Share

บทที่ 12 หุ้นส่วน

Author: BigM00N
last update Last Updated: 2026-01-21 20:20:18

เจียงฉิงฟางรู้สึกยินดีที่ลูกๆ จะได้เรียนหนังสือกับเจิ้งชวน นางจึงพาลูกๆ แวะเวียนซื้อเนื้อและผักเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้นำมาทำเป็นอาหารเลี้ยงฉลองกับลูกๆ พอมาถึงบ้านท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือมีแขกสองคนมายืนรอนางและลูกๆ อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน

“สะใภ้บ้านจ้าว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้เสียที” ผู้ดูแลร้านสกุลจี้เอ่ยทักออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี เขาเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเจียงฉิงฟางเขาจึงรีบแนะนำบุรุษที่ยืนเคียงข้างเขาในทันที

“ท่านผู้นี้คือนายท่านของข้า นายท่านรู้สึกชื่นชอบสบู่หอมของเจ้าเป็นอย่างมากจึงให้ข้าพามาพบเจ้าเพื่อสอบถามวิธีการทำสบู่หอม และเครื่องหอมของเจ้าเหล่านั้น” คำพูดของผู้ดูแลร้านทำให้เจียงฉิงฟางพลันเลิกคิ้วขึ้น เขาจึงรีบอธิบายต่อในทันที

“แน่นอนว่าย่อมจะต้องมีค่าตอบแทนให้เจ้าแน่” เมื่อผู้ดูแลเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มออกแล้วเชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน

“เช่นนั้นก็เชิญท่านทั้งสองเข้าไปในบ้านของข้าก่อน” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเปิดประตูรั้วเดินนำเข้าไปในบ้าน

“ขอเชิญพวกท่านนั่งรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเชื้อเชิญให้พวกเขานั่งบนเก้าอี้ไม้ที่ตั้งอยู่ในโถงกลางของบ้าน

บ้านสกุลจ้าวแม้ว่าจะไม่ได้ใหญ่โตแต่กลับแบ่งสัดส่วนอย่างชัดเจน เรือนนอนถูกแยกออกจากตัวบ้านไปทางด้านหลัง ส่วนที่ใช้สำหรับพักผ่อนและรับแขกถูกสร้างแยกออกมา เดิมทีก่อนที่เจียงฉิงฟางจะเข้ามาอยู่ในร่างนี้ บ้านไม้หลังนี้ทรุดโทรมและสกปรกเป็นอย่างมาก แต่ยามนี้กลับแตกต่างออกไป นอกจากจะถูกซ่อมแซมและถูกทำความสะอาดจนดูดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนแล้วเจียงฉิงฟางยังทำการตกแต่งให้คล้ายคลึงกับฉากในโรงถ่ายที่นางเคยเห็น นอกจากจะดูดีแล้วยังทำให้บ้านไม้หลังนี้แตกต่างจากบ้านของชาวบ้านแถบนี้มากมายนัก

เจียงฉิงฟางใช้เวลาไม่นานนักในการจุดเตาเล็กต้มน้ำสำหรับชงชา ระหว่างนั้นนางก็ให้เด็กน้อยทั้งสามช่วยกันนำข้าวของไปเก็บ พอน้ำเดือดนางก็ชงชาอย่างพิถีพิถันแล้วจึงยกมารับแขกพร้อมกับขนมอบที่นางทำเอาไว้

“นี่คือขนมอบที่ข้าทำเอง” เจียงฉิงฟางเอ่ยเมื่อเห็นว่าทั้งผู้ดูแลร้านและเจ้านายของเขาหยิบขนมอบของนางขึ้นไปพิจารณา ชายทั้งสองหยิบไปชิมคนละคำแล้วก็เอ่ยชมออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความชื่นชม

“ไม่คิดว่านอกจากจะมีฝีมือในการทำสบู่หอมและเครื่องหอมแล้วสะใภ้บ้านจ้าวยังมีฝีมือในการทำขนมด้วย” คำพูดของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมา

“ข้าต้องใช้กากถั่วเหลืองในการทำสบู่เป็นจำนวนมาก น้ำถั่วเหลืองจะทิ้งก็รู้สึกเสียดาย ข้าจึงนำมาผสมกับแป้งทำเป็นขนมอบเอาไว้กิน หากพวกท่านชอบอีกประเดี๋ยวข้าจะแบ่งให้พวกท่านนำกลับไปด้วย” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาอย่างใจกว้างทำให้ทั้งผู้ดูแลร้านและเจ้านายของเขายิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

“ข้ามีนามว่าจี้หยางจิ่ว เป็นเจ้าของร้านผ้าสกุลจี้ กิจการของสกุลข้ามีหลากหลายกิจการแต่ข้าคือผู้ที่รับผิดชอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับเครื่องแต่งกายและเครื่องหอม วันนี้ข้ามีโอกาสได้ลองใช้สบู่หอม ธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันประทินผิวของเจ้า แค่เพียงใช้ครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นของดีที่มีคุณภาพ ดังนั้นจึงอยากจะมาขอซื้อสูตรและวิธีการทำเครื่องหอมเหล่านี้จากเจ้า” คำพูดของจี้หยางจิ่วทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมา

“หากข้าขายสูตรและวิธีการทำให้พวกท่านแล้ววันหน้าข้าจะขายสิ่งใดเพื่อเลี้ยงชีพกันเล่า” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้จี้หยางจิ่วยิ้มออกมาเช่นเดียวกัน

“หากว่าข้าจะบอกว่าข้ายินดีที่จะจ่ายให้เจ้าในราคาที่ทำให้เจ้าและลูกๆ อยู่สุขสบายทั้งชีวิตเล่า” คำพูดของเขาทำให้เจียงฉิงฟางส่ายหน้า

“เงินหากมีมากนับเป็นเรื่องดี แต่หากมีมากจนเกินไปล้วนอันตรายสำหรับพวกข้าแม่ลูก มิสู้ค้าขายทุกวันให้เงินค่อยๆ งอกเงยจะดีกว่าเพราะจะทำให้พวกข้ามีกินมีใช้ไปได้ตลอดโดยไม่ต้องเดือดร้อน” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาเช่นนี้จี้หยางจิ่วก็พลันหรี่ตาลงแล้วจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความระมัดระวัง

“ข้าก็ไม่ได้อยากจะอวดอ้างตนเองหรอกนะ แต่ข้าคือคนที่ชอบคิดค้นและทดลองทำสิ่งใหม่ๆ สิ่งที่มีราคาหาใช้สูตรและวิธีทำเครื่องหอมเหล่านั้น แต่เป็นมันสมองของข้าต่างหากที่มีราคาสูง” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาอย่างไร้ซึ่งความละอาย นางเคยเรียนวิธีทำมาก่อนก็จริง แต่อุปกรณ์และวัตถุดิบที่มีในยุคนี้ล้วนแตกต่าง หากไม่ใช่เพราะนางคิดค้นวิธีการ ดัดแปลงและปรับปรุงทั้งวัตถุดิบและวิธีการทำผลลัพธ์ที่ได้ก็คงจะไม่ออกมาดีเช่นนี้

“ที่จ้าวฮูหยินเอ่ยมา ท่านต้องการหมายถึงสิ่งใดกันแน่”

“ข้าจะขายสูตรให้ท่านก็ได้ เพียงแต่สิ่งที่ข้าต้องการหาใช่เงินทอง แต่ข้าต้องการเป็นหุ้นส่วนในร้านเครื่องหอมของท่านต่างหาก” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้จี้หยางจิ่วขมวดคิ้ว แล้วเอ่ยออกมาตามตรง

“ร้านเครื่องหอมเป็นของสกุลจี้ ข้าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจได้เองตามอำเภอใจ” คำพูดของจี้หยางจิ่วทำให้เจียงฉิงฟางส่ายหน้าในทันที

“ที่ข้าต้องการเป็นหุ้นส่วนหาใช่ร้านเครื่องหอมของสกุลจี้ แต่เป็นร้านเครื่องหอมและเครื่องประทินผิวของท่านต่างหาก ข้าขอบอกท่านตามตรงว่านอกจากสบู่หอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวแล้ว ข้ายังรู้วิธีทำแป้ง ชาดที่มีกลิ่นหอมและมีสรรพคุณบำรุงผิว หากท่านยินดีที่จะเปิดร้านใหม่ข้าก็ยินดีที่จะเป็นผู้คิดค้นสินค้าใหม่ๆ ให้แก่ท่าน” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้จี้หยางจิ่วก็นิ่วหน้า

“นี่เจ้ากำลังยุยงให้ข้าเปิดร้านเครื่องหอมแข่งกับร้านค้าของสกุลตนเองหรือ” คำพูดของเขาทำให้เจียงฉิงฟางส่ายหน้า

“หาใช่การเปิดร้านแข่ง ลูกค้าของท่านจะเป็นกลุ่มคนคนละระดับกับลูกค้าของร้านเครื่องหอมสกุลจี้ หากให้ข้าเดาร้านเครื่องหอมของสกุลจี้จะต้องเน้นขายลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนจากชนชั้นสูงเป็นแน่ ชาวบ้านธรรมดาคงจะไม่สามารถซื้อได้ แต่เป้าหมายของข้าคือสตรีทั่วไปที่มีความสนใจที่จะเพิ่มความงามให้แก่ตนเอง” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้จี้หยางจิ่วพลันจ้องมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสนอกสนใจในทันที

“หากให้ข้าเดาร้านผ้าและร้านเครื่องหอมที่สกุลจี้มอบหมายให้ท่านคือกิจการที่ไม่ค่อยจะทำกำไรให้แก่สกุลเท่าใดนัก สกุลจี้มีกิจการมากมาย ทั้งโรงทอผ้า โรงน้ำชาและหอสุรา ร้านเครื่องประดับและร้านขายข้าวและธัญพืช หากข้าเดาไม่ผิดร้านผ้าน่าจะเป็นร้านที่ช่วยกระจายผ้าของโรงทอสกุลจี้” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้จี้หยางจิ่วก็พยักหน้าให้นาง นางจึงได้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจ

“ข้าได้ยินมาว่าโรงทอสกุลจี้ได้รับการรับรองจากวาณิชย์หลวงทำให้สามารถส่งผ้าเข้าวังหลวงได้ แต่ท่านกลับได้ดูแลร้านผ้าเล็กๆ ที่กระจายไปทั่วทั้งแคว้น เมื่อก่อนร้านผ้าสกุลจี้ทำกำไรได้ไม่มากนักแต่พอท่านมาดูแลกิจการกลับดีขึ้นเพราะตัวท่านเองลดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายลงมาเป็นชาวบ้านธรรมดา ทำให้ยามนี้ร้านผ้าสกุลจี้โด่งดังและกลายเป็นที่นิยมในหมู่ชาวบ้าน ยังมีร้านเครื่องหอมหากข้าเดาไม่ผิดคงเป็นกิจการที่ยังไม่สามารถทำกำไรให้แก่สกุลได้ ท่านจึงได้พยายามเสาะหาสินค้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความนิยมให้แก่ร้าน” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยมาถึงตรงนี้นางก็ลดเสียงลงแล้วเอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

“ท่านไม่คิดบ้างหรือว่าต่อให้ท่านทำกำไรให้แก่ร้านค้าในสกุล ฐานะของท่านในสกุลก็ยังไม่ขยับ แต่หากท่านเปิดร้านเครื่องหอมของตนเองใหม่ก็ไม่จำเป็นต้องสนใจฐานะของท่านในสกุลจี้แล้ว” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยมาถึงจุดนี้จี้หยางจิ่วก็นิ่งงันไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 16 พาคนมาส่ง

    จ้าวถิงฟงจ้องมองภรรยาและลูกด้วยความอิ่มเอมใจ ในใจของเขาเฝ้าฝันถึงการได้กลับมาพบกันนับครั้งไม่ถ้วนของเขา กับภรรยาและลูกๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าการที่ได้กลับมาพบกันจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดความสุขใจได้มากถึงเพียงนี้“ท่านพ่อ ท่านจะกลับมาอยู่กับพวกข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวฉางหนิงขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินมาจับชายแขนเสื้อของเขาด้วยท่าทีออดอ้อน จ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนก็ต่างขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวถิงฟงจึงได้ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าจะอยู่กับพวกเจ้า แต่พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่พ่อจะพาพวกเจ้าเข้าไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางในทันที“แล้วท่านแม่เล่า” เมื่อจ้าวฉางหนิงเอ่ยถามเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็หันมาเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในทันที“ท่านแม่ของพวกเจ้าก็ต้องไปด้วยกันสิ ข้าตั้งใจจะมารับทั้งนางและพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน ยามนี้พ่อมีจวนเป็นของตนเองอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทั้งใหญ่โตและโอ่อ่า พ่อขอรับรองว่าเมื่อพวกเจ้าไปอยู่ที่นั่นพวกเจ้าจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าอย

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 15 การกลับมาของบิดา

    หากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยาย ยามนี้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดคงจะมีผู้ติดตามของจ้าวถิงฟงรออยู่ที่นั่น หนึ่งในผู้ติดตามก็คือฉินซิงเหยาผู้เป็นนางเอกของเรื่องและโจวซิ่วหลันมารดาของนาง สองแม่ลูกคู่นี้คือคนในครอบครัวของผู้มีพระคุณของจ้าวถิงฟง ตอนที่จ้าวถิงฟงมารับลูกๆ กลับเมืองหลวงพวกนางก็ติดตามมารับด้วยตามเนื้อหาในนิยายจ้าวถิงฟงคือแม่ทัพใหญ่ที่ไม่มีฮูหยิน คนที่คอยดูแลจวนแม่ทัพให้เขาก็คือโจวซิ่วหลันภรรยาหม้ายของพี่น้องร่วมสาบานในกองทัพของเขา เดิมทีโจวซิ่วหลันมุ่งหวังที่จะขยับฐานะขึ้นมาเป็นฮูหยินของเขา แต่เพราะลูกๆ ของเขาไม่เห็นด้วยโจวซิ่วหลันจึงเป็นได้แค่คนดูแลจวนให้จ้าวถิงฟงเพียงเท่านั้นสองแม่ลูกอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างไร้ฐานะ ถูกดูหมิ่นและถูกกลั่นแกล้งจากเด็กแฝดทั้งสามอยู่เสมอ แม้ว่าจ้าวถิงฟงจะตำหนิลูกๆ ทั้งสามแต่ก็ไม่เคยลงมือลงโทษลูกๆ อย่างจริงจัง ความรักอย่างผิดๆ ที่เขามีต่อเด็กน้อยทั้งสาม ทำให้เด็กน้อยทั้งสามมีความกล้าที่จะลงมือต่อสองแม่ลูกอย่างร้ายกาจและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสองแม่ลูกไม่อาจจะทนอยู่ในจวนได้อีกต่อไปเมื่อเติบใหญ่ฉินซิงเหยาที่มีความสามารถในการหาเงินก็ได้พบรักกับท่านอ๋องผู้หนึ่ง นาง

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 14 การกลับมาของสามี

    ร้านฮวาเซียงที่จี้หยางจิ่วลงทุนเปิดเป็นกิจการลับๆ ของตนเองและเจียงฉิงฟางได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกค้าไม่ใช่แค่เพียงชาวบ้านธรรมดาอย่างที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้แต่ชนชั้นสูงในเมืองเทียนเฟิงก็ต่างกลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้านฮวาเซียง จี้หยางจิ่วจึงดำเนินการเปิดร้านสาขาที่สองในเมืองหลวง จากสาขาแรกเมื่อผ่านไปหลายเดือนก็กลายเป็นหลายสาขา ส่วนแบ่งก็ยังเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เงินทองที่ได้จากการปันผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเจียงฉิงฟางและลูกน้อยทั้งสามดีขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่เป็นหุ้นส่วนกับจี้หยางจิ่ว เจียงฉิงฟางก็ไม่ได้ออกไปขายของอีก ทุกวันนอกจากดูแลบ้าน ดูแลสวนและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ สำหรับร้านฮวาเซียงแล้วนางก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก จ้าวฉางเยี่ยน จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงก็มักจะไปเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านของเจิ้งชวนแทบจะทุกวัน พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้ากว่าเจิ้งชวนจะปล่อยกลับบ้านก็เกือบค่ำ ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นไม่ค่อยจะได้พบหน้าพวกนางสี่แม่ลูกเท่าใดนักยามที่จ้าวถิงฟงขี่ม้ากลับมาถึงบ้าน เขาหยุดม้าแล้วจ้องมองบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด เขาจากไปหลายปีส่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 13 ผู้สนับสนุนหลัก

    เจียงฉิงฟางได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ หากจี้หยางจิ่วไม่แนะนำตัวนางก็คงจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือนายวาณิชย์หลวงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกอย่างฉินซิงเหยา ดังนั้นนางจึงได้รู้เรื่องของจี้หยางจิ่วเป็นอย่างดีจี้หยางจิ่วผู้นี้คือบุตรชายคนที่เก้าของสกุลจี้ ถือกำเนิดจากมารดาที่เป็นอนุ ฐานะของเขาในจวนสกุลจี้จึงไม่สูงไม่ต่ำ มุ่งมั่นทำการค้าเพื่อให้ตนเองได้รับการยอมรับจากคนในสกุล จนผลสุดท้ายก็แยกมาเปิดร้านค้าจนประสบความสำเร็จยามนี้เขายังเป็นแค่เพียงหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ยังหาหนทางของตนเองไม่เจอ แต่วันหน้าเขาจะเป็นท่านเก้าผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ผู้เป็นใหญ่ในวังหลวงยังต้องเกรงใจ เดิมทีนางก็ตั้งใจว่าจะขายสูตรสบู่และเครื่องหอมแล้วนอนรอนับเงินอยู่ที่บ้านอย่างสบายอกสบายใจ แต่ยามนี้เมื่อได้พบกับว่าที่นายวาณิชย์ใหญ่จิตใจที่รักความสะดวกสบายของนางก็พลันฮึกเหิม นางลงมือแย่งชิงการค้าของนางเอกในนิยายมาอยู่ในมือก่อนแล้วทำไมจะแย่งชิงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกในนิยายมาไว้ในมือไม่ได้เล่า“ท่านนำคำพูดของข้ากลับไปคิดและไตร่ตรองให้ดีก่อนเถิด ตัวข้ามีสินค้าแต่ขาดเงินทุน ส่วนตัวท่านนั้นข้ารู้ว่าท่านมีทุนอยู่ในมือเพียงแต่ไม่รู้ว่าท่าน

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 12 หุ้นส่วน

    เจียงฉิงฟางรู้สึกยินดีที่ลูกๆ จะได้เรียนหนังสือกับเจิ้งชวน นางจึงพาลูกๆ แวะเวียนซื้อเนื้อและผักเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้นำมาทำเป็นอาหารเลี้ยงฉลองกับลูกๆ พอมาถึงบ้านท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือมีแขกสองคนมายืนรอนางและลูกๆ อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน“สะใภ้บ้านจ้าว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้เสียที” ผู้ดูแลร้านสกุลจี้เอ่ยทักออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี เขาเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเจียงฉิงฟางเขาจึงรีบแนะนำบุรุษที่ยืนเคียงข้างเขาในทันที“ท่านผู้นี้คือนายท่านของข้า นายท่านรู้สึกชื่นชอบสบู่หอมของเจ้าเป็นอย่างมากจึงให้ข้าพามาพบเจ้าเพื่อสอบถามวิธีการทำสบู่หอม และเครื่องหอมของเจ้าเหล่านั้น” คำพูดของผู้ดูแลร้านทำให้เจียงฉิงฟางพลันเลิกคิ้วขึ้น เขาจึงรีบอธิบายต่อในทันที“แน่นอนว่าย่อมจะต้องมีค่าตอบแทนให้เจ้าแน่” เมื่อผู้ดูแลเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มออกแล้วเชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน“เช่นนั้นก็เชิญท่านทั้งสองเข้าไปในบ้านของข้าก่อน” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเปิดประตูรั้วเดินนำเข้าไปในบ้าน“ขอเชิญพวกท่านนั่งรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเชื้อเชิ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 11 อาจารย์เจิ้ง

    สบู่หอมของเจียงฉิงฟางขายดีเกินคาด นางไม่ได้ขายแพงมากตั้งราคาที่ชาวบ้านธรรมดาพอจะซื้อหาได้ แม้ว่าสบู่ที่นางทำจะต้องใช้ทั้งถั่วเหลือง สมุนไพรหลายชนิดรวมไปถึงตับอ่อนหมู่ แต่เพื่อให้ขายในราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้นางจึงทำเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อลดต้นทุน ประกอบกับเมืองเทียนเฟิงที่อยู่ไม่ไกลเฟื่องฟูเพราะการเปิดเหมืองทองทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าหนิวพลอยมีกินมีใช้ตามไปด้วย“ท่านแม่วันนี้สบู่หอมของท่านขายหมดเลย” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ในใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าหากพวกนางขายสบู่หอมหมดก็หมายความว่าบ้านของพวกนางจะมีเงินมากยิ่งขึ้น“แต่ธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวของท่านแม่กลับยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยพลางนิ่งหน้าและจ้องมองมารดาที่เก็บร้านแล้ว“ท่านแม่ทำไมรีบเก็บร้านเล่าขอรับ ไม่ขายต่อแล้วหรือ” จ้าวฉางยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สินค้าหลักอย่างสบู่หอมขายหมดแล้วก็ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในวันนี้แล้ว อีกอย่างแม่ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บร้านเร็วอยู่แล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเก็บของที่เหลือใส่ตะกร้า นางคิดเอาไว้แล้วว่าธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวที่นางทำจะขาย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status