LOGINเมื่อมองสูงขึ้นไปยังเส้นผมที่ยาวสลวยของเขา หญิงสาวกลับพบว่าเขาปล่อยเอาไว้ด้านบนโดยไม่มีการรวบมัดแต่อย่างใด ราวกับว่านี่เป็นเพียงการนอนหลับพักผ่อน ซึ่งนั่นก็ออกจะน่าแปลกเพราะเหม่ยเซียนเคยได้ยินว่าก่อนฝังศพ หากเป็นคนที่มียศศักดิ์ อย่างน้อยเขาก็ควรมีเกี้ยวหยกครอบมวยผมหรือที่เรียกว่า กวาน[1] ไม่ก็รวบผมขึ้นแล้วปักปิ่นเพื่อบ่งบอกถึงฐานะหรืออะไรทำนองนั้น
“คุณตายไปแล้วจริงๆ เหรอคะ หล่อขนาดนี้...น่าเสียดายจัง” กว่าจะรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไป เหม่ยเซียนก็แทบจะหลุดหัวเราะออกมา ที่ตนเพิ่งจะบอกว่าเสียดายความหล่อของคนที่ตายไปแล้ว ช่างบ้าบอดีแท้!
“ถึงคุณจะหล่อแต่ถ้าให้เลือกฉันขออยู่ข้างนอกดีกว่า อย่าว่ากันนะคะที่ลวนลามคุณไปตั้งเยอะแต่ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อน ฉันว่าฉันควรหาทางออกไปจากโลงน้ำแข็งของคุณเสียที” พูดจบก็ลูบไล้ไปยังผนังโลงศพเพื่อดูว่าจะทำอะไรได้บ้าง
ถึงตอนนี้เองที่เหม่ยเซียนเพิ่งจะสังเกตว่าโลงน้ำแข็งดังกล่าวนั้นไม่ได้เย็นเยียบอย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่ามันจะโปร่งใสและเย็นสบาย แต่มันช่างต่างจากน้ำแข็งทั่วไปโดยสิ้นเชิง กระนั้นหญิงสาวก็ให้สงสัยนักว่าหากมันไร้ซึ่งความเย็นแล้ว เหตุใดศพของบุรุษที่หญิงสาวกำลังนอนคร่อมอยู่ จึงยังคงสภาพราวกับคนที่ยังมีชีวิตอยู่เล่า
ปริศนามากมายในใจยังไม่ทันได้คำตอบ เสียงของผนังหินขนาดใหญ่กำลังครูดกันไปมาก็ดังขึ้นพร้อมกับแสงเจิดจ้าสาดส่องเข้ามาในถ้ำ เสียงฝีเท้าของคนเดินใกล้เข้ามาแผ่วเบา เหม่ยเซียนลังเลว่าควรจะส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือดีหรือไม่ เนื่องจากยังไม่รู้ถึงสถานการณ์ตรงหน้าชัดเจน แต่การเลือกที่จะติดอยู่ในโลงน้ำแข้งต่อไปก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก
“กรี๊ด!!” เสียงกรีดร้องดังขึ้นก่อนที่หญิงสาวจะทันได้ส่งเสียงขอความช่วยเหลือ และเธอเองก็มั่นใจว่าที่ผู้มาใหม่กรีดร้องนั้น คงจะเป็นเพราะมองเห็นเงาของเธอนอนคร่อมอยู่บนตัวเจ้าของโลงศพนี้เป็นแน่
“นั่นไงล่ะ นึกอยู่แล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้” หญิงสาวทิ้งศีรษะลงหนุนแผ่นอกของชายหนุ่มราวกับคนกำลังปลงตก เมื่อนอนรออยู่นิ่งๆ ไปสักพัก เสียงฝีเท้าของคนหลายคนก็ดังขึ้น พร้อมกันนั้นเงาของคนมากมายก็ทาบทับลงมายังโลงศพ เป็นสัญญาณว่าคนที่กรีดร้องเมื่อครู่คงจะไปส่งข่าวให้ใครคนเหล่านี้ล่วงรู้ และตอนนี้พวกเขาคงจะเข้ามาดูเหตุการณ์กระมัง
เสียงพูดคุยกันอึงคะนึงดังเข้ามาทำให้เหม่ยเซียนขมวดคิ้ว ทั้งที่เธอเองก็ตระหนักดีนับตั้งแต่เห็นการแต่งตัวของชายหนุ่มแล้ว แต่การได้ยินบทสนทนาของคนด้านนอกอย่างชัดเจน ก็ยังนำความประหลาดใจมาให้หญิงสาวอยู่ดี
คนพวกนี้ใช้ภาษาจีนในยุคดั้งเดิมในการพูดคุยกัน อีกทั้งสำเนียงและการเลือกใช้คำยังต่างไปจากที่เธอเคยใช้ตอนที่เรียนอยู่ที่เซี่ยงไฮ้มาก
“นี่ฉันหลุดเข้ามาในซีรี่ย์จีนเรื่องจอมนางบัลลังก์ฮั่นหรือไงนะ เอ...หรือว่าเรื่องบทเพลงแห่งท้องทะเลทรายพระเอกหล่อดี ไม่สิฉันชอบพระรองนี่นา...”
แม้จะอยู่ในช่วงที่สับสนก็ยังอดที่จะหามุกตลกมาปลอบใจตัวเองไม่ได้ เนื่องจากสายตามองเห็นแล้วว่าคนด้านนอกกำลังแนบใบหน้าเข้ามามองเธอ
หญิงสาวได้แต่พยายามคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าพวกเขาคงจะพยายามคิดว่าเธอเป็นใคร ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ และเหตุใดจึงเข้ามาในโลงน้ำแข็งนี้ได้ แต่ทั้งหมดที่คาดเดาไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเลยสักนิด เนื่องจากคนที่อยู่นอกโลงนำแข็งต่างก็พยายามขบคิด เพื่อที่จะหาวิธีพาตัวเธอออกมาโดยเร็วที่สุดต่างหาก
“เร็วเข้าต้องมีวิธีสิ”
“นางติดอยู่ในนั้นนานเท่าไรแล้ว”
“นั่นไม่สำคัญ เจ้าไปตามเทพอสูรทั้งสี่ทิศมาเร็วเข้า”
“ไม่ต้องหรอก ข้าอยู่ที่นี่แล้ว”
ร่างสูงก้าวเดินเข้ามาในถ้ำด้วยท่าทางผ่อนคลาย ใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยสง่าราศีปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงถอนใจของผู้คนที่ยืนรายล้อมอยู่
“คารวะจื่อชิงชิงหลง[2] ท่านมาเยือนตำหนักหวงหลง[3]เพลานี้ ประหนึ่งล่วงรู้ว่า...”
“แน่นอนข้าต้องรู้อยู่แล้ว เพราะข้าเป็นคนพานางมาเอง” จื่อชิงกล่าวจบก็เดินตรงไปยังโลงน้ำแข็งที่ตั้งอยู่ใจกลางถ้ำน้ำแข็งพันปี ถ้ำที่เขาและเทพอสูรอีกสามตนร่วมกันสร้างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเก็บรักษาร่างของเทพมังกรจื่อหมิง ผู้เป็นเจ้าของตำหนักหวงหลงแห่งแดนสวรรค์ ตำหนักซึ่งอยู่กึ่งกลางระหว่างเทพอสูรทั้งสี่
จื่อหมิง คือเทพมังกรซึ่งเป็นผู้นำของเทพอสูรทั้งสี่อย่าง จื่อชิงชิงหลง เฟิ่งเซียนจูเสว่[4] โม่เฉินไป๋หู่[5] ชางอี้เสวียนอู่[6]
[1]กวาน คือสิ่งที่ชนชั้นสูงชาวจีนในสมัยโบราณใช้สวมครอบบนศีรษะ เพื่อเป็นเครื่องบอกระดับประดับพระยศพระเกียรติ
[2] ชิงหลง คือมังกรเขียว เป็นเทพอสูรแห่งทิศตะวันออก เป็นอสูรธาตุไม้ ตัวแทนแห่งฤดูใบไม้ผลิ ในที่นี้ จื่อชิงคือชื่อ ส่วนชิงหลงเป็นตำแหน่งเทพอสูร หรือก็คือเทพอสูรมังกรเขียวจื่อชิงนั่นเอง
[3]หวงหลง คือมังกรทอง เป็นเทพตัวแทนของธาตุดินหรือธาตุทอง ประจำอยู่จุดศูนย์กลางของสวรรค์ ในที่นี้คือชื่อของตำหนักซึ่งเป็นที่พำนักของเทพมังกรทอง
[4] จูเชว่ หรือ จูเสว่ คือหงส์แดงเป็นเทพอสูรแห่งทิศใต้ ตัวแทนแห่งฤดูร้อน เป็นอสูรธาตุไฟที่ถูกจับคู่กับมังกรเขียว ในฐานะความสมดุลตามธรรมชาติความสุขในการสมรสเป็นทั้งผู้ให้และผู้รับ ในที่นี้เฟิ่งเซียนคือชื่อ จูเสว่คือตำแหน่งเทพอสูร หรือก็คือเทพอสูรหงส์แดงเฟิ่งเซียนนั่นเอง
[5] ไป๋หู่ คือพยัคฆ์ขาว หรือ เสือขาว เป็นเทพอสูรแห่งทิศตะวันตก ตัวแทนแห่งฤดูใบไม้ร่วง เป็นอสูรธาตุลม พยัคฆ์ขาวเป็นเทพอสูรแห่งการปกป้อง การคุ้มครอง เป็นราชาแห่งสรรพสัตว์ทั้งปวง รวมถึงเป็นราชันย์แห่งขุนเขาด้วย
[6] เสวียนอู่ คือเต่าดำ เทพอสูรแห่งทิศเหนือ ตัวแทนฤดูหนาว เป็นอสูรธาตุน้ำ
“ผมยังอยากคุยกับคุณ” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบาทั้งยังไม่ยอมให้เหม่ยเซียนปิดประตู“กลับมาค่อยคุยก็ได้นี่คะ”จะให้เขาเข้าไปในห้องไม่ได้อีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาต้องเห็นกระเป๋าเดินทางที่เธอจัดเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเซอร์ไพรส์เขาโดยเฉพาะ“คุณบินพรุ่งนี้ ควรกลับไปนอนพักผ่อนได้แล้ว”“แต่...” ฉู่เฟิงยังคงไม่ยินยอมเหม่ยเซียนแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ กับท่าทางเหมือนเด็กของเขา “ฉันต้องทำงานดังนั้นคงไปส่งคุณไม่ได้ เดินทางปลอดภัยนะคะ”พูดจบก็ยิ้มหวานจากนั้นก็ค่อยๆ ดันเขาออกไปแล้วปิดประตูตาม ปล่อยให้ร่างสูงยืนทำหน้าเหงาหน้าประตู โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวต้นเหตุยังแอบมองเขาผ่านช่องประตูห้องเหม่ยเซียนพยายามบังคับให้ตัวเองใจแข็ง เนื่องจากวางแผนหลอกเขามาได้ตั้งนานเพื่อทำให้เขาประหลาดใจ ดังนั้นเธอต้องอดทน ถึงอย่างนั้นเมื่ออาบน้ำและกำลังจะเตรียมตัวเข้านอน เสียงมือถือของเธอกลับดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของฉู่เฟิงก็ได้แต่อ่อนใจหญิงสาวกดตัดสายจากนั้นก็ถอนหายใจแล้วเดินออกมาจากห้อง มือเล็กยกขึ้นกดออดคอนโดห้องตรงกันข้าม ซึ่งฉู่เฟิงเองก็เปิดออกแทบจะทันทีอาการหอบหายใจของเขาบอกได้ดีว่าเขารีบวิ่งมาเปิดประตูอย่างลนลานแค่
“ผมเตรียมเกี้ยวเอาไว้ มีเสี่ยวหลงเปาด้วย เดี๋ยวซื้ออะไรไปทำอีกสักสองอย่างคงพอ ส่วนเกี้ยวกับเสี่ยวหลงเปาผมทำเผื่อไว้คุณเอาใส่ตู้เย็นไว้อุ่นกินวันหลังยังได้”“จริงเหรอ”แล้วบทสนทนาก็กลายมาเป็นเรื่องของกินล้วนๆ ฉู่เฟิงมองใบหน้าอารมณ์ดีของเหม่ยเซียนแล้วอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เขายังคิดว่าเธอจะโกรธนานกว่านี้ที่เห็นเขานั่งคุยอยู่กับเฮเลน ไม่คาดว่าถามแค่ไม่กี่คำหญิงสาวก็ไม่ติดใจอะไรแล้ว แถมตั้งแต่แรกเธอก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเข้าใจผิดเลยด้วยซ้ำ“คุณไม่ค่อยสนิทกันกับพี่สาวบุญธรรมสินะครับ”“ไม่สนิทเหรอคะ?! คุณดูยังไงว่าเราไม่สนิทกัน ต้องเรียกว่าไม่ถูกกันเลยต่างหาก! ขอเตือนนะถึงฉันจะไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่าที่ชอบโกรธหรืองอนกับเรื่องไร้สาระ แต่ฉันเป็นคนขี้หึง! ดังนั้น ทำตัวให้ดีอย่าให้ตัวเองตกเป็นเครื่องมือของผู้หญิงได้ง่ายๆ อ้อ ยกเว้นฉันไว้คนเดียวก็แล้วกัน”“ครับ” เขาหลุดหัวเราะออกมาตั้งแต่ได้พบกับเธอเขาก็พบว่ามีหลายเรื่องที่เขาคาดไม่ถึง รวมไปถึงเรื่องนี้ด้วย เหม่ยเหม่ยของเขาร้ายกาจจริงๆ เฮเลนไหนเลยจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ แบบเมื่อครู่กับเธอได้งานแถลงข่าวจบลงอย่างราบรื่น แม้ว่าบางกระแสจะซุบซิบว่าทั้งสองแถลงข
เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเหม่ยเซียนก็ออกมานั่งลงที่โต๊ะกินข้าวซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังเคาเตอร์ครัว พื้นที่ใช้สอยและการตบแต่งคอนโดของพิมพ์พลอยแตกต่างไปจากคอนโดของเธอ ดังนั้นพอออกมาเหม่ยเซียนจึงมีโอกาสได้มองแผ่นหลังกว้างกำลังก้มหน้าง่วนอยู่หน้าเตา“อีกเดี๋ยวนะครับ”“อืม” เหม่ยเซียนก้มลงมองจานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ก่อนจะมองนมสดในแก้ว ข้างๆ ยังมีกาแฟดำของฉู่เฟิง “กาแฟของฉันล่ะ”“วันนี้ไม่ต้องทำงานไม่ใช่หรือครับ โน้ตบุ๊กน่าจะอยู่ที่คอนโดหลังเสร็จธุระจะหาทางเอามาให้ วันนี้ฉวยโอกาสนอนพักสักหน่อย งดกาแฟสักวันนะครับ”“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวปวดหัว จิบนิดๆ ก็แล้วกัน” หญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่ยินยอม สายตาก็มองความคล่องแคล่วของฉู่เฟิง ทั้งในยามที่มือใหญ่คว้าจาน แก้วน้ำ และจับตะหลิวในครัว รวมไปถึงใบหน้าสุขุมเวลาชวนเธอคุย “คุณนี่...”“ทำไมหรือครับ”“กลัวฉันโกรธแล้วโทษว่าเป็นความผิดของคุณเหรอคะ ดูคุณไม่มีความมั่นใจเลย ไม่เหมือนตอนที่...” หญิงสาวชะงักคำพูดเพราะเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขาจำตัวเองในตอนที่เป็นฉินฉางเหยียนไม่ได้“ช่างเถอะ ฉันไม่โกรธหรอก เรื่องนี้จะโทษคุณฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ฉันมันรนหาที่เอง อีกอย่างเรื่องที่เฮ
“คุณกับน้องสาวเป็นคนมีชื่อเสียง ฉันพอจะเข้าใจค่ะว่าคงเลี่ยงเรื่องข่าวไม่พ้น แต่สิ่งที่คุณทำวันนี้มันส่งผลกระทบต่อหลายคนคุณเคยคิดเรื่องนี้บ้างไหมคะ ไหนจะพ่อกับแม่และน้องสาวของฉัน ไหนจะเรื่องงาน หลังจากเรื่องวันนี้ฉันมั่นใจว่านักข่าวจะขุดคุ้ยเรื่องของฉัน และมันจะส่งผลกระทบต่อคนที่ฉันรักหลายคน” เหม่ยเซียนเอ่ยจบก็ก้าวลงไปจากรถ จากนั้นก็หันกลับมาหาเขาอีกครั้ง “กลับไปก่อนเถอะค่ะ ฉันอยากคิดอะไรคนเดียว ชุดนี้เดี๋ยวจะส่งกลับไปให้ทีหลัง”ฉู่เฟิงมองดูแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไปด้วยความกระวนกระวาย ถึงอย่างนั้นเขาก็พยักหน้าให้คนขับออกรถไป เนื่องจากเขายังมีเรื่องอีกมากให้ต้องจัดการไหนจะเรื่องข่าวที่จะออกมาพรุ่งนี้ไหนจะเรื่องที่หญิงสาวกังวล นั่นคือเรื่องที่นักข่าวต้องขุดคุ้ยเรื่องของเธอและครอบครัวของเธอขึ้นมาแน่ๆ“เหม่ยเหม่ย!!”พิมพ์พลอยตะโกนมาตามสายทันทีที่อีกฝ่ายกดรับ “รออยู่เลยนี่ถ้ายังไม่โทรมาจะปิดเครื่องแล้ว” เหม่ยเซียนหัวเราะ “เดี๋ยว อย่าเพิ่งโวยวาย ตอนนี้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่หรือเปล่า” “ใช่ โทรไปที่คอนโดแต่ไม่มีใครรับ ห่วงกันจะแย่” “เหม่ยเหม่ยอยู่ที่คอนโดของพลอย มา
ฉู่เฟิงที่กำลังระงับอารมณ์พลุ่งพล่านมองริมฝีปากแดงเรื่อตรงหน้าอย่างหลงใหล ขณะที่พูดลมหายใจอบอุ่นของเขาเป่ารดลงไปยังแก้มนวล ทำให้หญิงสาวหน้าแดงซ่านขึ้นอย่างจนใจ แม้ไม่ได้สบตาแต่กลับรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนแรงที่อีกฝ่ายจ้องมองหน้าอกที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ กระทั่งไม่อาจแยกแยะว่าจังหวะรัวแรงถี่ยิบนั้นเป็นของใครกันแน่ เสียงหอบหายใจและสายตาร้อนแรงของฉู่เฟิง ทำให้เหม่ยเซียนร่างแข็งทื่อไม่กล้าขยับ เธอก้มหน้าลงมองแผ่นอกแกร่งตรงหน้า ไม่มีความกล้าที่จะเงยขึ้นสบตากับเขาภาพความทรงจำในอดีตที่มาพร้อมกับจุมพิตของเขา ทำให้เหม่ยเซียนพ่ายแพ้เธอรักเขา...ไม่ว่าเขาจะเป็นเทพมังกรจื่อหมิงฉินฉางเหยียนหรือแม้กระทั่งตอนนี้เขากลายเป็นฉู่เฟิงที่จดจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ได้เหม่ยเซียนร้องไห้ออกมาเงียบๆ และนั่นทำให้ฉู่เฟิงตกใจ เขารั้งหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอด กดศีรษะเล็กให้พิงเข้ากับบ่ากว้าง “ผมขอโทษ”ประโยคนั้นทำให้เหม่ยเซียนมั่นใจ จุมพิต...ไม่อาจคืนความทรงจำใดๆ ให้เขา ดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นและยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบคอเขา รั้งเขาให้ก้มลงมาหาริมฝีปากอิ่มกดริมฝีปากหนาของเขาแผ่วเบา จากน
ห้องรับแขกที่รกรุงรังเกิดเสียงโครมครามขึ้นเป็นระยะๆ ฉู่เฟิงทำได้เพียงแค่อมยิ้มและแอบเหลือบมอง จากนั้นเขาก็กลับมามีสมาธิกับอาหารเช้าสำหรับสองคนต่อไปผ่านไปครู่หนึ่งไข่คนเคียงคู่มากับขนมปัง ไส้กรอก แฮม และแพนเค้กมันฝรั่งก็พร้อมเสิร์ฟ กลิ่นหอมของอาหารเช้าช่วยหยุดคำต่อว่าก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดีถึงอย่างนั้นระหว่างที่กำลังทำสงครามกับไข่คนแสนอร่อยอย่างจริงจัง สายตาของหญิงสาวกลับเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าฉู่เฟิ่งสวมเพียงชุดลำลองที่ดูไม่เป็นทางการฉู่เฟิงก้มลงมองตัวเองก่อนจะเข้าใจในสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนั้น “ผมเพิ่งซื้อห้องที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม จากวันนี้เราเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว”เคร้ง!!เสียงมีดกับส้อมกระทบจานทำให้ฉู่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว “ดีใจขนาดนั้นเลย?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม “จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะครับ จนกว่าคุณจะใจอ่อนยอมตกลงทำความฝันของผมให้เป็นความจริง ตั้งแต่วันนี้ผมก็จะมาคอยตามตื้อคุณทุกวัน”“นี่!!!” เหม่ยเซียนถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียวนับจากวันที่ฉู่เฟิงจู่โจมเข้าไปในคอนโดของเหม่ยเซียน หญิงสาวตระหนักว่าทุกอย่างที่พูดเขาหมายความตามนั้นจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไรเพราะหัวใจ







![เฟิ่งหวง [鳳凰]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)