LOGINแต่แล้วหลายปีผ่านไป เธอก็หวนกลับคืนสู่วงการอีกครั้ง เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดาราตกอับส่วนใหญ่มักจะหมดที่ยืนในวงการ ไม่ก็ตกต่ำจนไม่เหลือโอกาสลืมตาอ้าปากสู้สังคม แต่สำหรับเธอแล้ว เธอกลับมาพร้อมกระแสรังเกียจ คนที่เคยมีเรื่องกับเธอต่างไม่สบายใจ กลัวจะถูกอาฆาตตามราวี ดังนั้นทุกคนจึงจับจ้องแกมแช่ง คาดเดาว่าพี่ธิคงจะดันเธอให้รับบทนางร้าย แต่ เปล่าเลย เธอได้รับบทเป็นเพียงตัวประกอบ และตั้งหน้าตั้งตาทำขนม ไม่ก็ข้าวกล่องมาส่งให้กองถ่าย ผู้จัดละครเห็นเกนหลงมีลูกเล็ก เขานึกสงสารจึงรับซื้อไว้ แรกๆ ก็ไม่มีใครกล้ากิน โยนทิ้งลับหลังก็บ่อย จนกระทั่ง...
“อร่อยมากเลย ขนาดเย็นแล้ว กุ้งทอดยังกรอบเด้งอยู่เลย”
“ชุดเบนโตะของเธอน่ารักมากเลย”
“วันนี้ลองชิมขนมเค้กของเจ้าหญิงดาวร่วงแล้วยังอร่อยกว่าร้านในห้างอีกนะ”
วันนั้นร้านข้าวเจ้าประจำมาส่งช้า คนในกองถ่ายทนหิวไม่ไหว จึงหยิบข้าวกล่องของเกนหลงมากินแก้หิว พอคนแรกกินหมดเกลี้ยงอย่างเอร็ดอร่อยแล้วทำท่าจะคว้ามากินอีก คนอื่นๆ ซึ่งรีรอดูว่าคนที่กินจะถ่ายท้องหรือไม่สบายหรือไม่ พอเห็นว่าปลอดภัยก็หยิบมากินบ้าง
“ระวังเถอะ กินของพวกนี้เข้าไปอาจจะมีของดีใส่ลงไปก็ได้” พิมพ์พาย ดาราสาวหัวเราะคิกคักขณะแต่งหน้าอยู่ในเต็นท์ มองเกนหลงหอบถุงของกินหนักๆ เดินไปเดินมาแล้วก็ยิ่งนึกสมเพช “ตอนนั้นนางแอบใส่ยาถ่ายลงไปในแก้วของฉัน จำไม่ได้เหรอ”
“จำได้ แต่...”
“แล้วไม่กลัวเจอแจ็กพ็อตหรือ”
“ไม่หรอก แค่กินก็รู้แล้วว่าคนทำตั้งใจทำ ฝีมือพิถีพิถันมาก เกนหลงไม่ใช่คนนิสัยไม่ดีหรอกนะ”
“แค่กินของเขาไม่กี่คำก็สงสารแล้ว เฮ้อ ไม่จำเลยจริงๆ ฉันคนนึงละไม่เอาด้วยหรอก”
ใครที่เปิดใจก็อิ่มอร่อยไป แถมติดใจสั่งทำขนมและกับข้าวอีกหลายรายการ แต่ก็มีคนที่รู้จักเกนหลงจำนวนไม่น้อยต่างนึกสมเพช เมื่อรู้ข่าวว่าเธอต้องทำกับข้าวส่งกองถ่ายเพื่อหาเงินเลี้ยงลูก เป็นดาราสวยๆ สบายๆ ได้เงินเป็นกอบเป็นกำไม่ชอบ ไม่นึกเลยว่าเธอจะตกต่ำได้ถึงเพียงนี้ พวกที่เกลียดเธอก็แอบถ่ายภาพแล้วเอาไปโพสต์สมน้ำหน้า ปั่นข่าวกันสนุก ถ้าให้จัดโผอดีตดาราที่คนเกลียดที่สุด ชื่อของเกนหลง ต้องติดอันดับหนึ่งในสามอย่างไม่ต้องสงสัย
“แต่เธอสวยมากจริงๆ”
“นั่นสิ เครื่องหน้าสวยมาก ตอนเด็กก็ว่าสวยมากแล้ว นี่โตเป็นสาวเต็มตัว ผิวพรรณผ่องมาก” สิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครติเธอได้ก็คือ ความสวยสะพรั่งชวนตะลึง ทรวงอกเต่งตึง เอวบางร่างน้อย สะโพกกลมกลึงได้รูปและเรียวขาเพรียวงาม เมื่อรวมเข้ากับเสน่ห์แบบผู้ใหญ่ แค่เธอก้าวลงจากรถเก๋งคันเล็กๆ พร้อมลูกชายก็ดึงดูดทุกสายตาได้ง่ายดาย
“นั่นไง น้องซันนี่” ทุกคนชี้ชวนไปที่เด็กชายตัวน้อย ผู้ซึ่งได้เค้าโครงหน้าตามาจากแม่อยู่หลายส่วน ขณะเดียวกันก็มีส่วนผสมความองอาจผ่าเผยบางอย่างตามสายเลือด ดวงตาสีเทาเข้มของเด็กชาย ได้รับมาจากพ่อ รวมไปถึงบุคลิกนิ่งๆ ทำให้หนูน้อยดูโตกว่าเด็กวัยเดียวกัน ดารารุ่นพี่คนหนึ่งจึงเข้ามาเลียบๆ เคียงๆ
“ว่าไงจ๊ะ ยังไม่ไปโรงเรียนเหรอ ตอนนี้ลูกชายอายุได้กี่ขวบ แล้วล่ะเจ้าหญิงคนดัง”
“กำลังจะสี่ขวบแล้วค่ะ”
“อ้อเหรอ พี่เองก็มีหลานวัยประมาณนี้ พูดภาษาอังกฤษคล่องปร๋อเลย พูดจาก็น่ารัก พูดครับทุกคำด้วยนะ” คนพูดจะสื่อความหมายว่า เธอสอนลูกชายไม่ดี ไม่รู้จักสอนให้เด็กไหว้สวัสดี ปล่อยให้ลูกชายก้มหน้าก้มตาเล่นไอแพด ซันนี่ได้ยินและรู้ความแล้ว จึงเงยหน้าขึ้นมา ยิ้มแย้มทักทายและพูดอะไรสักอย่างแล้วก้มหน้าลงไปเล่นไอแพดตามเดิม
“ลูกเธอพูดอะไร พี่ฟังไม่เห็นเข้าใจ”
“เขาพูดภาษาเยอรมันสลับกับภาษาจีนค่ะ”
“อ้อเหรอ เขาพูดว่าอะไรล่ะ ไหนลองพูดอีกทีซิ พูดได้หรือเปล่า ไปสมัครโรงเรียนแล้วยัง คงไม่ใช่เด็กออทิสติกนะ เวลาผู้ใหญ่พูดต้องสบตาด้วยรู้ไหม”
ซันนี่เงยหน้าขึ้น พูดชัดถ้อยชัดคำ
“ผมพูดว่าสวัสดีครับ ขออภัยที่ผมเสียมารยาทไม่ได้ทักทายคุณป้าก่อน ผมกำลังเรียนคลาสออนไลน์ของคณะเศรษฐศาสตร์อยู่ หวังว่าคุณป้าจะเข้าใจและหยุดรบกวนผม ขอบคุณครับ”
“วันนี้โรงเรียนหยุดค่ะ เกนก็เลยพามาด้วย”
เกนหลงหัวเราะแหะๆ พ่อหนูน้อยคนนี้ฉายแววตั้งแต่ยังไม่เริ่มพูดด้วยซ้ำ เขาสนใจฟังรายการทีวีของผู้ใหญ่มากกว่าการ์ตูน พออายุได้ขวบครึ่งสามารถอ่านหนังสือพิมพ์ได้ และต่อมาสามารถเรียนรู้ภาษาต่างๆ ด้วยตนเองเมื่ออายุสองขวบ พอสามขวบก็เริ่มฝึกพิมพ์ด้วยการเขียนอีเมลสั่งของเล่นให้ตัวเอง ครูที่โรงเรียนอนุบาลแจ้งว่าซันนี่คูณเลข หลักพันได้และทำโจทย์แคลคูลัสของระดับมัธยมได้คะแนนเต็มในเวลาไม่ถึงห้านาที เขาควรจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนสำหรับผู้มีระดับไอคิวสูง ซึ่งจะมีการเรียนการสอนเข้มข้นเป็นพิเศษ แต่เกนหลงยืนยันว่าอยากให้ลูกชายมีช่วงชีวิตวัยเด็กที่เป็นเด็กจะดีกว่า
เกนหลงส่งชุดข้าวกล่องให้กองสวัสดิการและรับเงินมาเรียบร้อย แล้ว ผู้กำกับก็เข้ามาเสนองานเล็กๆ น้อยๆ ให้ เกนหลงจึงอยู่ต่อและอุ้มลูกชายนั่งตัก หลบมุมกันอยู่เงียบๆ ตามประสาแม่ลูก เธอยึด ไอแพดไปจากมือป้อมๆ พลางขยิบตาบอกว่าหมดเวลาเล่นแล้วจ้า
“แม่ครับ อีกนิดเดียวเองก็จะได้กำไรสองหมื่นเลยนะครับ”
“คำค้านตกไป หมดเวลาก็คือหมดเวลาจ้ะพ่อหนุ่ม คนที่มีหน้าที่ทำงานหาเงินคือแม่ ซันนี่จะแย่งงานแม่รึ หิวแล้วยังเอ่ย แม่ปอกส้มให้กินนะ”
“ที่นี่มีแต่คนพูดไม่ดีกับแม่”
“ไม่เป็นไรลูก แม่ไม่สนใจหรอก”
“แม่ก็เป็นแบบนี้ทุกที คนก็เลยชอบเอาเปรียบแม่ ผมไม่ชอบ”
“ถ้าเราต้องทะเลาะกับทุกคนที่พูดจาไม่ดีกับเรา แม่ว่าเราเอาเวลาไปทำอย่างอื่นดีกว่า กินส้มกันเนอะ” เกนหลงกอดเจ้าตัวนุ่มแน่นขึ้น จนลูกชายหัวเราะจั๊กจี้ เธอค่อยๆ ผ่าส้มตามแนวนอน ปอกเปลือก ออกไปแล้วสะกิดเม็ดส้มออกจนเกลี้ยง แล้วผ่าครึ่งซ้ำ อีกครั้งก็ได้ส้มไร้เมล็ดฉ่ำๆ น่ากินแล้ว
“อ้าม...” ซันนี่อ้าปากรอ เคี้ยวส้มแก้มตุ่ยและจิ้มส้มมาป้อนให้แม่บ้าง
แต่แล้วหลายปีผ่านไป เธอก็หวนกลับคืนสู่วงการอีกครั้ง เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดาราตกอับส่วนใหญ่มักจะหมดที่ยืนในวงการ ไม่ก็ตกต่ำจนไม่เหลือโอกาสลืมตาอ้าปากสู้สังคม แต่สำหรับเธอแล้ว เธอกลับมาพร้อมกระแสรังเกียจ คนที่เคยมีเรื่องกับเธอต่างไม่สบายใจ กลัวจะถูกอาฆาตตามราวี ดังนั้นทุกคนจึงจับจ้องแกมแช่ง คาดเดาว่าพี่ธิคงจะดันเธอให้รับบทนางร้าย แต่ เปล่าเลย เธอได้รับบทเป็นเพียงตัวประกอบ และตั้งหน้าตั้งตาทำขนม ไม่ก็ข้าวกล่องมาส่งให้กองถ่าย ผู้จัดละครเห็นเกนหลงมีลูกเล็ก เขานึกสงสารจึงรับซื้อไว้ แรกๆ ก็ไม่มีใครกล้ากิน โยนทิ้งลับหลังก็บ่อย จนกระทั่ง...“อร่อยมากเลย ขนาดเย็นแล้ว กุ้งทอดยังกรอบเด้งอยู่เลย”“ชุดเบนโตะของเธอน่ารักมากเลย”“วันนี้ลองชิมขนมเค้กของเจ้าหญิงดาวร่วงแล้วยังอร่อยกว่าร้านในห้างอีกนะ”วันนั้นร้านข้าวเจ้าประจำมาส่งช้า คนในกองถ่ายทนหิวไม่ไหว จึงหยิบข้าวกล่องของเกนหลงมากินแก้หิว พอคนแรกกินหมดเกลี้ยงอย่างเอร็ดอร่อยแล้วทำท่าจะคว้ามากินอีก คนอื่นๆ ซึ่งรีรอดูว่าคนที่กินจะถ่ายท้องหรือไม่สบายหรือไม่ พอเห็น
บทที่ 1 เธอชื่อเกนหลงในวงการบันเทิงซึ่งมีดารามากมายฉายแสงเจิดจรัส แต่หาก พูดถึงดาราสาวผู้หนึ่งแล้ว ใครต่อใครก็พากันหัวเราะเยาะเธอคนนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงทันทีที่เผยโฉมสู่จอแก้ว ทุกคนพากันชื่นชมความสวยน่ารักราวกับตุ๊กตา ใครก็ตามที่เห็นเธอยิ้ม แล้วไม่ยิ้มตามก็คงเป็นพวกไม่มีหัวใจ ฝีมือการแสดงของเธอนับว่า น่าจับตามองอย่างยิ่ง และได้รับคำชมจากผู้คร่ำหวอดในวงการ ผลงานการแสดงเรื่องแรกของเธอจึงประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นแรงฉุดให้เธอโลดแล่นในวงการระดับแถวหน้าในช่วงเวลาเพียง ไม่กี่เดือนแต่ความสำเร็จมากมาย ทั้งชื่อเสียงเงินทองต่างๆ นี้ เธอไม่ได้สนใจเลย เพราะเธอมีความฝันเรียบง่ายก็คืออยากจะเป็นแม่บ้าน ทำข้าวกล่องให้ลูกและสามี มีความสุขอยู่กับการเข้าครัวทำอาหาร เท่านั้นเอง การจะเข้าวงการบันเทิง จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ในเวลานั้นเธอเพิ่งจะเรียนอยู่มัธยมหก ใช้ชีวิตธรรมดาไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ในระหว่างที่กำลังเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้า มีงานอีเว้นต์ซึ่งมีดาราดังๆ มาร่วมงานพอดี เธอนึกสนใจจึงเข้าไปดูด้วย และแล้วก็มีชายแต่งตัวจัดจ้านคนหนึ่งมองมาที่เธอเขม็ง พลางชี้นิ้วให้คนอื
เกนหลงเห็นว่าถ้าปล่อยไว้จะไม่เป็นผลดีแน่ ถ้าอีกฝ่ายอยากได้คำขอโทษ เธอก็ไม่ดื้อดึงหรอก ยินดีทำให้อีกฝ่ายพอใจอยู่แล้ว ทุกคนที่เคยรู้จักเธอต่างนึกว่าจะได้ดูสถานการณ์สนุกๆ จึงรอลุ้นฟัง บางคนเปิดกล้องมือถือเตรียมอัดคลิปด้วยซ้ำ พอเห็นเกนหลงเป็นฝ่ายยกมือไหว้ขอโทษอย่างนอบน้อม หลายๆ คนก็คิดสมเพชในใจว่าถ้าไม่ตกต่ำ คนอย่างเกนหลงมีหรือยอมจะก้มหัว“ถ้าเสแสร้งแกล้งขอโทษล่ะก็ ฉันไม่รับหรอกนะ”“อย่าเข้าใจผิดสิคะ” เกนหลงยิ้มแย้มอ่อนโยน แต่แววตาไม่ยิ้ม “เกนพูดไม่ดี ทำให้คุณพี่ขุ่นข้องหมองใจ เกนต้องกราบขอโทษเป็นอย่างยิ่งค่ะ ต่อไปเกนจะระมัดระวัง พิจารณาคำพูดก่อนทุกครั้ง ได้โปรดยกโทษให้เกนด้วยนะคะ”“ทำเป็นพูดดีไปเถอะ เมื่อกี้เธอทำหน้าตึงใส่ฉันชัดๆ”เกนหลงยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก“คุณพี่คงจะตาฝาดแล้วล่ะค่ะ”ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นคิดตรงกันว่า หากเมื่อครู่นางผรุสวาทใส่เด็ก เกนหลงจะไม่ใช่แค่ทำหน้าตึงใส่แน่ ดารารุ่นพี่เห็นว่าตัวเองถือแต้มเหนือกว่า ดังนั้นจึงจะจิกกัดเอาให้เกนหลงทำมาหากินไม่ได้ แต่เกนหลงอุ้มซันนี่เข้ามาพนมมือแทบอก ดูเผินๆ แล้วไม่มีอะไร แต่ความจริงแล้วเธอแอบกระซิบ
“ตอนนี้โลกไปไกลแล้วนะครับแม่ ผู้ปกครองของเพื่อนในห้องเรียนของผมเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเยอะแยะ พวกเขาก็มีความสุข เราก็มีความสุข ถึงจะไม่มีครบพ่อแม่ลูกก็เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนกัน คนที่เอาเรื่องนี้มาล้อเลียนบูลลี่คนอื่น คนนั้นต่างหากที่ควรจะละอาย เพราะงั้นถึงจะมีใครพูดไม่ดีกับผม เดี๋ยวผมจัดการเอง แม่จะได้ไม่ต้องปารองเท้าอีกนะครับ”“จ๊ะๆ” ลูกชายพูดจาจริงจังเป็นการเป็นงาน คนเป็นแม่ก็ต้องกลั้นขำแทบตาย ขนาดสี่ขวบยังขี้บ่นขนาดนี้ โตไปจะยิ่งเหมือนพ่อมากแน่ๆพอเผลอคิดมาถึงตรงนี้ เกนหลงก็สะอึกในใจ“ถึงซันนี่จะไม่เคยเอ่ยถามแม่ แต่ลึกๆ แล้วซันนี่ก็อยากรู้ว่าใครเป็นพ่อใช่ไหมลูก”“ครับ”“ถ้าลูกพร้อม แม่ก็ยินดีจะเล่าทุกอย่างให้ฟังโดยไม่ปิดบังนะครับ”เด็กน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ถ้าพ่อเป็นคนไม่ดี ทำร้ายแม่แล้วทิ้งแม่ไป ผมก็ไม่อยากรู้หรอกครับ บางทีพ่อคงไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามีผม ผมเองก็ไม่อยากรู้หรอกครับ”ฟังคำพูดน้อยใจของลูกชายแล้ว เกนหลงจึงกอดลูกแน่นขึ้นอีกนิด หอมแก้มจุ๊บเหม่งอีกหลายๆ ที เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเจ้าหนู เกนหลงทั้งขยำทั้งนวดโดยไม่สนเสียงกรี๊ดใสๆ จนซันนี่โพ
แต่แล้วหลายปีผ่านไป เธอก็หวนกลับคืนสู่วงการอีกครั้งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดาราตกอับส่วนใหญ่มักจะหมดที่ยืนในวงการ ไม่ก็ตกต่ำจนไม่เหลือโอกาสลืมตาอ้าปากสู้สังคม แต่สำหรับเธอแล้ว เธอกลับมาพร้อมกระแสรังเกียจ คนที่เคยมีเรื่องกับเธอต่างไม่สบายใจ กลัวจะถูกอาฆาตตามราวี ดังนั้นทุกคนจึงจับจ้องแกมแช่ง คาดเดาว่าพี่ธิคงจะดันเธอให้รับบทนางร้าย แต่เปล่าเลย เธอได้รับบทเป็นเพียงตัวประกอบ และตั้งหน้าตั้งตาทำขนมไม่ก็ข้าวกล่องมาส่งให้กองถ่าย ผู้จัดละครเห็นเกนหลงมีลูกเล็ก เขานึกสงสารจึงรับซื้อไว้ แรกๆ ก็ไม่มีใครกล้ากิน โยนทิ้งลับหลังก็บ่อย จนกระทั่ง...“อร่อยมากเลย ขนาดเย็นแล้ว กุ้งทอดยังกรอบเด้งอยู่เลย”“ชุดเบนโตะของเธอน่ารักมากเลย”“วันนี้ลองชิมขนมเค้กของเจ้าหญิงดาวร่วงแล้วยัง อร่อยกว่าร้านในห้างอีกนะ”วันนั้นร้านข้าวเจ้าประจำมาส่งช้า คนในกองถ่ายทนหิวไม่ไหวจึงหยิบข้าวกล่องของเกนหลงมากินแก้หิว พอคนแรกกินหมดเกลี้ยงอย่างเอร็ดอร่อยแล้วทำท่าจะคว้ามากินอีก คนอื่นๆ ซึ่งรีรอดูว่าคนที่กินจะถ่ายท้องหรือไม่สบายหรือไม่ พอเห็นว่าปลอดภัยก็หยิบมากินบ้าง“ระวังเถอะ กินของพวกนี้เข้าไป อาจจะมีของดี
บทนำในวงการบันเทิงซึ่งมีดารามากมายฉายแสงเจิดจรัส แต่หากพูดถึงดาราสาวผู้หนึ่งแล้ว ใครต่อใครก็พากันหัวเราะเยาะเธอคนนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงทันทีที่เผยโฉมสู่จอแก้ว ทุกคนพากันชื่นชมความสวยน่ารักราวกับตุ๊กตา ใครก็ตามที่เห็นเธอยิ้มแล้วไม่ยิ้มตามก็คงเป็นพวกไม่มีหัวใจ ฝีมือการแสดงของเธอนับว่าน่าจับตามองอย่างยิ่งและได้รับคำชมจากผู้คร่ำหวอดในวงการ ผลงานการแสดงเรื่องแรกของเธอจึงประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นแรงฉุดให้เธอโลดแล่นในวงการระดับแถวหน้าในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือนแต่ความสำเร็จมากมาย ทั้งชื่อเสียงเงินทองต่างๆ นี้ เธอไม่ได้สนใจเลย เพราะเธอมีความฝันเรียบง่ายก็คืออยากจะเป็นแม่บ้าน ทำข้าวกล่องให้ลูกและสามี มีความสุขอยู่กับการเข้าครัวทำอาหารเท่านั้นเองการจะเข้าวงการบันเทิง จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ในเวลานั้นเธอเพิ่งจะเรียนอยู่มัธยมหก ใช้ชีวิตธรรมดาไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ในระหว่างที่กำลังเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้า มีงานอีเว้นท์ซึ่งมีดาราดังๆ มาร่วมงานพอดี เธอนึกสนใจจึงเข้าไปดูด้วย และแล้วก็มีชายแต่งตัวจัดจ้านคนหนึ่งมองมาที่เธอตาเขม็ง พลางชี้นิ้วให้คนอื่นๆ ดูด้วย“นั่นเด็กใคร”“ไม่ใช







