Share

บทที่ 14 การกลับมาของสามี

Author: BigM00N
last update Last Updated: 2026-01-22 11:19:08

ร้านฮวาเซียงที่จี้หยางจิ่วลงทุนเปิดเป็นกิจการลับๆ ของตนเองและเจียงฉิงฟางได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกค้าไม่ใช่แค่เพียงชาวบ้านธรรมดาอย่างที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้แต่ชนชั้นสูงในเมืองเทียนเฟิงก็ต่างกลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้านฮวาเซียง จี้หยางจิ่วจึงดำเนินการเปิดร้านสาขาที่สองในเมืองหลวง จากสาขาแรกเมื่อผ่านไปหลายเดือนก็กลายเป็นหลายสาขา ส่วนแบ่งก็ยังเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เงินทองที่ได้จากการปันผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเจียงฉิงฟางและลูกน้อยทั้งสามดีขึ้นเป็นอย่างมาก

ตั้งแต่เป็นหุ้นส่วนกับจี้หยางจิ่ว เจียงฉิงฟางก็ไม่ได้ออกไปขายของอีก ทุกวันนอกจากดูแลบ้าน ดูแลสวนและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ สำหรับร้านฮวาเซียงแล้วนางก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก จ้าวฉางเยี่ยน จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงก็มักจะไปเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านของเจิ้งชวนแทบจะทุกวัน พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้ากว่าเจิ้งชวนจะปล่อยกลับบ้านก็เกือบค่ำ ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นไม่ค่อยจะได้พบหน้าพวกนางสี่แม่ลูกเท่าใดนัก

ยามที่จ้าวถิงฟงขี่ม้ากลับมาถึงบ้าน เขาหยุดม้าแล้วจ้องมองบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด เขาจากไปหลายปีส่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและจดหมายสอบถามถึงลูกๆ มาโดยตลอด แต่หลายปีมานี้เขากลับไม่เคยได้รับจดหมายตอบกลับจากที่บ้านเลยสักฉบับ แม้จะรู้ว่าเจียงฉิงฟางไม่ค่อยแตกฉานเรื่องการเขียนอ่าน แต่ก็ไม่คิดว่านางจะไม่ยอมตอบจดหมายกลับเลยสักฉบับเช่นนี้

“ถิงฟง!” เสียงเรียกของป้าเฉินทำให้เขาหันกลับไปมองในทันที

“ท่านป้าเฉิน” เขาเอ่ยออกมาพลางลงจากหลังม้าคารวะทักทายป้าเฉินอย่างนอบน้อม

“ไม่ได้พบกันเสียนานเลย ท่านป้าเฉินสบายดีไหมขอรับ” จ้าวถิงฟงเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความนอบน้อม ก่อนที่เขาจะเข้าร่วมกองทัพท่านป้าเฉินถือว่าเป็นเพื่อนบ้านที่ดีที่คอยให้ความช่วยเหลือเขาและเจียงฉิงฟางอยู่หลายครั้ง หากตัดเรื่องที่นางชอบติฉินนินทาออกไป ท่านป้าเฉินผู้นี้ก็นับว่าเป็นเพื่อนบ้านที่ดีมากคนหนึ่ง

“ข้าย่อมจะสบายดี ท่านลุงของเจ้าช่วงนี้หาเงินเข้าบ้านได้มากขึ้น ความเป็นอยู่ของข้าก็เลยสุขสบายมากยิ่งขึ้น” ป้าเฉินเอ่ยพลางสำรวจไปทั่วตัวของจ้าวถิงฟงที่ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ แถมการแต่งกายก็ดูเหมือนว่าจะดีขึ้นกว่าแต่ก่อนนางจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

“แล้วเจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง หายเงียบไปเลยจนคนทั่วทั้งหมู่บ้านเข้าใจว่าเจ้าตายไปแล้ว” เมื่อป้าเฉินเอ่ยเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็พลันขมวดคิ้ว ป้าเฉินจึงได้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

“แต่จากที่ข้าเห็นเจ้าไม่ดูย่ำแย่แม้แต่น้อย การแต่งกายก็ดูเหมือนว่าจะมีฐานะดีขึ้นมาก แล้วทำไมจึงไม่ส่งข่าวกลับมาให้ฉิงฟางได้รับรู้บ้างเลยเล่า ไม่ส่งข่าวก็แล้วไปเถิดแต่ไม่ส่งเงินมาเลยนี่สิ เฮ้อ! คิดไปแล้วก็สงสารฉิงฟาง เมื่อก่อนนางขาดเงินจนต้องทำสบู่หอมไปขาย แต่ยามนี้คงจะขายไม่ได้เพราะมีร้านที่ใหญ่กว่ามาเปิดหน้าร้านขายแล้ว นางก็เลยเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ยอมออกมาพบหน้าผู้คนดังเช่นเมื่อก่อน” เมื่อป้าเฉินเอ่ยเช่นนี้คิ้วที่ขมวดอยู่แล้วจ้าวถิงฟงก็พลันขมวดแน่นมากยิ่งขึ้น

“ข้าส่งเงินและจดหมายมาให้นางแทบจะทุกเดือน” จ้าวถิงฟงเอ่ยออกมาพลางคิดทบทวนมีเดือนไหนที่เขาขาดส่งเงินมาที่บ้านหรือไม่ แต่เขากลับจดจำได้ว่าแม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่ลำบากในชายแดนแต่เขาก็ยังคงไหว้วานให้คนนำเงินและจดหมายมาส่งให้ที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ

“ฉิงฟางอาจจะโกหกได้ แต่เด็กน้อยทั้งสามไม่มีทางโกหกแน่ พวกนางแม่ลูกไม่ได้รับทั้งจดหมายและเงินทองจากเจ้าเลย หลายปีมานี้ก็เลยต้องกินอยู่อย่างประหยัดเป็นอย่างยิ่ง น่าสงสารฉิงฟางที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง ถูกคนดูหมิ่นและรังแกก็ไม่น้อย” เมื่อป้าเฉินเอ่ยเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็เอ่ยถามออกมาในทันที

“ผู้ใดกล้ารังแกนาง” จ้าวถิงฟงเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ แม้ว่าในใจจะคิดว่านิสัยของเจียงฉิงฟางไม่ค่อยจะดีนัก แต่เขาคิดว่าอย่างน้อยนางก็คือภรรยาของเขาเป็นสะใภ้บ้านจ้าวที่ผู้คนในหมู่บ้านนับหน้าถือตา หากมีผู้ใดคิดจะรังแกนางก็ควรจะคำนึงถึงเขาบ้าง

“ก็คนบ้านเดิมนางน่ะสิ นางตัดขาดกับบ้านเดิมแล้วนะ ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมถึงได้ตัดขาดเจ้าไปสอบถามนางเอาเองเถิด” เมื่อเอ่ยจบป้าเฉินก็เหลือบไปมองม้าที่จ้าวถิงฟงจูงอยู่แล้วนางก็เอ่ยชมออกมาตามตรง

“ม้าตัวนี้ดูสง่างามและอ้วนพี เจ้าสามารถนำมาขี่ได้เช่นนี้แสดงว่าคงก้าวหน้าในกองทัพมิใช่น้อย เจ้ากลับมาก็ดีแล้วพวกนางแม่ลูกจะได้มีที่พึ่งพิง” เมื่อป้าเฉินเอ่ยเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็พยักหน้า

“ท่านป้าไม่ต้องกังวลข้ากลับมาคราวนี้ตั้งใจว่าจะรับพวกนางแม่ลูกไปอยู่ด้วยกันที่เมืองหลวง” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้ป้าเฉินก็พยักหน้าด้วยความยินดี

“เช่นนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องดี รีบเข้าบ้านเถิด หากฉิงฟางเห็นเจ้ากลับมานางจะต้องดีใจมากเป็นแน่” เมื่อป้าเฉินเอ่ยเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็ขานรับแล้วจูงม้าตัวใหญ่ไปที่หน้าประตูรั้วพลางร้องเรียกเจียงฉิงฟางในทันที

“เจียงฉิงฟาง! ...” เขาเอ่ยปากเรียกพลางยืนรออยู่นอกรั้วบ้าน เมื่อมองเข้าไปในรั้วบ้านแล้วก็อดคิดถึงบิดาและมารดาไม่ได้ ลานบ้านยังคงสะอาดเอี่ยมดังเช่นเมื่อก่อน ที่จะมีเพิ่มขึ้นมาก็คือแปลงดอกไม้และพืชผัก กลิ่นหอมของดอกไม้หอมฟุ้งออกมาถึงด้านนอก ทำให้ในใจของจ้าวถิงฟงอดรู้สึกไม่ได้ว่าบ้านของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว

“ฉิงฟาง ข้ากลับมาแล้ว” ครั้งนี้เสียงเรียกของเขาดังมากขึ้นกว่าครั้งแรก ประตูบ้านถูกเปิดออกพร้อมด้วยสาวงามผู้หนึ่งที่มีความงดงามมากกว่าในความทรงจำของเขา

“ในที่สุดท่านก็กลับมาได้เสียที” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเดินมาที่หน้าประตูรั้ว นางจ้องมองชายหนุ่มที่จูงม้าอยู่นอกรั้วด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพินิจพิจารณา รูปร่างสูงใหญ่เหมือนในความทรงจำของร่างนี้ แต่ดูเหมือนว่าผิวกายจะคล้ำกว่ามาก การแต่งกายก็แตกต่างออกไป อำนาจและบารมีที่แผ่ออกมา ต่อให้นางไม่ได้รู้มาก่อนว่ายามนี้เขาเป็นแม่ทัพใหญ่แล้ว แต่นางก็ยังสามารถคาดเดาได้ว่าจ้าวถิงฟงจะต้องประสบความสำเร็จในกองทัพแล้วอย่างแน่นอน

“ท่านเข้ามาด้านในก่อนเถิด ลูกๆ ยังไม่กลับ แต่อีกสักพักก็คงจะกลับมาถึงบ้านแล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเปิดประตูรั้วออก

สายตาที่สงบนิ่งของนางทำให้จ้าวถิงฟงอดรู้สึกใจหายไม่ได้ นอกจากรูปลักษณ์ภายนอกของนางจะเปลี่ยนแปลงไป ท่าทีของนางก็ดูเหมือนว่านางจะไม่ได้รู้สึกยินดีสักเท่าไหร่ แถมท่าทีเช่นนี้ของนางก็บอกให้เขารู้ว่านางคิดว่าไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะต้องกลับมา ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงเขาเกือบจะไม่ได้มีชีวิตรอดกลับมาอยู่หลายครั้ง จ้าวถิงฟงคิดพลางหลุบตาลง เขาผ่านพ้นความเป็นความตายมานับไม่ถ้วน เขาไม่เคยคิดเสียดายชีวิต แต่สิ่งที่เขาคิดถึงทุกครั้งที่ความตายกำลังจะคืบคลานเข้ามาก็คือลูกและภรรยาของเขาจะเป็นเช่นไรหากเขาต้องตายในสนามรบ

“เจ้าดูเปลี่ยนแปลงไปมาก” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยกมือขึ้นมาดึงปอยผมของตนเองมาทัดใบหูอย่างไม่รู้สึกตัว

“ผ่านมาตั้งเจ็ดแปดปี อีกทั้งข้าก็เป็นแม่ของลูกๆ ถึงสามคน จะให้ยังคงเป็นสาวน้อยดังเช่นเมื่อก่อนได้อย่างไร” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้จิตใจของจ้าวถิงฟงอ่อนยวบ ภรรยาของเขาคือคนสวยที่นิสัยไม่ค่อยจะดีนัก แต่ยามนี้นางกลับดูอ่อนหวานและดูเหมือนจะรู้ความขึ้น นางเอ่ยว่านางเปลี่ยนไปเพราะวันเวลาและลูกๆ คำว่าลูกๆ ทำให้เขาอดรู้สึกอบอุ่นใจไม่ได้

“ท่านเข้ามาด้านในก่อนเถิด” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงมีความเขินอายปะปนมาด้วย เมื่อคิดได้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของนางในยามนี้คือสามีของร่างนี้ ซึ่งก็ย่อมจะต้องหมายความว่ายามนี้เขาก็คือสามีของนาง

“อืม” จ้าวถิงฟงเอ่ยพลางจูงม้าเข้าไปด้วยเดิมทีเขาตั้งใจจะนำไปผูกตรงใต้ต้นไม้ใหญ่แต่เจียงฉิงฟางกลับเอ่ยปากห้ามออกมา

“ท่านผูกม้าตรงรั้วทางด้านนั้นได้หรือไม่ หากท่านผูกตรงนี้ข้าเกรงว่ามันจะกัดกินต้นไม้และดอกไม้ของข้า” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้จ้าวถิงฟงจึงได้จูงม้าไปผูกบริเวณที่นางบอก

“ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเจ้าชอบปลูกดอกไม้” คำถามของเขาทำให้นางเลิกคิ้วขึ้นแล้วจึงได้เอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา

“ที่แท้ท่านก็ยังจำได้ด้วยว่าข้าไม่ชอบปลูกดอกไม้” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชาของนางทำให้เขาหันมาเผชิญหน้านางในทันที คนทั้งสองสบตากันต่างฝ่ายก็ต่างประเมินท่าทีของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 16 พาคนมาส่ง

    จ้าวถิงฟงจ้องมองภรรยาและลูกด้วยความอิ่มเอมใจ ในใจของเขาเฝ้าฝันถึงการได้กลับมาพบกันนับครั้งไม่ถ้วนของเขา กับภรรยาและลูกๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าการที่ได้กลับมาพบกันจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดความสุขใจได้มากถึงเพียงนี้“ท่านพ่อ ท่านจะกลับมาอยู่กับพวกข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวฉางหนิงขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินมาจับชายแขนเสื้อของเขาด้วยท่าทีออดอ้อน จ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนก็ต่างขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวถิงฟงจึงได้ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าจะอยู่กับพวกเจ้า แต่พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่พ่อจะพาพวกเจ้าเข้าไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางในทันที“แล้วท่านแม่เล่า” เมื่อจ้าวฉางหนิงเอ่ยถามเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็หันมาเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในทันที“ท่านแม่ของพวกเจ้าก็ต้องไปด้วยกันสิ ข้าตั้งใจจะมารับทั้งนางและพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน ยามนี้พ่อมีจวนเป็นของตนเองอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทั้งใหญ่โตและโอ่อ่า พ่อขอรับรองว่าเมื่อพวกเจ้าไปอยู่ที่นั่นพวกเจ้าจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าอย

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 15 การกลับมาของบิดา

    หากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยาย ยามนี้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดคงจะมีผู้ติดตามของจ้าวถิงฟงรออยู่ที่นั่น หนึ่งในผู้ติดตามก็คือฉินซิงเหยาผู้เป็นนางเอกของเรื่องและโจวซิ่วหลันมารดาของนาง สองแม่ลูกคู่นี้คือคนในครอบครัวของผู้มีพระคุณของจ้าวถิงฟง ตอนที่จ้าวถิงฟงมารับลูกๆ กลับเมืองหลวงพวกนางก็ติดตามมารับด้วยตามเนื้อหาในนิยายจ้าวถิงฟงคือแม่ทัพใหญ่ที่ไม่มีฮูหยิน คนที่คอยดูแลจวนแม่ทัพให้เขาก็คือโจวซิ่วหลันภรรยาหม้ายของพี่น้องร่วมสาบานในกองทัพของเขา เดิมทีโจวซิ่วหลันมุ่งหวังที่จะขยับฐานะขึ้นมาเป็นฮูหยินของเขา แต่เพราะลูกๆ ของเขาไม่เห็นด้วยโจวซิ่วหลันจึงเป็นได้แค่คนดูแลจวนให้จ้าวถิงฟงเพียงเท่านั้นสองแม่ลูกอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างไร้ฐานะ ถูกดูหมิ่นและถูกกลั่นแกล้งจากเด็กแฝดทั้งสามอยู่เสมอ แม้ว่าจ้าวถิงฟงจะตำหนิลูกๆ ทั้งสามแต่ก็ไม่เคยลงมือลงโทษลูกๆ อย่างจริงจัง ความรักอย่างผิดๆ ที่เขามีต่อเด็กน้อยทั้งสาม ทำให้เด็กน้อยทั้งสามมีความกล้าที่จะลงมือต่อสองแม่ลูกอย่างร้ายกาจและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสองแม่ลูกไม่อาจจะทนอยู่ในจวนได้อีกต่อไปเมื่อเติบใหญ่ฉินซิงเหยาที่มีความสามารถในการหาเงินก็ได้พบรักกับท่านอ๋องผู้หนึ่ง นาง

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 14 การกลับมาของสามี

    ร้านฮวาเซียงที่จี้หยางจิ่วลงทุนเปิดเป็นกิจการลับๆ ของตนเองและเจียงฉิงฟางได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกค้าไม่ใช่แค่เพียงชาวบ้านธรรมดาอย่างที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้แต่ชนชั้นสูงในเมืองเทียนเฟิงก็ต่างกลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้านฮวาเซียง จี้หยางจิ่วจึงดำเนินการเปิดร้านสาขาที่สองในเมืองหลวง จากสาขาแรกเมื่อผ่านไปหลายเดือนก็กลายเป็นหลายสาขา ส่วนแบ่งก็ยังเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เงินทองที่ได้จากการปันผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเจียงฉิงฟางและลูกน้อยทั้งสามดีขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่เป็นหุ้นส่วนกับจี้หยางจิ่ว เจียงฉิงฟางก็ไม่ได้ออกไปขายของอีก ทุกวันนอกจากดูแลบ้าน ดูแลสวนและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ สำหรับร้านฮวาเซียงแล้วนางก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก จ้าวฉางเยี่ยน จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงก็มักจะไปเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านของเจิ้งชวนแทบจะทุกวัน พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้ากว่าเจิ้งชวนจะปล่อยกลับบ้านก็เกือบค่ำ ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นไม่ค่อยจะได้พบหน้าพวกนางสี่แม่ลูกเท่าใดนักยามที่จ้าวถิงฟงขี่ม้ากลับมาถึงบ้าน เขาหยุดม้าแล้วจ้องมองบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด เขาจากไปหลายปีส่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 13 ผู้สนับสนุนหลัก

    เจียงฉิงฟางได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ หากจี้หยางจิ่วไม่แนะนำตัวนางก็คงจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือนายวาณิชย์หลวงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกอย่างฉินซิงเหยา ดังนั้นนางจึงได้รู้เรื่องของจี้หยางจิ่วเป็นอย่างดีจี้หยางจิ่วผู้นี้คือบุตรชายคนที่เก้าของสกุลจี้ ถือกำเนิดจากมารดาที่เป็นอนุ ฐานะของเขาในจวนสกุลจี้จึงไม่สูงไม่ต่ำ มุ่งมั่นทำการค้าเพื่อให้ตนเองได้รับการยอมรับจากคนในสกุล จนผลสุดท้ายก็แยกมาเปิดร้านค้าจนประสบความสำเร็จยามนี้เขายังเป็นแค่เพียงหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ยังหาหนทางของตนเองไม่เจอ แต่วันหน้าเขาจะเป็นท่านเก้าผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ผู้เป็นใหญ่ในวังหลวงยังต้องเกรงใจ เดิมทีนางก็ตั้งใจว่าจะขายสูตรสบู่และเครื่องหอมแล้วนอนรอนับเงินอยู่ที่บ้านอย่างสบายอกสบายใจ แต่ยามนี้เมื่อได้พบกับว่าที่นายวาณิชย์ใหญ่จิตใจที่รักความสะดวกสบายของนางก็พลันฮึกเหิม นางลงมือแย่งชิงการค้าของนางเอกในนิยายมาอยู่ในมือก่อนแล้วทำไมจะแย่งชิงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกในนิยายมาไว้ในมือไม่ได้เล่า“ท่านนำคำพูดของข้ากลับไปคิดและไตร่ตรองให้ดีก่อนเถิด ตัวข้ามีสินค้าแต่ขาดเงินทุน ส่วนตัวท่านนั้นข้ารู้ว่าท่านมีทุนอยู่ในมือเพียงแต่ไม่รู้ว่าท่าน

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 12 หุ้นส่วน

    เจียงฉิงฟางรู้สึกยินดีที่ลูกๆ จะได้เรียนหนังสือกับเจิ้งชวน นางจึงพาลูกๆ แวะเวียนซื้อเนื้อและผักเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้นำมาทำเป็นอาหารเลี้ยงฉลองกับลูกๆ พอมาถึงบ้านท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือมีแขกสองคนมายืนรอนางและลูกๆ อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน“สะใภ้บ้านจ้าว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้เสียที” ผู้ดูแลร้านสกุลจี้เอ่ยทักออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี เขาเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเจียงฉิงฟางเขาจึงรีบแนะนำบุรุษที่ยืนเคียงข้างเขาในทันที“ท่านผู้นี้คือนายท่านของข้า นายท่านรู้สึกชื่นชอบสบู่หอมของเจ้าเป็นอย่างมากจึงให้ข้าพามาพบเจ้าเพื่อสอบถามวิธีการทำสบู่หอม และเครื่องหอมของเจ้าเหล่านั้น” คำพูดของผู้ดูแลร้านทำให้เจียงฉิงฟางพลันเลิกคิ้วขึ้น เขาจึงรีบอธิบายต่อในทันที“แน่นอนว่าย่อมจะต้องมีค่าตอบแทนให้เจ้าแน่” เมื่อผู้ดูแลเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มออกแล้วเชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน“เช่นนั้นก็เชิญท่านทั้งสองเข้าไปในบ้านของข้าก่อน” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเปิดประตูรั้วเดินนำเข้าไปในบ้าน“ขอเชิญพวกท่านนั่งรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเชื้อเชิ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 11 อาจารย์เจิ้ง

    สบู่หอมของเจียงฉิงฟางขายดีเกินคาด นางไม่ได้ขายแพงมากตั้งราคาที่ชาวบ้านธรรมดาพอจะซื้อหาได้ แม้ว่าสบู่ที่นางทำจะต้องใช้ทั้งถั่วเหลือง สมุนไพรหลายชนิดรวมไปถึงตับอ่อนหมู่ แต่เพื่อให้ขายในราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้นางจึงทำเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อลดต้นทุน ประกอบกับเมืองเทียนเฟิงที่อยู่ไม่ไกลเฟื่องฟูเพราะการเปิดเหมืองทองทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าหนิวพลอยมีกินมีใช้ตามไปด้วย“ท่านแม่วันนี้สบู่หอมของท่านขายหมดเลย” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ในใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าหากพวกนางขายสบู่หอมหมดก็หมายความว่าบ้านของพวกนางจะมีเงินมากยิ่งขึ้น“แต่ธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวของท่านแม่กลับยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยพลางนิ่งหน้าและจ้องมองมารดาที่เก็บร้านแล้ว“ท่านแม่ทำไมรีบเก็บร้านเล่าขอรับ ไม่ขายต่อแล้วหรือ” จ้าวฉางยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สินค้าหลักอย่างสบู่หอมขายหมดแล้วก็ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในวันนี้แล้ว อีกอย่างแม่ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บร้านเร็วอยู่แล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเก็บของที่เหลือใส่ตะกร้า นางคิดเอาไว้แล้วว่าธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวที่นางทำจะขาย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status