로그인โจวหานอวี้... นายทหารที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏขายชาติ และฉันในฐานะว่าที่ภรรยาที่จะต้องตายตามเขาไปในอีกสามปีข้างหน้า! ไม่ได้การล่ะ ถ้าไม่อยากตาย ฉันต้องปราบตัวร้ายคนนี้ให้กลายเป็นสามีสายเปย์ให้ได้!
더 보기เปรี้ยง!
เสียงกัมปนาทกลางพายุฝนปลุกร่างบอบบางที่นอนจมกองโคลนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ให้สะดุ้งเฮือก หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก ความเจ็บร้าวแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับกระดูกทุกชิ้นถูกบดละเอียด
“ที่นี่ที่ไหนกัน...”
ภาพความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบเริ่มไหลย้อนกลับมาราวกับภาพยนตร์ม้วนเก่า...
หลังจากออกเวรผ่าตัดที่แสนเหนื่อยล้า จ้าวซูเหยียน ศัลยแพทย์หญิงมือหนึ่งแห่งเมืองเจียงหนาน แวะร้านดอกไม้เจ้าประจำเพื่อเลือกซื้อดอกไม้ที่สวยที่สุดกลับไปตกแต่งห้องหอ ที่กำลังจะเปิดใช้งานในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ห้องที่เธอวาดฝันว่าจะใช้ชีวิตร่วมกับคนรักที่คบกันมานานถึงห้าปี
ทว่าทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ภาพตรงหน้ากลับกลาย
เป็นนรกบนดินบนเตียงกว้างที่เธอตั้งใจเลือกมาเพื่อเป็นพยานรักร่วมหอ ผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจกับเพื่อนสนิทที่คบกันมานานกว่าสิบปีกลับกำลังเริงรักกันอย่างไม่ละอายใจ เสียงกระเป๋าที่ร่วงกระแทกพื้นทำให้ทั้งคู่สะดุ้งสุดตัวและผวาลุกขึ้นจากเตียงในสภาพไร้เสื้อผ้าปกปิด
ซูเหยียนเบือนหน้าหนีด้วยความขยะแขยงจนแทบอาเจียน เธอหมุนตัวเตรียมวิ่งหนีไปจากความจริงที่แสนโสโครกนี้ ทว่ายังไม่ทันจะพ้นประตู ลำคอระหงกลับถูกชายคนรักล็อคไว้จากทางด้านหลัง พร้อมกับที่เพื่อนสนิทคว้าบางสิ่งพุ่งเข้ามาหาเธอ
ฉึก!
ความเย็นเฉียบของปลายมีดปักลึกเข้าที่หน้าอกสลับกับเสียงกระซิบเหี้ยมเกรียมข้างหู
“ขอโทษนะเพื่อนรัก... แต่ทุกอย่างที่เป็นของเธอ มันต้องเป็นของฉันคนเดียว รวมถึงว่าที่สามีของเธอด้วย!”
“ทำไม... ถึงทำกับฉันแบบนี้ไป่หรู...”
เธอเค้นเสียงถามอย่างยากลำบาก เลือดอุ่นร้อนทะลักออกจากบาดแผลครั้งแล้วครั้งเล่า ดวงตาพร่ามัวจ้องมองเพื่อนที่รักที่สุดกำลังกระหน่ำแทงเธอซ้ำๆ ราวกับมีความเค้นอัดแน่นมานานนับสิบปี โดยมีว่าที่เจ้าบ่าวของเธอยืนกอดอกมองภาพนั้นด้วยสายตาสะใจ ไร้ซึ่งเยื่อใยที่เคยมีให้กัน
ความเจ็บปวดพุ่งถึงขีดสุดก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง รู้ตัวอีกทีวิญญาณของเธอก็หลุดออกมาล่องลอยอยู่กลางห้อง จ้องมองร่างไร้วิญญาณของตัวเองที่จมกองเลือดด้วยสายตาแห่งความคั่งแค้น เธอสาบานกับตัวเองว่าหากมีโอกาสได้เกิดใหม่อีกครั้ง เธอจะเอาคืนพวกมันทั้งคู่ให้สาสม!
แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน... แล้วทำไมตอนนี้เธอถึงกลับมามีลมหายใจอีกครั้ง ท่ามกลางป่าลึกและสายฝนที่หนาวเหน็บแบบนี้?
ทันใดนั้น ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็หลั่งไหลเข้ามาดั่งสายน้ำหลาก
ร่างนี้ชื่อจ้าวซูเหยียนเหมือนกัน เธอคือคุณหนูใหญ่ตระกูลจ้าว ลูกสาวเถ้าแก่โรงสีข้าวผู้มั่งคั่ง ทว่าชีวิตกลับไม่ได้สวยงามอย่างที่ใครคิด พ่อตราหน้าว่าเธอเป็นตัวกาลกิณีที่ทำให้แม่ต้องต้องตายตั้งแต่ยังเล็ก เธอจึงกลายเป็นเด็กที่ขาดความอบอุ่นและถูกทอดทิ้งมาโดยตลอด
เมื่ออายุได้ห้าขวบ พ่อก็รับแม่เลี้ยงและน้องสาวเข้ามาในบ้าน ซูเหยียนในวัยเด็กหวังจะได้พึ่งพิงความอบอุ่นจากพวกเขา แต่นั่นกลับเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้าย เธอถูกขังในห้องมืด ถูกกลั่นแกล้ง และต้องกินเพียงอาหารเหลือเดนจากคนพวกนั้น
จนกระทั่งวันหนึ่งในงานเลี้ยงสมาคมค้าข้าว ขณะที่เธออายุได้สิบแปดปี ซูเหยียนมีโอกาสได้ออกงานกับผู้เป็นพ่อเนื่องจากได้รับเชิญจากตระกูลโจว ซึ่งมีสัญญาหมั้นหมายกันมาตั้งแต่รุ่นปู่
วันนั้นเองที่เธอได้พบกับว่าที่คู่หมั้น โจวอวี้เฉิน นายทหารหนุ่มอนาคตไกล รูปร่างสูงใหญ่และใบหน้าที่หล่อเหลาไร้ที่ติทำให้เธอกังวลจนทำตัวไม่ถูก ทว่าความเย็นชาและสายตาหมางเมินของเขาก็ทำให้เธอหวาดกลัวเขาไม่น้อย
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทักทายเขา จ้าวไป่หรู น้องสาวต่างแม่กลับวิ่งเข้าไปเกาะแขนเขาอย่างสนิทสนมพร้อมส่งยิ้มหวานหยดจนเกินงาม
ความรู้สึกขยะแขยงแล่นพล่านไปทั่วอก เมื่อเห็นใบหน้าของ จ้าวไป่หรู น้องสาวนอกไส้ในชาตินี้ที่มีหน้าตาเหมือนกับอีเพื่อนชั่วที่เพิ่งฆ่าเธอมาหมาดๆ ชะตากรรมมันจะเล่นตลกเกินไปแล้ว!
ซูเหยียนที่นอนหายใจรวยรินอยู่ใต้ต้นไม้ขบกรามแน่น ความทรงจำส่วนสุดท้ายที่ทำให้เธอต้องมานอนรอความตายตรงนี้เริ่มฉายชัดขึ้นมา...
หานอวี้ถอดเสื้อคลุมทหารพาดไว้บนพนักเก้าอี้อย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด ภาพรำไรของแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เสื้อเชิ้ตทำเอาซูเหยียนเผลอมอง ร่างกายของผู้ชายคนนี้ผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วน “มองอะไร” เสียงทุ้มดึงเธอออกจากภวังค์อย่างจับผิด ซูเหยียนสะดุ้งโหยง รีบก้มหน้าลงต่ำทันควัน “เปล่านี่คะ” หานอวี้หลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาเดินเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าเธอ ก่อนจะถือวิสาสะดึงสมุดบัญชีออกจากมือเรียว “อย่าดูเลย” “ทำไมล่ะคะ?” “ผมเกรงว่าคืนนี้คุณจะนอนไม่หลับ เพราะมัวแต่คิดแผนว่าจะใช้เงินของผมอย่างไรให้หมด” ซูเหยียนเกือบจะหลุดขำออกมาจริงๆ เธอเริ่มค้นพบแล้วว่า ภายใต้ฉากหน้าอันเย็นชาดุจน้ำแข็งค้างปี นายพลคนนี้กลับซ่อนนิสัยขี้หวง ช่างเอาใจ และมักจะเอ่ยคำพูดตรงไปตรงมาจนเธอตั้งตัวไม่ติด “ถ้าอย่างนั้นคุณก็นอนเถอะค่ะ ฉันจะอ่านตำราต่ออีกสักนิด” “ตำราอะไร” “บันทึกยาสมุนไพรของคุณแม่ค่ะ” หานอวี้มองสมุดปกเก่าในมือเธอ แววตาคมดุอ่อนแสงลง “คิดถึงท
สิ้นคำพูด ประตูห้องก็ถูกผลักออกอย่างแรง โจวหานอวี้ในเครื่องแบบทหารสีเข้มก้าวเข้ามาด้วยใบหน้ามืดครึ้มราวกับพายุหิมะที่กำลังจะถล่มลงมา “เกิดอะไรขึ้น?” ซูเหยียนปรายตามองเขาอย่างสงบ “ดูเหมือนคืนนี้จะมีคนร้อนใจ อยากให้ฉันหลับยาวเสียหน่อยค่ะ” หานอวี้ก้มลงมองสาวใช้ที่นอนชักดิ้นชักงออยู่บนพื้น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างน่าหวั่นเกรง ความโกรธขึ้งพลุ่งพล่านจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้ง “ลากตัวมันออกไปสอบสวน อย่าให้มันตายง่ายๆ” “ครับ!” นายทหารติดตามรีบเข้ามาหิ้วปีกเสี่ยวชุ่ยออกไปทันที ความเงียบกลับมาเยือนห้องนอนอีกครั้ง หานอวี้ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ก่อนจะหยุดยืนเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยกระแสความห่วงใยและเดือดดาล “คุณรู้ตัวก่อนแล้ว?” “ค่ะ” ซูเหยียนพยักหน้าเบาๆ “กลิ่นของสารเคมีมันชัดเจนเกินไปสำหรับฉัน” หานอวี้จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ความรู้สึกผิดและความโกรธปะปนกันอยู่ในอก หากเขามาช้ากว่านี้เพียงก้าวเดียว... หากเธอไม่เฉลียวใจ... เพียงแค่คิดว่าร่างบอบบางตรงหน้าต้องตกอยู่ในอันตราย ใ
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลจ้าวในตอนค่ำ ทหารติดตามต่างกุลีกุจอลงมาลำเลียงถุงสินค้านับสิบใบอย่างเป็นระเบียบ กล่องกำมะหยี่บรรจุเครื่องประดับเลอค่า เสื้อผ้าตัดเย็บประณีต และข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงถูกทยอยขนเข้าบ้าน ท่ามกลางสายตาตะลึงพรึงเพริดของบรรดาคนรับใช้ที่ยืนเรียงราย หลิวเหมยซึ่งกำลังละเลียดรสชาอยู่ในห้องโถงถึงกับมือสั่นจนน้ำชาเกือบหก รอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าเลือนหายไปทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับประกายวับวามของสร้อยเพชรบนลำคอระหงของซูเหยียน “นะ... นั่นมันสร้อยจากร้านจินเป่าไม่ใช่เหรอ” เธอพึมพำเสียงแผ่ว ผิวหน้าชาวาบเมื่อนึกถึงมูลค่าของมัน “เส้นนั้น... ราคาไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นหยวนเชียวนะ!” ข้างกายกันนั้น จ้าวม่านอวี้จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำ ความริษยาแล่นพล่านไปทั่วอก โดยเฉพาะยามที่เห็น นายพลหนุ่มผู้สูงศักดิ์อย่างโจวหานอวี้ ก้าวลงมาเปิดประตูรถให้ ซูเหยียนด้วยท่วงท่าทะนุถนอม ภาพนั้นกรีดลึกลงในใจจนม่านอวี้แทบจะสำลักความแค้น ที่ผ่านมาไม่ว่าเธอจะพยายามทอดสะพานหรือปั้นแต่งจริตเพียงใด หานอวี้ก็ไม่เคยแม้แต่จะปรายตามอง
ในเย็นวันนั้น เมื่อโจวหานอวี้ขับรถมารับซูเหยียนที่หน้าโรงพิมพ์ เขาถึงกับต้องประหลาดใจที่เห็นผู้หญิงสองคนที่ขึ้นชื่อว่ารับมือยากที่สุดเดินกอดแขนกันออกมาอย่างสนิทสนม "ดูเหมือนคุณจะได้พรรคพวกเพิ่มนะ" หานอวี้ถามขณะเปิดประตูรถให้ "ฉันไม่ได้แค่ได้พรรคพวกค่ะ แต่ฉันได้น้องสาวที่จะมาร่วมถล่มตระกูลจ้าวไปพร้อมกับฉัน" ซูเหยียนซบลงบนไหล่ของเขาอย่างอารมณ์ดี "เตรียมตัวไว้นะคะคุณหานอวี้ พรุ่งนี้เมืองหลวงจะร้อนเป็นไฟแน่นอน!" หานอวี้กุมมือเธอไว้แน่น "ไม่ว่าไฟจะร้อนแค่ไหน ผมก็จะอยู่ข้างๆ คุณเอง" หลังจากที่ตกลงแผนการเบื้องต้นกับโรงพิมพ์ชิงสุ่ยเสร็จสิ้น ไป๋ชิงหลัน ก็ไม่ยอมปล่อยให้ จ้าวซูเหยียนกลับไปง่าย ๆ เธอส่งยิ้มกว้างพลางคล้องแขนพี่สะใภ้คนใหม่อย่างสนิทสนม “ไหน ๆ พี่สะใภ้ก็มาถึงนี่แล้ว วันนี้เราไปกินข้าวด้วยกันเถอะค่ะ ฉันเพิ่งโทรตามเฉินอวี้ให้จองโต๊ะที่ร้านอาหารกวางตุ้งชื่อดังไว้แล้ว เห็นว่าพี่ใหญ่หานอวี้ก็กำลังจะเลิกประชุมพอดี” ซูเหยียนหัวเราะเบา ๆ “คุณเฉินอวี้จะไม่อึดอัดแย่เหรอคะที่มีพี่ชายจอมดุไปนั่งจ้องหน้าแบบนั้น” “รายนั
เปรี้ยง! เสียงกัมปนาทกลางพายุฝนปลุกร่างบอบบางที่นอนจมกองโคลนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ให้สะดุ้งเฮือก หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก ความเจ็บร้าวแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับกระดูกทุกชิ้นถูกบดละเอียด “ที่นี่ที่ไหนกัน...” ภาพความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบเริ่มไหลย้อนกลั
ในบ่ายวันนั้น เสียงรถจี๊บทหารแล่นมาจอดที่หน้าบ้านคุณยายซ่ง และซูเหยียนรู้ดีว่าใครมา เธอจัดเสื้อผ้าชุดเก่าที่ยายซ่งซักให้จนสะอาดเรียบร้อย แล้วนั่งรออยู่บนแคร่ไม้ไผ่ด้วยท่าทีสงบ โจวหานอวี้ก้าวเข้ามาในบ้าน รูปร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้บ้านหลังเล็กดูแคบไปถนัดตา เขามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยส
ภายใต้หลังคาบ้านไม้หลังเก่าที่ส่งกลิ่นอายสมุนไพรอบอวล แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบไหวตามแรงลมพายุที่พัดกรรโชกอยู่ภายนอก จ้าวซูเหยียน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้ไม่ใช่ความนุ่มนวลของเตียงนอนในโรงพยาบาลที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งตัว ราวกับถูกรถบรร
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากกลับจากงานเลี้ยงสมาคม... ณ คฤหาสน์ตระกูลจ้าว ซูเหยียนเดินหลีกหนีความวุ่นวายภายในบ้านมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของบิดา ทว่าเสียงแปลกประหลาดที่ดังลอดออกมาจากห้องพักผ่อนด้านหลังกลับหยุดฝีเท้าของเธอเอาไว้ พร้อมกับมือเล็กๆ ตัดสินใจแง้มประตูดูด้วยความสงสัย และภาพ