ログイン
บทนำ
ในวงการบันเทิงซึ่งมีดารามากมายฉายแสงเจิดจรัส แต่หากพูดถึงดาราสาวผู้หนึ่งแล้ว ใครต่อใครก็พากันหัวเราะเยาะ
เธอคนนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงทันทีที่เผยโฉมสู่จอแก้ว ทุกคนพากันชื่นชมความสวยน่ารักราวกับตุ๊กตา ใครก็ตามที่เห็นเธอยิ้มแล้วไม่ยิ้มตามก็คงเป็นพวกไม่มีหัวใจ ฝีมือการแสดงของเธอนับว่าน่าจับตามองอย่างยิ่งและได้รับคำชมจากผู้คร่ำหวอดในวงการ ผลงานการแสดงเรื่องแรกของเธอจึงประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นแรงฉุดให้เธอโลดแล่นในวงการระดับแถวหน้าในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน
แต่ความสำเร็จมากมาย ทั้งชื่อเสียงเงินทองต่างๆ นี้ เธอไม่ได้สนใจเลย เพราะเธอมีความฝันเรียบง่ายก็คืออยากจะเป็นแม่บ้าน ทำข้าวกล่องให้ลูกและสามี มีความสุขอยู่กับการเข้าครัวทำอาหารเท่านั้นเอง
การจะเข้าวงการบันเทิง จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ในเวลานั้นเธอเพิ่งจะเรียนอยู่มัธยมหก ใช้ชีวิตธรรมดาไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ในระหว่างที่กำลังเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้า มีงานอีเว้นท์ซึ่งมีดาราดังๆ มาร่วมงานพอดี เธอนึกสนใจจึงเข้าไปดูด้วย และแล้วก็มีชายแต่งตัวจัดจ้านคนหนึ่งมองมาที่เธอตาเขม็ง พลางชี้นิ้วให้คนอื่นๆ ดูด้วย
“นั่นเด็กใคร”
“ไม่ใช่เด็กฉัน”
“ไม่ใช่ ฉันไม่รู้จัก เป็นแค่คนมาดูงานเฉยๆ”
“งั้นฉันจอง” ชายท่าทางอาวุโสที่สุดในกลุ่มเอ่ยเปรี้ยง “รีบไปดึงตัวไว้ก่อน เร็วเข้า”
ตอนนั้นเธอหมดความสนใจการแสดงโชว์บนเวทีแล้วจึงปลีกตัวออกจากบริเวณนั้น แต่ถูกเรียกและขอให้ถอดแว่นสายตาออก ในภายหลังถึงได้ทราบว่าชายวัยกลางคนสวมสูทแฟชั่นคนนั้นคือพี่ธิ ผู้จัดการดาราและแมวมองหน้าชั้นแนวหน้าของวงการ ใครต่อใครล้วนแล้วแต่อยากจะนำเสนอตัวเองให้พี่ธิมองมาสักแวบ แต่น้อยคนนักที่จะถูกพี่ธิต้องการตัวจำเพาะเจาะจงขนาดนี้
“สวยหมดจด ประวัติดี มีพื้นฐานนาฏศิลป์ ดีๆ”
นับตั้งแต่นั้นมาเธอจึงกลายเป็นลูกรักของพี่ธิ ได้เข้าสู่วงการด้วยอายุเพียงสิบเจ็ดเท่านั้นเอง เธอสวยน่ารัก แค่มองรอยยิ้มก็ชวนให้รู้สึกรัก ยิ่งมองก็ยิ่งสวยขึ้น มองได้ไม่รู้เบื่อ แม้แต่คนใจกระด้างที่สุดยังต้องอ่อนโยนเมื่อพบเธอ ดังนั้นทุกคนจึงพร้อมใจกันเรียกเธอว่า ‘เจ้าหญิง’
แต่เด็กสาวอายุเพียงน้อยๆ ต้องเผชิญกับชื่อเสียงที่ถาโถมเข้ามาอย่างกะทันหันย่อมมีผลตามมา เธอเริ่มขาดวินัย มาทำงานช้าจนตารางรวน มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ยกกองถ่ายไปไกลถึงต่างประเทศ พี่ธิต้องตามไปถึงห้องพักแล้วพบว่าเธอเมาไม่ได้สติ และที่ร้ายที่สุดก็คือเธอทะเลาะตบตีกับดาราในสังกัดเดียวกันจนเป็นข่าวฉาวโฉ่ ผู้คนจึงค้นพบความจริงว่าเจ้าหญิงของวงการที่พวกตนชื่นชอบคลั่งไคล้ แท้จริงแล้วนิสัยร้ายกาจเอาแต่ใจ ไม่ใช่แค่ทำตัวกร่างใส่ดาราคนอื่นๆ แม้แต่ครอบครัว เธอก็ละทิ้งไม่ไยดี
“ดูคลิปนี่สิ เจ้าหญิงพุ่งเข้าไปตบพิมพ์พายไม่ยั้งเลย ทั้งๆ ที่พิมพ์พายไม่ได้ทำอะไรให้เลยแท้ๆ”
“ไม่นึกเลยว่าตัวจริงจะแย่แบบนี้”
“คนเราดูกันที่หน้าตาไม่ได้จริงๆ”
“น่าผิดหวัง”
ถ้ามีแฟนคลับคนไหนตั้งชื่อลูกสาวตามชื่อเธอว่าเกนหลง ถึงกับต้องรีบไปเปลี่ยนชื่อใหม่ให้ลูก หรือถ้าใครด่ากันแล้วใครโพล่งขึ้นมาว่า ‘สันดานเหมือนนังเกนหลง’ คนที่ถูกด่าเช่นนั้นล้วนแสบเข้าไปถึงทรวง ปกติแล้วดาราที่ถูกกระแสดราม่าจะต้องรีบออกมาขอโทษขอโพย ขอโอกาสอยู่ในวงการอีกครั้ง แต่เธอกลับด่าออกสื่อไม่เลือกหน้า กระแสความนิยมจึงดิ่งเหว ชื่อเสียงที่สั่งสมมาวอดวายไม่เหลือซาก ทุกคนกล่าวขานถึงเธอว่าเป็นดาวร่วง ขึ้นเร็ว ร่วงเร็วยิ่งกว่าพลุดอกไม้ไฟ ศักดิ์ศรีแทบไม่หลงเหลือเมื่อมีคนตาดีสังเกตเห็นว่าเธออาจจะกำลังตั้งครรภ์
“ใครเป็นพ่อเด็ก”
“นั่นสิ เพิ่งจะอายุครบสิบแปดก็ท้องซะแล้ว”
“ร่านจริงๆ”
“มีข่าวว่านี่ไม่ใช่ท้องแรกด้วยนะ เธอทำแท้งมาหลายรอบแล้ว”
“ตายจริง พ่อของเธอออกจะเป็นคนใหญ่คนโต แบบนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน”
เหตุการณ์นี้ทำให้สื่อทุกฉบับกล่าวถึงเธออีกครั้ง และตามจิกกัดเพื่อขุดคุ้ยว่าใครคือพ่อของเด็ก แต่เธอไม่เคยปริปากเลยแม้แต่ครั้งเดียว เกิดข่าวลือไปต่างๆ นานา บ้างก็ว่าเธอมั่วไปทั่วเลยไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็ก บางคนก็ย่ำยีศักดิ์ศรีเธอด้วยการปล่อยข่าวว่าเธอแอบรับงานไซด์ไลน์ให้พวกผู้ใหญ่ในวงการ ถึงได้เด่นดังเกินหน้าเกินตา เกนหลงก็ให้สัมภาษณ์ว่า
“ฉันเองก็ไม่ทราบเช่นกันค่ะว่าใครคือพ่อของลูกในท้อง”
“หมายความว่าคุณเกนหลงคบหาผู้ชายหลายคนใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่ค่ะ”
“คิดอย่างไรที่คุณวิทยาประกาศตัดพ่อตัดลูกกับคุณคะ”
“เสียใจค่ะ”
“ไม่เสียดายมรดกเหรอคะ แล้วคิดอย่างไรถ้าคุณพลอยไพลิน น้องสาวต่างแม่จะได้มรดกทุกอย่างไปหมด”
“ไม่เสียดายค่ะ”
“มีกระแสข่าวว่าคุณพยายามจับทายาทมหาเศรษฐีคนหนึ่ง ก็เลยปล่อยท้องเพื่อบีบให้อีกฝ่ายยอมแต่งงานด้วย จริงไหมคะ”
“ไม่จริงค่ะ”
“มีอะไรจะขอโทษสังคมไหมคะ”
“ไม่มีค่ะ เกนไม่ได้ทำอะไรผิด”
“ถ้าอย่างนั้นก็พอจะบอกได้แล้วยังคะว่าคุณเกนหลงตั้งท้องกับใคร ที่ไหน เมื่อไร ใช่คนในวงการไหมคะ หรือว่าเป็นคนนอกวงการ”
“เกนไม่ขอตอบค่ะ และขอให้ทุกท่านเคารพความเป็นส่วนตัวของเกนด้วย”
ช่างหยิ่งยโส ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชน ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่รู้จักสำนึกว่าที่มีชื่อเสียงทุกวันนี้เพราะประชาชน... คนที่ดูการแถลงข่าวของเกนหลงต่างด่ากันขรม พากันตั้งกระทู้ด่าทอดูถูกกันสนุก เกิดเป็นกระแสขับไล่เธอออกจากวงการ ไม่ดูละครที่เธอเล่น และจะแบนสินค้าที่เธอเป็นพรีเซนเตอร์ทุกชนิด เกนหลงจึงถูกผู้ใหญ่ขอร้องแกมบังคับให้ถอนสัญญาทั้งหมด
“ได้ค่ะ เกนขออภัยที่ทำให้ทุกๆ ท่านต้องเดือดร้อนนะคะ”
“น่าเสียดายนะเกนหลง เธอยังโด่งดังได้มากกว่านี้แท้ๆ ทางเรามีแผนโปรโมตเธอไปตลาดจีนด้วยซ้ำ”
“เกนเลือกแล้วค่ะ”
เกนหลงตอบตามที่ตัวเองคิด เด็กในท้องของเธอไม่ใช่ตราบาปหรือทำให้คุณค่าความเป็นมนุษย์ของเธอลดลง แม้ว่าเธอจะพูดความจริง แต่สังคมก็ประณามตัดสินเธอไปเรียบร้อยแล้ว ผู้คนรอบข้างถอยห่าง ครอบครัวหันหลังให้ ไม่เหลือคราบเจ้าหญิงวงการบันเทิงผู้จรัสแสง ในที่สุดเรื่องราวของเธอก็ค่อยๆ ถูกลืมเลือน
แต่แล้วหลายปีผ่านไป เธอก็หวนกลับคืนสู่วงการอีกครั้ง
“เมื่อก่อนแม่ก็ไม่ยอมใครเหมือนกัน ไม่มีทางยอมเสียละ ใครพูดอะไรมาก็เข้าไปเถียงเอาชนะให้ถึงที่สุด สุดท้ายแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร สิบคนก็พูดไปสิบอย่าง เราตามไปอธิบายทั้งหมดไม่ไหวหรอก บางคนปักใจเชื่อไปแล้ว มันก็เสียเวลาที่จะไปแก้ไขความเชื่อของเขา เรารู้แค่ว่าเราเป็นคนแบบไหนก็พอ จริงไหม”ซันนี่อมอากาศจนแก้มป่อง แต่ก็ยอมรับเหตุผลของแม่“จริงครับ แต่ตอนที่มีป้าปากเสียมาพูดใส่ผมว่าผมเป็นเด็กโดนพ่อทิ้ง แม่ปารองเท้าใส่ป้าคนนั้นไม่ใช่เหรอครับ”“แหะๆ”“ปารองเท้าแล้วก็เท้าเอวแบบนี้”“โอย ทำไมช่างจำจัง ตอนนั้นเพิ่งขวบเดียวแท้ๆ” เกนหลงยิ้มแหยๆ ตั้งแต่มีลูก เธอก็พยายามเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก แต่ก็มีหลุดให้เห็นเรื่อยๆ กลายเป็นว่าเธอเสียอีกที่ถูกลูกชายอบรม“ตอนนี้โลกไปไกลแล้วนะครับแม่ ผู้ปกครองของเพื่อนใน ห้องเรียนของผมเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเยอะแยะ พวกเขาก็มีความสุข เราก็มีความสุข ถึงจะไม่มีครบพ่อแม่ลูกก็เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนกัน คนที่เอาเรื่องนี้มาล้อเลียนบูลลี่คนอื่น ค
แต่แล้วหลายปีผ่านไป เธอก็หวนกลับคืนสู่วงการอีกครั้ง เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดาราตกอับส่วนใหญ่มักจะหมดที่ยืนในวงการ ไม่ก็ตกต่ำจนไม่เหลือโอกาสลืมตาอ้าปากสู้สังคม แต่สำหรับเธอแล้ว เธอกลับมาพร้อมกระแสรังเกียจ คนที่เคยมีเรื่องกับเธอต่างไม่สบายใจ กลัวจะถูกอาฆาตตามราวี ดังนั้นทุกคนจึงจับจ้องแกมแช่ง คาดเดาว่าพี่ธิคงจะดันเธอให้รับบทนางร้าย แต่ เปล่าเลย เธอได้รับบทเป็นเพียงตัวประกอบ และตั้งหน้าตั้งตาทำขนม ไม่ก็ข้าวกล่องมาส่งให้กองถ่าย ผู้จัดละครเห็นเกนหลงมีลูกเล็ก เขานึกสงสารจึงรับซื้อไว้ แรกๆ ก็ไม่มีใครกล้ากิน โยนทิ้งลับหลังก็บ่อย จนกระทั่ง...“อร่อยมากเลย ขนาดเย็นแล้ว กุ้งทอดยังกรอบเด้งอยู่เลย”“ชุดเบนโตะของเธอน่ารักมากเลย”“วันนี้ลองชิมขนมเค้กของเจ้าหญิงดาวร่วงแล้วยังอร่อยกว่าร้านในห้างอีกนะ”วันนั้นร้านข้าวเจ้าประจำมาส่งช้า คนในกองถ่ายทนหิวไม่ไหว จึงหยิบข้าวกล่องของเกนหลงมากินแก้หิว พอคนแรกกินหมดเกลี้ยงอย่างเอร็ดอร่อยแล้วทำท่าจะคว้ามากินอีก คนอื่นๆ ซึ่งรีรอดูว่าคนที่กินจะถ่ายท้องหรือไม่สบายหรือไม่ พอเห็น
บทที่ 1 เธอชื่อเกนหลงในวงการบันเทิงซึ่งมีดารามากมายฉายแสงเจิดจรัส แต่หาก พูดถึงดาราสาวผู้หนึ่งแล้ว ใครต่อใครก็พากันหัวเราะเยาะเธอคนนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงทันทีที่เผยโฉมสู่จอแก้ว ทุกคนพากันชื่นชมความสวยน่ารักราวกับตุ๊กตา ใครก็ตามที่เห็นเธอยิ้ม แล้วไม่ยิ้มตามก็คงเป็นพวกไม่มีหัวใจ ฝีมือการแสดงของเธอนับว่า น่าจับตามองอย่างยิ่ง และได้รับคำชมจากผู้คร่ำหวอดในวงการ ผลงานการแสดงเรื่องแรกของเธอจึงประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นแรงฉุดให้เธอโลดแล่นในวงการระดับแถวหน้าในช่วงเวลาเพียง ไม่กี่เดือนแต่ความสำเร็จมากมาย ทั้งชื่อเสียงเงินทองต่างๆ นี้ เธอไม่ได้สนใจเลย เพราะเธอมีความฝันเรียบง่ายก็คืออยากจะเป็นแม่บ้าน ทำข้าวกล่องให้ลูกและสามี มีความสุขอยู่กับการเข้าครัวทำอาหาร เท่านั้นเอง การจะเข้าวงการบันเทิง จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ในเวลานั้นเธอเพิ่งจะเรียนอยู่มัธยมหก ใช้ชีวิตธรรมดาไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ในระหว่างที่กำลังเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้า มีงานอีเว้นต์ซึ่งมีดาราดังๆ มาร่วมงานพอดี เธอนึกสนใจจึงเข้าไปดูด้วย และแล้วก็มีชายแต่งตัวจัดจ้านคนหนึ่งมองมาที่เธอเขม็ง พลางชี้นิ้วให้คนอื
เกนหลงเห็นว่าถ้าปล่อยไว้จะไม่เป็นผลดีแน่ ถ้าอีกฝ่ายอยากได้คำขอโทษ เธอก็ไม่ดื้อดึงหรอก ยินดีทำให้อีกฝ่ายพอใจอยู่แล้ว ทุกคนที่เคยรู้จักเธอต่างนึกว่าจะได้ดูสถานการณ์สนุกๆ จึงรอลุ้นฟัง บางคนเปิดกล้องมือถือเตรียมอัดคลิปด้วยซ้ำ พอเห็นเกนหลงเป็นฝ่ายยกมือไหว้ขอโทษอย่างนอบน้อม หลายๆ คนก็คิดสมเพชในใจว่าถ้าไม่ตกต่ำ คนอย่างเกนหลงมีหรือยอมจะก้มหัว“ถ้าเสแสร้งแกล้งขอโทษล่ะก็ ฉันไม่รับหรอกนะ”“อย่าเข้าใจผิดสิคะ” เกนหลงยิ้มแย้มอ่อนโยน แต่แววตาไม่ยิ้ม “เกนพูดไม่ดี ทำให้คุณพี่ขุ่นข้องหมองใจ เกนต้องกราบขอโทษเป็นอย่างยิ่งค่ะ ต่อไปเกนจะระมัดระวัง พิจารณาคำพูดก่อนทุกครั้ง ได้โปรดยกโทษให้เกนด้วยนะคะ”“ทำเป็นพูดดีไปเถอะ เมื่อกี้เธอทำหน้าตึงใส่ฉันชัดๆ”เกนหลงยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก“คุณพี่คงจะตาฝาดแล้วล่ะค่ะ”ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นคิดตรงกันว่า หากเมื่อครู่นางผรุสวาทใส่เด็ก เกนหลงจะไม่ใช่แค่ทำหน้าตึงใส่แน่ ดารารุ่นพี่เห็นว่าตัวเองถือแต้มเหนือกว่า ดังนั้นจึงจะจิกกัดเอาให้เกนหลงทำมาหากินไม่ได้ แต่เกนหลงอุ้มซันนี่เข้ามาพนมมือแทบอก ดูเผินๆ แล้วไม่มีอะไร แต่ความจริงแล้วเธอแอบกระซิบ
“ตอนนี้โลกไปไกลแล้วนะครับแม่ ผู้ปกครองของเพื่อนในห้องเรียนของผมเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเยอะแยะ พวกเขาก็มีความสุข เราก็มีความสุข ถึงจะไม่มีครบพ่อแม่ลูกก็เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนกัน คนที่เอาเรื่องนี้มาล้อเลียนบูลลี่คนอื่น คนนั้นต่างหากที่ควรจะละอาย เพราะงั้นถึงจะมีใครพูดไม่ดีกับผม เดี๋ยวผมจัดการเอง แม่จะได้ไม่ต้องปารองเท้าอีกนะครับ”“จ๊ะๆ” ลูกชายพูดจาจริงจังเป็นการเป็นงาน คนเป็นแม่ก็ต้องกลั้นขำแทบตาย ขนาดสี่ขวบยังขี้บ่นขนาดนี้ โตไปจะยิ่งเหมือนพ่อมากแน่ๆพอเผลอคิดมาถึงตรงนี้ เกนหลงก็สะอึกในใจ“ถึงซันนี่จะไม่เคยเอ่ยถามแม่ แต่ลึกๆ แล้วซันนี่ก็อยากรู้ว่าใครเป็นพ่อใช่ไหมลูก”“ครับ”“ถ้าลูกพร้อม แม่ก็ยินดีจะเล่าทุกอย่างให้ฟังโดยไม่ปิดบังนะครับ”เด็กน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ถ้าพ่อเป็นคนไม่ดี ทำร้ายแม่แล้วทิ้งแม่ไป ผมก็ไม่อยากรู้หรอกครับ บางทีพ่อคงไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามีผม ผมเองก็ไม่อยากรู้หรอกครับ”ฟังคำพูดน้อยใจของลูกชายแล้ว เกนหลงจึงกอดลูกแน่นขึ้นอีกนิด หอมแก้มจุ๊บเหม่งอีกหลายๆ ที เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเจ้าหนู เกนหลงทั้งขยำทั้งนวดโดยไม่สนเสียงกรี๊ดใสๆ จนซันนี่โพ
แต่แล้วหลายปีผ่านไป เธอก็หวนกลับคืนสู่วงการอีกครั้งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดาราตกอับส่วนใหญ่มักจะหมดที่ยืนในวงการ ไม่ก็ตกต่ำจนไม่เหลือโอกาสลืมตาอ้าปากสู้สังคม แต่สำหรับเธอแล้ว เธอกลับมาพร้อมกระแสรังเกียจ คนที่เคยมีเรื่องกับเธอต่างไม่สบายใจ กลัวจะถูกอาฆาตตามราวี ดังนั้นทุกคนจึงจับจ้องแกมแช่ง คาดเดาว่าพี่ธิคงจะดันเธอให้รับบทนางร้าย แต่เปล่าเลย เธอได้รับบทเป็นเพียงตัวประกอบ และตั้งหน้าตั้งตาทำขนมไม่ก็ข้าวกล่องมาส่งให้กองถ่าย ผู้จัดละครเห็นเกนหลงมีลูกเล็ก เขานึกสงสารจึงรับซื้อไว้ แรกๆ ก็ไม่มีใครกล้ากิน โยนทิ้งลับหลังก็บ่อย จนกระทั่ง...“อร่อยมากเลย ขนาดเย็นแล้ว กุ้งทอดยังกรอบเด้งอยู่เลย”“ชุดเบนโตะของเธอน่ารักมากเลย”“วันนี้ลองชิมขนมเค้กของเจ้าหญิงดาวร่วงแล้วยัง อร่อยกว่าร้านในห้างอีกนะ”วันนั้นร้านข้าวเจ้าประจำมาส่งช้า คนในกองถ่ายทนหิวไม่ไหวจึงหยิบข้าวกล่องของเกนหลงมากินแก้หิว พอคนแรกกินหมดเกลี้ยงอย่างเอร็ดอร่อยแล้วทำท่าจะคว้ามากินอีก คนอื่นๆ ซึ่งรีรอดูว่าคนที่กินจะถ่ายท้องหรือไม่สบายหรือไม่ พอเห็นว่าปลอดภัยก็หยิบมากินบ้าง“ระวังเถอะ กินของพวกนี้เข้าไป อาจจะมีของดี







