ログイン“ตอนนี้โลกไปไกลแล้วนะครับแม่ ผู้ปกครองของเพื่อนในห้องเรียนของผมเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเยอะแยะ พวกเขาก็มีความสุข เราก็มีความสุข ถึงจะไม่มีครบพ่อแม่ลูกก็เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนกัน คนที่เอาเรื่องนี้มาล้อเลียนบูลลี่คนอื่น คนนั้นต่างหากที่ควรจะละอาย เพราะงั้นถึงจะมีใครพูดไม่ดีกับผม เดี๋ยวผมจัดการเอง แม่จะได้ไม่ต้องปารองเท้าอีกนะครับ”
“จ๊ะๆ” ลูกชายพูดจาจริงจังเป็นการเป็นงาน คนเป็นแม่ก็ต้องกลั้นขำแทบตาย ขนาดสี่ขวบยังขี้บ่นขนาดนี้ โตไปจะยิ่งเหมือนพ่อมากแน่ๆ
พอเผลอคิดมาถึงตรงนี้ เกนหลงก็สะอึกในใจ
“ถึงซันนี่จะไม่เคยเอ่ยถามแม่ แต่ลึกๆ แล้วซันนี่ก็อยากรู้ว่าใครเป็นพ่อใช่ไหมลูก”
“ครับ”
“ถ้าลูกพร้อม แม่ก็ยินดีจะเล่าทุกอย่างให้ฟังโดยไม่ปิดบังนะครับ”
เด็กน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ถ้าพ่อเป็นคนไม่ดี ทำร้ายแม่แล้วทิ้งแม่ไป ผมก็ไม่อยากรู้หรอกครับ บางทีพ่อคงไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามีผม ผมเองก็ไม่อยากรู้หรอกครับ”
ฟังคำพูดน้อยใจของลูกชายแล้ว เกนหลงจึงกอดลูกแน่นขึ้นอีกนิด หอมแก้มจุ๊บเหม่งอีกหลายๆ ที เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเจ้าหนู เกนหลงทั้งขยำทั้งนวดโดยไม่สนเสียงกรี๊ดใสๆ จนซันนี่โพล่งออกมาว่า ‘ผมมีแม่’ เท่านั้นแหละถึงได้ถูกปล่อยเป็นอิสระ
“สิ่งหนึ่งที่แม่อยากให้ซันนี่เข้าใจนะครับ เป็นแม่เองที่ปิดบังเรื่องลูก เพราะฉะนั้นอย่าพาลโกรธเกลียดพ่อเขาเลยนะ”
“หมายความว่าพ่อไม่รู้เหรอครับ”
“ใช่จ๊ะ” เกนหลงพยักหน้า ลูกชายของเธอรู้ความและฉลาดเกินวัยมากๆ ดังนั้นปิดบังไปก็ไม่ช่วยอะไร สู้พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาด้วยเหตุผลดีกว่า “ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไร แม่ไม่เคยเสียใจเรื่องลูก แต่ไหนแต่ไรเราก็มีกันอยู่สองคน แม่จะปกป้องซันนี่เอง”
“ผมเองก็จะปกป้องแม่เหมือนกัน ต่อไปถ้าใครพูดไม่ดี แม่มาบอกผมเลยนะ ผมจะ...” ว่าแล้วก็เลียนแบบท่าทางตอนแม่องค์ลง เกนหลงจึงต้องปรามให้ลูกชายอย่าเพิ่งแปลงร่าง
“โนวๆ ห้ามใช้ความรุนแรงเด็ดขาด มาช่วยแม่ท่องบทดีกว่านะ”
เกนหลงลูบแก้มนุ่มๆ และแอบถอนใจ ซันนี่โตขึ้นทุกวัน เวลาเห็นเพื่อนวัยเดียวกันมีคุณพ่อมารับส่งที่โรงเรียน แววตาของซันนี่จะหงอยๆ และบางครั้งก็มักจะมองหาว่าใครบ้างที่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นพ่อของเขา สักวันเขาจะต้องอยากรู้ และเมื่อรู้แล้ว ซันนี่จะถูกพรากไปจากเธอ
“ใกล้ถึงเวลาเข้าฉากแล้ว ท่องบทได้แล้วยังล่ะเจ้าหญิง”
“ค่ะ”
มีคนในวงการหลายคนเป็นฝ่ายเข้ามาชวนคุยอยู่บ้าง ปกติแล้วถ้าไม่สนิทกันก็มักจะไว้ตัวและพูดคุยกันอย่างสุภาพ น้ำเสียงนอบน้อม แต่คนที่คุยด้วยใช้น้ำเสียงเย็นชาแกมจิกกัด เวลาคุยก็เรียกเธอว่า ‘เจ้าหญิง’ ทุกคำ ออกแนวเสียดสีมากกว่า แถมสายตาใครต่อใครก็พุ่งมาที่เธออย่างจับผิด
“เธอก็ออกจะสวย เป็นคุณแม่ยังสาว ไม่ลองไปง้อพี่ธิให้ช่วยหาบทเด่นๆ ดูล่ะ เผื่อจะดังทะลุฟ้าอีกรอบไงล่ะ จะมัวรับจ๊อบงานตัวประกอบทำไม”
เกนหลงฟังออกว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีเจตนาดี จะต่อปากต่อคำไปก็ใช่เรื่อง สู้ถอยหนีดีกว่า
“เกนไม่รับงานเองล่ะค่ะ”
“ทำไม”
“เกนอยากมีเวลาให้ลูกค่ะ”
“ตายจริง เป็นคนสวยเซ็กซี่ก็ดีแบบนี้ล่ะเนอะ ใครๆ ก็เอ็นดู พี่ก็ลืมไปว่าคนดังอย่างน้องรับงานเยอะ พี่แก่แล้ว จะหางานก็ต้องวิ่งรอกหา ไม่มีใครประเคนให้”
“ค่ะ สู้ๆ นะคะ คุณพี่เป็นดารามานาน ประสบการณ์มากกว่าเด็กอย่างเกนอยู่แล้ว คุณพี่แสดงดี เดี๋ยวก็มีงานวิ่งเข้ามาไม่หยุดแน่ๆ ค่ะ”
เกนหลงไม่ได้มีความหมายแอบแฝงในประโยคที่พูดเลย แต่ดารารุ่นพี่คนนั้นกลับโกรธ โวยวายว่าเธอปีนเกลียวหลอกด่า แต่เกนหลงเป็นคนอะไรก็ได้ ไม่คิดมากอยู่แล้ว เธอมีข่าวฉาวติดตัวอยู่เพียบ จะเพิ่มอีกสักข่าวก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร ดังนั้นเธอจึงเฉยๆ ไม่ได้ไปขอโทษดารารุ่นพี่คนนั้นตามที่เจ้าตัวเรียกร้อง
“ถ้าเธอไม่ยอมขอโทษ เธอจะถูกแบน”
ฟังคำประกาศของอีกฝ่ายแล้ว เกนหลงก็เกาแก้ม คนที่ออกหน้ามาปกป้องเธอก็คือซันนี่
“อย่ามารังแกแม่ผมนะ!!” ซันนี่ออกไปยืนขวาง กางสองแขนอย่างปกป้องเต็มที่ เธอจึงรีบดึงลูกชายมาอยู่ในอ้อมแขน ดารารุ่นพี่คนนั้นทำท่าจะสาดคำพูดเลวร้ายใส่เด็กตัวเล็กๆ แต่แววตาเย็นเยียบดั่งแม่เสือของเกนหลงทำให้อีกฝ่ายสะอึกเงียบ กลืนคำพูดผรุสวาทลงท้องไป
“ทะ...ทำไม อะไร จะตบฉันรึไง”
“เมื่อก่อนแม่ก็ไม่ยอมใครเหมือนกัน ไม่มีทางยอมเสียละ ใครพูดอะไรมาก็เข้าไปเถียงเอาชนะให้ถึงที่สุด สุดท้ายแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร สิบคนก็พูดไปสิบอย่าง เราตามไปอธิบายทั้งหมดไม่ไหวหรอก บางคนปักใจเชื่อไปแล้ว มันก็เสียเวลาที่จะไปแก้ไขความเชื่อของเขา เรารู้แค่ว่าเราเป็นคนแบบไหนก็พอ จริงไหม”ซันนี่อมอากาศจนแก้มป่อง แต่ก็ยอมรับเหตุผลของแม่“จริงครับ แต่ตอนที่มีป้าปากเสียมาพูดใส่ผมว่าผมเป็นเด็กโดนพ่อทิ้ง แม่ปารองเท้าใส่ป้าคนนั้นไม่ใช่เหรอครับ”“แหะๆ”“ปารองเท้าแล้วก็เท้าเอวแบบนี้”“โอย ทำไมช่างจำจัง ตอนนั้นเพิ่งขวบเดียวแท้ๆ” เกนหลงยิ้มแหยๆ ตั้งแต่มีลูก เธอก็พยายามเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก แต่ก็มีหลุดให้เห็นเรื่อยๆ กลายเป็นว่าเธอเสียอีกที่ถูกลูกชายอบรม“ตอนนี้โลกไปไกลแล้วนะครับแม่ ผู้ปกครองของเพื่อนใน ห้องเรียนของผมเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยวเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเยอะแยะ พวกเขาก็มีความสุข เราก็มีความสุข ถึงจะไม่มีครบพ่อแม่ลูกก็เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนกัน คนที่เอาเรื่องนี้มาล้อเลียนบูลลี่คนอื่น ค
แต่แล้วหลายปีผ่านไป เธอก็หวนกลับคืนสู่วงการอีกครั้ง เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดาราตกอับส่วนใหญ่มักจะหมดที่ยืนในวงการ ไม่ก็ตกต่ำจนไม่เหลือโอกาสลืมตาอ้าปากสู้สังคม แต่สำหรับเธอแล้ว เธอกลับมาพร้อมกระแสรังเกียจ คนที่เคยมีเรื่องกับเธอต่างไม่สบายใจ กลัวจะถูกอาฆาตตามราวี ดังนั้นทุกคนจึงจับจ้องแกมแช่ง คาดเดาว่าพี่ธิคงจะดันเธอให้รับบทนางร้าย แต่ เปล่าเลย เธอได้รับบทเป็นเพียงตัวประกอบ และตั้งหน้าตั้งตาทำขนม ไม่ก็ข้าวกล่องมาส่งให้กองถ่าย ผู้จัดละครเห็นเกนหลงมีลูกเล็ก เขานึกสงสารจึงรับซื้อไว้ แรกๆ ก็ไม่มีใครกล้ากิน โยนทิ้งลับหลังก็บ่อย จนกระทั่ง...“อร่อยมากเลย ขนาดเย็นแล้ว กุ้งทอดยังกรอบเด้งอยู่เลย”“ชุดเบนโตะของเธอน่ารักมากเลย”“วันนี้ลองชิมขนมเค้กของเจ้าหญิงดาวร่วงแล้วยังอร่อยกว่าร้านในห้างอีกนะ”วันนั้นร้านข้าวเจ้าประจำมาส่งช้า คนในกองถ่ายทนหิวไม่ไหว จึงหยิบข้าวกล่องของเกนหลงมากินแก้หิว พอคนแรกกินหมดเกลี้ยงอย่างเอร็ดอร่อยแล้วทำท่าจะคว้ามากินอีก คนอื่นๆ ซึ่งรีรอดูว่าคนที่กินจะถ่ายท้องหรือไม่สบายหรือไม่ พอเห็น
บทที่ 1 เธอชื่อเกนหลงในวงการบันเทิงซึ่งมีดารามากมายฉายแสงเจิดจรัส แต่หาก พูดถึงดาราสาวผู้หนึ่งแล้ว ใครต่อใครก็พากันหัวเราะเยาะเธอคนนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงทันทีที่เผยโฉมสู่จอแก้ว ทุกคนพากันชื่นชมความสวยน่ารักราวกับตุ๊กตา ใครก็ตามที่เห็นเธอยิ้ม แล้วไม่ยิ้มตามก็คงเป็นพวกไม่มีหัวใจ ฝีมือการแสดงของเธอนับว่า น่าจับตามองอย่างยิ่ง และได้รับคำชมจากผู้คร่ำหวอดในวงการ ผลงานการแสดงเรื่องแรกของเธอจึงประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เป็นแรงฉุดให้เธอโลดแล่นในวงการระดับแถวหน้าในช่วงเวลาเพียง ไม่กี่เดือนแต่ความสำเร็จมากมาย ทั้งชื่อเสียงเงินทองต่างๆ นี้ เธอไม่ได้สนใจเลย เพราะเธอมีความฝันเรียบง่ายก็คืออยากจะเป็นแม่บ้าน ทำข้าวกล่องให้ลูกและสามี มีความสุขอยู่กับการเข้าครัวทำอาหาร เท่านั้นเอง การจะเข้าวงการบันเทิง จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก ในเวลานั้นเธอเพิ่งจะเรียนอยู่มัธยมหก ใช้ชีวิตธรรมดาไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ในระหว่างที่กำลังเลือกซื้อของในห้างสรรพสินค้า มีงานอีเว้นต์ซึ่งมีดาราดังๆ มาร่วมงานพอดี เธอนึกสนใจจึงเข้าไปดูด้วย และแล้วก็มีชายแต่งตัวจัดจ้านคนหนึ่งมองมาที่เธอเขม็ง พลางชี้นิ้วให้คนอื
เกนหลงเห็นว่าถ้าปล่อยไว้จะไม่เป็นผลดีแน่ ถ้าอีกฝ่ายอยากได้คำขอโทษ เธอก็ไม่ดื้อดึงหรอก ยินดีทำให้อีกฝ่ายพอใจอยู่แล้ว ทุกคนที่เคยรู้จักเธอต่างนึกว่าจะได้ดูสถานการณ์สนุกๆ จึงรอลุ้นฟัง บางคนเปิดกล้องมือถือเตรียมอัดคลิปด้วยซ้ำ พอเห็นเกนหลงเป็นฝ่ายยกมือไหว้ขอโทษอย่างนอบน้อม หลายๆ คนก็คิดสมเพชในใจว่าถ้าไม่ตกต่ำ คนอย่างเกนหลงมีหรือยอมจะก้มหัว“ถ้าเสแสร้งแกล้งขอโทษล่ะก็ ฉันไม่รับหรอกนะ”“อย่าเข้าใจผิดสิคะ” เกนหลงยิ้มแย้มอ่อนโยน แต่แววตาไม่ยิ้ม “เกนพูดไม่ดี ทำให้คุณพี่ขุ่นข้องหมองใจ เกนต้องกราบขอโทษเป็นอย่างยิ่งค่ะ ต่อไปเกนจะระมัดระวัง พิจารณาคำพูดก่อนทุกครั้ง ได้โปรดยกโทษให้เกนด้วยนะคะ”“ทำเป็นพูดดีไปเถอะ เมื่อกี้เธอทำหน้าตึงใส่ฉันชัดๆ”เกนหลงยิ้มกว้างขึ้นอีกนิด แต่อีกฝ่ายกลับรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออก“คุณพี่คงจะตาฝาดแล้วล่ะค่ะ”ทุกคนที่อยู่บริเวณนั้นคิดตรงกันว่า หากเมื่อครู่นางผรุสวาทใส่เด็ก เกนหลงจะไม่ใช่แค่ทำหน้าตึงใส่แน่ ดารารุ่นพี่เห็นว่าตัวเองถือแต้มเหนือกว่า ดังนั้นจึงจะจิกกัดเอาให้เกนหลงทำมาหากินไม่ได้ แต่เกนหลงอุ้มซันนี่เข้ามาพนมมือแทบอก ดูเผินๆ แล้วไม่มีอะไร แต่ความจริงแล้วเธอแอบกระซิบ
“ตอนนี้โลกไปไกลแล้วนะครับแม่ ผู้ปกครองของเพื่อนในห้องเรียนของผมเป็นพ่อเลี้ยงเดี่ยว เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวเยอะแยะ พวกเขาก็มีความสุข เราก็มีความสุข ถึงจะไม่มีครบพ่อแม่ลูกก็เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์เหมือนกัน คนที่เอาเรื่องนี้มาล้อเลียนบูลลี่คนอื่น คนนั้นต่างหากที่ควรจะละอาย เพราะงั้นถึงจะมีใครพูดไม่ดีกับผม เดี๋ยวผมจัดการเอง แม่จะได้ไม่ต้องปารองเท้าอีกนะครับ”“จ๊ะๆ” ลูกชายพูดจาจริงจังเป็นการเป็นงาน คนเป็นแม่ก็ต้องกลั้นขำแทบตาย ขนาดสี่ขวบยังขี้บ่นขนาดนี้ โตไปจะยิ่งเหมือนพ่อมากแน่ๆพอเผลอคิดมาถึงตรงนี้ เกนหลงก็สะอึกในใจ“ถึงซันนี่จะไม่เคยเอ่ยถามแม่ แต่ลึกๆ แล้วซันนี่ก็อยากรู้ว่าใครเป็นพ่อใช่ไหมลูก”“ครับ”“ถ้าลูกพร้อม แม่ก็ยินดีจะเล่าทุกอย่างให้ฟังโดยไม่ปิดบังนะครับ”เด็กน้อยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ถ้าพ่อเป็นคนไม่ดี ทำร้ายแม่แล้วทิ้งแม่ไป ผมก็ไม่อยากรู้หรอกครับ บางทีพ่อคงไม่สนใจด้วยซ้ำว่ามีผม ผมเองก็ไม่อยากรู้หรอกครับ”ฟังคำพูดน้อยใจของลูกชายแล้ว เกนหลงจึงกอดลูกแน่นขึ้นอีกนิด หอมแก้มจุ๊บเหม่งอีกหลายๆ ที เรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากเจ้าหนู เกนหลงทั้งขยำทั้งนวดโดยไม่สนเสียงกรี๊ดใสๆ จนซันนี่โพ
แต่แล้วหลายปีผ่านไป เธอก็หวนกลับคืนสู่วงการอีกครั้งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ดาราตกอับส่วนใหญ่มักจะหมดที่ยืนในวงการ ไม่ก็ตกต่ำจนไม่เหลือโอกาสลืมตาอ้าปากสู้สังคม แต่สำหรับเธอแล้ว เธอกลับมาพร้อมกระแสรังเกียจ คนที่เคยมีเรื่องกับเธอต่างไม่สบายใจ กลัวจะถูกอาฆาตตามราวี ดังนั้นทุกคนจึงจับจ้องแกมแช่ง คาดเดาว่าพี่ธิคงจะดันเธอให้รับบทนางร้าย แต่เปล่าเลย เธอได้รับบทเป็นเพียงตัวประกอบ และตั้งหน้าตั้งตาทำขนมไม่ก็ข้าวกล่องมาส่งให้กองถ่าย ผู้จัดละครเห็นเกนหลงมีลูกเล็ก เขานึกสงสารจึงรับซื้อไว้ แรกๆ ก็ไม่มีใครกล้ากิน โยนทิ้งลับหลังก็บ่อย จนกระทั่ง...“อร่อยมากเลย ขนาดเย็นแล้ว กุ้งทอดยังกรอบเด้งอยู่เลย”“ชุดเบนโตะของเธอน่ารักมากเลย”“วันนี้ลองชิมขนมเค้กของเจ้าหญิงดาวร่วงแล้วยัง อร่อยกว่าร้านในห้างอีกนะ”วันนั้นร้านข้าวเจ้าประจำมาส่งช้า คนในกองถ่ายทนหิวไม่ไหวจึงหยิบข้าวกล่องของเกนหลงมากินแก้หิว พอคนแรกกินหมดเกลี้ยงอย่างเอร็ดอร่อยแล้วทำท่าจะคว้ามากินอีก คนอื่นๆ ซึ่งรีรอดูว่าคนที่กินจะถ่ายท้องหรือไม่สบายหรือไม่ พอเห็นว่าปลอดภัยก็หยิบมากินบ้าง“ระวังเถอะ กินของพวกนี้เข้าไป อาจจะมีของดี







