่นนี้เป็นยาสระผมยี่ห้ออะไร ตัวเธอก็หอมกลิ่นคล้ายแป้งเด็ก แต่ไม่ใช่ กลิ่นมันหอมแบบไทย ๆ ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน กลิ่นหอมจากกายสาว เนื้อตัวนุ่มนิ่มน่ากอด คงจะเพราะสิ่งนี้กระมังที่ทำให้เขาอยากได้เธอมาอยู่ชิดใกล้
"ท่าน! อย่า! " ปรางร้องห้าม มือบางทั้งสองข้างยันอกหนาไว้มั่น ใบหน้านวลเบี่ยงหลบปากกับจมูกที่เข้ามาใกล้หน้าของเธอ มันอยู่กันเพียงฝ่ามือกั้นรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจของเขา ธาดาเปลี่ยนตำแหน่งจู่โจม ซุกใบหน้าเข้าหาซอกคอขาว ใช้จมูกถูไถไปทั่ว จนเธอขนลุกชัน
"หอม" พูดเหมือนละเมอ
"อย่าทำกับข้าเยี่ยงนี้เลย ได้โปรด ฮึก ฮือ"
เธอร้องไห้
กรุงเทพมหานคร แสงสว่างได้นำพาทั้งสองมายังบ้านของธาดา ซึ่งเป็นบ้านหลังที่ทั้งคู่มีความทรงจำที่ดีร่วมกันมาหลายเดือน ในบ้านหลังนี้ยังมีหมวดตะวันอยู่ด้วยเพราะในขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ ธาดาได้ฝากฝังให้เพื่อนรักมาอยู่ดูแลและเฝ้าบ้านให้ ซึ่งผู้หมวดตะวันก็กำลังงีบหลับอยู่บนโซฟาตัวยาวหน้าโทรทัศน์ ปรางเงยหน้ามองสามีด้วยสายตากรุ้มกริ่มมีความคิดบางอย่างแอบแฝง ก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเท้าไปหาบุคคลที่นอนหลับอยู่“พี่ตะวันขา........”“หืม?” เมื่อได้ยินเสียงแว่ว ๆ จึงสะลึมละลือตื่นขึ้นมา เข้าใจว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่ เพราะบ้านทั้งหลังมีเพียงเขาคนเดียวที่เป็นสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ ดวงตาเปิดกว้างมากขึ้นมองเห็นอะไร ๆ ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ทันใดก็ตามาด้วยเสียงร้องตกใจปนดีใจที่ได้เห็นคนสองคนที่เขาโคตรคิดถึงและเฝ้ารอคอย“เฮ้ย!!!! ไอ้หมอ น้องปราง จริงเหรอ พวกมึงกลับมาแล้ว!” หมวดตะวันโผกอดเพื่อนรักแน่น แถมยังฉวยโอกาสกอดเมียเพื่อนด้วย ธาดารู้ทันรีบดึงร่างบางของภรรยาไปหลบด้านหลังตนเอง“เฮ้ย เมียกู ไอ้นี่ วอนซะแล้ว”“โทษทีมึง กูลืมตัว ว่าแต่กลับมาเมื่อไหร่ กลับมาได้ยังไง มึงรู้ไหมว่าแม่มึ
ส่วนหมื่นพรรธน์ยศหลังจากที่เขาได้แต่งงานกับแม่เดือนแรม ช่วงนี้แม่เดือนแรมมีครรภ์อ่อน ๆ แถมยังมีอาการแพ้ท้องหนักไม่สู้ดีนัก เหม็นกลิ่นอาหาร อยากแต่จะกินของแปลก ๆ ไข่มดแดง หนูนาย่าง หรือแม้แต่เนื้อวัวสด ๆ จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่วรสขม ท่านหมื่นจึงต้องดูแลเมียอย่างใกล้ชิด เพราะแบบนี้เขาจึงไม่ได้แวะไปหาลูกสาวที่เกิดจากแม่เกสรเลย นอกเสียจากขุนปวรรัชดลจะนัดเจรจาเรื่องงานเท่านั้นจึงจะแวะไป ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดปัญหากับสหายรัก หลังจากที่ผัวของแม่เกสรรู้เรื่องพ่อที่แท้จริงของแม่แสงดาว เขาก็ไม่สบายใจเท่าใดนักถึงแม้ว่าขุนปวรรัชดลจะไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องนี้เลยก็ตาม“แม่ อยากกินสิ่งใดฤา พี่จักให้พวกบ่าวหามาให้จงได้”“ข้าเวียนหัว ข้าคิดถึงแม่ ฮือ” นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เขาต้องพบเจอ นั่นคืออารมณ์แปรปรวนของเมียสาว“โอ๋ ๆ อย่าร้องไห้เมียพี่”“คุณหญิงเดือนมาเจ้าคะหมื่นท่าน” บ่าวรับใช้คลานเข่าเข้ามาหาเพื่อแจ้งข่าว“ท่านแม่”“ลูกแม่ เป็นเยี่ยงไรบ้าง เจ้าร้องไห้รึ” แม่เดือนรีบโผเข้ากอดลูกสาว เมื่อเห็นน้ำตาของผู้เป็นลูกสาว สายตาดุก็ตวัดมองหน้าเจ้าลูกเขยตัวดี ท่านหมื่นรีบยกมือห้าม อย่าเพิ่งเข้าใ
1 เดือนต่อมา เมื่อเรื่องราวต่าง ๆ ถูกคลี่คลายและจบลงด้วยดีทำให้เรือนท่านพระยาเกรียงไกรกลับมาสดใสอีกครั้ง ขุนปวรรัชดลยอมรับแสงดาวเป็นลูกสาวและยอมให้อภัยภรรยาเนื่องด้วยเหตุผลที่กระทำลงไปนั้นเขามีส่วนผิด ที่สำคัญเขารักหนูน้อยแสงดาวนี้เต็มหัวใจไปแล้วจึงยากจะไม่รักได้ นิ่มถูกส่งตัวกลับไปหาท่านป้าปิ่นทองด้วยเหตุผลที่ว่าขุนปวรรัชดลต้องการทุ่มเทหัวใจและเวลาทั้งหมดให้กับลูกสาวและภรรยา"แม่ปราง""พี่หมอ" ธาดาซึมซับความเป็นชาวกรุงศรี ทั้งการใช้ชีวิตการกินและการพูดจา ด้วยความที่ธาดาไม่ได้ดูแลผิวพรรณอย่างสม่ำเสมอเพราะที่กรุงศรีไม่มีครีมบำรุง หรือแม้แต่ที่โกนหนวดเครา ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้มีริ้วรอยและหนวดเคราขึ้นเป็นตอแข็ง"คิดถึงทุกคนที่บ้านไหมคะ" ปรางถามอย่างเข้าใจความรู้สึกของคนที่จากบ้านมาไกล และไม่รู้จะมีโอกาสได้กลับไปอีกไหม"คิดถึงครับ ป่านนี้ไอ้หมวดคงถูกเคล้นหาความจริงว่าผมหายตัวไปไหนแล้วละมั่ง""แล้วที่ทำงานของพี่หมอเล่า" เธอหมายถึงโรงพยาบาลที่หมอธาดาทำงานอยู่"ผมหายไปนานขนาดนี้เขาคงไล่ผมออกแล้วล่ะ อีกอย่างอาจจะถูกถอนหุ้นไปหมดแล้วก็ได้" ธาดาพูดติดตลก"หมายถึง….ไม่ได้ทำงานหรือ
ขุนปวรรัชดลระบายความโกรธด้วยการซัดฝ่ามือของบนใบหน้าของนางแต้มเต็มแรง"ลูกใคร!!!!? บอกกู!!!!!" เสียงตะคอกถามดังลั่น ทำให้คนถูกตบเบิกตาโพลนด้วยความหวาดกลัวมองหาที่พึ่งซึ่งยืนอยู่ไกลจากที่ตนนั่ง ทำให้ต้องรีบยกมือไหว้ขอชีวิต"ขุนท่าน….. ฮือ…..อย่าทำบ่าวเลยหนา บ่าวกลัว บ่าวทะ ท้องอยู่หนาเจ้าค่ะ" แต้มเอาลูกมาอ้าง หวังให้ท่านขุนเห็นใจ"กู….ถาม….ว่า….ลูกใคร!!! ห๊ะ!!!! มึงกล้าหลอกกูงั้นรึอีชั่ว!!!""โอ๊ย!!! เจ็บ กลัวแล้ว ๆ ฮือ" ขุนปวรรัชดลฟาดฝ่ามือใส่แต้มอีกครั้ง และเขาไม่สนใจแล้วว่าท้องหรือไม่ท้อง เพราะเด็กในท้องไม่ใช่สายเลือดของเขา แถมยังให้มารดาเขาดูแลปรนนิบัติมันอย่างดี"พี่แปด ใจเย็นก่อนเถิด" ปรางพยายามขอให้พี่ชายใจเย็นลง ซึ่งเสียงของเธอเปล่าประโยชน์เมื่อขุนปวรรัชดลไม่ฟังอะไรเลย เสียงทะเลาะกับบนเรือนทำให้เมฆที่นั่งรออยู่ด้านล่างกระวนกระวายใจ เพราะหนึ่งในนั้นคือเสียงของแต้ม ทำให้เขาก้าวขึ้นเรือนด้วยความหวาดหวั่น คนมีชนักติดหลังจึงกลัวจนขวัญเสียแต่ก็ต้องยอมเพราะนั่นคือลูกของเขา เขาคงยอมไม่ได้ที่จะเห็นเมียกับลูกถูกทำร้ายเช่นนี้ นิ่มยืนอยู่หน้าห้องของตนเองเพราะเสียงดังทำให้เธอนอนก
"มิเป็นไร เพราะข้าจักถามเอง แม่แสงดาวมิใช่หลานข้ามิใช่ลูกสาวของพี่แปดใช่ฤๅไม่""พูดบ้ากระไรของเจ้า แสงดาวจักมิใช่ลูกของพี่ขุนได้เยี่ยงไร พี่ขุนเป็นผัวพี่หนา" เกสรขึ้นเสียงดังใส่หญิงสาว"เมื่อวานพี่แปดปวดหลังได้ขอให้พี่หมอไปตรวจดูให้ จึงรู้ว่าพี่แปดเป็นหมัน…." ในเมื่อพี่สะใภ้ไม่ยอมรับผิดเสียที ปรางจึงต้องบอกความจริงให้รับรู้"บอกความจริงข้ามาเถิด เพราะว่าข้าเห็นแก่พี่เกสรข้าจึงไม่นำเรื่องนี้ไปบอกพี่แปด ข้ามาคุยกับพี่ก่อน" ปรางขอร้องจากใจแม้จะไม่ชอบใจนักที่พี่ชายถูกหลอกเช่นนี้"เพราะพี่กับพี่แปดแต่งงานอยู่กินกันมานานมิมีลูกเสียที พี่ชายของเจ้ากล่าวหาว่าพี่อ่อนแอมีลูกให้เขามิได้ แถมยังจักให้อีแต้มขึ้นมาเป็นเมียรองจากพี่ พี่เสียใจหนาแม่ปราง ฮึก…. พี่เพียงอยากให้ผัวของพี่เห็นพี่อยู่ในสายตาบ้างแลอยากพิสูจน์ตัวเองว่าพี่มิใช่หญิงอ่อนแอขี้โรค พี่จึงใคร่ขอให้….." เกสรเงียบไปชั่วครู่เพราะกำลังลังเลถึงการพูดถึงพ่อผู้ให้กำเนิดลูกสาวที่แท้จริง"ขอให้กระไรฤๅเจ้าคะ""หมื่นทิศช่วย แม่ปราง….พี่มองมิเห็นผู้ใดจริง ๆ หมื่นทิศเป็นคู่หมายของเจ้า เป็นสหายรักของพี่ขุน พี่จึงขอให้เขาช่วยทำลูกให้พี่ ฮือ…..พี่มิ
"คิดถึงเมียครับ ไปนอนกับท่านแม่ตั้งหลายวันเชียวครับไม่คิดถึงผมหรือ" ธาดาถามอย่างออดอ้อนกึ่งงอนหน่อย ๆ หลังจากที่ท่านพระยาฯ กับท่านหญิงเทียนทราบเรื่องระหว่างปรางกับธาดาแล้วและท่านทั้งสองเปิดใจยอมรับในความสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่ทว่าวันเวลาผ่านไปการแต่งงานของพวกเขาก็ยังไม่เกิดขึ้นเป็นเพราะปรางได้ตัดสินใจว่าจะไม่มีการแต่งงานของเธอเกิดขึ้น มีเพียงพิธีผูกแขนตามธรรมเนียมเท่านั้น และได้รับเกียรติจากท่านหญิงไพรมณีมาเป็นเถ้าแก่ฝั่งเจ้าบ่าวให้ธาดา ท่านหญิงเทียนยอมรับในการตัดสินใจของบุตรสาว"หนูคิดถึงพี่หมอสุดหัวใจเลยค่ะ แต่ว่าคืนนี้ขอนอนกับท่านแม่อีกคืนนะคะเดี๋ยวพรุ่งนี้จะขอท่านแม่กลับไปนอนห้องตัวเอง" ด้วยความที่ท่านหญิงเทียนเพิ่งสูญเสียสามีไปทำให้ท่านไม่กล้าที่จะนอนในห้องคนเดียว ปรางผู้เป็นลูกสาวคนเดียวจึงอาสามานอนเป็นเพื่อนมารดาที่ห้อง เพราะเดือนแรมก็เพิ่งแต่งงานออกเรือนไปท่านจึงไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน"กลับห้องตอนนี้ได้ไหม อยากมีลูกเหมือนคนอื่นเขา" ธาดาพูดจาตรงไปตรงมาส่งผลให้ใบหน้าหวานแดงซ่านด้วยความเขินอาย จึงหยิกแขนลำแก้เขินไปหนึ่งที ก่อนจะหมุนตัวในอ้อมแขนหันหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคื
เขาเดินลงจากเรือนขุนปวรรัชดล เป้าหมายที่จะไปคือเรือนเล็กด้านหลังซึ่งเป็นเรือนที่แม่เดือนแรมอาศัยอยู่กับแม่เดือน เขาเดินลัดเลาะไปทางด้านหลังของเรือนใหญ่ของท่านพระยาฯ ไฟบนเรือนมืดสนิท มีไฟสาดส่องอยู่บริเวณด้านหน้าของเรือน ดึกดื่นป่านนี้คงเข้านอนเสียแล้วกระมังแม้นจะคิดได้แต่ก็แอบปีนชานเรือนด้านข้างขึ
เดือนแรม ชื่อนี้ที่ติดอยู่ในใจ ท่านหญิงเทียนถามหานางทำไม แล้วขุนปวรรัชดลเรียกนางว่าอะไรนะ น้องงั้นเหรอ สร้างความสงสัยแคลงใจให้หมื่นพรรธน์ยศไม่น้อย จนอยากจะเอ่ยถามให้คลายสงสัย แต่ก็ไม่อาจทำได้จึงต้องเก็บไว้ให้คาใจเล่น อดทนฟังต่อไป"เมื่อวานน้องเจ้าขึ้นเรือนมาดูแลท่านพ่อ และบอกจะมาคอยดูแลแม่แทนแม่ปร
ก่อนร่างหนาจะกระตุก น้ำเชื้อพุ่งใส่ร่องรักจนเอ่อล้นออกมา เขาสุขสมอารมณ์หมายล้มตัวลงนอนแผ่หลาข้างกายเธอ เดือนแรมหอบหายใจถี่กระชั้นชิด พยุงร่างกายอันบอบช้ำให้ลุกขึ้นยืน เก็บผ้าผ่อนข้าวของที่กระจัดกระจายเต็มพื้นขึ้นแนบออก "เดี๋ยว นั่นจะไปไหน" หมื่นพรรธน์ยศร้องถาม แต่ไม่ได้รับคำตอบ เขามองร่างผอมบางเดิ
เหวี่ยงร่างเดือนแรมเข้าไปในพุ่มไม้ ที่มีต้นกล้วยขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ เขากอดรัดฟัดเหวี่ยงเพื่อไม่ให้เธอดิ้นหนี มือหนาหยาบกร้านข้างหนึ่งใช้อุดปาก เดือนแรมไม่สามารถร้องไห้ใครได้ยินได้"อื้อ อ้าย""หยุดดิ้น แล้วก็หยุดแหกปากของเจ้าได้แล้ว" เขากดเสียงต่ำให้ดูน่ากลัว ก้มหน้าลงซุกไซร้ซอกคอขาว กลิ่นกายหอมต่างจ







