Share

บทที่ 16 พาคนมาส่ง

Author: BigM00N
last update Last Updated: 2026-01-22 11:20:00

จ้าวถิงฟงจ้องมองภรรยาและลูกด้วยความอิ่มเอมใจ ในใจของเขาเฝ้าฝันถึงการได้กลับมาพบกันนับครั้งไม่ถ้วนของเขา กับภรรยาและลูกๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าการที่ได้กลับมาพบกันจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดความสุขใจได้มากถึงเพียงนี้

“ท่านพ่อ ท่านจะกลับมาอยู่กับพวกข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวฉางหนิงขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินมาจับชายแขนเสื้อของเขาด้วยท่าทีออดอ้อน จ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนก็ต่างขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวถิงฟงจึงได้ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“ข้าจะอยู่กับพวกเจ้า แต่พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่พ่อจะพาพวกเจ้าเข้าไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางในทันที

“แล้วท่านแม่เล่า” เมื่อจ้าวฉางหนิงเอ่ยถามเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็หันมาเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในทันที

“ท่านแม่ของพวกเจ้าก็ต้องไปด้วยกันสิ ข้าตั้งใจจะมารับทั้งนางและพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน ยามนี้พ่อมีจวนเป็นของตนเองอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทั้งใหญ่โตและโอ่อ่า พ่อขอรับรองว่าเมื่อพวกเจ้าไปอยู่ที่นั่นพวกเจ้าจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้ดวงตาของเด็กน้อยทั้งสามก็เปล่งประกายแวววาวด้วยความยินดี ต่างก็หันไปเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความออดอ้อน

“ท่านแม่ ท่านต้องไปกับพวกข้านะ ต่อไปท่านก็จะมีท่านพ่อคอยดูแลแล้วชีวิตของท่านจะต้องดีกว่าตอนอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน” คำพูดของจ้าวฉางยวนทำให้จ้าวถิงฟงนิ่วหน้า จ้าวฉางเยี่ยนที่ได้เห็นสีหน้าของบิดาก็รีบเอ่ยปากสนับสนุนคำพูดของน้องชายในทันที

“ใช่แล้วท่านแม่ต่อไปจะได้ไม่มีผู้ใดกล้ามารังแกท่านอีก” คำพูดของจ้าวฉางเยี่ยนทำให้จ้าวถิงฟงเอ่ยปากถามเจียงฉิงฟางในทันที

“ผู้ใดกล้ารังแกเจ้ากัน เป็นคนในบ้านเดิมของเจ้าหรือ” คำถามของจ้าวถิงฟงทำให้เจียงฉิงฟางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังขา เขาจึงรีบเอ่ยอธิบายให้นางฟังในทันที

“ท่านป้าเฉินเล่าให้ข้าฟังว่าเจ้าประกาศตัดขาดกับบ้านเดิมของเจ้าแล้ว” คำอธิบายของจ้าวถิงฟงทำให้เจียงฉิงฟางพยักหน้า

“ก็แค่ความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ ตัดทิ้งไปเสียชีวิตก็จะได้ราบรื่นไร้กังวล” คำพูดของนางทำให้จ้าวถิงฟงเลิกคิ้วขึ้น แต่ในเมื่อนางไม่คิดจะอธิบายอะไรต่อเขาก็ไม่คิดจะถามแต่ในใจได้จดจำเรื่องที่คนสกุลเจียงรังแกนางเอาไว้แล้ว

“นี่ก็เย็นมากแล้ว ท่านแม่! เพื่อเป็นการฉลองที่ท่านพ่อกลับบ้านดังนั้นเย็นนี้พวกเรากินหม้อไฟกันเถิด” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรื่นเริงทำให้เจียงฉิงฟางอดยื่นมือไปหยิกแก้มเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูมิได้

“เจ้าได้ถามท่านพ่อของเจ้าแล้วหรือยัง ว่าเขายินดีที่จะกินหม้อไฟเป็นมื้อเย็นกับเจ้าหรือไม่” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้จ้าวฉางหนิงก็หันไปจ้องมองบิดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังในทันที

“แน่นอนว่าพ่อจะต้องอยู่กินมื้อเย็นร่วมกับพวกเจ้าอยู่แล้ว” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้จ้าวฉางหนิงก็ปรบมือด้วยความยินดี จ้าวฉางเยี่ยนจึงรีบขันอาสาในทันที

“เช่นนั้นข้าจะไปเตรียมผัก กับจานชาม ส่วนเจ้าฉางยวน เจ้าไปช่วยท่านแม่เตรียมเนื้อ ส่วนเจ้าฉางหนิงเจ้าไปเตรียมจัดโต๊ะรอก็แล้วกัน” จ้าวฉางเยี่ยนผู้คุ้นชินกับการออกคำสั่งรีบจัดสรรหน้าที่ให้ทุกคนในบ้านทันที จ้าวถิงฟงจ้องมองบุตรชายคนโตด้วยความพึงพอใจแล้วจึงได้เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยการหยอกเย้า

“แล้วข้าเล่ามีหน้าที่ที่จะต้องทำด้วยไหม”

“ท่านพ่อ ท่านพึ่งมาถึงมีหน้าที่แค่เพียงรอชิมหม้อไฟสูตรลับเฉพาะของท่านแม่ก็พอ” เมื่อจ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็พยักหน้าพลางนั่งมองเด็กๆ วิ่งจากไปเพื่อไปเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร

“พวกเขาร่าเริงดีจริงๆ” คำพูดของจ้าวถิงฟงทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมาอย่างจืดเจื่อน หากจ้าวถิงฟงได้เห็นสภาพของเด็กน้อยทั้งสามก่อนหน้านี้ เขาจะต้องไม่มีรอยยิ้มให้นางดังเช่นในยามนี้เป็นแน่

ตอนที่จ้าวถิงฟงเห็นชุดหม้อไฟที่เจียงฉิงฟางสั่งทำมาเป็นพิเศษเพื่อใช้สำหรับกินหม้อไฟเป็นการเฉพาะ เขาถึงกับจ้องมองนางด้วยความประหลาดใจในทันที เจียงฉิงฟางที่เขารู้จักไม่มีทางที่จะมีความคิดที่จะสั่งทำหม้อไฟรูปร่างแปลกตามาใช้เพื่อสนองความต้องการทางด้านอาหารการกินเช่นนี้แน่

“เจ้ากลายเป็นคนที่พิถีพิถันเรื่องอาหารการกินเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยถามเช่นนี้เจียงฉิงฟางจึงได้เอ่ยออกมาเพื่อเรียกคะแนนสงสารจากเขาในทันที

“ก็ตั้งแต่วันที่ต้องกระเบียดกระเสียรเรื่องอาหารการกิน ต้องกินต้องใช้อย่างประหยัด พอข้าหาเงินได้ข้าก็เลยคิดว่าการได้กินอาหารอร่อยก็คือความสุขในอีกรูปแบบหนึ่ง” นางเอ่ยพลางคีบเนื้อที่สุกแล้วให้จ้าวถิงฟง

“ท่านลองชิมดู แล้วจะรู้ว่าทำไมข้าจึงได้กลายเป็นคนที่พิถีพิถันเรื่องอาหารการกินเช่นนี้” เมื่อถูกคะยั้นคะยอเขาก็กินเนื้อที่สุกแล้วตามที่เจียงฉิงฟางบอก ความนุ่มชุ่มฉ่ำของเนื้อและความเผ็ดร้อนที่แทรกซึมมาจากน้ำแกงในหม้อไฟทำให้จ้าวถิงฟงอดอุทานชื่นชมออกมาไม่ได้

“อร่อย” น้ำเสียงและสีหน้าของเขาทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมา นางเลื่อนชามน้ำจิ้มไปให้เขาแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

“คราวนี้ลองจิ้มน้ำจิ้มดู แล้วเนื้อของท่านจะมีรสชาติที่กลมกล่อมมากยิ่งขึ้น” คราวนี้จ้าวถิงฟงไม่รอให้นางคีบเนื้อให้เขาลงมือคีบเนื้อขึ้นมาจากหม้อไฟแล้วจิ้มน้ำจิ้มตามที่นางแนะนำ รสชาติที่ได้รับทำให้เขายิ้มออกมาอย่างพึงพอใจในทันที

“ข้าไม่เคยกินอาหารที่มีรสชาติดีเช่นนี้มาก่อนเลย” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้จ้าวฉางหนิงก็คีบเนื้อในหม้อไฟมาวางบนชามของเขาแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เลียนแบบเจียงฉิงฟางอย่างไม่มีตกหล่น

“เช่นนั้นก็กินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ” คำพูดของจ้าวฉางหนิงทำให้จ้าวถิงฟงหัวเราะออกมาเบาๆ อาหารเย็นมื้อนี้เป็นมื้ออาหารที่เขาได้กินร่วมกับลูกๆ เป็นครั้งแรกและเป็นมื้อที่เขารู้สึกว่าทั้งอร่อยลิ้นทั้งอิ่มเอมอย่างที่เขาไม่เคยได้รับมาก่อน

เสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะที่ดังออกไปนอกรั้วบ้านทำให้คนที่กำลังเดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูรั้วด้วยสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป

“น้องเขย ข้าพาคนของเจ้ามาส่ง” น้ำเสียงอันแหลมปรี๊ดของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางวางตะเกียบลงแล้วขยับกายลุกขึ้นในทันที

“นางมาทำอะไรที่นี่” เจียงฉิงฟางเอ่ยพึมพำออกมาเมื่อจำเสียงของเจียงฉิงเหยาได้

“คนของท่านพ่อ คือใครกัน” เป็นจ้าวฉางเยี่ยนที่เอ่ยถามออกมาแล้วจ้องมองบิดาด้วยสายตาอันคมกริบ แม้จะเป็นแค่เด็กน้อยแต่จ้าวฉางเยี่ยนก็รู้เรื่องของผู้ใหญ่ดี บิดาของพวกเขาดูมีสง่าราศีความเป็นอยู่ก็น่าจะดีฟังจากที่บิดาพูดมาว่ามีจวนหลังใหญ่อยู่ในเมืองหลวงแสดงว่าบิดามีฐานะที่ไม่ธรรมดา แตกต่างจากเขาและน้องๆ ที่หลายปีมานี้ต้องอยู่อย่างลำบาก หากไม่ใช่เพราะมารดาของเขาคิดได้และกลับตัวกลับใจ ยามนี้เขาและน้องๆ ก็คงจะไม่ได้อยู่อย่างสุขสบายเช่นนี้

“น่าจะเป็นบรรดาผู้ติดตามและ...” จ้าวถิงฟงยังเอ่ยไม่ทันจบเจียงฉิงเหยาก็เอ่ยออกมาในทันที

“น้องเขย มีสตรีผู้หนึ่งพาลูกสาวของนางมาตามหาเจ้า” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยินดีในความทุกข์ของผู้อื่นของเจียงฉิงเหยาทำให้สายตาของเด็กน้อยทั้งสามที่จ้องมองบิดาพลันเปลี่ยนแปลงไปในทันที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 16 พาคนมาส่ง

    จ้าวถิงฟงจ้องมองภรรยาและลูกด้วยความอิ่มเอมใจ ในใจของเขาเฝ้าฝันถึงการได้กลับมาพบกันนับครั้งไม่ถ้วนของเขา กับภรรยาและลูกๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าการที่ได้กลับมาพบกันจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดความสุขใจได้มากถึงเพียงนี้“ท่านพ่อ ท่านจะกลับมาอยู่กับพวกข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวฉางหนิงขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินมาจับชายแขนเสื้อของเขาด้วยท่าทีออดอ้อน จ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนก็ต่างขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวถิงฟงจึงได้ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าจะอยู่กับพวกเจ้า แต่พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่พ่อจะพาพวกเจ้าเข้าไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางในทันที“แล้วท่านแม่เล่า” เมื่อจ้าวฉางหนิงเอ่ยถามเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็หันมาเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในทันที“ท่านแม่ของพวกเจ้าก็ต้องไปด้วยกันสิ ข้าตั้งใจจะมารับทั้งนางและพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน ยามนี้พ่อมีจวนเป็นของตนเองอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทั้งใหญ่โตและโอ่อ่า พ่อขอรับรองว่าเมื่อพวกเจ้าไปอยู่ที่นั่นพวกเจ้าจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าอย

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 15 การกลับมาของบิดา

    หากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยาย ยามนี้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดคงจะมีผู้ติดตามของจ้าวถิงฟงรออยู่ที่นั่น หนึ่งในผู้ติดตามก็คือฉินซิงเหยาผู้เป็นนางเอกของเรื่องและโจวซิ่วหลันมารดาของนาง สองแม่ลูกคู่นี้คือคนในครอบครัวของผู้มีพระคุณของจ้าวถิงฟง ตอนที่จ้าวถิงฟงมารับลูกๆ กลับเมืองหลวงพวกนางก็ติดตามมารับด้วยตามเนื้อหาในนิยายจ้าวถิงฟงคือแม่ทัพใหญ่ที่ไม่มีฮูหยิน คนที่คอยดูแลจวนแม่ทัพให้เขาก็คือโจวซิ่วหลันภรรยาหม้ายของพี่น้องร่วมสาบานในกองทัพของเขา เดิมทีโจวซิ่วหลันมุ่งหวังที่จะขยับฐานะขึ้นมาเป็นฮูหยินของเขา แต่เพราะลูกๆ ของเขาไม่เห็นด้วยโจวซิ่วหลันจึงเป็นได้แค่คนดูแลจวนให้จ้าวถิงฟงเพียงเท่านั้นสองแม่ลูกอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างไร้ฐานะ ถูกดูหมิ่นและถูกกลั่นแกล้งจากเด็กแฝดทั้งสามอยู่เสมอ แม้ว่าจ้าวถิงฟงจะตำหนิลูกๆ ทั้งสามแต่ก็ไม่เคยลงมือลงโทษลูกๆ อย่างจริงจัง ความรักอย่างผิดๆ ที่เขามีต่อเด็กน้อยทั้งสาม ทำให้เด็กน้อยทั้งสามมีความกล้าที่จะลงมือต่อสองแม่ลูกอย่างร้ายกาจและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสองแม่ลูกไม่อาจจะทนอยู่ในจวนได้อีกต่อไปเมื่อเติบใหญ่ฉินซิงเหยาที่มีความสามารถในการหาเงินก็ได้พบรักกับท่านอ๋องผู้หนึ่ง นาง

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 14 การกลับมาของสามี

    ร้านฮวาเซียงที่จี้หยางจิ่วลงทุนเปิดเป็นกิจการลับๆ ของตนเองและเจียงฉิงฟางได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกค้าไม่ใช่แค่เพียงชาวบ้านธรรมดาอย่างที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้แต่ชนชั้นสูงในเมืองเทียนเฟิงก็ต่างกลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้านฮวาเซียง จี้หยางจิ่วจึงดำเนินการเปิดร้านสาขาที่สองในเมืองหลวง จากสาขาแรกเมื่อผ่านไปหลายเดือนก็กลายเป็นหลายสาขา ส่วนแบ่งก็ยังเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เงินทองที่ได้จากการปันผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเจียงฉิงฟางและลูกน้อยทั้งสามดีขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่เป็นหุ้นส่วนกับจี้หยางจิ่ว เจียงฉิงฟางก็ไม่ได้ออกไปขายของอีก ทุกวันนอกจากดูแลบ้าน ดูแลสวนและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ สำหรับร้านฮวาเซียงแล้วนางก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก จ้าวฉางเยี่ยน จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงก็มักจะไปเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านของเจิ้งชวนแทบจะทุกวัน พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้ากว่าเจิ้งชวนจะปล่อยกลับบ้านก็เกือบค่ำ ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นไม่ค่อยจะได้พบหน้าพวกนางสี่แม่ลูกเท่าใดนักยามที่จ้าวถิงฟงขี่ม้ากลับมาถึงบ้าน เขาหยุดม้าแล้วจ้องมองบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด เขาจากไปหลายปีส่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 13 ผู้สนับสนุนหลัก

    เจียงฉิงฟางได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ หากจี้หยางจิ่วไม่แนะนำตัวนางก็คงจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือนายวาณิชย์หลวงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกอย่างฉินซิงเหยา ดังนั้นนางจึงได้รู้เรื่องของจี้หยางจิ่วเป็นอย่างดีจี้หยางจิ่วผู้นี้คือบุตรชายคนที่เก้าของสกุลจี้ ถือกำเนิดจากมารดาที่เป็นอนุ ฐานะของเขาในจวนสกุลจี้จึงไม่สูงไม่ต่ำ มุ่งมั่นทำการค้าเพื่อให้ตนเองได้รับการยอมรับจากคนในสกุล จนผลสุดท้ายก็แยกมาเปิดร้านค้าจนประสบความสำเร็จยามนี้เขายังเป็นแค่เพียงหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ยังหาหนทางของตนเองไม่เจอ แต่วันหน้าเขาจะเป็นท่านเก้าผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ผู้เป็นใหญ่ในวังหลวงยังต้องเกรงใจ เดิมทีนางก็ตั้งใจว่าจะขายสูตรสบู่และเครื่องหอมแล้วนอนรอนับเงินอยู่ที่บ้านอย่างสบายอกสบายใจ แต่ยามนี้เมื่อได้พบกับว่าที่นายวาณิชย์ใหญ่จิตใจที่รักความสะดวกสบายของนางก็พลันฮึกเหิม นางลงมือแย่งชิงการค้าของนางเอกในนิยายมาอยู่ในมือก่อนแล้วทำไมจะแย่งชิงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกในนิยายมาไว้ในมือไม่ได้เล่า“ท่านนำคำพูดของข้ากลับไปคิดและไตร่ตรองให้ดีก่อนเถิด ตัวข้ามีสินค้าแต่ขาดเงินทุน ส่วนตัวท่านนั้นข้ารู้ว่าท่านมีทุนอยู่ในมือเพียงแต่ไม่รู้ว่าท่าน

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 12 หุ้นส่วน

    เจียงฉิงฟางรู้สึกยินดีที่ลูกๆ จะได้เรียนหนังสือกับเจิ้งชวน นางจึงพาลูกๆ แวะเวียนซื้อเนื้อและผักเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้นำมาทำเป็นอาหารเลี้ยงฉลองกับลูกๆ พอมาถึงบ้านท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือมีแขกสองคนมายืนรอนางและลูกๆ อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน“สะใภ้บ้านจ้าว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้เสียที” ผู้ดูแลร้านสกุลจี้เอ่ยทักออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี เขาเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเจียงฉิงฟางเขาจึงรีบแนะนำบุรุษที่ยืนเคียงข้างเขาในทันที“ท่านผู้นี้คือนายท่านของข้า นายท่านรู้สึกชื่นชอบสบู่หอมของเจ้าเป็นอย่างมากจึงให้ข้าพามาพบเจ้าเพื่อสอบถามวิธีการทำสบู่หอม และเครื่องหอมของเจ้าเหล่านั้น” คำพูดของผู้ดูแลร้านทำให้เจียงฉิงฟางพลันเลิกคิ้วขึ้น เขาจึงรีบอธิบายต่อในทันที“แน่นอนว่าย่อมจะต้องมีค่าตอบแทนให้เจ้าแน่” เมื่อผู้ดูแลเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มออกแล้วเชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน“เช่นนั้นก็เชิญท่านทั้งสองเข้าไปในบ้านของข้าก่อน” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเปิดประตูรั้วเดินนำเข้าไปในบ้าน“ขอเชิญพวกท่านนั่งรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเชื้อเชิ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 11 อาจารย์เจิ้ง

    สบู่หอมของเจียงฉิงฟางขายดีเกินคาด นางไม่ได้ขายแพงมากตั้งราคาที่ชาวบ้านธรรมดาพอจะซื้อหาได้ แม้ว่าสบู่ที่นางทำจะต้องใช้ทั้งถั่วเหลือง สมุนไพรหลายชนิดรวมไปถึงตับอ่อนหมู่ แต่เพื่อให้ขายในราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้นางจึงทำเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อลดต้นทุน ประกอบกับเมืองเทียนเฟิงที่อยู่ไม่ไกลเฟื่องฟูเพราะการเปิดเหมืองทองทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าหนิวพลอยมีกินมีใช้ตามไปด้วย“ท่านแม่วันนี้สบู่หอมของท่านขายหมดเลย” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ในใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าหากพวกนางขายสบู่หอมหมดก็หมายความว่าบ้านของพวกนางจะมีเงินมากยิ่งขึ้น“แต่ธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวของท่านแม่กลับยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยพลางนิ่งหน้าและจ้องมองมารดาที่เก็บร้านแล้ว“ท่านแม่ทำไมรีบเก็บร้านเล่าขอรับ ไม่ขายต่อแล้วหรือ” จ้าวฉางยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สินค้าหลักอย่างสบู่หอมขายหมดแล้วก็ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในวันนี้แล้ว อีกอย่างแม่ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บร้านเร็วอยู่แล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเก็บของที่เหลือใส่ตะกร้า นางคิดเอาไว้แล้วว่าธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวที่นางทำจะขาย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status