Masukแววตาของกู้เหยียนหลี่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดและความเจ็บปวดรวดร้าว ทั้งยังแฝงไปด้วยร่องรอยของความขัดแย้งในใจและความสับสนเคว้งคว้างที่ปรากฏให้เห็นราง ๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นสบตาเซิ่นหรูซวง ถึงได้สังเกตเห็นว่านัยน์ตาของเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอยอย่างเด่นชัด“ฉันไม่ต้องการให้เธอมาขอบคุณฉัน และไม่ต้องการได้ยินคำขอโทษจากเธอ ฉันเห็นหน้าเธอทีไร ก็นึกถึงวินาทีสุดท้ายก่อนที่ลู่ลู่จะจากไป ฉันดันไปอยู่ฝั่งตรงข้าม ไม่ได้อยู่ฝั่งลู่ลู่ ตอนที่เธอตายไปจะเกลียดฉันหรือเปล่า? จะโทษฉันไหม? เรื่องพวกนี้ฉันไม่มีทางรู้เลย หลายวันมานี้ฉันก็ได้แต่ทรมานใจอยู่ตลอดเวลา”กู้เหยียนหลี่กุมขมับ “ฉันถึงขั้น ถึงขั้นนึกเสียใจที่ไปพบเติ้งโหย่วกัง ฉันรักลู่ลู่ขนาดนั้น ทั้งที่ฉันเคยบอกไว้แล้วว่าจะปกป้องเธอตลอดชีวิต ทำไมฉันถึง...”นับเป็นครั้งแรกที่เซิ่นหรูซวงถึงกับพูดไม่ออก แววตาของเธอหม่นแสงลงไปในทันทีคนทั้งสองต่างจ้องมองกันและกันด้วยความเงียบงันกู้เหยียนหลี่เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่แดงก่ำราวกับเลือดจ้องเขม็งไปที่เซิ่นหรูซวง ใบหน้าที่ซูบผอมและซีดเผือดทำให้เขาดูแก่ขึ้นอีกสิบกว่าปี อีกทั้งน้ำเสียงของเขายังแหบพร่าและสั่นเครื
สีหน้าของสือเหยาบูดบึ้งกว่าเดิมในพริบตา ทำให้ตำรวจต้องเหลือบมองมาทางเธออยู่หลายครั้งข้อเท็จจริงทุกอย่างตรงตามที่เฉินจื่อเหยาสารภาพไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เซิ่นหรูซวงนึกย้อนไปถึงตอนที่เธอพยายามเข้าหากู้เหยียนหลี่อยู่หลายครั้งเพื่อสืบเรื่องของเติ้งโหย่วกังถ้าเป็นตามที่ว่ามาจริง กู้เหยียนหลี่ต้องมาพลอยรับเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปทั้งที่ไม่ได้รู้อีโหน่อีเหน่ตำรวจขมวดคิ้วเล็กน้อย “ประเด็นเรื่องการเข้ามอบตัว ทางเราเองก็ได้สอบถามแล้ว แต่คำตอบที่ได้ก็คือ เขาอยากจะมอบตัวตอนไหน มันก็เรื่องของเขา”ตำรวจแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์เล็กน้อยเมื่อพูดถึงคำพูดของเฉินจื่อเหยา “สรุปใจความจากคำพูดของเฉินจื่อเหยาก็คือ เขาแค่อยากจะรอดูตำรวจวุ่นวายจนหัวหมุนเพื่อตามหาตัวเขา ทำให้เขารู้สึกภูมิใจและสะใจ ตอนนี้เขาได้ดูเรื่องสนุกจนหนำใจแล้ว ก็เลยอยากจะมามอบตัว เขาบอกว่าอย่างไรแล้วตำรวจก็ต้องตามสืบจนเจอตัวเขาอยู่ดี แทนที่จะรอให้ถูกจับ สู้มามอบตัวก่อนเพื่อขอลดโทษจะดีกว่า”ในเชิงตรรกะแล้ว ไม่มีจุดไหนที่ดูผิดปกติเลยสักนิดตำรวจพูดเสริม “ตอนนี้หลักฐานทุกอย่างแน่นหนา เบื้องบนเองก็สั่งการลงมาให้ทางเราสรุปปิดคดีได้เลย”เซิ่นห
“เฉินจื่อเหยามามอบตัวแล้ว เขาให้การรับสารภาพว่าเหตุการณ์รถชนทั้งสองครั้ง รวมถึงคดีลักพาตัวคุณเซิ่นเป็นฝีมือของเขาเอง โดยเขาเริ่มจากการถอนเงินสดจำนวนมากออกจากธนาคาร แล้วนำไปส่งมอบให้คนขับรถที่ก่อเหตุทั้งสองคนรวมถึงกลุ่มโจรลักพาตัวด้วยตัวเอง พร้อมกำชับให้พวกเขาจงใจสร้างสถานการณ์อุบัติเหตุบนท้องถนนและลักพาตัวคุณเซิ่น พวกเขาระวังตัวมาก หลังจากได้รับเงินก้อนนั้นมาแล้วก็ไม่ได้นำไปฝากเข้าธนาคารทันที นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ทางเราตรวจไม่พบเบาะแสความเชื่อมโยงใด ๆ ผ่านเส้นทางการเงินเลย”“ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้มอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องมาให้ด้วย และทางเราได้นำกำลังเข้าไปตรวจค้นตามคำให้การจนพบเงินสดก้อนใหญ่ซุกซ่อนอยู่ในบ้านของคนขับรถคู่กรณีทั้งสองคนจริง ๆ ส่วนพวกโจรลักพาตัวอีกสองคนนั้นเอาเงินไปซ่อนไว้ที่ต่างจังหวัด คงต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยกว่าจะตามหาเจอ”“ทางเรายังได้ตรวจสอบบัญชีธนาคารของเฉินจื่อเหยา พบว่ามีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ออกไปในช่วงไม่กี่วันก่อนเกิดอุบัติเหตุจริง นอกจากนี้เขายังระบุสถานที่ที่ใช้ส่งมอบเงินกันโดยตรง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว และยืนยันได้ว่าสิ่งท
ตอนที่ตำรวจโทรเข้ามา การประชุมก็ดำเนินมาถึงช่วงท้ายแล้ว เซิ่นหรูซวงตั้งใจว่าจะโทรกลับหลังจากประชุมจบเซิ่นหรูซวงสั่งให้เลขารีบประสานงานไปยังผู้รับผิดชอบโปรเจกต์เกมกระต่ายนักเดินทาง เพื่อเจรจาหาทางออกร่วมกัน พร้อมทั้งกำชับให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์เร่งออกแถลงการณ์โดยด่วนที่สุดหลังจากปิดการประชุม ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปจัดการงานในส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบทันที ส่วนเซิ่นหรูซวงก็ได้โทรกลับไปยังเบอร์ของสถานีตำรวจปลายสายรับสายแทบจะในทันที “คุณเซิ่น”เซิ่นหรูซวงตอบว่า “ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ เมื่อสักครู่ฉันประชุมอยู่ จึงไม่ได้รับสาย ไม่ทราบว่ามีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?”น้ำเสียงของตำรวจเริ่มจริงจังขึ้นมา “คุณเซิ่น เกี่ยวกับคดีหลายคดีที่เกิดขึ้นกับคุณและคุณกู้เหยียนหลี่ ตอนนี้มีคนเดินทางมามอบตัวแล้วครับ”เซิ่นหรูซวงชะงักไปครู่หนึ่ง “เป็นใครหรือคะ?”ตำรวจพูดต่อว่า “เฉินจื่อเหยา ลูกชายของเฉินฉวนหมิน ก็คือเฉินฉวนหมินที่คุณรู้จักนั่นแหละครับ เฉินจื่อเหยาเดินทางมามอบตัวแล้ว และเขาก็สารภาพว่า เรื่องทั้งหมดนี้เป็นแผนการที่เขาเป็นคนบงการให้คนไปทำเองครับ”เซิ่นหรูซวงขมวดคิ้วแน่น ความตกตะลึงฉายชัดออกมาในแววตา
เจียงเสี่ยวชุนพูดเสริมว่า “ทั้งตระกูลซิงและตระกูลเว่ยต่างก็ปิดข่าวเรื่องการเสียชีวิตของเว่ยอวิ่นลู่ ไม่มีหลุดออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ฉันได้ยินคนวงในกระซิบกันว่าเถ้ากระดูกของเว่ยอวิ่นลู่ถูกฝังไว้ที่สุสานเฉิงตงแล้ว ซึ่งเป็นที่ฝังศพบรรพบุรุษส่วนใหญ่ของตระกูลเว่ย งานศพก็จัดแบบเรียบง่าย มีแขกมาร่วมงานแค่ไม่กี่คน ไม่มีการป่าวประกาศอะไร คาดว่าคงไม่อยากให้คนภายนอกรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเว่ยอวิ่นลู่กับเติ้งโหย่วกังน่ะ”“แถมฉันยังได้ยินว่า แม่ของเว่ยอวิ่นลู่ร้องไห้จนเป็นลมไปสองรอบในงานศพด้วยนะ...”เซิ่นหรูซวงได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าด้วยท่าทีเรียบเฉย “ค่ะ เข้าใจแล้ว”สือเหยามองออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ “เธอยังมีเรื่องสงสัยอีกใช่ไหม?”เซิ่นหรูซวงนิ่งเงียบครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “เป็นแค่การคาดเดา ยังไม่มีหลักฐาน”เมื่อไม่มีคนพูดอะไรอีก เซิ่นหรูซวงก็พูดต่อว่า “กลับกันก่อนได้เลยนะ”ไม่ใช่แค่ทางตำรวจที่กำลังตามสืบเรื่องคนขับรถชนในอุบัติเหตุหลายครั้งที่ผ่านมาและกลุ่มโจรลักพาตัวเท่านั้น ทางเซิ่นหรูซวงกับสือเหยาเองก็กำลังตามสืบเรื่องนี้อยู่เหมือนกันร่างกายของเซิ่นหรูซวงยังไม่หายดี แต่ก็จะไปทำง
เจียงเสี่ยวชุนไม่ได้เป็นคนที่อยู่ในสถานการณ์และเกี่ยวข้องโดยตรง จึงไม่สามารถเข้าใจความรู้สึกในตอนนี้ของเซิ่นหรูซวงได้อย่างแท้จริง และทำได้เพียงเงียบโชคดีที่สือเหยานำอาหารกลับมาแล้ว กลิ่นหอมของอาหารแผ่ซ่านไปทั่วห้องและขจัดบรรยากาศที่หนักอึ้งออกไปทันทีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เซิ่นหรูซวงพยายามหาโอกาสพูดคุยกับกู้เหยียนหลี่และซิงจือเหยียนอยู่ตลอด แต่พวกเขาก็ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นเลยเซิ่นหรูซวงถึงกับเคยขอให้สือเหยาพาเธอออกไปตามหา แต่คนของตระกูลเว่ยได้ออกไปจากโรงพยาบาลตั้งนานแล้ว พวกเขารับศพของเว่ยอวิ่นลู่ออกไปแล้วกู้เหยียนหลี่กับซิงจือเหยียนเองก็ไม่เคยเห็นเลยแม้แต่เงา หากตามที่พยาบาลบอก กู้เหยียนหลี่ออกจากโรงพยาบาลในวันที่ร่างของเว่ยอวิ่นลู่ถูกรับตัวไปเซิ่นหรูซวงเคยไปที่ห้องพักผู้ป่วยของกู้เหยียนหลี่ แล้วก็มองผู้ป่วยคนอื่นที่เข้ามาพักด้วยความเหม่อลอยถ้าเป็นไปได้ เซิ่นหรูซวงคิดอยากจะพูดคุยกับเขาต่อหน้าแต่เห็นได้ชัดว่า ตั้งแต่กู้เหยียนหลี่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และออกไปจากโรงพยาบาลก็ไม่เคยมาเยี่ยมเธอเลยสักครั้ง อาจเป็นเพราะเขาไม่อยากเห็นหน้าเธอหรือบางทีเขาอาจกำลังนึกเสียใจภายหลัง
เฉินฉวนหมินจ้องหน้าเธอเขม็งพร้อมกับยิ้มเยาะ “เซิ่นหรูซวง เธอประหลาดใจมากสินะที่เห็นว่าฉันยังไม่ได้เข้าคุก?”เซิ่นหรูซวงตอบแบบส่ง ๆ “นั่นสิ ตายยากเหมือนแมลงสาบ ตีไม่ตายก็เป็นเรื่องปกติ”ขณะนี้เฉินฉวนหมินอารมณ์ดี หาได้ยากที่ไม่ถือสาคำพูดเหน็บแนมของเซิ่นหรูซวงอย่างที่เคยเป็น เขายกแก้วกระดาษบนโต๊ะขึ้น
ท่าทีของเซิ่นหรูซวงดูเหมือนจะให้ความสนใจมากจริง ๆ แววตาเป็นประกายเปี่ยมไปด้วยความสนใจอย่างยิ่งยวด จนทำให้เว่ยอวิ่นลู่แอบกัดฟันกรอดด้วยความเงียบงันนัยน์ตาของเว่ยอวิ่นลู่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย จากนั้นเธอก็พูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดว่า “อย่ามาปล่อยข่าวลือไร้สาระที่นี่ ฉันไม่ได้ไปขอความช่วยเหลือจากใคร ฉัน
พนักงานหญิงหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ “เธอเห็นผู้หญิงสวยคนไหนก็บอกว่าคุ้นหน้าไปหมด”พนักงานชายหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย “ฉันพูดจริง ๆ นะ ฉันจำได้จริง ๆ ว่าเคยเห็นเธอ แต่แค่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกสักที”“กำลังคุยอะไรกันอยู่?”เสียงของเจ้าของร้านดังขึ้นจากทางด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัวพนักงานชายรีบบอก “เจ้าของร้
เยี่ยนอวี้เจ๋อหัวเราะเสียงแผ่ว “ลู่ลู่ คุณเคยทิ้งผมไปครั้งหนึ่งแล้ว ผมต้องการผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมและจับต้องได้ ไม่อย่างนั้น ผมคงจะรู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่สามารถช่วยเหลือคุณได้อีก”เว่ยอวิ่นลู่กัดฟันกรอดเยี่ยนอวี้เจ๋อมีความทะเยอทะยานสูง สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำให้สำเร็จได้ง่าย ๆ แน







