Share

5

last update Tanggal publikasi: 2025-12-14 13:53:56

“ปกติพี่ไม่ค่อยชอบกินของหวานหรอกค่ะ แต่ถ้าน้องนิ่มทำ พี่ก็กินได้หมดนั่นแหละครับ” คนปากหวานตอบเสียงหวานทำเอาคนฟังยิ้มเขิน

“นิ่มจะให้คนไปเก็บดอกบัวนำไปถวายพระพรุ่งนี้ค่ะ ต้องขอตัวสักครู่นะคะ” หล่อนเอ่ยบอกหลังจากนั่งจิบน้ำชาสนทนากับโมกข์อีกครู่ใหญ่

“เก็บที่ไหนหรือคะ” โมกข์เอ่ยถามอย่างสนใจ เขานึกลองไปเก็บบัวกับเธอบ้าง

“ที่บึงบัวใหญ่ด้านโน้นค่ะพี่โมกข์”

“พี่อยากไปดูดอกบัวจังค่ะ เราไปเก็บเองไม่ดีกว่าเหรอ จะได้เลือกเอง เอาที่ถูกใจ พี่จะช่วยน้องนิ่มเก็บเองค่ะ บ่าวไพร่ก็ให้ช่วยทำงานอย่างอื่นไป”

“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวให้นายสนพายเรือให้นะคะ”

“เรือพายนั่งได้แค่สองคนให้นายสนพายให้ได้อย่างไรกัน”

“เราไปคนละลำค่ะพี่โมกข์ ส่วนเรือของน้องให้นายมั่นช่วยพาย”

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ น้องนิ่มไปกับพี่ดีกว่า ใช้เรือลำเดียวกัน เดี๋ยวพี่จะพายให้นิ่มนั่งเอง ดีไหมคะ” โมกข์สรุปเสร็จสรรพ เขาไม่อยากให้คนอื่นอยู่ด้วยเพราะว่าอยากอยู่กับสาวน้อยสองต่อสอง

“นิ่มลืมไปว่าพี่โมกข์พายเรือเก่งมากๆ เชียวค่ะ” เธอนึกถึงช่วงวัยเด็กที่มาอยู่ที่นี่กับบิดามารดาของเขา โมกข์มักจะพาเธอพายเรือและเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน พอนึกถึงช่วงวัยเด็กก็ต้องเผยยิ้มออกมาแทบจะทันที

“มาเถอะค่ะ พี่จะพายเรือให้น้องนิ่มเอง” เขาพูดอีกครั้ง ก่อนจะยื่นมือไปให้เธอจับ แต่นิ่มไม่กล้าจับ เธอเขินอายที่จะสัมผัสเนื้อตัวของเขา

“ทำไมหรือคะ พี่จับมือน้องนิ่มไม่ได้เหรอ เราเป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน แค่จับมือไม่มีใครว่าอะไรหรอกค่ะ” เขาทวงสถานะความเป็นคู่หมั้นคู่หมายกับเธออีกครั้งเพราะหัวใจของโมกข์ในตอนนี้อยากที่จะครอบครองเธอทั้งตัวและหัวใจ

“นิ่มทราบค่ะ แต่มันไม่งาม” นิ่มดึงมือหนีอย่างสุภาพ โมกข์มองอย่างเอื้อเอ็นดู เข้าใจว่ามารดานั้นสอนให้เธอรักนวลสงวนตัว

“เอาละค่ะ พี่จะไม่ทำให้น้องนิ่มอึดอัดใจหรือเรียกร้องความเป็นคู่หมั้นจากน้องนิ่มอีก น้องนิ่มจะได้สบายใจ ไปเถอะ พี่จะพายเรือให้แม่นิ่มน้อยของพี่เก็บดอกบัวเอง” เขาเดินนำหน้าไปก่อน นิ่มมองตามร่างสูงสง่าไปอย่างรักใคร่ เธอรักใคร่ในตัวโมกข์มาช้านาน อาจเพราะถูกปลูกฝังเอาไว้เช่นนั้นตั้งแต่เด็ก แต่เพราะยังไม่ได้แต่งงานกัน เธอจึงยังไม่อยากให้ใครนินทาว่าร้ายเอาได้ ตัวเองเป็นหญิงควรรักนวลสงวนตัว ไม่ชิงสุกก่อนห่ามเพราะมันดูไม่ดี

โมกข์มองสาวน้อยที่เอื้อมมือไปเด็ดดอกบัวตูมอยู่ตรงท้ายเรือด้วยรอยยิ้มหวานหยด เขาเอื้อมไปช่วยเก็บด้วยอุ้งมือใหญ่จึงปะทะเข้ากับมือน้อยของเธอเข้าอย่างจัง

“อุ๊ย!” เธอดึงมือหนีสะเทิ้นอายเมื่อได้สัมผัสแตะต้องเนื้อกายชายแม้จะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“ไม่คิดว่ายิ่งโตแม่นิ่มน้อยของพี่จะยิ่งสวยน่ารักจับตาจับใจเช่นนี้” เขาเอ่ยชม มองเธอตาหวานเยิ้ม นิ่มก้มงุดเขินอายหน้าแดงไปหมด

“ดอกบัวในสระว่าสวยแล้ว แต่ไม่มีดอกไหนสวยเท่าแม่นิ่มของพี่เลยแม้แต่ดอกเดียว” ประโยคนั้นทำให้นิ่มยิ่งไม่กล้าสบสายตาแรงกล้าของโมกข์เข้าไปอีก

“ได้บัวหลายดอกแล้ว เรากลับกันเถอะค่ะพี่โมกข์ นิ่มจะได้พับดอกบัวเอาไว้ถวายพระพรุ่งนี้” เธอบอกเขาเสียงนุ่มมีแววสะท้านเล็กน้อย โมกข์ยิ้มในหน้าพายเรือออกไปอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งไกลออกไปจากตัวบ้าน

“พี่โมกข์จะไปไหนหรือคะ” นิ่มเอ่ยถามเมื่อเขาไม่ได้พายเรือกลับบ้านอย่างที่เธอคิด

“พี่คิดถึงต้นไทรที่เราเคยไปเที่ยวเล่นกันบ่อยๆ เมื่อตอนเด็กๆ” เขาบอกเธอขณะพายเรือไปยังจุดหมายปลายทางอีกฝั่งหนึ่ง

“พี่โมกข์จะไปที่นั่นหรือคะ” เธอเอ่ยถาม

“ใช่ค่ะ” เขาตอบรับเสียงหวานมองสบตาของเธอ ก่อนที่สาวน้อยตรงหน้าจะหลบสายตาเป็นพัลวัน เขาพายเรือพาเธอมาใต้ต้นไทรต้นใหญ่ ลงจากเรือไปผูกเรือเอาไว้ ก่อนจะเอื้อมมือมารอรับสาวน้อยเพื่อดึงขึ้นฝั่ง

“อุ๊ย!” นิ่มอุทานเมื่อเธอเสียหลักสะดุดขาตัวเอง เลยตกอยู่ในอ้อมแขนของเขาโดยไม่ทันตั้งตัว เนื้อตัวหอมกรุ่นของเธอทำให้เขาต้องก้มลงประทับปากร้อนกับแก้มนุ่ม

“พี่โมกข์!” เธออุทานดันใบหน้าของเขาออกห่าง

“แก้มของแม่นิ่มน้อยหอมชื่นใจพี่เสียเหลือเกิน”

“ปล่อยนิ่มก่อนค่ะพี่โมกข์”

“จะปล่อยได้อย่างไรกัน พี่อุตส่าห์พาน้องนิ่มออกมาไกลจากสายตาผู้คนและบ่าวไพร่ในเรือนแล้ว”

“หมายความว่ายังไงกันคะพี่โมกข์” นิ่มเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

“บ่าวไพร่ในเรือนชอบมองอย่างอยากรู้อยากเห็นเสียเหลือเกิน พี่เลยต้องพาน้องนิ่มมาที่นี่”

“เจ้าเล่ห์นักนะคะ” เขาประคองเธอไปนั่งใต้ต้นไทรต้นใหญ่ ตรงนั้นมีแคร่ไม้ไผ่เล็กๆ วางเอาไว้แต่ลับตาคนเพราะรอบกายมีต้นไม้ห้อมล้อมเอาไว้ ที่ดินตรงนี้เป็นของบิดามารดาที่ล่วงลับไปแล้ว จึงไม่มีใครมายุ่มย่ามวุ่นวาย

“พี่โมกข์มีอะไรกับนิ่มหรือคะ อุ๊ย!” เธอเอ่ยถามก่อนจะอุทานเมื่อเขาแนบปากร้อนกับแก้มสาว

“พี่อยากอยู่กับน้องนิ่มสองต่อสองค่ะ” เขาเชยคางสาวให้แหงนขึ้นสบตา เธอสะเทิ้นอายหลบสายตาเป็นพัลวันไม่กล้าสบตาเขาแม้แต่น้อย

“อย่าค่ะพี่โมกข์”

“รังเกียจพี่หรือคะ”

“เปล่าค่ะ แต่มันไม่เหมาะไม่ควร เรายังไม่ได้แต่งงานกัน”

“อะไรที่ว่าไม่เหมาะ เช่นไรก็ต้องแต่งงานกัน” เขาดึงเธอมากอด นิ่มคอยดันเอาไว้แต่สู้แรงของเขาไม่ไหว ปากร้อนพรมจูบไปทั่วดวงหน้าแสนหวาน บดจูบปากน้อยจนร่างสาวสะท้าน ระทดระทวยอยู่ในวงแขนแกร่ง

“ปากแม่นิ่มน้อยของพี่ช่างหวานจับใจ แก้มก็นุ่ม เนื้อตัวก็หอมกรุ่นจนพี่อดใจไม่ไหวแล้ว” เขาปลดเสื้อลายดอกของเธอออกจากกาย นิ่มอุทานก่อนจะคราง ใบหน้าแดงซ่านเมื่อปากร้อนก้มลงมาประทับจุมพิตเอากับยอดปทุมถันซึ้งยังถูกห่อหุ้มเอาไว้ด้วยอาภรณ์ชั้นในสุด

“อย่าค่ะพี่โมกข์”

“น้องนิ่มตัวสั่นเชียว” ประโยคของเขาแต่ทำเอาเธอหน้าแดงหนักกว่าเดิม

“พี่โมกข์พูดจาน่าอาย” สาวน้อยหมุนกายหนีสะเทิ้นอายทำท่าจะก้าวหนี โมกข์รีบรวบกอดเอาไว้จากทางเบื้องหลังเพื่อไม่ให้เธอหนี

“อุ๊ย!”

“พี่ทำเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเห็นน้องนิ่มเป็นดอกไม้ริมทางแต่เราเป็นคู่หมั้น     คู่หมายกัน พี่อยากจะขอชื่นใจ”

“แต่... อื้อ...” เธอครางเมื่อเขาจับเธอหมุนกายมาหาแล้วบดจูบจนปากน้อยสั่นสะท้าน มือน้อยทุบตีอกแกร่งเบาๆ เพื่อประท้วง

“อกน้องนิ่มสวยเหมือนดอกไม้ ดูสิยอดอกสีชมพูน่าดูดนัก”

“พี่โมกข์ อย่าค่ะนิ่ม นิ่มเสียว” เธอร้องเสียงสะท้านเมื่อโดนดูดยอดอกจนเสียวสะท้าน

“มากไหมคะ” โมกข์เอ่ยถามเสียงแหบพร่า

“หากพี่โมกข์รักนิ่มจริงๆ พี่โมกข์สัญญาก่อนสิคะ ว่าจะไม่ล่วงเกินนิ่มไปมากกว่านี้” เธอยังพอมีสติขอคำมั่นสัญญาจากเขา

“สัญญา แต่น้องนิ่มก็รู้ว่าพี่ปรารถนาน้องนิ่มแค่ไหน” เขาขยับเข้ากระซิบบอกตรงริมหู ขบเม้มติ่งหูหอมกรุ่นเบาๆ

“มีสิ่งที่ทำแล้วตื่นเต้นกว่านี้อีกนะ ให้พี่ทำนะคะ” โมกข์กระซิบที่ริมหู จุมพิตร้อนๆ แนบชิดกับพวงแก้มสาว ก่อนจะปลดผ้าถุงทอมือลายสวยของเธอพร้อมด้วยล้วงมือเข้าไปภายในชั้นในตัวน้อยบางเบา

“พี่โมกข์ อย่านะคะ”

“อยู่นิ่งๆ สิคะคนดี” เขากระซิบที่ริมหูเสียงแหบพร่า ทำเอานิ่มหน้าแดงซ่านลามไปถึงใบหู ยิ่งเขาสอดมือเข้ามาจุ่มจ้วงในเนื้อนางกลางร่างที่ไม่เคยมีชายใดได้เคยล่วงล้ำมาก่อน สาวน้อยยิ่งหน้าแดงหนักขึ้นไปอีก

“น้องนิ่มของพี่ ตรงนี้อ่อนละมุนนัก” โมกข์เอ่ยถามอยู่ตรงริมหู ได้ยินเสียงครางแผ่วๆ ของสาวน้อยในอ้อมแขนเมื่อเขาบดบี้ติ่งสวาทอย่างเร้าอารมณ์

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   55

    “ภายหลังที่พระเซ๋าซูกงหรือพระหมอได้บอกคุณพระจีนคณานุรักษ์ให้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวโดยวิธีเข้าทรงแล้ว คุณพระจีนคณานุรักษ์ ก็ได้ไปหาเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวให้ช่วยรักษาโรคโดยวิธีอัญเชิญวิญญาณของเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรง เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวบอกว่าจะรักษาโรคให้หายโดยมีข้อแม้ว่า เมื่อหายแล้วคุณพระจีนคณานุรักษ์ต้องสร้างศาลเจ้าที่เมืองปัตตานีให้ท่านกับน้องสาวประทับ และขอให้แกะสลักรูปของท่านกับน้องสาวด้วยโดยขอให้ประทับอยู่ร่วมกับพระเซ๋าซูกงหรือพระหมอในศาลเจ้าเดียวกัน ซึ่งคุณพระจีนคณานุรักษ์ได้ตกลงทำตามเงื่อนไขทุกประการ ในที่สุดคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็หายจากโรคดังกล่าว และได้ปฏิบัติตามสัญญา คือให้คนจีนแกะสลักรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวจากกิ่งมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งเป็นกิ่งที่เจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวผูกคอตาย โดยวิธีอัญเชิญวิญญาณเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวประทับทรงนายช่างซึ่งเป็นผู้แกะสลักจนรูปเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยวและน้องสาวเสร็จเรียบร้อย พร้อมกันนั้นคุณพระจีนคณานุรักษ์ก็ได้สร้างศาลเจ้าหลังใหม่ดังที่ปรากฏมาจนทุกวันนี้จ้ะ”“พิธีลุยน้ำลุยไฟล่ะคะ หนูเคยได้ยินแต่ไม่เคยไปดูเลยสักครั้ง” เพชรานั้นต้องตามบิดามารดาไปอยู่ที่จ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   54

    “เป็นแบบนี้นี่เอง”“ในที่สุดลิ้มโต๊ะเคี่ยมและธิดาเจ้าเมืองกรือเซะจึงได้เข้าสู่พิธีวิวาห์ตามหลักศาสนาอิสลาม โดยลิ้มโต๊ะเคี่ยมยอมเปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลามตามฝ่ายธิดาเจ้าเมือง เพราะยึดถือความรักเป็นใหญ่ รวมทั้งลูกเรือที่มากับลิ้มโต๊ะเคี่ยมทั้งหมดก็ไม่กลับประเทศจีนอีก ยอมอยู่กับลิ้มโต๊ะเคี่ยมผู้เป็นนายที่เมืองกรือเซะจ้ะ”“อ้อ... หนูเข้าใจแล้วค่ะ ศาสนาอื่นหากสมรสกับศาสนาอิสลามจะต้องเปลี่ยนมานับถือศาสนาเดียวกัน”“ใช่จ้ะ ลูกเรือก็เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม มาตั้งรกรากมีครอบครัวที่กรือเซะด้วยจ้ะ ลูกเรือที่เป็นลูกน้องของลิ้มโต๊ะเคี่ยมทุกคนล้วนมีฝีมือในเชิงรบพุ่งและมีฝีมือในเชิงดาบ โดยเฉพาะนายท้ายเรือต้นหน เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการหล่อปืนใหญ่ ซึ่งปืนเป็นอาวุธจำเป็นในการรบพุ่งสมัยนั้นจ้ะ”“ในสมัยนั้นเขาก็ใช้ดาบและปืนเป็นอาวุธใช่ไหมคะคุณยาย”“ใช่จ้ะ เจ้าเมืองกรือเซะเองเห็นความจำเป็นนี้เช่นกัน จึงได้สั่งให้หล่อปืนใหญ่ด้วยทองแดงเพื่อไว้ใช้ป้องกันเมือง ๑ กระบอก ครั้นเมื่อหล่อเสร็จได้ทดลองยิงปรากฏว่าปืนแตกใช้การไม่ได้ ลิ้มโต๊ะเคี่ยมในฐานะผู้อำนวยการหล่อปืนใหญ่จึงสั่งการให้หล่อใหม่อีกครั้ง ค

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   53

    “คุณยายนี่ไม่ตกยุคเลยจริงๆ นะคะ”“คุณตาสอนน่ะจ้ะ” เธอหมายถึงไลน์ที่โทร. หากันฟรี“คุณตาสุดยอดไปเลยค่ะ” เพชรายกนิ้วโป้งให้ผู้เป็นตา เพราะตาของเธอเก่ง อารมณ์ดี ใจดีมีเมตตาและไม่เคยดุเธอเลย แต่มักจะพูดอะไรกับลูกหลานด้วยเหตุผล ไม่วางอำนาจบาตรใหญ่เหมือนผู้ใหญ่บางคน คุณตาโมกข์ของเธอจึงเป็นที่นับหน้าถือตา แถมท่านยังบริจาคเงินช่วยทุนการศึกษาเด็กผู้ยากไร้เป็นประจำทุกปีอีกด้วย“คุณแม่เคยเล่าว่าสมัยก่อนรองเท้ายี่ห้อสกอลล์ฮิตมากเลยนะคะ ใส่กันทั่วบ้านทั่วเมือง แถมยังมีราคาแพงด้วย โดนขโมยไปหลายรอบเพราะคนอื่นก็อยากใส่เหมือนกัน”“ใช่จ้ะ แม่เรากลับมาฟ้องยายนั่งร้องไห้ว่ารองเท้าหายอยู่หลายวันตอนหลังเขียนชื่อติดเอาไว้ที่รองเท้าเลยละ”“ฮ่าๆๆ คุณแม่นี่หัวคิดดีมากเลยนะคะ” เพชราหยิบขนมช่อม่วงมารับประทานแล้วอมยิ้ม“เมื่อก่อนมีของกินแปลกๆ พวกหมากฝรั่งบุหรี่ด้วยนะ คุณตาเคยดุลุงของเราสุดท้ายก็หน้าแตก”“เพราะสูบบุหรี่ไม่ดีใช่ไหมคะ”“ใช่จ้ะ ลุงๆ ป้าๆ และแม่ของเรานี่ไปเรียนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์กันทุกคน สอบนักธรรมจนจบนักธรรมศึกษาชั้นเอกกันทุกคนเลย เมื่อก่อนตอนเรียนภาษาไทยก็ต้องท่องเวชสันดรด้วย แม่เราน่ะชอบดูรายการ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   52

    กลับมาจากโรงเรียนลุงๆ ป้าๆ กับแม่ของเราก็เอามานั่งเล่นทายปัญหาสุภาพษิตคำพังเพยกันใหญ่ ดึกดื่นนั่งทายกันไม่ยอมหลับยอมนอน ยายว่าก็เป็นหนังสือที่ดีอยู่นะ” “เดี๋ยวนี้อยากได้เนื้อเพลงของใคร หรือเกมลับสมองก็เปิดเน็ตเข้าไปหาในอินเตอร์เน็ตได้เลยค่ะ” เพชราเป็นเด็กที่ทันสมัยรู้จักใช้โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว“อันนี้จริง สมัยก่อนจะทำอาหารทีต้องหาซื้อหนังสือทำอาหารหรือถามสูตรจากคนเฒ่าคนแก่ เดี๋ยวนี้เปิดคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ดูก็มีสูตรอาหารเยอะแยะ แถมยังมีคนทำให้ดูอีกด้วย มันทันสมัยกว่าสมัยก่อนเยอะเลยจ้ะ”นิ่มเห็นด้วยกับหลาน เธอผ่านยุคอนาล็อกมาจนถึงยุคดิจิตอลจึงเห็นความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ผ่านไปเร็วมาก โทรศัพท์มือถือสมัยก่อนเครื่องใหญ่และน้ำหนักเยอะ เดี๋ยวนี้น้ำหนักเบามีหน้าจอสัมผัสได้เพียงแค่แตะ เมื่อก่อนต้องนั่งจิ้มตัวเลขเอา บางทีก็หาแป้นไม่เจอ ต่อไปยังไม่รู้ว่าจะพัฒนาไปถึงขั้นไหนอีก“แต่เพชรชอบขนมแล้วก็อาหารที่คุณยายทำค่ะ อร่อยแล้วก็หาซื้อที่ไหนไม่ได้เพราะรสชาติที่คุณยายทำสุดยอดเลยค่ะ”“ปากหวานเสียจริงเด็กคนนี้ แม่เราก็ขี้อ้อน มีช่วงหนึ่งเข้าสู่วัยรุ่นแล้วมาอ้อนขอโทรศัพท์

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   51

    โมกข์กับนิ่มเลี้ยงสายฟ้ากับสายฝนเหมือนลูกในไส้ ไม่ให้คนในบ้านพูดถึงชาติกำเนิดและเรื่องไม่ดีในอดีตเด็ดขาด เด็กทั้งสองนั้นค่อนข้างรักน้องชายอย่างสว่างเป็นอันมากอาจเพราะวัยไล่เลี่ยกัน ในขณะที่พจน์ พันและพลอยนั้นคลอดคลอดหลังพี่ๆ สามปีนิ่มและโมกข์ให้ความรักแก่เด็กๆ ทุกคนเสมอหน้า เสมือนว่าทุกคนคือลูกแท้ๆ โดยไม่แบ่งแยก ทั้งสอนการบ้าน ทั้งสอนภาษา อีกทั้งรับอาจารย์มาสอนพิเศษเพิ่มเติมในวิชาที่ทางโรงเรียนไม่ได้สอน ทั้งสองสอนให้ลูกๆ ใช้ชีวิตตามวัยและรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง สอนให้รู้จักตัวเองและไม่เอาเปรียบผู้อื่น“พี่โมกข์มองการณ์ไกล ให้เด็กๆ เรียนภาษาจีนกับภาษามลายูด้วย” เธอเอ่ยชมสามีเพราะในจังหวัดที่อาศัยอยู่รวมถึงในชุมชนนั้นมีคนไทยเชื้อสายจีนและไทยมุสลิมปะปนกันอยู่โดยเฉพาะไทยมุสลิม ดังนั้นการเรียนรู้ภาษาได้หลายภาษานอกจากภาษาไทยกับภาษาอังกฤษแล้ว จึงเป็นเรื่องดีต่อการค้าขายและการดำเนินกิจการของครอบครัวเด็กๆ ได้เรียนในโรงเรียนชื่อดังประจำจังหวัด สว่างเรียนเก่งและค่อนข้างหัวดี จึงสามารถสอนการบ้านสายฟ้ากับสายฝนได้ ทั้งสามอายุเท่ากันแต่สายฟ้ากับสายฝนนั้นแก่เดือนกว่าสว่างเป็นคนมีน้ำใจ มีเมตตาต

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   50

    “เหรอคะคุณป้า” เธอมองหน้าสามี“พอป้าบอกว่าวันนี้กินตามใจปากได้แล้ว อะไรที่อยากกินก็รีบเร่งไปหาซื้อของมาตั้งแต่ไก่โห่ บางอย่างก็เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อวาน”“ที่พี่โมกข์หายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วกลับเสียดึกดื่น แถมเมื่อเช้าก็ยังลุกหนีไปตั้งแต่หัวรุ่งเพราะไปหาวัตถุดิบมาปรุงอาหารให้นิ่มเหรอคะ” เธอมองสามีอย่างซาบซึ้งใจ“จ้ะ ไปหาสรรหาทุกอย่างที่คิดว่าแม่นิ่มอยากจะกินมาให้ป้าช่วยทำให้”“ขอบพระคุณค่ะ” นิ่มยกมือไหว้สามี“พี่รักนิ่มที่สุด สิ่งไหนที่จะทำให้นิ่มมีความสุขได้ พี่ก็จะรีบทำมันในทันที” ตั้งแต่ได้อยู่ด้วยกันนิ่มก็รู้ว่าเขารักเธอมาก เขาไม่เคยทำให้ต้องเจ็บช้ำน้ำใจ ไม่เคยด่าว่าทุบตี มีแต่จะสนับสนุนเธอในทุกๆ เรื่อง อยากเปิดร้านขนมเขาก็ช่วยเหลือทุกอย่าง อยากทำอะไรเขาก็เห็นดีเห็นงามด้วยเสมอมาลัยพยักหน้าให้นิดวางจานข้าวเหนียวมะม่วงลงบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะ พากันออกไปจากห้อง ปล่อยให้สามีภรรยาได้อยู่ด้วยกันนิ่มตั้งใจเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กธรรมดาที่ไม่มีอภิสิทธิ์เหนือใคร เลี้ยงให้มีความรักความเมตตาต่อผู้อื่น และเลี้ยงให้เป็นคนดี ให้เกียรติผู้อื่น แม้จะมีข้าทาสบริวารมากมายก็ให้หัดทำอะไรด้วยตัวเอง รับผิดชอบ

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   3

    ริมฝีปากเป็นกระจับน่าจุมพิต หน้าผากนูนเกลี้ยงผุดผ่อง ผิวของเธอขาว เนียนละเอียด กลิ่นกายสาวหอมกรุ่นจนต้องขยับใบหน้าเข้าไปสูดดมพวงแก้มสาวอย่างหักห้ามใจไม่ไหวแม่นิ่มน้อยของเขามีใบหน้ากลมหวาน คิ้วเรียวสวย ปากเป็นสีชมพูระเรื่อ ยามที่เธอพูดคุยกับเขาทำให้เห็นฟันขาวสะอาดเรียงตัวเป็นระเบียบน่ามอง แม้กระทั้

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   2

    แต่สำหรับแม่นิ่มน้อยของพี่แล้ว ไม่ว่าจะทำอะไรผิดพลาดลงไป พี่ให้อภัยได้เสมอค่ะ” ประโยคนั้นของเขาทำให้เธอสะเทิ้นอายอยู่ไม่น้อย เพราะดวงตาของเขาเจือแววหวานละมุนสื่อความหมายชัดเจนถึงความรักใคร่ที่มีต่อเธอ“งั้นนิ่มขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ” เธอเอ่ยขอตัวก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว“เดี๋ยวเรากลับกับแม่นิ่มน

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   13

    โมกข์ดึงดอกมะลิหอมกรุ่นจากกระเป๋าออกมา เธอมองอย่างสงสัย“พี่ให้ค่ะ” เขาทัดไปกับหูเล็กๆ ของเธอแล้วหอมแก้มสาว ซุกไซ้เข้าหาจนเธอต้องเบี่ยงหลบด้วยความขัดเขิน“พี่รักแม่นิ่มน้อยที่สุดเลยค่ะ” คำหวานของเขาทำให้หัวใจของเธอเต้นถี่ระรัวเปี่ยมไปด้วยความสุข“นิ่มก็รักพี่โมกข์ที่สุดเลยค่ะ” เธอกุมมือของเขาเอาไว้

  • มั่นรักดวงใจเสน่หา   4

    “อุ๊ย!” นิ่มอุทานเมื่อจะเด็ดดอกรักแต่กลับมีมือหนาเอื้อมมาเด็ดดอกรักดอกเดียวกับเธอ“พี่โมกข์” เธอหันมามองเขา ก่อนจะหน้าแดงเมื่อได้สบตาคมเข้มหวานหยดคู่นั้น“น้องนิ่มจะเอาดอกรักไปทำอะไรคะ”“ร้อยมาลัยค่ะพี่โมกข์” เธอตอบเสียงนุ่ม รีบดึงมือกลับแต่เขารวบเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เธอเงยหน้ามอง ในขณะที่แก้มร้อนผ่าว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status