Se connecter“อุ๊ย!” นิ่มอุทานเมื่อจะเด็ดดอกรักแต่กลับมีมือหนาเอื้อมมาเด็ดดอกรักดอกเดียวกับเธอ
“พี่โมกข์” เธอหันมามองเขา ก่อนจะหน้าแดงเมื่อได้สบตาคมเข้มหวานหยดคู่นั้น
“น้องนิ่มจะเอาดอกรักไปทำอะไรคะ”
“ร้อยมาลัยค่ะพี่โมกข์” เธอตอบเสียงนุ่ม รีบดึงมือกลับแต่เขารวบเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เธอเงยหน้ามอง ในขณะที่แก้มร้อนผ่าวอย่างปัจจุบันทันด่วน อยู่ใกล้โมกข์ทีไรหัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเสียทุกคราไป เธอวางไม้วางมือและทำหน้าไม่ถูกเอาเสียเลย มันร้อนผ่าววูบวาบไปหมดทั้งพวงแก้ม
“ปล่อยค่ะพี่โมกข์เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะเอาไปนินทาได้นะคะ”
“น้องนิ่มร้อยมาลัยไปถวายพระหรือคะ” เขาเอ่ยถามแต่ไม่ยอมปล่อยมือน้อยนุ่มนวลนั้น
“ค่ะ” เธอตอบแล้วดึงมือหนีอีกรอบ แต่เขาไม่ยอมปล่อย กลับกุมมือของเธอเอาไว้แน่นขึ้น ก่อนดึงไปจุมพิตเบาๆ เธอเหนียมอายร่างกายร้อนผ่าวเพียงแค่ปากหนาของเขาสัมผัสหลังมือนุ่มแผ่วเบา
“พี่โมกข์...”
“กลิ่นน้องนิ่มหอมกว่าดอกไม้ทุกชนิดในสวนเสียอีก น้องนิ่มจะเมตตาร้อยมาลัยให้พี่สักพวงได้ไหมคะ อยากเอาไปกอดหอมในห้องนอนให้ชื่นใจในค่ำคืนนี้” เขาเอ่ยถาม ใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดเวลาเมื่อพิศมองใบหน้านวลผุดผ่องนั้น
“ถ้าพี่โมกข์ต้องการ เดี๋ยวนิ่มจะร้อยให้ค่ะ”
“ให้พี่ช่วยเก็บดอกไม้ไหมคะ” เขาก้มลงไปกระซิบถามที่ริมหู
“นิ่มไม่อยากรบกวนค่ะ พี่โมกข์ไปนั่งรอที่ศาลาท่าน้ำดีกว่าไหมคะ” เธอตอบอย่างเกรงใจ เอียงอายเบี่ยงหลบอย่างสุภาพ
“พี่อยากช่วย” ร่างสูงของโมกข์ขยับเข้าหา เด็ดดอกรักใส่ลงไปในตะกร้าให้อย่างเบามือ
“ดอกรัก” เขาเด็ดดอกรักมาตรงหน้าของเธอแล้วพูดเสียงนุ่ม
“ค่ะพี่โมกข์ ดอกรัก” เธอทวนคำของเขาด้วยท่าทีงุนงงเล็กน้อย เธอรู้แล้วว่ามันคือดอกรัก
“พี่ให้น้องนิ่มแทนความรัก” ประโยคถัดมาของเขาทำให้เธอหน้าแดงรับมาถือเอาไว้อย่างขัดเขินเอียงอายพลางก้มงุดด้วยหัวใจสะท้าน
“น้องนิ่มจะเด็ดดอกอะไรอีกหรือคะ พี่จะได้ช่วย” เขาเอ่ยถาม อมยิ้มเมื่อเห็นอาการขัดเขินของสาวน้อยตรงหน้า
“ดอกพุดค่ะพี่โมกข์”
“มาครับพี่ช่วย” เขาช่วยเด็ดดอกพุดให้สาวน้อยอย่างเบามือ
“แล้วใบแก้วเอาไปทำไมหรือคะ”
“ร้อยมาลัยเหมือนกันค่ะ ต้องใช้ดอกกุหลาบและดอกจำปีจำปาร้อยเป็นอุบะด้วยค่ะ” โมกข์มองสาวน้อยเก็บดอกไม้อย่างเพลินตา เธอเดินไปเก็บดอกบานไม่รู้โรยและดอกกล้วยไม้รวมถึงดอกไม้อีกหลายชนิดจนเต็มตะกร้า ด้านล่างของตะกร้ารองด้วยใบตองเอาไว้
“พี่ช่วยอะไรได้บ้างคะ” เขาเอ่ยถามขณะเดินตามเธอมาที่ศาลาริมน้ำ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสนใจการร้อยมาลัย หากถ้าคนร้อยไม่ใช่แม่นิ่มน้อยยอดขมองอิ่มคู่หมั้นคู่หมายหน้าหวานของเขา โมกข์พิศมองดวงหน้าผุดผ่องหวานละมุนด้วยดวงตาหยาดเยิ้ม รอยยิ้มแต่งแต้มอยู่บนริมฝีปากของเขาอยู่ตลอดเวลา
“พี่โมกข์คัดดอกพุดให้นิ่มก็ได้ค่ะ เลือกขนาดเท่าๆ กันเวลาร้อยจะได้สวย” เธอบอกเขาเสียงหวานค่อยๆ ตัดกลีบดอกกุหลาบและใบแก้วอย่างเบามือ ก่อนจะคัดดอกจำปีจำปา พร้อมด้วยดอกบานไม่รู้โรยแยกขนาดเอาไว้อีกตะกร้าหนึ่ง
สาวน้อยนำเข็มร้อยมาลัยมาถือเอาไว้ บรรจงเสียบดอกพุดเข้าไปทีละดอกสลับกับใบแก้วแล้วก็กลีบกุหลาบทำให้มีลวดลายสวยงามเพราะสีสันของดอกไม้และใบไม้ตัดกันชัดเจน
โมกข์มองเด็กสาวร้อยมาลัยอย่างเพลินตา เธอละเอียดละอออีกทั้งยังทำงานได้อย่างประณีตงดงาม ทำให้เขานึกชื่นชมไม่น้อย
“อันนี้เรียกมาลัยอะไรหรือคะ” โมกข์ชวนสาวน้อยตรงหน้าคุยเพราะนิ่มเป็นคนพูดน้อย หากไม่ชวนคุยเธอก็จะเอาแต่นั่งเงียบ
“มาลัยชายเดียวค่ะพี่โมกข์เอาไว้ถวายพระ” เธอตอบเสียงหวานขณะร้อยมาลัยอย่างคล่องแคล่วแต่ก็สวยงามเหมือนจับวาง
“สวย”
“ขอบคุณค่ะ” เธอตอบรับ เผยยิ้มให้เขาอย่างน่ารัก
“ที่สวยคือน้องนิ่ม” เขาหยอด เธอเขินแต่ก็ถามกลับไปเสียงหวานใสประดุจระฆังแก้ว
“มาลัยของนิ่มไม่สวยหรือคะ”
“มาลัยก็สวย คนร้อยก็สวย คืนนี้พี่คงนอนหลับฝันหวาน” คนพูดเขยิบเข้าไปให้ใกล้สาวน้อยอีกนิด
“อุ๊ย! พี่โมกข์” เขาจับมือน้อยเอาไว้ยกขึ้นมาดอมดม ก่อนจะซุกใบหน้าไปหอมแก้มนวลอย่างหักห้ามใจไม่ไหว
“เดี๋ยวใครมาเห็นเข้านะคะ” เธอดันใบหน้าของเขาออกห่าง คิดว่าไม่เหมาะไม่ควรที่จะมากอดกันกลางศาลาท่าน้ำเช่นนี้
“พี่ขอชื่นใจบ้างไม่ได้หรือคะ ถ้าไม่ติดว่าคุณพ่อกับุคณแม่เพิ่งเสียไปเมื่อไม่กี่เดือนมานี้พี่จะให้คุณป้าจัดการงานแต่งงานเสียตอนนี้เลย”
“เดี๋ยวร้อยมาลัยไม่เสร็จนะคะพี่โมกข์” เธอรีบบอกด้วยหัวใจเต้นแรงระคนเปี่ยมสุข
“พี่จะช่วย” เพราะกลัวมาลัยจะร้อยไม่เสร็จจริงๆ เขาจึงเร่งคัดดอกพุดให้เธออย่างแข่งขัน นิ่มยื่นมือมารับดอกพุดที่เขาคัดให้ด้วยรอยยิ้ม แต่ต้องเก้อเพราะเขาขยับมือหนี
“พี่โมกข์อย่าแกล้งนิ่มสิคะ”
“เอาครับ” เขายื่นมาอีก เธอยื่นไปรับแต่เขาดึงมือหนีอีก ก่อนที่โมกข์จะขยับใบหน้าเข้าไปหาสาวน้อยหน้าหวานเพื่อจุ๊บปากเธอเบาๆ ด้วยความมันเขี้ยว
“อุ๊ย!” นิ่มอุทานยกมือขึ้นแตะปากแล้วตาโต โมกข์ยิ้มแล้วยื่นดอกพุดให้สาวน้อย เธอไม่กล้ายื่นมือไปรับ ก้มงุดเขินอายจนวางไม้วางมือแทบไม่ถูก
“พี่ตั้งใจคัดให้เลยนะ” เขาขยับเข้าไปใกล้ พยายามมองสบตาคนที่เอาแต่ก้มงุด หยิบดอกพุดใส่มือเธอแล้วไล้วนดอกพุดกลางฝ่ามือน้อยเบาๆ นิ่มสะเทิ้นอายได้แต่เสมองไปทางอื่นเพราะไม่กล้ามองสบตาคนตรงหน้า
“ไม่ร้อยมาลัยแล้วเหรอคะ” โมกข์เอ่ยถามคล้ายเย้าเมื่อเห็นเธอเอาแต่เก้อเขิน
“ร้อยค่ะ” เธอเอ่ยตอบเมื่อเขาดึงมือออกห่าง นำดอกพุดที่เขาวางใว้กลางฝ่ามือมาร้อยมาลัยด้วยมืออันสั่นเทา พยายามควบคุมสติให้ร้อยมาลัยจนเสร็จ
“มาลัยถวายพระและวางที่หน้ารูปถ่ายของคุณลุงกับคุณป้าค่ะ” เธอวางมาลัยที่ร้อยเป็นพวงเรียบร้อยแล้วลงบนใบตองที่วางรองเอาไว้บนพาน
“พวงไหนของพี่คะ” โมกข์เอ่ยถามสาวน้อย
“นี่ของพี่โมกข์ค่ะ” เธอหยิบมายื่นให้เขา โมกข์รับไปดอมดมกลิ่นหอมกรุ่นของดอกไม้นานาพันธุ์ ทั้งกล้วยไม้ จำปีจำปาที่เธอร้อยเป็นอุบะแลดูประณีตสวยงาม
“พี่โมกข์จะรับน้ำชากับของว่างเลยไหมคะ นิ่มจะได้จัดการให้” เธอเอ่ยถามเสียงนุ่ม ไม่ค่อยกล้าสบสายตาของเขาสักเท่าใดนัก สบตาเขาทีไร หัวใจสั่นไหวรุนแรงเสียทุกครั้งไป
“วันนี้มีของว่างอะไรบ้างคะ” โมกข์เอ่ยถามภรรยา
“นิ่มทำขนมไทยโบราณค่ะ ไม่แน่ใจว่าพี่โมกข์จะรับประทานไหม ไปอยู่เมืองนอกเมืองนาเสียนานอาจจะชอบขนมของฝรั่งมังค่า”
“ขนมอะไรคะ” โมกข์เอ่ยถามอย่างสนใจ
“บุหลั้นดั้นเมฆค่ะ”
“ฝีมือน้องนิ่มหรือคะ”
“ค่ะ” เธอตอบรับเสียงหวาน
“ถ้าฝีมือแม่นิ่มพี่ก็จะชิมสักหน่อย คิดว่ายังไงต้องอร่อยแน่ๆ”
“พี่โมกข์รอประเดี๋ยวเดียวนะคะ นิ่มจะไปจัดของว่างให้” เธอบอกเสียงหวานก่อนจะผละห่างไปเรียกบ่าวไพร่ให้จัดของว่างมาที่ศาลาริมน้ำ
“น่ากินเชียว” เขาพูดกับหล่อนเมื่อสาวใช้นำน้ำชาและขนมมาจัดวางลงตรงหน้าเรียบร้อยแล้ว
“พี่โมกข์ลองชิมดูสิคะ ไม่รู้ว่าจะถูกปากขนมไทยหรือเปล่า แต่นิ่มทำสุดฝีมือเลยนะคะ” เธอบอกอย่างลุ้นๆ
“อืม... อร่อย อร่อยกว่าคุกกี้ที่พี่เคยกินเสียอีก” เขาขยับเข้ามากระซิบตอบ คนฟังยิ้มหวานแต่สบนัยน์ตาของเขาแล้วให้ความรู้สึกร้อนวูบวาบไปหมด
“พวกขนมคุกกี้นิ่มก็เคยหัดทำนะคะ เค้กก็เคยทำ หากพี่โมกข์อยากจะรับประทานนิ่มจะทำให้ลองชิมดูค่ะ”
“ภายหลังที่พระเซ๋าซูกงหรือพระหมอได้บอกคุณพระจีนคณานุรักษ์ให้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวโดยวิธีเข้าทรงแล้ว คุณพระจีนคณานุรักษ์ ก็ได้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้ช่วยรักษาโรคโดยวิธีอัญเชิญวิญญาณของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรง เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวบอกว่าจะรักษาโรคให้หายโดยมีข้อแม้ว่า เมื่อหายแล้วคุณพระจีนคณานุรักษ์ต้องสร้างศาลเจ้าที่เมืองปัตตานีให้ท่านกับน้องสาวประทับ และขอให้แกะสลักรูปของท่านกับน้องสาวด้วยโดยขอให้ประทับอยู่ร่วมกับพระเซ๋าซูกงหรือพระหมอในศาลเจ้าเดียวกัน ซึ่งคุณพระจีนคณานุรักษ์ได้ตกลงทำตามเงื่อนไขทุกประการ ในที่สุดคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็หายจากโรคดังกล่าว และได้ปฏิบัติตามสัญญา คือให้คนจีนแกะสลักรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากกิ่งมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งเป็นกิ่งที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตาย โดยวิธีอัญเชิญวิญญาณเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรงนายช่างซึ่งเป็นผู้แกะสลักจนรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและน้องสาวเสร็จเรียบร้อย พร้อมกันนั้นคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็ได้สร้างศาลเจ้าหลังใหม่ดังที่ปรากฏมาจนทุกวันนี้จ้ะ”“พิธีลุยน้ำลุยไฟล่ะคะ หนูเคยได้ยินแต่ไม่เคยไปดูเลยสักครั้ง” เพชรานั้นต้องตามบิดามารดาไปอยู่ที่จ
“เป็นแบบนี้นี่เอง”“ในที่สุดลิ้มโต๊ะเคี่ยมและธิดาเจ้าเมืองกรือเซะจึงได้เข้าสู่พิธีวิวาห์ตามหลักศาสนาอิสลาม โดยลิ้มโต๊ะเคี่ยมยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตามฝ่ายธิดาเจ้าเมือง เพราะยึดถือความรักเป็นใหญ่ รวมทั้งลูกเรือที่มากับลิ้มโต๊ะเคี่ยมทั้งหมดก็ไม่กลับประเทศจีนอีก ยอมอยู่กับลิ้มโต๊ะเคี่ยมผู้เป็นนายที่เมืองกรือเซะจ้ะ”“อ้อ... หนูเข้าใจแล้วค่ะ ศาสนาอื่นหากสมรสกับศาสนาอิสลามจะต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาเดียวกัน”“ใช่จ้ะ ลูกเรือก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม มาตั้งรกรากมีครอบครัวที่กรือเซะด้วยจ้ะ ลูกเรือที่เป็นลูกน้องของลิ้มโต๊ะเคี่ยมทุกคนล้วนมีฝีมือในเชิงรบพุ่งและมีฝีมือในเชิงดาบ โดยเฉพาะนายท้ายเรือต้นหน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการหล่อปืนใหญ่ ซึ่งปืนเป็นอาวุธจำเป็นในการรบพุ่งสมัยนั้นจ้ะ”“ในสมัยนั้นเขาก็ใช้ดาบและปืนเป็นอาวุธใช่ไหมคะคุณยาย”“ใช่จ้ะ เจ้าเมืองกรือเซะเองเห็นความจำเป็นนี้เช่นกัน จึงได้สั่งให้หล่อปืนใหญ่ด้วยทองแดงเพื่อไว้ใช้ป้องกันเมือง ๑ กระบอก ครั้นเมื่อหล่อเสร็จได้ทดลองยิงปรากฏว่าปืนแตกใช้การไม่ได้ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมในฐานะผู้อำนวยการหล่อปืนใหญ่จึงสั่งการให้หล่อใหม่อีกครั้ง ค
“คุณยายนี่ไม่ตกยุคเลยจริงๆ นะคะ”“คุณตาสอนน่ะจ้ะ” เธอหมายถึงไลน์ที่โทร. หากันฟรี“คุณตาสุดยอดไปเลยค่ะ” เพชรายกนิ้วโป้งให้ผู้เป็นตา เพราะตาของเธอเก่ง อารมณ์ดี ใจดีมีเมตตาและไม่เคยดุเธอเลย แต่มักจะพูดอะไรกับลูกหลานด้วยเหตุผล ไม่วางอำนาจบาตรใหญ่เหมือนผู้ใหญ่บางคน คุณตาโมกข์ของเธอจึงเป็นที่นับหน้าถือตา แถมท่านยังบริจาคเงินช่วยทุนการศึกษาเด็กผู้ยากไร้เป็นประจำทุกปีอีกด้วย“คุณแม่เคยเล่าว่าสมัยก่อนรองเท้ายี่ห้อสกอลล์ฮิตมากเลยนะคะ ใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังมีราคาแพงด้วย โดนขโมยไปหลายรอบเพราะคนอื่นก็อยากใส่เหมือนกัน”“ใช่จ้ะ แม่เรากลับมาฟ้องยายนั่งร้องไห้ว่ารองเท้าหายอยู่หลายวันตอนหลังเขียนชื่อติดเอาไว้ที่รองเท้าเลยละ”“ฮ่าๆๆ คุณแม่นี่หัวคิดดีมากเลยนะคะ” เพชราหยิบขนมช่อม่วงมารับประทานแล้วอมยิ้ม“เมื่อก่อนมีของกินแปลกๆ พวกหมากฝรั่งบุหรี่ด้วยนะ คุณตาเคยดุลุงของเราสุดท้ายก็หน้าแตก”“เพราะสูบบุหรี่ไม่ดีใช่ไหมคะ”“ใช่จ้ะ ลุงๆ ป้าๆ และแม่ของเรานี่ไปเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์กันทุกคน สอบนักธรรมจนจบนักธรรมศึกษาชั้นเอกกันทุกคนเลย เมื่อก่อนตอนเรียนภาษาไทยก็ต้องท่องเวชสันดรด้วย แม่เราน่ะชอบดูรายการ
กลับมาจากโรงเรียนลุงๆ ป้าๆ กับแม่ของเราก็เอามานั่งเล่นทายปัญหาสุภาพษิตคำพังเพยกันใหญ่ ดึกดื่นนั่งทายกันไม่ยอมหลับยอมนอน ยายว่าก็เป็นหนังสือที่ดีอยู่นะ” “เดี๋ยวนี้อยากได้เนื้อเพลงของใคร หรือเกมลับสมองก็เปิดเน็ตเข้าไปหาในอินเตอร์เน็ตได้เลยค่ะ” เพชราเป็นเด็กที่ทันสมัยรู้จักใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว“อันนี้จริง สมัยก่อนจะทำอาหารทีต้องหาซื้อหนังสือทำอาหารหรือถามสูตรจากคนเฒ่าคนแก่ เดี๋ยวนี้เปิดคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ดูก็มีสูตรอาหารเยอะแยะ แถมยังมีคนทำให้ดูอีกด้วย มันทันสมัยกว่าสมัยก่อนเยอะเลยจ้ะ”นิ่มเห็นด้วยกับหลาน เธอผ่านยุคอนาล็อกมาจนถึงยุคดิจิตอลจึงเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผ่านไปเร็วมาก โทรศัพท์มือถือสมัยก่อนเครื่องใหญ่และน้ำหนักเยอะ เดี๋ยวนี้น้ำหนักเบามีหน้าจอสัมผัสได้เพียงแค่แตะ เมื่อก่อนต้องนั่งจิ้มตัวเลขเอา บางทีก็หาแป้นไม่เจอ ต่อไปยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปถึงขั้นไหนอีก“แต่เพชรชอบขนมแล้วก็อาหารที่คุณยายทำค่ะ อร่อยแล้วก็หาซื้อที่ไหนไม่ได้เพราะรสชาติที่คุณยายทำสุดยอดเลยค่ะ”“ปากหวานเสียจริงเด็กคนนี้ แม่เราก็ขี้อ้อน มีช่วงหนึ่งเข้าสู่วัยรุ่นแล้วมาอ้อนขอโทรศัพท์
โมกข์กับนิ่มเลี้ยงสายฟ้ากับสายฝนเหมือนลูกในไส้ ไม่ให้คนในบ้านพูดถึงชาติกำเนิดและเรื่องไม่ดีในอดีตเด็ดขาด เด็กทั้งสองนั้นค่อนข้างรักน้องชายอย่างสว่างเป็นอันมากอาจเพราะวัยไล่เลี่ยกัน ในขณะที่พจน์ พันและพลอยนั้นคลอดคลอดหลังพี่ๆ สามปีนิ่มและโมกข์ให้ความรักแก่เด็กๆ ทุกคนเสมอหน้า เสมือนว่าทุกคนคือลูกแท้ๆ โดยไม่แบ่งแยก ทั้งสอนการบ้าน ทั้งสอนภาษา อีกทั้งรับอาจารย์มาสอนพิเศษเพิ่มเติมในวิชาที่ทางโรงเรียนไม่ได้สอน ทั้งสองสอนให้ลูกๆ ใช้ชีวิตตามวัยและรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง สอนให้รู้จักตัวเองและไม่เอาเปรียบผู้อื่น“พี่โมกข์มองการณ์ไกล ให้เด็กๆ เรียนภาษาจีนกับภาษามลายูด้วย” เธอเอ่ยชมสามีเพราะในจังหวัดที่อาศัยอยู่รวมถึงในชุมชนนั้นมีคนไทยเชื้อสายจีนและไทยมุสลิมปะปนกันอยู่โดยเฉพาะไทยมุสลิม ดังนั้นการเรียนรู้ภาษาได้หลายภาษานอกจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษแล้ว จึงเป็นเรื่องดีต่อการค้าขายและการดำเนินกิจการของครอบครัวเด็กๆ ได้เรียนในโรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด สว่างเรียนเก่งและค่อนข้างหัวดี จึงสามารถสอนการบ้านสายฟ้ากับสายฝนได้ ทั้งสามอายุเท่ากันแต่สายฟ้ากับสายฝนนั้นแก่เดือนกว่าสว่างเป็นคนมีน้ำใจ มีเมตตาต
“เหรอคะคุณป้า” เธอมองหน้าสามี“พอป้าบอกว่าวันนี้กินตามใจปากได้แล้ว อะไรที่อยากกินก็รีบเร่งไปหาซื้อของมาตั้งแต่ไก่โห่ บางอย่างก็เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน”“ที่พี่โมกข์หายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วกลับเสียดึกดื่น แถมเมื่อเช้าก็ยังลุกหนีไปตั้งแต่หัวรุ่งเพราะไปหาวัตถุดิบมาปรุงอาหารให้นิ่มเหรอคะ” เธอมองสามีอย่างซาบซึ้งใจ“จ้ะ ไปหาสรรหาทุกอย่างที่คิดว่าแม่นิ่มอยากจะกินมาให้ป้าช่วยทำให้”“ขอบพระคุณค่ะ” นิ่มยกมือไหว้สามี“พี่รักนิ่มที่สุด สิ่งไหนที่จะทำให้นิ่มมีความสุขได้ พี่ก็จะรีบทำมันในทันที” ตั้งแต่ได้อยู่ด้วยกันนิ่มก็รู้ว่าเขารักเธอมาก เขาไม่เคยทำให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เคยด่าว่าทุบตี มีแต่จะสนับสนุนเธอในทุกๆ เรื่อง อยากเปิดร้านขนมเขาก็ช่วยเหลือทุกอย่าง อยากทำอะไรเขาก็เห็นดีเห็นงามด้วยเสมอมาลัยพยักหน้าให้นิดวางจานข้าวเหนียวมะม่วงลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะ พากันออกไปจากห้อง ปล่อยให้สามีภรรยาได้อยู่ด้วยกันนิ่มตั้งใจเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กธรรมดาที่ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือใคร เลี้ยงให้มีความรักความเมตตาต่อผู้อื่น และเลี้ยงให้เป็นคนดี ให้เกียรติผู้อื่น แม้จะมีข้าทาสบริวารมากมายก็ให้หัดทำอะไรด้วยตัวเอง รับผิดชอบ







