Share

บทที่ 15 การกลับมาของบิดา

Author: BigM00N
last update Last Updated: 2026-01-22 11:19:35

หากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยาย ยามนี้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดคงจะมีผู้ติดตามของจ้าวถิงฟงรออยู่ที่นั่น หนึ่งในผู้ติดตามก็คือฉินซิงเหยาผู้เป็นนางเอกของเรื่องและโจวซิ่วหลันมารดาของนาง สองแม่ลูกคู่นี้คือคนในครอบครัวของผู้มีพระคุณของจ้าวถิงฟง ตอนที่จ้าวถิงฟงมารับลูกๆ กลับเมืองหลวงพวกนางก็ติดตามมารับด้วย

ตามเนื้อหาในนิยายจ้าวถิงฟงคือแม่ทัพใหญ่ที่ไม่มีฮูหยิน คนที่คอยดูแลจวนแม่ทัพให้เขาก็คือโจวซิ่วหลันภรรยาหม้ายของพี่น้องร่วมสาบานในกองทัพของเขา เดิมทีโจวซิ่วหลันมุ่งหวังที่จะขยับฐานะขึ้นมาเป็นฮูหยินของเขา แต่เพราะลูกๆ ของเขาไม่เห็นด้วยโจวซิ่วหลันจึงเป็นได้แค่คนดูแลจวนให้จ้าวถิงฟงเพียงเท่านั้น

สองแม่ลูกอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างไร้ฐานะ ถูกดูหมิ่นและถูกกลั่นแกล้งจากเด็กแฝดทั้งสามอยู่เสมอ แม้ว่าจ้าวถิงฟงจะตำหนิลูกๆ ทั้งสามแต่ก็ไม่เคยลงมือลงโทษลูกๆ อย่างจริงจัง ความรักอย่างผิดๆ ที่เขามีต่อเด็กน้อยทั้งสาม ทำให้เด็กน้อยทั้งสามมีความกล้าที่จะลงมือต่อสองแม่ลูกอย่างร้ายกาจและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสองแม่ลูกไม่อาจจะทนอยู่ในจวนได้อีกต่อไป

เมื่อเติบใหญ่ฉินซิงเหยาที่มีความสามารถในการหาเงินก็ได้พบรักกับท่านอ๋องผู้หนึ่ง นางช่วยสนับสนุนเขาอย่างลับๆ จนเขาสามารถขึ้นเป็นองค์รัชทายาทและได้ครองราชย์ในที่สุด จ้าวฉางหนิงที่ก็หลงรักท่านอ๋องผู้นั้นเช่นกันพยายามจะกำจัดฉินซิงเหยาอยู่หลายครั้งแต่ทุกครั้งก็ล้วนถูกฉินซิงเหยาโต้ตอบกลับอย่างรุนแรง จนเมื่อจ้าวฉางหนิงมุ่งหวังตำแหน่งฮองเฮา จ้าวถิงฟงจึงได้ใช้ตำแหน่งแม่ทัพใหญ่และคนในกองทัพบีบบังคับองค์ฮ่องเต้ให้แต่งตั้งบุตรสาวของเขาขึ้นเป็นฮองเฮา

สุดท้ายจ้าวถิงฟงก็ถูกองค์ฮ่องเต้และฉินซิงเหยาช่วยกันลิดรอนอำนาจและกำจัดลูกชายของเขาไปทีละคน จนผลสุดท้ายเขาก็สูญเสียจ้าวฉางหนิงผู้เป็นบุตรสาวสุดที่รักไป ทำให้จ้าวถิงฟงคิดก่อกบฏ ฉินซิงเหยาที่มีอำนาจเงินก็ออกหน้าโต้ตอบเขาด้วยการซื้อใจคนในกองทัพ อีกทั้งยังใช้ชื่อของบิดาของนางที่ตายไปแล้วมาดึงกำลังพลของจ้าวถิงฟงไปได้จนเกือบหมด

จ้าวถิงฟงสิ้นไร้อำนาจสนับสนุนจากกองทัพจึงได้ถูกจับตัวไปประหารในฐานะกบฏ จ้าวถิงฟงกลายเป็นศัตรูคนสุดท้ายของพระเอกและนางเอก เมื่อเขาถูกประหารไปแล้วพระเอกและนางเอกก็สิ้นไร้ศัตรู การตายของเขากลายเป็นตอนจบที่งดงามของฉินซิงเหยาและเซียวอวิ๋นฮ่องเต้ในท้ายที่สุด...

“ข้าจะลืมเจ้าและลูกๆ ไปได้อย่างไร” คำพูดของจ้าวถิงฟงทำให้ความคิดของเจียงฉิงฟางหยุดชะงัก นางจ้องมองเขาครู่หนึ่งแล้วจึงได้เชิญเขาเข้าบ้าน

“ท่านเข้าไปดื่มชาในบ้านก่อนเถิด อีกไม่นานลูกๆ ก็คงจะกลับมาแล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางผายมือ จ้าวถิงฟงจึงได้เดินเข้าไปในบ้าน

“ดูเหมือนว่าบ้านจะเปลี่ยนไปมากเลยนะ” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยออกมาเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็พลันเหลียวมองรอบแล้วจึงพึ่งจะคิดได้ว่านางเปลี่ยนการตกแต่งภายในบ้านตามความชอบของตนเอง นางจึงได้เอ่ยออกมาตามตรง

“บ้านเก่ามากแล้วก็เลยต้องซ่อมแซมและทำการตกแต่งใหม่ ข้าก็เลยตกแต่งตามความชอบของตนเอง” นางเอ่ยพลางผายมือเพื่อเชื้อเชิญให้เขานั่ง พอเขานั่งลงบนเก้าอี้แล้วนางจึงได้เดินไปยกน้ำชาที่นางชงค้างเอาไว้มาให้เขา

“เมื่อครู่นี้ข้าได้พบกับท่านป้าเฉิน นางบอกกับข้าว่าเจ้าไม่ได้รับจดหมายและเงินจากข้า” คำพูดของจ้าวถิงฟงทำให้เจียงฉิงฟางพยักหน้า

“ใช่แล้ว เงินที่ท่านทิ้งเอาไว้ให้หมดไปได้สักพักแล้ว ข้าก็เลยจำต้องลงมือทำการค้าเพื่อหาเงินมาเอาไว้ใช้เลี้ยงชีพของตนเอง” คำพูดของนางทำให้จ้าวถิงฟงขมวดคิ้วในทันที

“แต่ข้าส่งเงินและจดหมายมาให้เจ้าทุกเดือนนะ”

“แล้วทำไมข้าจึงไม่ได้รับกันเล่า” เจียงฉิงฟางเอ่ยถามพลางพยายามคิดถึงเนื้อหาในนิยายว่าได้มีเรื่องนี้เขียนเอาไว้นิยายหรือไม่ แต่นางก็พบว่าในนิยายไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนี้นางจึงได้หลุบตาลงเพื่อปิดบังแววตาของตนเอง

“เอาไว้เมื่อข้ากลับเข้าเมืองหลวงแล้วข้าจะต้องสอบถามให้แน่ชัดว่าเงินและจดหมายที่ข้าส่งให้เจ้าทำไมจึงไม่ถึงมือของเจ้า” คำพูดของจ้าวถิงฟงทำให้เจียงฉิงฟางพยักหน้า

“ท่านสมควรจะต้องทำเช่นนั้น” นางเอ่ยพลางจ้องมองเขา ในใจของเจียงฉิงฟางแอบคิดว่าคนผู้นี้ถือว่าเป็นศัตรูคนสำคัญของพระเอกและนางเอกของเรื่อง หากนางคิดจะติดตามเขานางอาจจะต้องมีจุดจบเฉกเช่นเดียวกับเขา แต่หากนางไม่ติดตามเขาลูกๆ ทั้งสามไป ลูกๆ ทั้งสามของนางก็คงจะหนีไม่พ้นชะตากรรมที่เขียนเอาไว้ในนิยายเป็นแน่

หลายเดือนที่ผ่านมารวมไปถึงความทรงจำของร่างนี้ทำให้นางมีความผูกพันกับเด็กน้อยทั้งสามอย่างคาดไม่ถึง แม้ว่านางจะมีความเห็นแก่ตัวอยู่บ้างแต่นางก็ไม่อาจจะทำใจปล่อยให้เด็กน้อยทั้งสามกลายเป็นตัวร้ายที่ต้องถูกกำจัดดังเช่นที่ถูกเขียนเอาไว้ในนิยายได้

“ท่านแม่เหตุใดบ้านเราจึงได้มีม้าผูกอยู่ ท่านน้าเก้ามาเยี่ยมพวกเราหรือ” เสียงอันสดใสของจ้าวฉางหนิงทำให้จ้าวถิงฟงหันไปมองที่ประตู ภาพที่เขาเห็นก็คือเด็กผู้หญิงตัวน้อยดวงตากลมโต ใบหน้าอิ่มเอิบ ริมฝีปากจิ้มลิ้มน่ารัก ด้านหลังของนางคือเด็กผู้ชายสองคนที่มีใบหน้าคลายกัน เพียงแต่อีกคนมีสีหน้าสงบนิ่งแต่ดวงตากลับเจิดจ้า ส่วนอีกคนใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มแต่ดวงตากลับเต็มไปความสุขุมนุ่มลึก

“จ้าวฉางหนิง จ้าวฉางยวน จ้าวฉางเยี่ยน พวกเจ้าเข้ามาคารวะท่านพ่อของพวกเจ้าเถิด” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าประตูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสุดท้ายก็เป็นจ้าวฉางเยี่ยนที่ก้าวเดินนำหน้าน้องๆ เข้ามาคุกเข่าคารวะจ้าวถิงฟงอย่างเต็มพิธีการ จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงจึงได้เดินมาคุกเข่าคารวะบิดาตามเขา

“พวกเจ้าเติบใหญ่ถึงเพียงนี้แล้ว” จ้าวถิงฟงเอ่ยออกมาพลางยื่นมือไปจับบ่าอันบอบบางแต่เข้มแข็งของจ้าวฉางเยี่ยน ตอนที่เขาจากไปเด็กน้อยทั้งสามยังอยู่ในห่อผ้าอยู่เลย

เขายังจำคำพูดตัดพ้อทั้งน้ำตาของเจียงฉิงฟางได้ ยามนั้นนางบอกว่าหากเขาไม่รีบกลับมานางจะทอดทิ้งลูกๆ แล้วหนีไปแต่งงานใหม่ ยามนั้นในใจของเขาก็ได้แต่คิดว่าขอแค่เพียงเขามีความพยายามก็จะสามารถสร้างความดีความชอบได้อย่างรวดเร็ว เมื่อมีความก้าวหน้าในกองทัพแล้วก็จะได้รีบกลับมารับนางกับลูกๆ ไปอยู่ด้วยกันกับเขา แต่เขากลับคิดไม่ถึงว่าตนเองจะต้องใช้เวลาหลายปีถึงขนาดนี้กว่าที่เขาจะได้กลับมา

“ข้าขอบคุณเจ้ามาก ฉิงฟางข้าขอบคุณเจ้าจริงๆ” จ้าวถิงฟงเอ่ยออกมาด้วยความตื้นตัน แม้ว่าเขาจะไม่ได้พูดและอธิบายอะไรแต่เจียงฉิงฟางกลับเข้าใจความหมายในคำพูดของเขาได้ เขากำลังเอ่ยปากขอบคุณนางที่เลี้ยงดูเด็กน้อยทั้งสามจนเติบใหญ่มาจนถึงยามนี้

เจียงฉิงฟางได้แต่ทอดถอนใจออกมาเบาๆ ด้วยความเห็นใจเจ้าของร่างเดิม เพราะแม้ว่าเจ้าของร่างนี้จะเป็นคนเห็นแก่ตัวและแล้งน้ำใจสักเพียงใด แต่นางก็อดทนเลี้ยงดูเด็กน้อยทั้งสามเพียงคนเดียวมาตั้งหลายปี อาจจะมีลงมือลงไม้อย่างรุนแรงไปบ้างแต่ก็เพราะความหงุดหงิดจากการรอคอยที่ไร้ซึ่งคำตอบ จนผลสุดท้ายเพียงเพราะเชื่อหลงคำลวงของคนที่มีบุคลิกภายนอกและภาพลักษณ์ที่ดีนางจึงได้ตัดสินใจละทิ้งลูกๆ ของตน จนกลายเป็นการเอาชีวิตไปทิ้งอย่างน่าเสียดาย

“ท่านไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ท่านขอบคุณลูกๆ ของท่านเถิดที่พวกเขาเติบโตขึ้นมาด้วยสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์และแข็งแรงเช่นนี้” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“แถมยังเป็นเด็กที่เต็มไปด้วยความรู้และคุณธรรมด้วยนะเจ้าคะ” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสดใสร่าเริงทำให้เจียงฉิงฟางอดเย้าแหย่นางไม่ได้

“พึ่งจะได้ร่ำเรียนกับอาจารเจิ้งได้ไม่นาน เจ้าก็กล้าคุยโม้โอ้อวดแล้วหรือ หากอาจารย์ของพวกเจ้ามาได้ยินไม้เรียวในมือของเขาคงจะสั่นไหวมากเป็นแน่” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หัวเราะประสานเสียงออกมาอย่างขบขันเพราะก่อนที่พวกเขาจะกลับมาอาจารย์ของพวกเขาก็ฟาดไม้เรียวลงไปบนโต๊ะจนไม้เรียวในมือแตกหักไปหลายอันแล้ว เป็นเพราะต่อให้อยากจะตีพวกเขาสักเท่าไหร่แต่ก็เจิ้งชวนก็ตัดใจตีพวกเขาไม่ได้ ดังนั้นจึงได้ฟาดไม้เรียวลงไปบนโต๊ะแล้วตะโกนออกมาซ้ำๆ ว่า

“เจ้าเด็กเจ้าเล่ห์เหล่านี้ เมื่อไหร่จะยอมทำตัวเป็นเด็กดีได้เสียที”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 16 พาคนมาส่ง

    จ้าวถิงฟงจ้องมองภรรยาและลูกด้วยความอิ่มเอมใจ ในใจของเขาเฝ้าฝันถึงการได้กลับมาพบกันนับครั้งไม่ถ้วนของเขา กับภรรยาและลูกๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าการที่ได้กลับมาพบกันจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดความสุขใจได้มากถึงเพียงนี้“ท่านพ่อ ท่านจะกลับมาอยู่กับพวกข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวฉางหนิงขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินมาจับชายแขนเสื้อของเขาด้วยท่าทีออดอ้อน จ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนก็ต่างขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวถิงฟงจึงได้ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าจะอยู่กับพวกเจ้า แต่พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่พ่อจะพาพวกเจ้าเข้าไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางในทันที“แล้วท่านแม่เล่า” เมื่อจ้าวฉางหนิงเอ่ยถามเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็หันมาเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในทันที“ท่านแม่ของพวกเจ้าก็ต้องไปด้วยกันสิ ข้าตั้งใจจะมารับทั้งนางและพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน ยามนี้พ่อมีจวนเป็นของตนเองอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทั้งใหญ่โตและโอ่อ่า พ่อขอรับรองว่าเมื่อพวกเจ้าไปอยู่ที่นั่นพวกเจ้าจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าอย

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 15 การกลับมาของบิดา

    หากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยาย ยามนี้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดคงจะมีผู้ติดตามของจ้าวถิงฟงรออยู่ที่นั่น หนึ่งในผู้ติดตามก็คือฉินซิงเหยาผู้เป็นนางเอกของเรื่องและโจวซิ่วหลันมารดาของนาง สองแม่ลูกคู่นี้คือคนในครอบครัวของผู้มีพระคุณของจ้าวถิงฟง ตอนที่จ้าวถิงฟงมารับลูกๆ กลับเมืองหลวงพวกนางก็ติดตามมารับด้วยตามเนื้อหาในนิยายจ้าวถิงฟงคือแม่ทัพใหญ่ที่ไม่มีฮูหยิน คนที่คอยดูแลจวนแม่ทัพให้เขาก็คือโจวซิ่วหลันภรรยาหม้ายของพี่น้องร่วมสาบานในกองทัพของเขา เดิมทีโจวซิ่วหลันมุ่งหวังที่จะขยับฐานะขึ้นมาเป็นฮูหยินของเขา แต่เพราะลูกๆ ของเขาไม่เห็นด้วยโจวซิ่วหลันจึงเป็นได้แค่คนดูแลจวนให้จ้าวถิงฟงเพียงเท่านั้นสองแม่ลูกอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างไร้ฐานะ ถูกดูหมิ่นและถูกกลั่นแกล้งจากเด็กแฝดทั้งสามอยู่เสมอ แม้ว่าจ้าวถิงฟงจะตำหนิลูกๆ ทั้งสามแต่ก็ไม่เคยลงมือลงโทษลูกๆ อย่างจริงจัง ความรักอย่างผิดๆ ที่เขามีต่อเด็กน้อยทั้งสาม ทำให้เด็กน้อยทั้งสามมีความกล้าที่จะลงมือต่อสองแม่ลูกอย่างร้ายกาจและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสองแม่ลูกไม่อาจจะทนอยู่ในจวนได้อีกต่อไปเมื่อเติบใหญ่ฉินซิงเหยาที่มีความสามารถในการหาเงินก็ได้พบรักกับท่านอ๋องผู้หนึ่ง นาง

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 14 การกลับมาของสามี

    ร้านฮวาเซียงที่จี้หยางจิ่วลงทุนเปิดเป็นกิจการลับๆ ของตนเองและเจียงฉิงฟางได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกค้าไม่ใช่แค่เพียงชาวบ้านธรรมดาอย่างที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้แต่ชนชั้นสูงในเมืองเทียนเฟิงก็ต่างกลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้านฮวาเซียง จี้หยางจิ่วจึงดำเนินการเปิดร้านสาขาที่สองในเมืองหลวง จากสาขาแรกเมื่อผ่านไปหลายเดือนก็กลายเป็นหลายสาขา ส่วนแบ่งก็ยังเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เงินทองที่ได้จากการปันผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเจียงฉิงฟางและลูกน้อยทั้งสามดีขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่เป็นหุ้นส่วนกับจี้หยางจิ่ว เจียงฉิงฟางก็ไม่ได้ออกไปขายของอีก ทุกวันนอกจากดูแลบ้าน ดูแลสวนและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ สำหรับร้านฮวาเซียงแล้วนางก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก จ้าวฉางเยี่ยน จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงก็มักจะไปเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านของเจิ้งชวนแทบจะทุกวัน พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้ากว่าเจิ้งชวนจะปล่อยกลับบ้านก็เกือบค่ำ ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นไม่ค่อยจะได้พบหน้าพวกนางสี่แม่ลูกเท่าใดนักยามที่จ้าวถิงฟงขี่ม้ากลับมาถึงบ้าน เขาหยุดม้าแล้วจ้องมองบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด เขาจากไปหลายปีส่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 13 ผู้สนับสนุนหลัก

    เจียงฉิงฟางได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ หากจี้หยางจิ่วไม่แนะนำตัวนางก็คงจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือนายวาณิชย์หลวงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกอย่างฉินซิงเหยา ดังนั้นนางจึงได้รู้เรื่องของจี้หยางจิ่วเป็นอย่างดีจี้หยางจิ่วผู้นี้คือบุตรชายคนที่เก้าของสกุลจี้ ถือกำเนิดจากมารดาที่เป็นอนุ ฐานะของเขาในจวนสกุลจี้จึงไม่สูงไม่ต่ำ มุ่งมั่นทำการค้าเพื่อให้ตนเองได้รับการยอมรับจากคนในสกุล จนผลสุดท้ายก็แยกมาเปิดร้านค้าจนประสบความสำเร็จยามนี้เขายังเป็นแค่เพียงหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ยังหาหนทางของตนเองไม่เจอ แต่วันหน้าเขาจะเป็นท่านเก้าผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ผู้เป็นใหญ่ในวังหลวงยังต้องเกรงใจ เดิมทีนางก็ตั้งใจว่าจะขายสูตรสบู่และเครื่องหอมแล้วนอนรอนับเงินอยู่ที่บ้านอย่างสบายอกสบายใจ แต่ยามนี้เมื่อได้พบกับว่าที่นายวาณิชย์ใหญ่จิตใจที่รักความสะดวกสบายของนางก็พลันฮึกเหิม นางลงมือแย่งชิงการค้าของนางเอกในนิยายมาอยู่ในมือก่อนแล้วทำไมจะแย่งชิงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกในนิยายมาไว้ในมือไม่ได้เล่า“ท่านนำคำพูดของข้ากลับไปคิดและไตร่ตรองให้ดีก่อนเถิด ตัวข้ามีสินค้าแต่ขาดเงินทุน ส่วนตัวท่านนั้นข้ารู้ว่าท่านมีทุนอยู่ในมือเพียงแต่ไม่รู้ว่าท่าน

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 12 หุ้นส่วน

    เจียงฉิงฟางรู้สึกยินดีที่ลูกๆ จะได้เรียนหนังสือกับเจิ้งชวน นางจึงพาลูกๆ แวะเวียนซื้อเนื้อและผักเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้นำมาทำเป็นอาหารเลี้ยงฉลองกับลูกๆ พอมาถึงบ้านท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือมีแขกสองคนมายืนรอนางและลูกๆ อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน“สะใภ้บ้านจ้าว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้เสียที” ผู้ดูแลร้านสกุลจี้เอ่ยทักออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี เขาเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเจียงฉิงฟางเขาจึงรีบแนะนำบุรุษที่ยืนเคียงข้างเขาในทันที“ท่านผู้นี้คือนายท่านของข้า นายท่านรู้สึกชื่นชอบสบู่หอมของเจ้าเป็นอย่างมากจึงให้ข้าพามาพบเจ้าเพื่อสอบถามวิธีการทำสบู่หอม และเครื่องหอมของเจ้าเหล่านั้น” คำพูดของผู้ดูแลร้านทำให้เจียงฉิงฟางพลันเลิกคิ้วขึ้น เขาจึงรีบอธิบายต่อในทันที“แน่นอนว่าย่อมจะต้องมีค่าตอบแทนให้เจ้าแน่” เมื่อผู้ดูแลเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มออกแล้วเชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน“เช่นนั้นก็เชิญท่านทั้งสองเข้าไปในบ้านของข้าก่อน” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเปิดประตูรั้วเดินนำเข้าไปในบ้าน“ขอเชิญพวกท่านนั่งรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเชื้อเชิ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 11 อาจารย์เจิ้ง

    สบู่หอมของเจียงฉิงฟางขายดีเกินคาด นางไม่ได้ขายแพงมากตั้งราคาที่ชาวบ้านธรรมดาพอจะซื้อหาได้ แม้ว่าสบู่ที่นางทำจะต้องใช้ทั้งถั่วเหลือง สมุนไพรหลายชนิดรวมไปถึงตับอ่อนหมู่ แต่เพื่อให้ขายในราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้นางจึงทำเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อลดต้นทุน ประกอบกับเมืองเทียนเฟิงที่อยู่ไม่ไกลเฟื่องฟูเพราะการเปิดเหมืองทองทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าหนิวพลอยมีกินมีใช้ตามไปด้วย“ท่านแม่วันนี้สบู่หอมของท่านขายหมดเลย” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ในใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าหากพวกนางขายสบู่หอมหมดก็หมายความว่าบ้านของพวกนางจะมีเงินมากยิ่งขึ้น“แต่ธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวของท่านแม่กลับยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยพลางนิ่งหน้าและจ้องมองมารดาที่เก็บร้านแล้ว“ท่านแม่ทำไมรีบเก็บร้านเล่าขอรับ ไม่ขายต่อแล้วหรือ” จ้าวฉางยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สินค้าหลักอย่างสบู่หอมขายหมดแล้วก็ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในวันนี้แล้ว อีกอย่างแม่ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บร้านเร็วอยู่แล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเก็บของที่เหลือใส่ตะกร้า นางคิดเอาไว้แล้วว่าธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวที่นางทำจะขาย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status