เข้าสู่ระบบโจวหานอวี้... นายทหารที่ถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏขายชาติ และฉันในฐานะว่าที่ภรรยาที่จะต้องตายตามเขาไปในอีกสามปีข้างหน้า! ไม่ได้การล่ะ ถ้าไม่อยากตาย ฉันต้องปราบตัวร้ายคนนี้ให้กลายเป็นสามีสายเปย์ให้ได้!
ดูเพิ่มเติม結婚式まで、あと1時間。
ホテル最上階のスイートルームで、私、沢田真紀(さわだ まき)の婚約者・栗田颯真(くりたそうま)は、私の親友を抱いていた。
そのスイートは今日、新郎控室として貸し切られていた。リビング側で着替えと撮影を行い、奥のベッドルームは荷物置きと休憩用に使う。式場スタッフから、そう説明されていた部屋だった。
半開きのベッドルームのドアの向こうで、シャンパン色のドレスが颯真の腰をまたいでいる。
シャンパン色のドレスは、友人代表を頼んだ坂下美和(さかした みわ)と、結婚式のために一緒に選んだものだった。
肩紐は落ち、裾は太ももまで捲れ、颯真の手が慣れた動きで美和の腰を抱いていた。
私は半開きのドアに手をかけ、ゆっくりと押し開けた。
ドアが動く気配に、美和が振り向いた。私と目が合った瞬間、彼女は息をのみ、ずり落ちたドレスの胸元を押さえる。顔からみるみる血の気が引いていった。
それでも謝ろうとはせず、颯真の膝の上から慌てて降りると、私の視線を避けるようにうつむいた。
颯真は一瞬だけ目を見開いた。だが、すぐに眉間へしわを寄せた。そこに罪悪感はない。見つかった焦りさえなかった。浮かんでいたのは、行為を途中で邪魔されたことへの苛立ちだけだった。
私の顔を見たあと、壁の時計へ目をやる。
「真紀。式まで、まだ時間があるだろう」
謝罪ではなかった。見つかったことへの焦りさえない。私が黙って後始末をするのを、当然だと思っている声だった。
美和は胸元をシーツで隠しながら、泣きそうな顔を作った。
「違うの、真紀。これは――」
「服を着て」
自分でも驚くほど静かな声が出た。
頭の中では、昨夜2時まで直した颯真の企画書、以前、彼の父の会社へ無償で渡した分析表、美和の様々な相談に付き合った夜が、フィルムを逆回転させるように流れていた。
私が差し出した時間も、知識も、信頼も、2人にとっては、いつでも使える便利な道具にすぎなかった。
胸が裂けるより先に、ひとつの答えが落ちてきた。
私は左手の指輪を外し、サイドテーブルへ置いた。
「今日の結婚式はやめる」
หานอวี้ถอดเสื้อคลุมทหารพาดไว้บนพนักเก้าอี้อย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะเริ่มปลดกระดุมคอเสื้อออกสองเม็ดเพื่อคลายความอึดอัด ภาพรำไรของแผงอกแกร่งและกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เสื้อเชิ้ตทำเอาซูเหยียนเผลอมอง ร่างกายของผู้ชายคนนี้ผ่านสมรภูมิมานับครั้งไม่ถ้วน “มองอะไร” เสียงทุ้มดึงเธอออกจากภวังค์อย่างจับผิด ซูเหยียนสะดุ้งโหยง รีบก้มหน้าลงต่ำทันควัน “เปล่านี่คะ” หานอวี้หลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ เขาเดินเข้ามาหยุดยืนเบื้องหน้าเธอ ก่อนจะถือวิสาสะดึงสมุดบัญชีออกจากมือเรียว “อย่าดูเลย” “ทำไมล่ะคะ?” “ผมเกรงว่าคืนนี้คุณจะนอนไม่หลับ เพราะมัวแต่คิดแผนว่าจะใช้เงินของผมอย่างไรให้หมด” ซูเหยียนเกือบจะหลุดขำออกมาจริงๆ เธอเริ่มค้นพบแล้วว่า ภายใต้ฉากหน้าอันเย็นชาดุจน้ำแข็งค้างปี นายพลคนนี้กลับซ่อนนิสัยขี้หวง ช่างเอาใจ และมักจะเอ่ยคำพูดตรงไปตรงมาจนเธอตั้งตัวไม่ติด “ถ้าอย่างนั้นคุณก็นอนเถอะค่ะ ฉันจะอ่านตำราต่ออีกสักนิด” “ตำราอะไร” “บันทึกยาสมุนไพรของคุณแม่ค่ะ” หานอวี้มองสมุดปกเก่าในมือเธอ แววตาคมดุอ่อนแสงลง “คิดถึงท
สิ้นคำพูด ประตูห้องก็ถูกผลักออกอย่างแรง โจวหานอวี้ในเครื่องแบบทหารสีเข้มก้าวเข้ามาด้วยใบหน้ามืดครึ้มราวกับพายุหิมะที่กำลังจะถล่มลงมา “เกิดอะไรขึ้น?” ซูเหยียนปรายตามองเขาอย่างสงบ “ดูเหมือนคืนนี้จะมีคนร้อนใจ อยากให้ฉันหลับยาวเสียหน่อยค่ะ” หานอวี้ก้มลงมองสาวใช้ที่นอนชักดิ้นชักงออยู่บนพื้น แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างน่าหวั่นเกรง ความโกรธขึ้งพลุ่งพล่านจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้ง “ลากตัวมันออกไปสอบสวน อย่าให้มันตายง่ายๆ” “ครับ!” นายทหารติดตามรีบเข้ามาหิ้วปีกเสี่ยวชุ่ยออกไปทันที ความเงียบกลับมาเยือนห้องนอนอีกครั้ง หานอวี้ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ก่อนจะหยุดยืนเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยกระแสความห่วงใยและเดือดดาล “คุณรู้ตัวก่อนแล้ว?” “ค่ะ” ซูเหยียนพยักหน้าเบาๆ “กลิ่นของสารเคมีมันชัดเจนเกินไปสำหรับฉัน” หานอวี้จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ความรู้สึกผิดและความโกรธปะปนกันอยู่ในอก หากเขามาช้ากว่านี้เพียงก้าวเดียว... หากเธอไม่เฉลียวใจ... เพียงแค่คิดว่าร่างบอบบางตรงหน้าต้องตกอยู่ในอันตราย ใ
เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลจ้าวในตอนค่ำ ทหารติดตามต่างกุลีกุจอลงมาลำเลียงถุงสินค้านับสิบใบอย่างเป็นระเบียบ กล่องกำมะหยี่บรรจุเครื่องประดับเลอค่า เสื้อผ้าตัดเย็บประณีต และข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงถูกทยอยขนเข้าบ้าน ท่ามกลางสายตาตะลึงพรึงเพริดของบรรดาคนรับใช้ที่ยืนเรียงราย หลิวเหมยซึ่งกำลังละเลียดรสชาอยู่ในห้องโถงถึงกับมือสั่นจนน้ำชาเกือบหก รอยยิ้มจอมปลอมบนใบหน้าเลือนหายไปทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับประกายวับวามของสร้อยเพชรบนลำคอระหงของซูเหยียน “นะ... นั่นมันสร้อยจากร้านจินเป่าไม่ใช่เหรอ” เธอพึมพำเสียงแผ่ว ผิวหน้าชาวาบเมื่อนึกถึงมูลค่าของมัน “เส้นนั้น... ราคาไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นหยวนเชียวนะ!” ข้างกายกันนั้น จ้าวม่านอวี้จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำ ความริษยาแล่นพล่านไปทั่วอก โดยเฉพาะยามที่เห็น นายพลหนุ่มผู้สูงศักดิ์อย่างโจวหานอวี้ ก้าวลงมาเปิดประตูรถให้ ซูเหยียนด้วยท่วงท่าทะนุถนอม ภาพนั้นกรีดลึกลงในใจจนม่านอวี้แทบจะสำลักความแค้น ที่ผ่านมาไม่ว่าเธอจะพยายามทอดสะพานหรือปั้นแต่งจริตเพียงใด หานอวี้ก็ไม่เคยแม้แต่จะปรายตามอง
ในเย็นวันนั้น เมื่อโจวหานอวี้ขับรถมารับซูเหยียนที่หน้าโรงพิมพ์ เขาถึงกับต้องประหลาดใจที่เห็นผู้หญิงสองคนที่ขึ้นชื่อว่ารับมือยากที่สุดเดินกอดแขนกันออกมาอย่างสนิทสนม "ดูเหมือนคุณจะได้พรรคพวกเพิ่มนะ" หานอวี้ถามขณะเปิดประตูรถให้ "ฉันไม่ได้แค่ได้พรรคพวกค่ะ แต่ฉันได้น้องสาวที่จะมาร่วมถล่มตระกูลจ้าวไปพร้อมกับฉัน" ซูเหยียนซบลงบนไหล่ของเขาอย่างอารมณ์ดี "เตรียมตัวไว้นะคะคุณหานอวี้ พรุ่งนี้เมืองหลวงจะร้อนเป็นไฟแน่นอน!" หานอวี้กุมมือเธอไว้แน่น "ไม่ว่าไฟจะร้อนแค่ไหน ผมก็จะอยู่ข้างๆ คุณเอง" หลังจากที่ตกลงแผนการเบื้องต้นกับโรงพิมพ์ชิงสุ่ยเสร็จสิ้น ไป๋ชิงหลัน ก็ไม่ยอมปล่อยให้ จ้าวซูเหยียนกลับไปง่าย ๆ เธอส่งยิ้มกว้างพลางคล้องแขนพี่สะใภ้คนใหม่อย่างสนิทสนม “ไหน ๆ พี่สะใภ้ก็มาถึงนี่แล้ว วันนี้เราไปกินข้าวด้วยกันเถอะค่ะ ฉันเพิ่งโทรตามเฉินอวี้ให้จองโต๊ะที่ร้านอาหารกวางตุ้งชื่อดังไว้แล้ว เห็นว่าพี่ใหญ่หานอวี้ก็กำลังจะเลิกประชุมพอดี” ซูเหยียนหัวเราะเบา ๆ “คุณเฉินอวี้จะไม่อึดอัดแย่เหรอคะที่มีพี่ชายจอมดุไปนั่งจ้องหน้าแบบนั้น” “รายนั
เปรี้ยง! เสียงกัมปนาทกลางพายุฝนปลุกร่างบอบบางที่นอนจมกองโคลนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ให้สะดุ้งเฮือก หญิงสาวพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบาก ความเจ็บร้าวแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับกระดูกทุกชิ้นถูกบดละเอียด “ที่นี่ที่ไหนกัน...” ภาพความทรงจำสุดท้ายก่อนสติจะดับวูบเริ่มไหลย้อนกลั
ในบ่ายวันนั้น เสียงรถจี๊บทหารแล่นมาจอดที่หน้าบ้านคุณยายซ่ง และซูเหยียนรู้ดีว่าใครมา เธอจัดเสื้อผ้าชุดเก่าที่ยายซ่งซักให้จนสะอาดเรียบร้อย แล้วนั่งรออยู่บนแคร่ไม้ไผ่ด้วยท่าทีสงบ โจวหานอวี้ก้าวเข้ามาในบ้าน รูปร่างสูงใหญ่ของเขาทำให้บ้านหลังเล็กดูแคบไปถนัดตา เขามองผู้หญิงตรงหน้าด้วยส
ภายใต้หลังคาบ้านไม้หลังเก่าที่ส่งกลิ่นอายสมุนไพรอบอวล แสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวูบไหวตามแรงลมพายุที่พัดกรรโชกอยู่ภายนอก จ้าวซูเหยียน ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้ไม่ใช่ความนุ่มนวลของเตียงนอนในโรงพยาบาลที่เธอคุ้นเคย แต่เป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่แล่นพล่านไปทั่วทั้งตัว ราวกับถูกรถบรร
ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่วันก่อน หลังจากกลับจากงานเลี้ยงสมาคม... ณ คฤหาสน์ตระกูลจ้าว ซูเหยียนเดินหลีกหนีความวุ่นวายภายในบ้านมุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของบิดา ทว่าเสียงแปลกประหลาดที่ดังลอดออกมาจากห้องพักผ่อนด้านหลังกลับหยุดฝีเท้าของเธอเอาไว้ พร้อมกับมือเล็กๆ ตัดสินใจแง้มประตูดูด้วยความสงสัย และภาพ











