Share

3

last update Tanggal publikasi: 2025-12-14 13:53:15

ริมฝีปากเป็นกระจับน่าจุมพิต หน้าผากนูนเกลี้ยงผุดผ่อง ผิวของเธอขาว เนียนละเอียด กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นจนต้องขยับใบหน้าเข้าไปสูดดมพวงแก้มสาวอย่างหักห้ามใจไม่ไหว

แม่นิ่มน้อยของเขามีใบหน้ากลมหวาน คิ้วเรียวสวย ปากเป็นสีชมพูระเรื่อ ยามที่เธอพูดคุยกับเขาทำให้เห็นฟันขาวสะอาดเรียงตัวเป็นระเบียบน่ามอง แม้กระทั้งที่เธอแย้มยิ้มเขาก็มองเพลินแทบไม่อยากละสายตาไปจากดวงหน้าผุดผ่องเลยแม้แต่วินาทีเดียว

เธอเป็นคนสะอาดสะอ้านเรียบร้อยอ่อนหวานและเชื่อฟังผู้ใหญ่ ไม่พูดจาหยาบคายกระโชกโฮกฮากให้รู้สึกระคายหู ยามได้พิศมองใบหน้าหวานละมุน เขารู้สึกได้ว่าหัวใจหนุ่มเต้นเร็วและมีความสุขอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

ไม่เคยมีหญิงใดทำให้เขารู้สึกเช่นนี้มาก่อนในชีวิตหนุ่ม แม้จะเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนไกลถึงเมืองนอกเมืองนา เจอผู้หญิงสวยๆ มาเยอะ แต่ไม่เคยมีใครทำให้เขาหวั่นไหวได้เท่าเธอมาก่อน

ดวงตาที่ปิดสนิทค่อยๆ ลืมขึ้นมาอย่างเชื่องช้า เธอมองเขาอย่างงุนงง ก่อนจะหน้าแดง ทำท่าจะลุกหนีเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ เขาใช้มือกักเธอเอาไว้ใต้ร่างเพื่อไม่ให้หนีหายไปไหน

“จะไปไหนครับ” เขาเอ่ยถามพลางยิ้มหวานใส่ตาคนขี้อาย

“นิ่มจะไป เอ่อ... จะไป” เธออึกอักหน้าแดงขัดเขิน

“ไม่เคยโดนจูบหรือคะ โดนพี่จูบเข้าถึงได้เป็นลมล้มพับไปแบบนี้” เขาถามทั้งๆ ที่รู้ว่าสาวน้อยคงไม่เคยโดนใครจูบมาก่อน แต่การได้รับคำตอบจากเธอว่าไม่เคยโดนใครกระทำเช่นนี้กับเธอมาก่อน ทำให้เขาพึงพอใจไม่น้อย

“ใครจะเคยกันล่ะคะ” เธอตอบเขาในขณะที่ใบหน้าแดงเรื่อ พยายามจะลุกหนีแต่เขาก็กักกอดเอาไว้ในอ้อมแขน

“จะรีบไปไหนคะ มาให้พี่กอดก่อนสิ”

แน่ะ! เธอขัดเขินจนแทบมุดเตียงหนี

“ต้องรีบไปเตรียมตัวค่ะ เดี๋ยวต้องไปงานศพคุณลุงกับคุณป้าอีก หากพี่โมกข์ไม่ต้องการอะไรแล้วนิ่มขอตัวก่อนนะคะ” แม้จะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ยังไม่ยอมปล่อยเธอง่ายๆ

“พี่ยังไม่อยากให้น้องนิ่มลุกไปไหนเลยค่ะ”

“อุ๊ย! พี่โมกข์” เธออุทานเมื่อเขาสวมกอดรัดรึงแนบแน่นขึ้น นิ่มตาโตไม่เคยโดนชายใดกอดรัดเช่นนี้มาก่อน

“ปล่อยนิ่มนะคะพี่โมกข์”

“จะหวงตัวกับพี่ไปไย น้องนิ่มเป็นคู่หมั้นคู่หมายของพี่จะโดนพี่กอดสักน้อยไม่ใช่เรื่องแปลก”

“พี่โมกข์คะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า” หล่อนพยายามดิ้นแต่เขาไม่คิดจะปล่อย

“บนเรือนเป็นสถานที่ส่วนตัวใครจะขึ้นมาป้วนเปี้ยนกันเล่า มีเพียงน้องนิ่มกับพี่เท่านั้นที่พักอยู่บนนี้” เขาจับคางสาวเอาไว้ เธอเขินอายทำตัวไม่ถูกเอาเสียเลยเมื่อเขาแนบใบหน้าเข้ามาหา

“พี่จะจูบน้องนิ่มอีก” เขาบอกด้วยน้ำเสียงกรุ้มกริ่ม

“ห้ามเป็นลมนะคะสาวน้อยของพี่ ไม่งั้นพี่จะปล้ำให้เสร็จคาเตียง” ได้ยินแบบนั้นนิ่มก็ตาโต หล่อนจิกมือกับไหล่กว้างของเขายามที่ปากเร่าร้อนกดประทับเข้าหา โมกข์บดจูบขบเม้มริมฝีปากทั้งด้านบนและล่าง เขาดูดลิ้นเล็กๆ ของเธอที่พยายามหลบเลี่ยงอย่างไร้เดียงสา

“ปากแม่นิ่มน้อยของพี่หวานนักรู้ไหมคะ หากไม่เพราะต้องไปงานศพพี่คงได้ปล้ำน้องนิ่มเสียจริงๆ ให้หนำใจ” เขาพูดตรงเสียจนเธอใบหน้าแดงก่ำลามไปถึงใบหู พอเขายอมถอยหนีเธอก็รีบลุกหนี ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแล้ววิ่งเตลิดออกจากห้องไปแทบจะทันที

โมกข์มองตามร่างคู่หมั้นตัวน้อยของตนไปอย่างเอ็นดู ก่อนจะเดินไปแต่งตัวอย่างไม่รีบร้อน ออกมาจากห้องอีกครั้งก็เจอเข้ากับสาวน้อยที่รอเขาอยู่ก่อนแล้ว พอเห็นเขาเข้าเธอก็ก้มงุดขัดเขิน       วางไม้วางมือแทบไม่ถูก

“รอพี่นานไหม”

“ไม่นานค่ะ”

“งั้นรับประทานอาหารกันเถอะ”

“อืม... รสมือของแม่นิ่มอร่อยไม่เป็นสองรองใคร” เขาเอ่ยชมเมื่อได้ชิมข้าวต้มฝีมือของเธอ

“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณเบาๆ ก่อนจะรับประทานอาหารเงียบๆ เพราะเงยหน้าขึ้นทีไรก็เจอเข้ากับดวงตาคมเข้มคู่นั้นของโมกข์ ทำให้เธอตกประหม่าอยู่ไม่น้อย หลังจากรับประทานอาหารเสร็จสิ้นทั้งสองก็เดินทางไปวัดเพื่อจัดการเรื่องงานศพ

“ไปเถอะครับลุงสมัย” โมกข์บอกคนขับรถ ขึ้นไปนั่งบนรถเคียงคู่ไปกับสาวน้อยทางด้านหลัง เธอหันไปมองนอกรถ ไม่กล้ามองหน้าคนข้างๆ เพราะเขินอาย

“นอกรถมีอะไรน่าดูชมมากว่าหรือคะน้องนิ่ม” โมกข์เอ่ยถามเบาๆ นิ่มหันมามอง ยิ่งขัดเขินหนักกว่าเดิม

“มองหน้าพี่บ้างเถิดแม่นิ่มน้อย รู้บ้างไหมว่าพี่น้อยใจแล้วนะคะ เห็นอย่างอื่นน่ามองมากกว่าพี่อีก” เขาอยากให้เธอหันมาสนใจเขาบ้าง

“นิ่มแค่มองวิวทิวทัศน์เองนะคะ ไม่ได้เห็นอย่างอื่นสำคัญกว่าพี่โมกข์เสียหน่อยค่ะ” เธอตอบเขาเสียงนุ่มแต่ไม่กล้ามองสบตา ท่าทีเหนียมอายนั้นทำให้โมกข์มองแล้วยกยิ้มตรงมุมปาก

“แต่พี่ไม่อยากมองนอกรถเลยนะคะ” เขาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้สาวน้อย

“ทำไมหรือคะ”

“ในรถน่ามองกว่านอกรถน่ะสิคะ โดยเฉพาะแม่นิ่มน้อยของพี่ น่ามองกว่าทิวทัศน์ด้านนอกเป็นไหนๆ” เขามองเธอด้วยแววตาหวานซึ้ง นิ่มเขินหนักกว่าเดิมวางไม้วางมือแทบไม่ถูก ลุงสมัยได้ยินเจ้านายหนุ่มเกี้ยวสาวน้อยถึงกับอมยิ้มมุมปาก

งานศพของคุณพร้อมกับุคณนายละมัยมีแขกมาร่วมในงานสวดอภิธรรมเต็มศาลาทุกวัน โมกข์จัดงานศพอย่างสมเกียรติ เขาบวชให้บิดามารดาด้วยเพราะไปเรียนต่อเมืองนอกเมืองนาหลายปียังไม่ได้บวชเรียน

มาลัยเป็นคนจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้หลานชายได้บวชหน้าศพ ทุกคนไว้ทุกข์พร้อมด้วยทำบุญครบร้อยวัน หลังจากเผาศพก็นำอัฐิไปลอยอังคารตรงแม่น้ำ

หลังจากเสร็จสิ้นงานศพ โมกข์ก็ยังบวชต่ออีกหลายเดือน เขาอยากบำเพ็ญเพียรและทำความดีให้บิดามารดาเป็นครั้งสุดท้าย

มาลัยและนิ่มนำอาหารไปถวายทุกวัน จนกระทั่งโมกข์สึกจากพระกลับมาอยู่บ้านดังเดิม

“คุณพ่อกับแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะทำตามที่คุณพ่อกับคุณแม่ต้องการอย่างไม่บิดพลิ้ว น้องนิ่มตัวคนเดียว ผมขอสัญญาว่าจะไม่ทิ้งน้องโดยเด็ดขาด และจะจัดงานแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณี รวมถึงดูแลทรัพย์สมบัติของคุณพ่อกับคุณแม่ให้เจริญงอกงามสืบไป” เขาพูดกับรูปถ่ายของบิดามารดาด้วยความสัตย์จริง พวกท่านเอ็นดูนิ่มมากเนื่องด้วยว่าตอนที่บุพการีของเธอยังมีชีวิตอยู่ พวกท่านเคยให้การช่วยเหลือบิดามารดาของเขาเอาไว้ในหลายๆ เรื่อง ดังนั้นเมื่อพวกท่านจากไป บิดามารดาของเขาจึงดูแลนิ่มเป็นอย่างดี ให้ความรักใคร่ประดุจดั่งบุตรสาวอีกคนหนึ่ง

นิ่มมองสบตากับผู้ชายที่เป็นคู่หมั้นคู่หมายและเธอต้องแต่งงานด้วยในเร็ววันนี้ด้วยสายตาเคารพรัก เขาเหมือนพี่ชายที่แสนดีของเธอเสมอ

“คุณนิ่มไปไหนหรือแม่อาบ” โมกข์เอ่ยถามหาสาวน้อยที่เขาไม่เห็นหน้าของหล่อนเลยหลังจากมื้อกลางวัน

“คุณนิ่มเก็บดอกไม้อยู่ในสวนค่ะคุณโมกข์ พรุ่งนี้วันพระเธอจะเก็บดอกไม้มาร้อยมาลัยนำไปถวายพระค่ะ” แม่อาบรายงานเจ้านายหนุ่ม

เขาพยักหน้ารับรู้ก่อนโบกไม้โบกมือให้เพื่อบอกว่าจะไปทำอะไรก็ไปทำเถอะ

นิ่มชอบทำบุญจึงมักจะทำอาหารไปถวายพระ ร้อยมาลัยและจัดดอกไม้ไปบูชาพระอยู่เป็นนิจเขารู้ข้อนี้ดี ร่างสูงเดินไปยังสวนดอกไม้หลังบ้าน เห็นสาวน้อยกำลังเก็บดอกไม้อยู่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

ในสวนหลังบ้านมีดอกไม้นานาพันธุ์ส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณเพราะมารดานั้นชอบทำบุญ ปฏิบัติธรรมและรักธรรมชาติ บิดาก็รักการปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจนั่นทำให้คนทั้งสองปลูกต้นไม้เอาไว้แทบจะทุกชนิด จึงมีสวนหลังบ้านที่กว้างขวางน่าพักผ่อนหย่อนใจเป็นอย่างยิ่ง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   55

    “ภายหลังที่พระเซ๋าซูกงหรือพระหมอได้บอกคุณพระจีนคณานุรักษ์ให้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวโดยวิธีเข้าทรงแล้ว คุณพระจีนคณานุรักษ์ ก็ได้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้ช่วยรักษาโรคโดยวิธีอัญเชิญวิญญาณของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรง เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวบอกว่าจะรักษาโรคให้หายโดยมีข้อแม้ว่า เมื่อหายแล้วคุณพระจีนคณานุรักษ์ต้องสร้างศาลเจ้าที่เมืองปัตตานีให้ท่านกับน้องสาวประทับ และขอให้แกะสลักรูปของท่านกับน้องสาวด้วยโดยขอให้ประทับอยู่ร่วมกับพระเซ๋าซูกงหรือพระหมอในศาลเจ้าเดียวกัน ซึ่งคุณพระจีนคณานุรักษ์ได้ตกลงทำตามเงื่อนไขทุกประการ ในที่สุดคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็หายจากโรคดังกล่าว และได้ปฏิบัติตามสัญญา คือให้คนจีนแกะสลักรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากกิ่งมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งเป็นกิ่งที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตาย โดยวิธีอัญเชิญวิญญาณเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรงนายช่างซึ่งเป็นผู้แกะสลักจนรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและน้องสาวเสร็จเรียบร้อย พร้อมกันนั้นคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็ได้สร้างศาลเจ้าหลังใหม่ดังที่ปรากฏมาจนทุกวันนี้จ้ะ”“พิธีลุยน้ำลุยไฟล่ะคะ หนูเคยได้ยินแต่ไม่เคยไปดูเลยสักครั้ง” เพชรานั้นต้องตามบิดามารดาไปอยู่ที่จ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   54

    “เป็นแบบนี้นี่เอง”“ในที่สุดลิ้มโต๊ะเคี่ยมและธิดาเจ้าเมืองกรือเซะจึงได้เข้าสู่พิธีวิวาห์ตามหลักศาสนาอิสลาม โดยลิ้มโต๊ะเคี่ยมยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตามฝ่ายธิดาเจ้าเมือง เพราะยึดถือความรักเป็นใหญ่ รวมทั้งลูกเรือที่มากับลิ้มโต๊ะเคี่ยมทั้งหมดก็ไม่กลับประเทศจีนอีก ยอมอยู่กับลิ้มโต๊ะเคี่ยมผู้เป็นนายที่เมืองกรือเซะจ้ะ”“อ้อ... หนูเข้าใจแล้วค่ะ ศาสนาอื่นหากสมรสกับศาสนาอิสลามจะต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาเดียวกัน”“ใช่จ้ะ ลูกเรือก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม มาตั้งรกรากมีครอบครัวที่กรือเซะด้วยจ้ะ ลูกเรือที่เป็นลูกน้องของลิ้มโต๊ะเคี่ยมทุกคนล้วนมีฝีมือในเชิงรบพุ่งและมีฝีมือในเชิงดาบ โดยเฉพาะนายท้ายเรือต้นหน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการหล่อปืนใหญ่ ซึ่งปืนเป็นอาวุธจำเป็นในการรบพุ่งสมัยนั้นจ้ะ”“ในสมัยนั้นเขาก็ใช้ดาบและปืนเป็นอาวุธใช่ไหมคะคุณยาย”“ใช่จ้ะ เจ้าเมืองกรือเซะเองเห็นความจำเป็นนี้เช่นกัน จึงได้สั่งให้หล่อปืนใหญ่ด้วยทองแดงเพื่อไว้ใช้ป้องกันเมือง ๑ กระบอก ครั้นเมื่อหล่อเสร็จได้ทดลองยิงปรากฏว่าปืนแตกใช้การไม่ได้ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมในฐานะผู้อำนวยการหล่อปืนใหญ่จึงสั่งการให้หล่อใหม่อีกครั้ง ค

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   53

    “คุณยายนี่ไม่ตกยุคเลยจริงๆ นะคะ”“คุณตาสอนน่ะจ้ะ” เธอหมายถึงไลน์ที่โทร. หากันฟรี“คุณตาสุดยอดไปเลยค่ะ” เพชรายกนิ้วโป้งให้ผู้เป็นตา เพราะตาของเธอเก่ง อารมณ์ดี ใจดีมีเมตตาและไม่เคยดุเธอเลย แต่มักจะพูดอะไรกับลูกหลานด้วยเหตุผล ไม่วางอำนาจบาตรใหญ่เหมือนผู้ใหญ่บางคน คุณตาโมกข์ของเธอจึงเป็นที่นับหน้าถือตา แถมท่านยังบริจาคเงินช่วยทุนการศึกษาเด็กผู้ยากไร้เป็นประจำทุกปีอีกด้วย“คุณแม่เคยเล่าว่าสมัยก่อนรองเท้ายี่ห้อสกอลล์ฮิตมากเลยนะคะ ใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังมีราคาแพงด้วย โดนขโมยไปหลายรอบเพราะคนอื่นก็อยากใส่เหมือนกัน”“ใช่จ้ะ แม่เรากลับมาฟ้องยายนั่งร้องไห้ว่ารองเท้าหายอยู่หลายวันตอนหลังเขียนชื่อติดเอาไว้ที่รองเท้าเลยละ”“ฮ่าๆๆ คุณแม่นี่หัวคิดดีมากเลยนะคะ” เพชราหยิบขนมช่อม่วงมารับประทานแล้วอมยิ้ม“เมื่อก่อนมีของกินแปลกๆ พวกหมากฝรั่งบุหรี่ด้วยนะ คุณตาเคยดุลุงของเราสุดท้ายก็หน้าแตก”“เพราะสูบบุหรี่ไม่ดีใช่ไหมคะ”“ใช่จ้ะ ลุงๆ ป้าๆ และแม่ของเรานี่ไปเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์กันทุกคน สอบนักธรรมจนจบนักธรรมศึกษาชั้นเอกกันทุกคนเลย เมื่อก่อนตอนเรียนภาษาไทยก็ต้องท่องเวชสันดรด้วย แม่เราน่ะชอบดูรายการ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   52

    กลับมาจากโรงเรียนลุงๆ ป้าๆ กับแม่ของเราก็เอามานั่งเล่นทายปัญหาสุภาพษิตคำพังเพยกันใหญ่ ดึกดื่นนั่งทายกันไม่ยอมหลับยอมนอน ยายว่าก็เป็นหนังสือที่ดีอยู่นะ” “เดี๋ยวนี้อยากได้เนื้อเพลงของใคร หรือเกมลับสมองก็เปิดเน็ตเข้าไปหาในอินเตอร์เน็ตได้เลยค่ะ” เพชราเป็นเด็กที่ทันสมัยรู้จักใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว“อันนี้จริง สมัยก่อนจะทำอาหารทีต้องหาซื้อหนังสือทำอาหารหรือถามสูตรจากคนเฒ่าคนแก่ เดี๋ยวนี้เปิดคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ดูก็มีสูตรอาหารเยอะแยะ แถมยังมีคนทำให้ดูอีกด้วย มันทันสมัยกว่าสมัยก่อนเยอะเลยจ้ะ”นิ่มเห็นด้วยกับหลาน เธอผ่านยุคอนาล็อกมาจนถึงยุคดิจิตอลจึงเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผ่านไปเร็วมาก โทรศัพท์มือถือสมัยก่อนเครื่องใหญ่และน้ำหนักเยอะ เดี๋ยวนี้น้ำหนักเบามีหน้าจอสัมผัสได้เพียงแค่แตะ เมื่อก่อนต้องนั่งจิ้มตัวเลขเอา บางทีก็หาแป้นไม่เจอ ต่อไปยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปถึงขั้นไหนอีก“แต่เพชรชอบขนมแล้วก็อาหารที่คุณยายทำค่ะ อร่อยแล้วก็หาซื้อที่ไหนไม่ได้เพราะรสชาติที่คุณยายทำสุดยอดเลยค่ะ”“ปากหวานเสียจริงเด็กคนนี้ แม่เราก็ขี้อ้อน มีช่วงหนึ่งเข้าสู่วัยรุ่นแล้วมาอ้อนขอโทรศัพท์

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   51

    โมกข์กับนิ่มเลี้ยงสายฟ้ากับสายฝนเหมือนลูกในไส้ ไม่ให้คนในบ้านพูดถึงชาติกำเนิดและเรื่องไม่ดีในอดีตเด็ดขาด เด็กทั้งสองนั้นค่อนข้างรักน้องชายอย่างสว่างเป็นอันมากอาจเพราะวัยไล่เลี่ยกัน ในขณะที่พจน์ พันและพลอยนั้นคลอดคลอดหลังพี่ๆ สามปีนิ่มและโมกข์ให้ความรักแก่เด็กๆ ทุกคนเสมอหน้า เสมือนว่าทุกคนคือลูกแท้ๆ โดยไม่แบ่งแยก ทั้งสอนการบ้าน ทั้งสอนภาษา อีกทั้งรับอาจารย์มาสอนพิเศษเพิ่มเติมในวิชาที่ทางโรงเรียนไม่ได้สอน ทั้งสองสอนให้ลูกๆ ใช้ชีวิตตามวัยและรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง สอนให้รู้จักตัวเองและไม่เอาเปรียบผู้อื่น“พี่โมกข์มองการณ์ไกล ให้เด็กๆ เรียนภาษาจีนกับภาษามลายูด้วย” เธอเอ่ยชมสามีเพราะในจังหวัดที่อาศัยอยู่รวมถึงในชุมชนนั้นมีคนไทยเชื้อสายจีนและไทยมุสลิมปะปนกันอยู่โดยเฉพาะไทยมุสลิม ดังนั้นการเรียนรู้ภาษาได้หลายภาษานอกจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษแล้ว จึงเป็นเรื่องดีต่อการค้าขายและการดำเนินกิจการของครอบครัวเด็กๆ ได้เรียนในโรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด สว่างเรียนเก่งและค่อนข้างหัวดี จึงสามารถสอนการบ้านสายฟ้ากับสายฝนได้ ทั้งสามอายุเท่ากันแต่สายฟ้ากับสายฝนนั้นแก่เดือนกว่าสว่างเป็นคนมีน้ำใจ มีเมตตาต

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   50

    “เหรอคะคุณป้า” เธอมองหน้าสามี“พอป้าบอกว่าวันนี้กินตามใจปากได้แล้ว อะไรที่อยากกินก็รีบเร่งไปหาซื้อของมาตั้งแต่ไก่โห่ บางอย่างก็เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน”“ที่พี่โมกข์หายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วกลับเสียดึกดื่น แถมเมื่อเช้าก็ยังลุกหนีไปตั้งแต่หัวรุ่งเพราะไปหาวัตถุดิบมาปรุงอาหารให้นิ่มเหรอคะ” เธอมองสามีอย่างซาบซึ้งใจ“จ้ะ ไปหาสรรหาทุกอย่างที่คิดว่าแม่นิ่มอยากจะกินมาให้ป้าช่วยทำให้”“ขอบพระคุณค่ะ” นิ่มยกมือไหว้สามี“พี่รักนิ่มที่สุด สิ่งไหนที่จะทำให้นิ่มมีความสุขได้ พี่ก็จะรีบทำมันในทันที” ตั้งแต่ได้อยู่ด้วยกันนิ่มก็รู้ว่าเขารักเธอมาก เขาไม่เคยทำให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เคยด่าว่าทุบตี มีแต่จะสนับสนุนเธอในทุกๆ เรื่อง อยากเปิดร้านขนมเขาก็ช่วยเหลือทุกอย่าง อยากทำอะไรเขาก็เห็นดีเห็นงามด้วยเสมอมาลัยพยักหน้าให้นิดวางจานข้าวเหนียวมะม่วงลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะ พากันออกไปจากห้อง ปล่อยให้สามีภรรยาได้อยู่ด้วยกันนิ่มตั้งใจเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กธรรมดาที่ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือใคร เลี้ยงให้มีความรักความเมตตาต่อผู้อื่น และเลี้ยงให้เป็นคนดี ให้เกียรติผู้อื่น แม้จะมีข้าทาสบริวารมากมายก็ให้หัดทำอะไรด้วยตัวเอง รับผิดชอบ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   5

    “ปกติพี่ไม่ค่อยชอบกินของหวานหรอกค่ะ แต่ถ้าน้องนิ่มทำ พี่ก็กินได้หมดนั่นแหละครับ” คนปากหวานตอบเสียงหวานทำเอาคนฟังยิ้มเขิน“นิ่มจะให้คนไปเก็บดอกบัวนำไปถวายพระพรุ่งนี้ค่ะ ต้องขอตัวสักครู่นะคะ” หล่อนเอ่ยบอกหลังจากนั่งจิบน้ำชาสนทนากับโมกข์อีกครู่ใหญ่“เก็บที่ไหนหรือคะ” โมกข์เอ่ยถามอย่างสนใจ เขานึกลองไปเ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   4

    “อุ๊ย!” นิ่มอุทานเมื่อจะเด็ดดอกรักแต่กลับมีมือหนาเอื้อมมาเด็ดดอกรักดอกเดียวกับเธอ“พี่โมกข์” เธอหันมามองเขา ก่อนจะหน้าแดงเมื่อได้สบตาคมเข้มหวานหยดคู่นั้น“น้องนิ่มจะเอาดอกรักไปทำอะไรคะ”“ร้อยมาลัยค่ะพี่โมกข์” เธอตอบเสียงนุ่ม รีบดึงมือกลับแต่เขารวบเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เธอเงยหน้ามอง ในขณะที่แก้มร้อนผ่าว

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   2

    แต่สำหรับแม่นิ่มน้อยของพี่แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรผิดพลาดลงไป พี่ให้อภัยได้เสมอค่ะ” ประโยคนั้นของเขาทำให้เธอสะเทิ้นอายอยู่ไม่น้อย เพราะดวงตาของเขาเจือแววหวานละมุนสื่อความหมายชัดเจนถึงความรักใคร่ที่มีต่อเธอ“งั้นนิ่มขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ” เธอเอ่ยขอตัวก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว“เดี๋ยวเรากลับกับแม่นิ่มน

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   1

    นิ่มมองพี่ชายที่เคารพด้วยสายตารักใคร่ โมกข์วางมือบนศีรษะของเด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบแล้วยิ้มกว้าง“พี่ต้องไปแล้วนะคะแม่นิ่มน้อย” โมกข์นั่งยองๆ ลูบศีรษะเด็กน้อยที่อยู่ในชุดเดรสสีชมพูสดใส นิ่มเป็นเด็กหญิงตัวเล็กผิวขาวเนียนละเอียด ใบหน้ากลมหวาน ปากแดง แก้มใส ผมดำขลับหยักศก ดวงตาสีนิลแต่ดูอ่อนหวานสดใส“

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status