Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2026-01-07 19:55:56

ท่ามกลางความมืดรอบกายเหม่ยเซียนพยายามยกเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก สัมผัสบางอย่างใต้ร่าง ทำให้ต้องชะงักและเริ่มตั้งสติ ลำดับความคิดเริ่มทำงานอย่างหนักเมื่อตระหนักได้ถึงบางอย่างที่น่าตื่นตระหนก

หญิงสาวใช้มือสองข้างที่ขยับแสนลำบากดันตัวขึ้น ในหัวก็พยายามเรียบเรียงความทรงจำทั้งหมด แต่ศีรษะด้านหลังกลับฟาดเข้ากับของแข็งอย่างจังจนต้องส่งเสียงออกมาด้วยความเจ็บ

“นั่นสินะฉันนี่มันโง่จริงๆ เลย” พูดกับตัวเองจบเหม่ยเซียนก็ทิ้งตัวลงไปนอนคว่ำตามเดิม

ผ่านไปสักระยะสายตาที่เริ่มปรับเข้ากับความมืดก็เริ่มชิน แม้ว่าแสงที่ส่องเข้ามาจะมีไม่มาก แต่นั่นก็ช่วยให้หญิงสาวมองเห็นทุกอย่างรอบกายได้ลางๆ

ภาพตรงหน้ายืนยันทุกอย่างที่คิดได้เป็นอย่างดี เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่หญิงสาวเคยเห็นสถานที่แห่งนี้ แต่ทุกครั้งมันเป็นแค่ความฝันไม่ใช่การมาเยือนด้วยตัวเองอย่างเช่นตอนนี้!

“คุณเป็นใครกันแน่ ทำไมฉันถึงฝันเห็นคุณ แล้วทำไมฉันต้องมาที่นี่ นี่เป็นความฝันหรือเปล่า...” พูดจบก็ขมวดคิ้วเพราะความเจ็บที่ศีรษะด้านหลังยังคงชัดเจน ตอกย้ำว่าสิ่งที่เธอเมื่อครู่นั้นเธอเพียงแค่ต้องการปลอบใจตัวเองเท่านั้น

คางน้อยๆ ถูไถไปมากับคนที่ยังคงนอนนิ่งอยู่ใต้ร่าง ราวกับทำเช่นนั้นช่วยลดความเจ็บที่ศีรษะลงไปได้ การกระทำนั้นสนิทสนมและให้ความรู้สึกคุ้นเคยจนหญิงสาวเองยังไม่รู้ตัว

เมื่อมั่นใจแล้วว่าตนมาติดอยู่ในโลงน้ำแข็งที่เคยฝันถึง ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างที่มีมากกว่าความตื่นกลัว ทำให้เหม่ยเซียนพยายามสำรวจไปรอบๆ เพราะหากสามารถเข้ามาในโลงน้ำแข็งได้ ดังนั้นจึงคิดว่าต้องออกไปได้เช่นกัน

คิดแล้วนิ้วเรียวก็เริ่มขยับไปทั่ว แต่ความคับแคบของโลงสี่เหลี่ยมที่ถูกทำขึ้นเพื่อชายหนุ่มเพียงคนเดียว กลับเป็นอุปสรรคให้หญิงสาวขยับตัวได้ลำบากกว่าที่คิด กว่ามือข้างหนึ่งจะถูกดึงขึ้นมายังใบหน้าเพื่อปาดเหงื่อสำเร็จ เหม่ยเซียนก็ถูกผนังของโลงน้ำแข็งบาดจนเจ็บไปหมด

หญิงสาวพบว่าช่องว่างระหว่างศีรษะตนกับชายหนุ่มใต้ร่างมีมากกว่าที่อื่น จึงพยายามขยับศีรษะเพื่อมองดูใบหน้าของเขา ทว่าความมืดรอบกายกลับไม่เป็นใจเอาเสียเลย เพราะแม้ใบหน้าของเขาจะอยู่ห่างแค่ปลายจมูก แต่ก็ยังไม่อาจมองเห็นใบหน้าของเขาได้ชัดเจน

“อย่าหาว่าฉันล่วงเกินคุณเลยนะแต่มันมืดเลยไม่มีทางเลือก” เหม่ยเซียนแก้ตัวทั้งที่ไม่จำเป็นสักนิด เนื่องจากในที่นี้นับว่าเธอไม่ต่างจากอยู่เพียงลำพัง

เมื่อหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองได้แล้วจึงขยับมือไปยังใบหน้าของคนที่ยังคงนอนนิ่ง นิ้วเรียวแตะเบาๆ ไปยังข้างแก้มของเขา สัมผัสนุ่มมือและความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างแกร่งของชายหนุ่ม ทำให้หญิงสาวชะงักและเบิกตากว้าง

“เดี๋ยวนะคุณยังไม่ตายเหรอคะ คุณ! คุณคะ! ตื่นเร็วเข้า!” เหม่ยเซียนตบฝ่ามือลงไปยังแก้มของเขาเบาๆ

คนตายไหนเลยจะมีอุณหภูมิร่างกายที่อบอุ่นเช่นนี้ ดังนั้นหญิงสาวจึงมั่นใจว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ทว่าหญิงสาวลืมคิดไปโดยสนิทว่าหากเขายังมีชีวิตอยู่เหตุใดจึงเข้ามาอยู่ในโลงศพ

“นี่!” เหม่ยเซียนค่อยๆ ยืนนิ้วไปอังที่จมูกของอีกฝ่าย และพบว่าเขาไม่มีลมหายใจ “ศพจริงๆ ด้วย”

ประโยคสั้นๆ นั้นดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกประหลาดใจตัวเอง เธอนอนทับศพของใครก็ไม่รู้อยู่ แต่กลับไม่มีความรู้สึกหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย นี่มันออกจะน่าประหลาดเกินไปแล้ว

แสงรำไรที่ค่อยๆ สาดส่องเข้ามายังด้านบนของถ้ำ ทำให้เหม่ยเซียนพยายามพลิกกาย แต่จนแล้วจนรอดด้วยพื้นที่ที่ไม่อำนวย ทำให้หญิงสาวทำได้เพียงพยายามเอียงศีรษะขึ้นมอง

...แสงนั่นชัดเจนว่าเป็นแสงแดด เธอติดอยู่ในลิฟต์ตอนเที่ยง และไม่รู้ว่าหมดสติไปนานเท่าไร ก่อนที่จะรู้สึกตัวขึ้นในโลงน้ำแข็งนี้ ที่แน่ๆ ตอนนี้เป็นเวลารุ่งเช้าอย่างไม่ต้องสงสัย

แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาภายในถ้ำ ทำให้เหม่ยเซียนสามารถมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจน แต่ไม่ว่าอะไรก็ไม่ทำให้หญิงสาวตกใจไปกว่า ...ชุดที่บุรุษซึ่งเธอนอนคร่อมสวมอยู่นั้น คล้ายกับชุดฮั่นฝู[1]เหลือเกิน!!

เหม่ยเซียนมองลวดลายปักอันวิจิตรบนชุดของชายหนุ่ม ในใจก็ได้แต่ตกตะลึงกับความตระการตาของลายปักมังกรที่โลดแล่นอยู่บนผืนผ้า ความประณีตของลวดลายทำให้ลืมสนใจอย่างอื่นไปชั่วขณะ

ก่อนเดินทางไปเรียนที่เซี่ยงไฮ้ หญิงสาวก็สนใจเกี่ยวกับขนบธรรมเนียม และการแต่งกายของยุคจีนโบราณที่มีเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การได้มาเห็นอะไรอย่างนี้จึงทำให้ความสนใจทั้งหมดมุ่งไปยังเนื้อผ้า และลวดลายของชุด แทนที่จะกังวลเกี่ยวกับการหาทางออกเช่นในตอนแรก

“สวย สวยมากเลย ไม่เคยเห็นผ้าทอและลายปักที่ละเอียดอย่างนี้มาก่อนเลย” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองก่อนจะเอียงหน้ามองคนที่นอนอยู่ใต้ร่าง ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้นเพียงแค่มองเห็นแนวกรามและสันจมูกโด่งของคนตรงหน้า

เขาเป็นชายหนุ่มที่มีเครื่องหน้าหล่อเหลาสมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เหม่ยเซียนเคยพบมา ขนาดมองเห็นเขาในมุมทแยงยังมองเห็นว่าจมูกโด่งเป็นสันรับกับแนวกรามได้รูปของเขาอย่างลงตัว ไหนจะริมฝีปากบางที่ดูดึงดูดใจจนทำหญิงสาวอดไม่ได้ที่จะค่อยๆ ใช้มือดันตัวเองขึ้นไป เพียงเพื่อให้มองเห็นใบหน้าของเขาชัดขึ้น

เหม่ยเซียนเบิกตามองเขาในระยะประชิด ยิ่งมองก็ยิ่งดูมีเสน่ห์น่าดึงดูดใจ ดวงตาที่ปิดสนิทของเขาเผยให้เห็นขนตายาวที่แนบสนิทไปกับขอบตาล่าง คิ้วเข้มเรียวยาวจดหางตาดูมีสง่าราศี จนแม้คนที่ไม่รู้เรื่องการดูโหงวเฮ้ง ยังรู้สึกได้ว่าเขาอาจไม่ใช่บุคคลธรรมดาสามัญ

[1] ฮั่นฝู คือเสื้อผ้าของคนจีนช่วงราชวงศ์ฮั่น (พ.ศ. 337 - พ.ศ. 763) มีลักษณะเป็นเสื้อตัวยาวคลุมสะโพกไขว้สาบเสื้อสองด้านเข้าหากันแล้วผูกทับด้วยผ้าคาดเอว กับกระโปรงยาวจดเท้า ผู้ชายจะผูกทับผ้าคลุมเข่าปลายสามเหลี่ยมจดชายชุดเอาไว้ด้านหน้า บางครั้งอาจสวมเสื้อคลุมยาวจดเท้าแขนกว้างทับ

[2]กวาน คือสิ่งที่ชนชั้นสูงชาวจีนในสมัยโบราณใช้สวมครอบบนศีรษะ เพื่อเป็นเครื่องบอกระดับประดับพระยศพระเกียรติ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 124 จบ

    “ผมยังอยากคุยกับคุณ” เขาเอ่ยออกมาเสียงเบาทั้งยังไม่ยอมให้เหม่ยเซียนปิดประตู“กลับมาค่อยคุยก็ได้นี่คะ”จะให้เขาเข้าไปในห้องไม่ได้อีกเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาต้องเห็นกระเป๋าเดินทางที่เธอจัดเอาไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อเซอร์ไพรส์เขาโดยเฉพาะ“คุณบินพรุ่งนี้ ควรกลับไปนอนพักผ่อนได้แล้ว”“แต่...” ฉู่เฟิงยังคงไม่ยินยอมเหม่ยเซียนแทบจะหัวเราะออกมาดังๆ กับท่าทางเหมือนเด็กของเขา “ฉันต้องทำงานดังนั้นคงไปส่งคุณไม่ได้ เดินทางปลอดภัยนะคะ”พูดจบก็ยิ้มหวานจากนั้นก็ค่อยๆ ดันเขาออกไปแล้วปิดประตูตาม ปล่อยให้ร่างสูงยืนทำหน้าเหงาหน้าประตู โดยที่ไม่รู้เลยว่าตัวต้นเหตุยังแอบมองเขาผ่านช่องประตูห้องเหม่ยเซียนพยายามบังคับให้ตัวเองใจแข็ง เนื่องจากวางแผนหลอกเขามาได้ตั้งนานเพื่อทำให้เขาประหลาดใจ ดังนั้นเธอต้องอดทน ถึงอย่างนั้นเมื่ออาบน้ำและกำลังจะเตรียมตัวเข้านอน เสียงมือถือของเธอกลับดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของฉู่เฟิงก็ได้แต่อ่อนใจหญิงสาวกดตัดสายจากนั้นก็ถอนหายใจแล้วเดินออกมาจากห้อง มือเล็กยกขึ้นกดออดคอนโดห้องตรงกันข้าม ซึ่งฉู่เฟิงเองก็เปิดออกแทบจะทันทีอาการหอบหายใจของเขาบอกได้ดีว่าเขารีบวิ่งมาเปิดประตูอย่างลนลานแค่

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 123

    “ผมเตรียมเกี้ยวเอาไว้ มีเสี่ยวหลงเปาด้วย เดี๋ยวซื้ออะไรไปทำอีกสักสองอย่างคงพอ ส่วนเกี้ยวกับเสี่ยวหลงเปาผมทำเผื่อไว้คุณเอาใส่ตู้เย็นไว้อุ่นกินวันหลังยังได้”“จริงเหรอ”แล้วบทสนทนาก็กลายมาเป็นเรื่องของกินล้วนๆ ฉู่เฟิงมองใบหน้าอารมณ์ดีของเหม่ยเซียนแล้วอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เขายังคิดว่าเธอจะโกรธนานกว่านี้ที่เห็นเขานั่งคุยอยู่กับเฮเลน ไม่คาดว่าถามแค่ไม่กี่คำหญิงสาวก็ไม่ติดใจอะไรแล้ว แถมตั้งแต่แรกเธอก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเข้าใจผิดเลยด้วยซ้ำ“คุณไม่ค่อยสนิทกันกับพี่สาวบุญธรรมสินะครับ”“ไม่สนิทเหรอคะ?! คุณดูยังไงว่าเราไม่สนิทกัน ต้องเรียกว่าไม่ถูกกันเลยต่างหาก! ขอเตือนนะถึงฉันจะไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่าที่ชอบโกรธหรืองอนกับเรื่องไร้สาระ แต่ฉันเป็นคนขี้หึง! ดังนั้น ทำตัวให้ดีอย่าให้ตัวเองตกเป็นเครื่องมือของผู้หญิงได้ง่ายๆ อ้อ ยกเว้นฉันไว้คนเดียวก็แล้วกัน”“ครับ” เขาหลุดหัวเราะออกมาตั้งแต่ได้พบกับเธอเขาก็พบว่ามีหลายเรื่องที่เขาคาดไม่ถึง รวมไปถึงเรื่องนี้ด้วย เหม่ยเหม่ยของเขาร้ายกาจจริงๆ เฮเลนไหนเลยจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ แบบเมื่อครู่กับเธอได้งานแถลงข่าวจบลงอย่างราบรื่น แม้ว่าบางกระแสจะซุบซิบว่าทั้งสองแถลงข

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 122

    เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเหม่ยเซียนก็ออกมานั่งลงที่โต๊ะกินข้าวซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังเคาเตอร์ครัว พื้นที่ใช้สอยและการตบแต่งคอนโดของพิมพ์พลอยแตกต่างไปจากคอนโดของเธอ ดังนั้นพอออกมาเหม่ยเซียนจึงมีโอกาสได้มองแผ่นหลังกว้างกำลังก้มหน้าง่วนอยู่หน้าเตา“อีกเดี๋ยวนะครับ”“อืม” เหม่ยเซียนก้มลงมองจานอาหารเช้าแบบอเมริกัน ก่อนจะมองนมสดในแก้ว ข้างๆ ยังมีกาแฟดำของฉู่เฟิง “กาแฟของฉันล่ะ”“วันนี้ไม่ต้องทำงานไม่ใช่หรือครับ โน้ตบุ๊กน่าจะอยู่ที่คอนโดหลังเสร็จธุระจะหาทางเอามาให้ วันนี้ฉวยโอกาสนอนพักสักหน่อย งดกาแฟสักวันนะครับ”“ไม่ได้หรอกเดี๋ยวปวดหัว จิบนิดๆ ก็แล้วกัน” หญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่ยินยอม สายตาก็มองความคล่องแคล่วของฉู่เฟิง ทั้งในยามที่มือใหญ่คว้าจาน แก้วน้ำ และจับตะหลิวในครัว รวมไปถึงใบหน้าสุขุมเวลาชวนเธอคุย “คุณนี่...”“ทำไมหรือครับ”“กลัวฉันโกรธแล้วโทษว่าเป็นความผิดของคุณเหรอคะ ดูคุณไม่มีความมั่นใจเลย ไม่เหมือนตอนที่...” หญิงสาวชะงักคำพูดเพราะเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขาจำตัวเองในตอนที่เป็นฉินฉางเหยียนไม่ได้“ช่างเถอะ ฉันไม่โกรธหรอก เรื่องนี้จะโทษคุณฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ ฉันมันรนหาที่เอง อีกอย่างเรื่องที่เฮ

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 121

    “คุณกับน้องสาวเป็นคนมีชื่อเสียง ฉันพอจะเข้าใจค่ะว่าคงเลี่ยงเรื่องข่าวไม่พ้น แต่สิ่งที่คุณทำวันนี้มันส่งผลกระทบต่อหลายคนคุณเคยคิดเรื่องนี้บ้างไหมคะ ไหนจะพ่อกับแม่และน้องสาวของฉัน ไหนจะเรื่องงาน หลังจากเรื่องวันนี้ฉันมั่นใจว่านักข่าวจะขุดคุ้ยเรื่องของฉัน และมันจะส่งผลกระทบต่อคนที่ฉันรักหลายคน” เหม่ยเซียนเอ่ยจบก็ก้าวลงไปจากรถ จากนั้นก็หันกลับมาหาเขาอีกครั้ง “กลับไปก่อนเถอะค่ะ ฉันอยากคิดอะไรคนเดียว ชุดนี้เดี๋ยวจะส่งกลับไปให้ทีหลัง”ฉู่เฟิงมองดูแผ่นหลังของหญิงสาวที่เดินจากไปด้วยความกระวนกระวาย ถึงอย่างนั้นเขาก็พยักหน้าให้คนขับออกรถไป เนื่องจากเขายังมีเรื่องอีกมากให้ต้องจัดการไหนจะเรื่องข่าวที่จะออกมาพรุ่งนี้ไหนจะเรื่องที่หญิงสาวกังวล นั่นคือเรื่องที่นักข่าวต้องขุดคุ้ยเรื่องของเธอและครอบครัวของเธอขึ้นมาแน่ๆ“เหม่ยเหม่ย!!”พิมพ์พลอยตะโกนมาตามสายทันทีที่อีกฝ่ายกดรับ “รออยู่เลยนี่ถ้ายังไม่โทรมาจะปิดเครื่องแล้ว” เหม่ยเซียนหัวเราะ “เดี๋ยว อย่าเพิ่งโวยวาย ตอนนี้อยู่กับคุณพ่อคุณแม่หรือเปล่า” “ใช่ โทรไปที่คอนโดแต่ไม่มีใครรับ ห่วงกันจะแย่” “เหม่ยเหม่ยอยู่ที่คอนโดของพลอย มา

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 120

    ฉู่เฟิงที่กำลังระงับอารมณ์พลุ่งพล่านมองริมฝีปากแดงเรื่อตรงหน้าอย่างหลงใหล ขณะที่พูดลมหายใจอบอุ่นของเขาเป่ารดลงไปยังแก้มนวล ทำให้หญิงสาวหน้าแดงซ่านขึ้นอย่างจนใจ แม้ไม่ได้สบตาแต่กลับรับรู้ได้ถึงสายตาร้อนแรงที่อีกฝ่ายจ้องมองหน้าอกที่แนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจ กระทั่งไม่อาจแยกแยะว่าจังหวะรัวแรงถี่ยิบนั้นเป็นของใครกันแน่ เสียงหอบหายใจและสายตาร้อนแรงของฉู่เฟิง ทำให้เหม่ยเซียนร่างแข็งทื่อไม่กล้าขยับ เธอก้มหน้าลงมองแผ่นอกแกร่งตรงหน้า ไม่มีความกล้าที่จะเงยขึ้นสบตากับเขาภาพความทรงจำในอดีตที่มาพร้อมกับจุมพิตของเขา ทำให้เหม่ยเซียนพ่ายแพ้เธอรักเขา...ไม่ว่าเขาจะเป็นเทพมังกรจื่อหมิงฉินฉางเหยียนหรือแม้กระทั่งตอนนี้เขากลายเป็นฉู่เฟิงที่จดจำเรื่องราวก่อนหน้านี้ไม่ได้เหม่ยเซียนร้องไห้ออกมาเงียบๆ และนั่นทำให้ฉู่เฟิงตกใจ เขารั้งหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอด กดศีรษะเล็กให้พิงเข้ากับบ่ากว้าง “ผมขอโทษ”ประโยคนั้นทำให้เหม่ยเซียนมั่นใจ จุมพิต...ไม่อาจคืนความทรงจำใดๆ ให้เขา ดังนั้นเธอจึงเงยหน้าขึ้นและยกมือทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบคอเขา รั้งเขาให้ก้มลงมาหาริมฝีปากอิ่มกดริมฝีปากหนาของเขาแผ่วเบา จากน

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 119

    ห้องรับแขกที่รกรุงรังเกิดเสียงโครมครามขึ้นเป็นระยะๆ ฉู่เฟิงทำได้เพียงแค่อมยิ้มและแอบเหลือบมอง จากนั้นเขาก็กลับมามีสมาธิกับอาหารเช้าสำหรับสองคนต่อไปผ่านไปครู่หนึ่งไข่คนเคียงคู่มากับขนมปัง ไส้กรอก แฮม และแพนเค้กมันฝรั่งก็พร้อมเสิร์ฟ กลิ่นหอมของอาหารเช้าช่วยหยุดคำต่อว่าก่อนหน้านี้ได้เป็นอย่างดีถึงอย่างนั้นระหว่างที่กำลังทำสงครามกับไข่คนแสนอร่อยอย่างจริงจัง สายตาของหญิงสาวกลับเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าฉู่เฟิ่งสวมเพียงชุดลำลองที่ดูไม่เป็นทางการฉู่เฟิงก้มลงมองตัวเองก่อนจะเข้าใจในสายตาที่เต็มไปด้วยคำถามนั้น “ผมเพิ่งซื้อห้องที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม จากวันนี้เราเป็นเพื่อนบ้านกันแล้ว”เคร้ง!!เสียงมีดกับส้อมกระทบจานทำให้ฉู่เฟิงเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาว “ดีใจขนาดนั้นเลย?” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม “จากนี้ก็ฝากตัวด้วยนะครับ จนกว่าคุณจะใจอ่อนยอมตกลงทำความฝันของผมให้เป็นความจริง ตั้งแต่วันนี้ผมก็จะมาคอยตามตื้อคุณทุกวัน”“นี่!!!” เหม่ยเซียนถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียวนับจากวันที่ฉู่เฟิงจู่โจมเข้าไปในคอนโดของเหม่ยเซียน หญิงสาวตระหนักว่าทุกอย่างที่พูดเขาหมายความตามนั้นจริงๆ ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้สึกอะไรเพราะหัวใจ

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 48

    “ช่างเถิดอย่างไรเสียการมาถึงของเรานับว่าไม่สูญเปล่า เราหาดวงจิตหนึ่งในสองของเทพมังกรพบแล้ว” เหม่ยเซียนเอ่ยออกมาเสียงเรียบ ใบหน้ามองตรงไปยังหน้าต่างเบื้องหน้านิ่งเมื่อความเงียบยามค่ำคืนเข้ามาเยือน หญิงสาวที่ยังคงจมอยู่กับความคิดของตัวเองนอนเหม่อมองม่านเตียงนอนอย่างกลัดกลุ้ม เรื่องราวมากมายที่ไม่คิด

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 47

    ...พบแล้ว นางพบดวงจิตของเทพมังกรจื่อหมิงแล้ว เป็นเขาแน่นอน!!“นี่คือความบังเอิญหรือความตั้งใจ หากเป็นความตั้งใจแล้วมันคือความตั้งใจของผู้ใด แล้วหากเป็นความบังเอิญ...ใครเล่าเป็นผู้ลิขิต ในเมื่อเทพแห่งชะตาหาใช่ผู้ดูแลในดวงชะตาของผู้คนภายในแดนมายาแห่งนี้ หรือว่าเรื่องราวเหล่านี้จะเกิดขึ้นโดยไร้ซึ่งเหต

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 46

    แดนมายาแท้จริงแล้วก็คือโลกใบหนึ่ง ผู้คนที่นี่มีการแบ่งแยกชนชั้น ฐานะ มีกษัตริย์ปกครอง มีความรัก โลภ โกรธ หลง มีการแก่งแย่งชิงดีพูดง่ายๆ ก็คือพวกเขามีทุกอย่างที่เหมือนมนุษย์ทั่วไป เพียงแต่ความล้าหลังนั้นยังคงมีมากกว่า หากให้เหม่ยเซียนเทียบแดนมายาแห่งนี้ กับโลกมนุษย์ในยุคเทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารไร้

  • มายาพ่ายเล่ห์   บทที่ 45

    “นายหญิงเกรงใจไปแล้ว เราทั้งสามคนเป็นคนของนายหญิง แน่นอนว่าย่อมรับใช้ท่านอย่างสุดกำลัง” ทั้งสามคนคุกเข่าลงตรงหน้านางก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมาย“ลุกขึ้นเถิด เรามีเรื่องอีกมากต้องปรึกษาหารือกัน”“ข้าน้อยนำเครื่องประดับของท่านไปจำนำ ยังดีที่ได้ราคาสูงพอสมควร คิดว่าอีกไม่นานคงต้องหา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status