Share

บทที่ 11 อาจารย์เจิ้ง

Author: BigM00N
last update Last Updated: 2026-01-21 20:19:54

สบู่หอมของเจียงฉิงฟางขายดีเกินคาด นางไม่ได้ขายแพงมากตั้งราคาที่ชาวบ้านธรรมดาพอจะซื้อหาได้ แม้ว่าสบู่ที่นางทำจะต้องใช้ทั้งถั่วเหลือง สมุนไพรหลายชนิดรวมไปถึงตับอ่อนหมู่ แต่เพื่อให้ขายในราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้นางจึงทำเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อลดต้นทุน ประกอบกับเมืองเทียนเฟิงที่อยู่ไม่ไกลเฟื่องฟูเพราะการเปิดเหมืองทองทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าหนิวพลอยมีกินมีใช้ตามไปด้วย

“ท่านแม่วันนี้สบู่หอมของท่านขายหมดเลย” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ในใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าหากพวกนางขายสบู่หอมหมดก็หมายความว่าบ้านของพวกนางจะมีเงินมากยิ่งขึ้น

“แต่ธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวของท่านแม่กลับยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยพลางนิ่งหน้าและจ้องมองมารดาที่เก็บร้านแล้ว

“ท่านแม่ทำไมรีบเก็บร้านเล่าขอรับ ไม่ขายต่อแล้วหรือ” จ้าวฉางยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย

“สินค้าหลักอย่างสบู่หอมขายหมดแล้วก็ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในวันนี้แล้ว อีกอย่างแม่ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บร้านเร็วอยู่แล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเก็บของที่เหลือใส่ตะกร้า นางคิดเอาไว้แล้วว่าธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวที่นางทำจะขายไม่ได้เพราะมีราคาแพงและชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะได้ใช้ แต่นางก็ยังคงทำออกมาด้วยคิดว่า เผื่อจะมีผู้สูงศักดิ์สักคนมีสายตาที่กว้างไกลและเห็นว่าสินค้าที่นางทำเป็นของดีและมีคุณภาพเพียงพอที่จะนำไปขายต่อ

นางไม่เหมือนนางเอกของเรื่องอย่างฉินซิงเหยาที่ได้รับการสนับสนุนจากจวนแม่ทัพสกุลจ้าว ทำจนให้มีเงินทุนเพียงพอที่จะเปิดร้านเครื่องหอมเป็นของตนเอง และนางก็ไม่สามารถรอจนกว่าจ้าวถิงฟงกลับมาให้ความช่วยเหลือนางได้ ดังนั้นสิ่งที่นางทำได้ก็คือต้องพึ่งพากำลังของตนเองเพียงเท่านั้น

“วันนี้พวกเราจะไปสำนักศึกษากัน แม่อยากจะว่าจ้างบัณฑิตสักคนให้ช่วยสอนหนังสือให้พวกเจ้า” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางยิ้มออกมาทำให้เด็กน้อยทั้งสามมองหน้ากันในทันที

“เหตุใดต้องเรียนหนังสือด้วย” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยถามด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ถ้าพวกเจ้าได้เรียนหนังสือก็จะสามารถอ่านออกเขียนได้ อีกทั้งยังได้เรียนรู้เรื่องคุณธรรมจนสามารถแยกแยะดีชั่วได้ด้วยตนเอง แม่ไม่ใช่คนที่ดีพร้อมจนสามารถสั่งสอนเรื่องคุณธรรมให้พวกเจ้าได้ดังนั้นจึงต้องหาอาจารย์ที่เหมาะสมสักคนมาสอนพวกเจ้า เชื่อแม่เถิดว่าการได้ร่ำเรียนจะทำให้ชีวิตของพวกเจ้าดีขึ้น” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันไปมองหน้ากัน

หลายวันมานี้เจียงฉิงฟางดีกับพวกเขาเป็นอย่างมาก หากนางบอกว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อพวกเขาพวกเขาก็ไม่กล้าโต้แย้ง ด้วยสามารถสัมผัสได้ถึงความหวังดีของนางจากใจจริง พวกเขาจึงยินดีที่จะทำทุกอย่างตามที่เจียงฉิงฟางต้องการ

แม้จะบอกว่าหาอาจารย์สักคนมาสอนหนังสือให้เด็กน้อยทั้งสามแต่แท้จริงแล้วเจียงฉิงฟางที่เป้าหมายอยู่ในใจแล้ว คนที่สามารถสั่งสอนมหาบัณฑิตที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป เจียงฉิงฟางพาลูกๆ ทั้งสามเดินเลยสำนักศึกษาไปที่บ้านไม้หลังเล็กหลังหนึ่ง นางเคาะประตูอย่างสุภาพเพียงสองสามครั้งก็มีสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งเปิดประตูบ้านออกมา พอเห็นว่าเป็นเจียงฉิงฟางสตรีวัยกลางคนผู้นั้นก็นิ่วหน้าในทันที

“เจ้ามาทำอะไรที่นี่” คำถามของสตรีผู้นั้นทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมาอย่างจืดเจื่อนแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงนอบน้อม

“ขอเจิ้งฮูหยินอย่าได้เข้าใจผิด ข้ามิได้ตั้งใจมาที่นี่เพราะคนผู้นั้น แต่ข้าตั้งใจจะมาหาอาจารย์เจิ้งเพื่อขอให้เขาสอนหนังสือให้แก่ลูกๆ ของข้า” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เจิ้งฮูหยินนิ่วหน้า

เจียงฉิงฟางผู้นี้เป็นสตรีที่มีสามีแล้ว แต่ก่อนหน้านี้เจียงฉิงฟางกลับมีความสนิทสนมที่ดูคลุมเครือกับอดีตลูกศิษย์คนหนึ่งของสามีของนาง สามีของนางรู้สึกไม่พอใจกับเรื่องนี้จึงได้ตัดขาดความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์กับลูกศิษย์คนนั้นแล้วไล่เขากลับเมืองหลวงไป แต่ยามนี้เจียงฉิงฟางกลับมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าประตูแล้วเอ่ยปากว่าอยากจะขอให้สามีของนางสอนหนังสือให้แก่ลูกๆ มันทำให้นางอดรู้สึกสับสนไม่ได้

“ก่อนหน้านี้ข้ารู้ดีว่าตนเองประพฤติตนไม่เหมาะสม ยามนี้ข้าคิดได้แล้วละทิ้งความต้องการที่ผิดทำนองคลองธรรมของตนเองมาเลี้ยงดูลูกๆ ในใจคิดถึงแต่ว่าทำอย่างไรลูกน้อยทั้งสามของข้าจึงจะเติบใหญ่เป็นคนที่มีคุณธรรม ไม่ถูกล่อลวงโดยคนที่ไม่ดี” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้ก็มีเสียงของคนผู้หนึ่งดังแทรกขึ้นมา

“เรื่องนี้คนที่เป็นมารดาเช่นเจ้าควรจะสั่งสอนพวกเขาด้วยตนเองมิใช่หรือ” คำพูดประโยคนี้เป็นของเจิ้งชวนอดีตอาจารย์ของสำนักศึกษาในหมู่บ้าน เขาคือบัณฑิตเพียงคนเดียวของหมู่บ้านต้าหนิวที่ไปสอบสอบรับราชการระดับท้องถิ่นจนได้เป็นซิ่วไฉ แต่เพราะสุขภาพไม่ดีจึงทำให้เขาไม่ได้ไปสอบในระดับมณฑลต่อ ทำได้แค่เพียงกลับมาเป็นอาจารย์ในสำนักศึกษาเล็กๆ ในหมู่บ้าน แต่เพราะช่วงหลังสุขภาพย่ำแย่ลงจึงได้ลาออกจากสำนักศึกษามาพักผ่อนอยู่ที่บ้าน

“ท่านก็เห็นแล้วว่าข้าเป็นแค่เพียงชาวบ้านธรรมดาที่ไม่แตกฉานเรื่องอักษร ความรู้ไม่มี คุณธรรมก็อ่อนด้อย เกือบถูกล่อลวงจนสูญสิ้นทุกสิ่ง ยามนี้เมื่อคิดได้สิ่งแรกที่ต้องการก็คือทำอย่างไรก็ได้เพื่อที่จะไม่ให้ลูกๆ ทั้งสามของข้ากลายเป็นคนขาดความรู้และขาดคุณธรรมเช่นข้า” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เจิ้งชวนก็หลุบตาลงพลางยกมือขึ้นมาลูบหนวดเคราของตนเองแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

“ลูกศิษย์ของข้าผู้นั้นแม้ว่าจะประสบกับความสำเร็จในชีวิตเพราะเต็มไปด้วยความรู้ความสามารถ แต่เรื่องคุณธรรมกับขาดแคลนเป็นอย่างยิ่ง เป็นเพราะข้าที่สอนลูกศิษย์ไม่ดีจึงทำให้เจ้าต้องได้รับความลำบาก” เมื่อเจิ้งชวนเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ส่ายหน้า

“เรื่องนี้ข้าไม่โทษท่าน หากจะโทษก็ต้องโทษที่ตนเองมองคนไม่ออก เรื่องนั้นขอท่านอาจารย์เจิ้งอย่าได้เอ่ยถึงอีกเลย ข้าไม่อยากให้ผู้อื่นล่วงรู้เท่าใดนัก” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เจิ้งชวนทอดถอนใจออกมา

“ท่านอาจารย์ได้โปรดสอนหนังสือให้ลูกๆ ของข้าเถิด แค่วันละหนึ่งชั่วยามก็ยังดี ข้าไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ขอแค่พวกเขาสามารถอ่านออกเขียนได้ และที่สำคัญเป็นคนมีคุณธรรมไม่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่น เพียงเท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว ส่วนเรื่องค่าจ้างสอนข้าเตรียมมาให้ท่านแล้ว ข้าขอสาบานว่าข้ายินดีที่จะจ่ายเป็นจำนวนเท่านี้ทุกเดือน” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางยื่นเงินสามตำลึงให้เจิ้งชวนอย่างนอบน้อม เจิ้งชวนนิ่งงันไปแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความคาดไม่ถึงในทันที

“นี่เป็นจำนวนเงินที่มากไปแล้ว ในสำนักศึกษายังเก็บเงินไม่ถึงครึ่งที่เจ้ามอบให้ข้าเลย” เมื่อเจิ้งชวนเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็พยักหน้า

“สำนักศึกษาในหมู่บ้านไม่สามารถเก็บเงินจากผู้เข้าเรียนในราคาที่พวกเขาจ่ายไม่ไหว แต่ข้าไม่เหมือนกันหากเป็นเรื่องการเรียนของลูกๆ ข้ายินดีที่จะหามาจ่าย ท่านอาจารย์เจิ้งคือคนที่สมบูรณ์ทั้งความรู้และคุณธรรมข้าย่อมจะต้องมอบเงินให้ท่านมากกว่าที่สำนักศึกษาเรียกเก็บจากผู้เข้าเรียนอยู่แล้ว” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เจิ้งชวนก็จ้องมองนางแล้วก็จ้องมองถุงเงินในมือนางอย่างครุ่นคิดแล้วจึงได้เอ่ยถามออกมาตามตรง

“บุตรสาวของเจ้า เจ้าก็อยากให้นางเรียนหรือ” คำถามของเจิ้งชวนทำให้เจียงฉิงฟางพยักหน้าในทันที

“เจ้าค่ะ ข้าอยากให้นางได้รับการศึกษาเหมือนอย่างพี่ๆ ของนาง สำหรับข้าแล้วคนที่อ่านออกเขียนได้ก็เสมือนมีเกราะป้องกันตนเองอยู่ชั้นหนึ่ง ข้าอยากให้บุตรสาวของข้าเป็นคนมีความรู้และมีคุณธรรม จะได้ไม่เป็นเช่นข้า” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เจิ้งชวนก็พยักหน้า เขารับถุงเงินมาเปิดปากถุงออกหยิบเงินในถุงออกมาหนึ่งตำลึงแล้วเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“เช่นนั้นข้าจะขอรับค่าจ้างเป็นเงินหนึ่งตำลึงต่อเดือนก็แล้วกัน ข้าจะสอนพวกเขาอย่างเต็มที่แต่พวกเขาจะรับได้แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความตั้งใจของพวกเขาแล้ว” เจิ้งชวนเอ่ยพลางคืนถุงเงินและเงินในถุงให้นาง ทำให้เจียงฉิงฟางค้อมกายคารวะขอบคุณด้วยความยินดีในทันที

“ขอบคุณท่านอาจารย์เจิ้งเป็นอย่างมาก หลังจากนี้ต้องฝากอาจารย์แล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดี

“พวกเจ้ารอช้าอยู่ทำไมรีบคารวะท่านอาจารย์และอาจารย์หญิงเสียสิ” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี่เด็กน้อยทั้งสามก็รีบคารวะขอบคุณเจิ้งชวนและฮูหยินของเขาด้วยความนอบน้อมในทันที ท่าทีของเด็กน้อยทั้งสามทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ ในใจก็ได้แต่คิดว่าวันใดที่นางเอกของเรื่องอย่างฉินซิงเหยามาถึงที่หมู่บ้านแห่งนี้ ลูกๆ ของนางก็จะได้ไม่ถูกความเฉลียวฉลาดของฉินซิงเหยากดข่ม ความชื่นชมและหลงใหลที่จ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนมีต่อนางก็คงจะไม่บังเกิด ความริษยาของจ้าวฉางหนิงก็คงจะไม่มี แล้วจุดจบอันเลวร้ายของพวกเขายามเติบใหญ่ก็คงจะไม่เกิดขึ้นดังที่ปรากฏในนิยาย...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 16 พาคนมาส่ง

    จ้าวถิงฟงจ้องมองภรรยาและลูกด้วยความอิ่มเอมใจ ในใจของเขาเฝ้าฝันถึงการได้กลับมาพบกันนับครั้งไม่ถ้วนของเขา กับภรรยาและลูกๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าการที่ได้กลับมาพบกันจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดความสุขใจได้มากถึงเพียงนี้“ท่านพ่อ ท่านจะกลับมาอยู่กับพวกข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวฉางหนิงขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินมาจับชายแขนเสื้อของเขาด้วยท่าทีออดอ้อน จ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนก็ต่างขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวถิงฟงจึงได้ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าจะอยู่กับพวกเจ้า แต่พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่พ่อจะพาพวกเจ้าเข้าไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางในทันที“แล้วท่านแม่เล่า” เมื่อจ้าวฉางหนิงเอ่ยถามเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็หันมาเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในทันที“ท่านแม่ของพวกเจ้าก็ต้องไปด้วยกันสิ ข้าตั้งใจจะมารับทั้งนางและพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน ยามนี้พ่อมีจวนเป็นของตนเองอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทั้งใหญ่โตและโอ่อ่า พ่อขอรับรองว่าเมื่อพวกเจ้าไปอยู่ที่นั่นพวกเจ้าจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าอย

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 15 การกลับมาของบิดา

    หากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยาย ยามนี้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดคงจะมีผู้ติดตามของจ้าวถิงฟงรออยู่ที่นั่น หนึ่งในผู้ติดตามก็คือฉินซิงเหยาผู้เป็นนางเอกของเรื่องและโจวซิ่วหลันมารดาของนาง สองแม่ลูกคู่นี้คือคนในครอบครัวของผู้มีพระคุณของจ้าวถิงฟง ตอนที่จ้าวถิงฟงมารับลูกๆ กลับเมืองหลวงพวกนางก็ติดตามมารับด้วยตามเนื้อหาในนิยายจ้าวถิงฟงคือแม่ทัพใหญ่ที่ไม่มีฮูหยิน คนที่คอยดูแลจวนแม่ทัพให้เขาก็คือโจวซิ่วหลันภรรยาหม้ายของพี่น้องร่วมสาบานในกองทัพของเขา เดิมทีโจวซิ่วหลันมุ่งหวังที่จะขยับฐานะขึ้นมาเป็นฮูหยินของเขา แต่เพราะลูกๆ ของเขาไม่เห็นด้วยโจวซิ่วหลันจึงเป็นได้แค่คนดูแลจวนให้จ้าวถิงฟงเพียงเท่านั้นสองแม่ลูกอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างไร้ฐานะ ถูกดูหมิ่นและถูกกลั่นแกล้งจากเด็กแฝดทั้งสามอยู่เสมอ แม้ว่าจ้าวถิงฟงจะตำหนิลูกๆ ทั้งสามแต่ก็ไม่เคยลงมือลงโทษลูกๆ อย่างจริงจัง ความรักอย่างผิดๆ ที่เขามีต่อเด็กน้อยทั้งสาม ทำให้เด็กน้อยทั้งสามมีความกล้าที่จะลงมือต่อสองแม่ลูกอย่างร้ายกาจและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสองแม่ลูกไม่อาจจะทนอยู่ในจวนได้อีกต่อไปเมื่อเติบใหญ่ฉินซิงเหยาที่มีความสามารถในการหาเงินก็ได้พบรักกับท่านอ๋องผู้หนึ่ง นาง

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 14 การกลับมาของสามี

    ร้านฮวาเซียงที่จี้หยางจิ่วลงทุนเปิดเป็นกิจการลับๆ ของตนเองและเจียงฉิงฟางได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกค้าไม่ใช่แค่เพียงชาวบ้านธรรมดาอย่างที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้แต่ชนชั้นสูงในเมืองเทียนเฟิงก็ต่างกลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้านฮวาเซียง จี้หยางจิ่วจึงดำเนินการเปิดร้านสาขาที่สองในเมืองหลวง จากสาขาแรกเมื่อผ่านไปหลายเดือนก็กลายเป็นหลายสาขา ส่วนแบ่งก็ยังเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เงินทองที่ได้จากการปันผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเจียงฉิงฟางและลูกน้อยทั้งสามดีขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่เป็นหุ้นส่วนกับจี้หยางจิ่ว เจียงฉิงฟางก็ไม่ได้ออกไปขายของอีก ทุกวันนอกจากดูแลบ้าน ดูแลสวนและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ สำหรับร้านฮวาเซียงแล้วนางก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก จ้าวฉางเยี่ยน จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงก็มักจะไปเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านของเจิ้งชวนแทบจะทุกวัน พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้ากว่าเจิ้งชวนจะปล่อยกลับบ้านก็เกือบค่ำ ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นไม่ค่อยจะได้พบหน้าพวกนางสี่แม่ลูกเท่าใดนักยามที่จ้าวถิงฟงขี่ม้ากลับมาถึงบ้าน เขาหยุดม้าแล้วจ้องมองบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด เขาจากไปหลายปีส่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 13 ผู้สนับสนุนหลัก

    เจียงฉิงฟางได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ หากจี้หยางจิ่วไม่แนะนำตัวนางก็คงจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือนายวาณิชย์หลวงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกอย่างฉินซิงเหยา ดังนั้นนางจึงได้รู้เรื่องของจี้หยางจิ่วเป็นอย่างดีจี้หยางจิ่วผู้นี้คือบุตรชายคนที่เก้าของสกุลจี้ ถือกำเนิดจากมารดาที่เป็นอนุ ฐานะของเขาในจวนสกุลจี้จึงไม่สูงไม่ต่ำ มุ่งมั่นทำการค้าเพื่อให้ตนเองได้รับการยอมรับจากคนในสกุล จนผลสุดท้ายก็แยกมาเปิดร้านค้าจนประสบความสำเร็จยามนี้เขายังเป็นแค่เพียงหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ยังหาหนทางของตนเองไม่เจอ แต่วันหน้าเขาจะเป็นท่านเก้าผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ผู้เป็นใหญ่ในวังหลวงยังต้องเกรงใจ เดิมทีนางก็ตั้งใจว่าจะขายสูตรสบู่และเครื่องหอมแล้วนอนรอนับเงินอยู่ที่บ้านอย่างสบายอกสบายใจ แต่ยามนี้เมื่อได้พบกับว่าที่นายวาณิชย์ใหญ่จิตใจที่รักความสะดวกสบายของนางก็พลันฮึกเหิม นางลงมือแย่งชิงการค้าของนางเอกในนิยายมาอยู่ในมือก่อนแล้วทำไมจะแย่งชิงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกในนิยายมาไว้ในมือไม่ได้เล่า“ท่านนำคำพูดของข้ากลับไปคิดและไตร่ตรองให้ดีก่อนเถิด ตัวข้ามีสินค้าแต่ขาดเงินทุน ส่วนตัวท่านนั้นข้ารู้ว่าท่านมีทุนอยู่ในมือเพียงแต่ไม่รู้ว่าท่าน

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 12 หุ้นส่วน

    เจียงฉิงฟางรู้สึกยินดีที่ลูกๆ จะได้เรียนหนังสือกับเจิ้งชวน นางจึงพาลูกๆ แวะเวียนซื้อเนื้อและผักเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้นำมาทำเป็นอาหารเลี้ยงฉลองกับลูกๆ พอมาถึงบ้านท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือมีแขกสองคนมายืนรอนางและลูกๆ อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน“สะใภ้บ้านจ้าว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้เสียที” ผู้ดูแลร้านสกุลจี้เอ่ยทักออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี เขาเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเจียงฉิงฟางเขาจึงรีบแนะนำบุรุษที่ยืนเคียงข้างเขาในทันที“ท่านผู้นี้คือนายท่านของข้า นายท่านรู้สึกชื่นชอบสบู่หอมของเจ้าเป็นอย่างมากจึงให้ข้าพามาพบเจ้าเพื่อสอบถามวิธีการทำสบู่หอม และเครื่องหอมของเจ้าเหล่านั้น” คำพูดของผู้ดูแลร้านทำให้เจียงฉิงฟางพลันเลิกคิ้วขึ้น เขาจึงรีบอธิบายต่อในทันที“แน่นอนว่าย่อมจะต้องมีค่าตอบแทนให้เจ้าแน่” เมื่อผู้ดูแลเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มออกแล้วเชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน“เช่นนั้นก็เชิญท่านทั้งสองเข้าไปในบ้านของข้าก่อน” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเปิดประตูรั้วเดินนำเข้าไปในบ้าน“ขอเชิญพวกท่านนั่งรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเชื้อเชิ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 11 อาจารย์เจิ้ง

    สบู่หอมของเจียงฉิงฟางขายดีเกินคาด นางไม่ได้ขายแพงมากตั้งราคาที่ชาวบ้านธรรมดาพอจะซื้อหาได้ แม้ว่าสบู่ที่นางทำจะต้องใช้ทั้งถั่วเหลือง สมุนไพรหลายชนิดรวมไปถึงตับอ่อนหมู่ แต่เพื่อให้ขายในราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้นางจึงทำเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อลดต้นทุน ประกอบกับเมืองเทียนเฟิงที่อยู่ไม่ไกลเฟื่องฟูเพราะการเปิดเหมืองทองทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าหนิวพลอยมีกินมีใช้ตามไปด้วย“ท่านแม่วันนี้สบู่หอมของท่านขายหมดเลย” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ในใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าหากพวกนางขายสบู่หอมหมดก็หมายความว่าบ้านของพวกนางจะมีเงินมากยิ่งขึ้น“แต่ธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวของท่านแม่กลับยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยพลางนิ่งหน้าและจ้องมองมารดาที่เก็บร้านแล้ว“ท่านแม่ทำไมรีบเก็บร้านเล่าขอรับ ไม่ขายต่อแล้วหรือ” จ้าวฉางยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สินค้าหลักอย่างสบู่หอมขายหมดแล้วก็ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในวันนี้แล้ว อีกอย่างแม่ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บร้านเร็วอยู่แล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเก็บของที่เหลือใส่ตะกร้า นางคิดเอาไว้แล้วว่าธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวที่นางทำจะขาย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status