Share

บทที่ 3 เปลี่ยนไป

Penulis: BigM00N
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-17 16:41:16

เมื่อป้าเฉินเดินกลับเข้าไปในบ้านของนางแล้วเจียงฉิงฟางก็หันมาจ้องมองลูกของนางในทันทีแล้วจึงได้เอ่ยกับเด็กๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“พวกเจ้ากลับเข้าบ้านกันก่อนเถิด ต่อไปอย่าได้คิดหาเงินด้วยวิธีนี้อีก” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เด็กๆ นิ่วหน้าแล้วก็เป็นจ้าวฉางเยี่ยนก็เอ่ยคัดค้านคำพูดของนางด้วยสีหน้าดื้อดึง

“แล้วจะให้พวกข้าหาเงินด้วยวิธีไหน หรือว่าท่านแม่จะยินยอมมอบเงินในมือของท่านให้พวกข้าเล่า” คำพูดของเขาทำให้เจียงฉิงฟางเลิกคิ้วขึ้น นางจ้องมองเด็กอายุเจ็ดขวบทั้งสามคนที่ในยามนี้กำลังแสดงอาการต่อต้านนางอย่างเต็มที่

“อีกทั้งต่อให้พวกข้าไม่พูด คนเหล่านั้นก็ล้วนรู้เรื่องของท่านแม่ดี ชิ! สายแร่ทองคำอะไรนั่นก็แค่ข้ออ้างของท่านแม่ที่จะนำมาแก้ตัวเรื่องที่ท่านทำลงไปเพียงเท่านั้น” จ้าวฉางยวนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดูแคลนส่วนจ้าวฉางหนิงก็ไม่น้อยหน้าพี่ๆ เอ่ยวาจาต่อต้านนางออกมาเช่นเดียวกัน

“ใช่แล้ว! หากมีคนค้นพบสายแร่ทองคำจริงแล้วท่านแม่รู้คนอย่างท่านแม่ไม่มีทางบอกให้ผู้อื่นรู้หรอก เพราะท่านแม่เคยบอกกับข้าเองว่าหากอยากจะปล่อยข่าวลือสักเรื่องก็แค่ทำให้ดูลึกลับเข้าไว้แล้วบอกกับผู้อื่นว่า อย่าบอกใครนะ แล้วหลังจากนั้นทุกคนก็จะได้รับรู้เรื่องที่พวกเราต้องการจะปล่อยข่าวลือ” คำพูดของจ้าวฉางหนิงทำให้เจียงฉิงฟางทอดถอนใจออกมา

เจียงฉิงฟางที่อยู่ในนิยายเป็นสตรีที่เห็นแก่ตัว มีความเฉลียวฉลาดและมีความงามเป็นเลิศ สกุลจ้าวจึงได้เลือกนางมาเป็นสะใภ้ ข้อเสียที่ในนิยายเขียนเอาไว้ก็คือนางเป็นคนเห็นแก่ตัว และรักแต่ตนเอง ความเจ้าเล่ห์และร้ายกาจของเด็กๆ ล้วนเป็นนางที่ปลูกฝัง เมื่อเติบใหญ่ขึ้นมาเด็กน้อยทั้งสามจึงได้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่บิดเบี้ยว ทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเองไม่เคยสนใจชีวิตความเป็นอยู่ของผู้อื่น จึงได้กลายเป็นตัวร้ายที่คอยติดตามทำร้ายพระเอกกับนางเอกเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง

“พวกเจ้าล้วนเป็นคนที่มีความเฉลียวฉลาด แต่น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้พวกเจ้าได้รับการอบรมเลี้ยงดูมาอย่างผิดๆ แต่ช่างเถิดต่อจากนี้ข้าจะเป็นคนชี้แนะพวกเจ้าเอง พวกเจ้าจะได้รู้ว่าการอยู่ร่วมกับผู้อื่นต้องรู้จักคำนึงถึงคำว่าใจเขาใจเราด้วย” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เด็กๆ มีสีหน้ามึนงงด้วยไม่เข้าใจคำพูดของนาง แต่เจียงฉิงฟางหาได้สนใจพวกเขา ยามนี้สิ่งที่นางต้องการจะทำก็คือลดอคติที่เด็กๆ มีต่อมารดาของพวกเขาก่อนแล้วค่อยๆ ปลูกฝังความคิดที่อยู่ในร่องในรอยให้แก่เด็กๆ

“ช่างเถิด! วันนี้พวกเจ้าไม่ต้องออกไปเล่นข้างนอกแล้ว มาช่วยแม่จัดการกับลานบ้านกันดีกว่า” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามคนก็หันไปมองหน้ากันแล้วก็เป็นจ้าวฉางเยี่ยนที่ทดลองเอ่ยปากปฏิเสธออกมา

“หากพวกข้าอยากออกไปเล่นเล่า” ที่เขากล้าถามก็เพราะตั้งแต่มารดาของพวกเขาฟื้นคืนสติขึ้นมาจากการจมน้ำ นางก็ไม่เคยดุด่าพวกเขาด้วยถ้อยคำหยาบคาย อีกทั้งยังไม่เคยลงมือตีพวกเขาอย่างที่นางมักจะทำก่อนที่นางจะฟื้นคืนสติขึ้นมาจากการจมน้ำในแม่น้ำ

“หากพวกเจ้าอยากออกไปเล่นก็ย่อมจะได้ เพียงแต่ก่อนจะออกไปพวกเจ้าช่วยงานแม่ก่อน” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กทั้งสามมีทีท่าว่าจะขัดขืน แต่เมื่อเจียงฉิงฟางเริ่มเท้าเอวพวกเขาก็รีบเดินกลับข้าไปในบ้านทันที

“พวกเจ้าช่วยแม่ถอนหญ้าบริเวณนี้ให้เสร็จแล้วจึงค่อยออกไปก็แล้วกัน” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี่เด็กทั้งสามก็เบิกตากว้างแล้วเอ่ยออกมาพร้อมกันในทันที

“เมื่อไหร่จะเสร็จ” คำพูดจองพวกเขาทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมาในทันทีแล้วจึงเอ่ยกับพวกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

“รีบลงมือเถิดหากมัวชักช้าแล้วฟ้ามืดขึ้นมาจะออกไปเล่นไม่ได้แล้วนะ” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กทั้งสามก็รีบลงมือถอนหญ้าบริเวณลานหน้าบ้านในทันที ส่วนเจียงฉิงฟางก็ลงมือเก็บกวาดลานบ้าน จัดการกับสวนที่รกร้างให้กลับมาสะอาดเอี่ยมอย่างเช่นในความทรงจำของนางอีกครั้ง ในนิยายไม่ได้เขียนเอาไว้ว่าจ้าวถิงฟงกลับมารับลูกๆ ของเขาเข้าเมืองหลวงเมื่อไหร่ ดังนั้นนางที่ต้องเลี้ยงดูเด็กสามคนตามลำพังจะต้องพยายามทำให้พวกเขาอยู่ดีกินดีมากที่สุด โชคดีที่เจ้าของร่างเก่ารู้จักซุกซ่อนเงินทองเอาไว้ก่อนที่จะตกน้ำ ทำให้นางยังพอเหลือเงินอยู่บ้าง แม้ว่าจะเหลืออยู่ไม่มากแต่หากรู้จักกินรู้จักใช้ย่อมจะไม่มีทางอดตายอย่างแน่นอน

“ท่านแม่ ท่านทำอะไร” คำถามของจ้าวฉางเยี่ยนทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมาแล้วเอ่ยกับเด็กๆ ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ

“ข้าก็กำลังปลูกผักเอาไว้กินอย่างไรเล่า แปลงเก่าของท่านปู่ท่านย่าของพวกเจ้าถูกปล่อยทิ้งร้างมานานแล้ว ถึงเวลาที่จะพลิกฟื้นขึ้นมาเพาะปลูกอีกครั้งพอดี” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เด็กน้อยทั้งสามนิ่วหน้า

“ท่านแม่เคยบอกกับข้าว่า ผักและเนื้อพวกเราสามารถซื้อกินได้ ไม่จำเป็นต้องเพาะปลูกให้ลำบาก มิใช่หรือเจ้าคะ” คำถามของจ้าวฉางหนิงทำให้เจียงฉิงฟางขมวดคิ้ว แล้วนางจึงได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความจริงจัง

“นั่นเป็นเพราะเมื่อก่อน แม่ไม่รู้จักชีวิตดีพอ ยามนี้แม่รู้แล้วว่าเงินไม่ได้ร่วงหล่นลงมาจากฟ้า ผักและเนื้อก็ไม่อาจจะซื้อหาได้หากไม่มีเงินดังนั้นหากช่วงนี้พวกเรายังหาเงินไม่ได้ก็จำต้องลดรายจ่ายลง” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางปัดดินออกจากมือและเสื้อผ้าแล้วจึงทำการรดน้ำลงไปบนแปลงผักที่พึ่งจะโปรยเมล็ดผักลงไป

“เงินของท่านแม่หมดแล้วจริงๆ ด้วย” จ้าวฉางหนิงอุทานออกมาแล้วจึงหันไปมองจ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนด้วยสีหน้ากังวล

“ผู้ใดบอกว่าเงินของแม่หมดแล้ว ไป! วันนี้พวกเราแม่ลูกออกไปใช้เงินกันดีกว่า พวกเจ้ายังถอนหญ้าไม่เสร็จก็ไม่เป็นไรเอาไว้พรุ่งนี้ค่อยทำก็แล้วกัน” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็จ้องมองนางด้วยความประหลาดใจในทันที

“ไปใช้เงินหรือพวกข้าไม่เคยได้ใช้เงินของท่านแม่เลย” เมื่อจ้าวฉางยวนเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ร้องฮึ! ออกมาในทันที

“เจ้าเด็กพวกนี้ ข้าไม่ได้พาพวกเจ้าออกไปใช้เงินด้วยก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เคยใช้เงินซื้อของให้พวกเจ้านี่ มาเถิด วันนี้ข้าใจดีจะซื้อเสื้อผ้าให้พวกเจ้าอีกคนละสองชุด” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางมองดูเสื้อผ้าที่ทั้งเก่าและสั้นเต่อของเด็กน้อยทั้งสาม ในใจก็คิดตำหนิผู้เป็นเจ้าของร่างนี้ที่รักแต่ตัวเอง เสื้อผ้าของนางทั้งใหม่และงดงาม นางซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้ตนเองแทบจะทุกฤดูกาล ในขณะที่เสื้อผ้าของลูกๆ ของนาง นางซื้อให้พวกเขาสวมใส่ก็แค่เพื่อป้องกันคำครหาจากผู้คนภายนอกเพียงเท่านั้น สาเหตุที่เมื่อโตขึ้นเด็กทั้งสามกลายเป็นตัวร้ายในนิยายน่าจะเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงดูในวัยเด็กอยู่ไม่น้อยเลย

“พี่ใหญ่ทำไมช่วงนี้ท่านแม่จึงได้เปลี่ยนไป” จ้าวฉางยวนหันไปกระซิบถามพี่ชายเสียงเบา จ้าวฉางเยี่ยนจึงได้เอ่ยตอบน้องชายด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“นางจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้สักกี่วัน เจ้ารอดูเถิดนางหายจากอาการขวัญเสียเมื่อไหร่ก็คงจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมแน่” คำพูดของจ้าวฉางเยี่ยนเจียงฉิงฟางย่อมจะได้ยิน แต่นางไม่คิดจะแก้ตัวให้ตนเองด้วยตัวนางก็ไม่รู้ว่าตนเองจะได้อยู่ในร่างนี้อีกนานเพียงใด

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   ตอนพิเศษ คุณนายจ้าวและจอมเจ้าเล่ห์ทั้งสี่

    เจียงฉิงฟางโลดแล่นอยู่ในวงการบันเทิงยาวนานหลายปี ในฐานะนักแสดงเธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงกอบโกยรางวัลอย่างมากมาย ในฐานะนักธุรกิจ ธุรกิจของเธอประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก บริษัทของเธอก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ เธอที่เป็นทั้งผู้บริหารสูงสุดและหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์หลักย่อมจะมีความภาคภูมิใจมากกว่าคนอื่น แน่นอนว่าเงินปันผลกำไรที่ได้รับก็ย่อมจะสูงกว่าคนอื่นไปด้วย เจียงฉิงฟางจึงไม่มีความกังวลด้านหน้าที่การงานและด้านทรัพย์สินเงินทองเลย“ฉันเป็นแม่ที่ไม่ได้เรื่องใช่ไหมคะ” เจียงฉิงฟางพูดกับสามีเมื่อพบว่าลูกแฝดทั้งสามของเธอไปก่อปัญหาที่โรงเรียนอีกแล้ว“ไม่ใช่ไม่ได้เรื่องหรอก แต่เป็นเพราะลูกๆ ของพวกเราได้รับความใส่ใจมากจนเกินไปต่างหาก” จ้าวถิงฟงพูดกับเธอพร้อมกับดึงร่างของเธอไปโอบกอดเอาไว้ ตอนนี้ทั้งเขาและเธอแต่งงานกันมาหลายปีแล้ว แถมตอนนี้ยังมีฝาแฝดทั้งสามที่คอยปั่นป่วนชีวิตอันราบเรียบของเขาและเธอก่อนหน้านี้จ้าวถิงฟงเคยอ่านนิยายเรื่องหนึ่ง ในนิยายเรื่องนั้นเขียนถึงพ่อของตัวละครหลักที่มีชื่อเดียวกันกับเขา คนที่ไม่ได้ชื่นชอบการอ่านหนังสือที่ไร้สาระถึงกับอ่านนิยายเล่มนั้นจนจบ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 71 เคียงข้างกันตลอดไป

    เจียงฉิงฟางใช้ชีวิตปีแล้วปีเล่าอย่างมีความสุข บุตรชายคนโตจ้าวฉางเยี่ยนเป็นแม่ทัพน้อยผู้องอาจ เมื่อเติบใหญ่ก็ได้หมั้นหมายและแต่งงานกับคุณหนูผู้งดงามจากจวนเสนาบดีลิ่วนามลิ่วเจียหราน ส่วนบุตรชายคนรองจ้าวฉางยวนได้เข้าสำนักราชบัณฑิต เป็นบัณฑิตหลวงผู้ทรงภูมิเมื่อเติบใหญ่ได้หมั้นหมายและแต่งงานกับคุณหนูใหญ่จวนสกุลลู่นามลู่หลิง เป็นคู่เหมยเขียวม้าไม้ไผ่ที่อยู่ในสายตาของผู้อาวุโสของทั้งสองจวนมาโดยตลอดบุตรสาวคนเดียวอย่างจ้าวฉางหนิง ผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของจวนได้รับราชโองการพระราชทานสมรสแต่งเข้าตำแหนักบูรพา ยามที่องค์ชายสามได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทสิ่งแรกที่กราบทูลขอจากฝ่าบาทก็คือการพระราชทานสมรสกับคุณหนูจวนแม่ทัพอย่างจ้าวฉางหนิง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทุกคนคาดการณ์เอาไว้ได้อยู่แล้วส่วนบุตรชายคนเล็กอย่างจ้าวฉางหยวนก็ได้แต่งกับบุตรสาวของจี้หยางจิ่ว จี้เซวียหลัน แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่ทั้งจ้าวถิงฟงและเจียงฉิงฟางคาดไม่ถึงแต่ตอนที่บุตรชายคนเล็กมาขอให้พวกเขาส่งแม่สื่อไปที่จวนสกุลจี้ พวกเขาก็ต่างพากันยินดี จวนแม่ทัพสกุลจ้าวและจวนสกุลจี้มีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาโดยตลอด ยามนี้เมื่อได้เกี่ยวดองเ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 70 ความสุขของตนเอง

    ความเจ็บปวดจากการคลอดบุตรทำเจียงฉิงฟางแทบจะสิ้นไร้เรี่ยวแรง ตายามที่ได้เห็นบุตรชายคนเล็กที่แม้ว่าจะคลอดก่อนกำหนดแต่ขนาดเนื้อตัวกลับใหญ่กว่าทารกทั่วไปความเจ็บปวดที่ได้รับก็ดูเหมือนว่าจะคุ้มค่า“แข็งแรงดีทั้งแม่ทั้งลูก ขอท่านแม่ทัพอย่าได้กังวล” เสียงของลู่เหมยทำให้เจียงฉิงฟางได้สติ สตรีวัยกลางคนที่กำลังอุ้มบุตรชายคนเล็กคือลู่เหมยมารดาแท้ๆ ของร่างนี้ จ้าวถิงฟงที่นั่งจับมือนางอยู่ย่อมจะเห็นสายตาของนางเขาจึงเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ท่านแม่ยายเป็นห่วงเจ้า ถึงอย่างไรตอนที่เจ้าคลอดลูกที่หมู่บ้านต้าหนิวนางก็เคยมาอยู่กับเจ้า อีกทั้งนางยังเป็นห่วงเจ้ามากข้าก็เลย...” จ้าวถิงฟงเอ่ยเพื่อแก้ตัว ยามที่เห็นว่าเจียงฉิงฟางต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความเจ็บปวดเขาก็ดูเหมือนว่าจะทำอันใดไม่ถูก พอลู่เหมยบอกว่านางเคยอยู่กับเจียงฉิงฟางตอนที่นางคลอดลูกแฝดทั้งสาม อีกทั้งเขาก็จำได้ว่าตอนคลอดครั้งนั้นลู่เหมยเคยช่วยเจียงฉิงฟางเอาไว้ได้จริงๆ เขาจึงยอมให้นางเข้ามาในห้องคลอดเป็นกรณีพิเศษ“แล้วคนอื่นๆ เล่า” เจียงฉิงฟางเอ่ยถามด้วยสีหน้าหนักอึ้ง จ้าวถิงฟงจึงได้เอ่ยกับนางตามตรง“เจ้าวางใจเถิด ข้าจะไม่ปล่อยให้พวกเขามากวนใ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 69 คลอดก่อนกำหนด

    ร้านฮวาเซียงยังคงทำกำไรให้แก่เจียงฉิงฟางอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าช่วงหลังมานี้เจียงฉิงฟางจะไม่ได้คิดค้นสูตรเครื่องหอมกลิ่นใหม่ๆ ออกมา แต่เพราะจี้หยางจิ่วขยายร้านสาขามากขึ้นยอดขายและผลกำไรจึงมากขึ้นโดยที่เจียงฉิงฟางไม่ต้องทำอันใด นางเชื่อว่ายามนี้หากไม่นับท้องพระคลังหลวงและจี้หยางจิ่ว คนที่มีเงินมากที่สุดในเมืองหลวงย่อมจะต้องเป็นนาง“มีเงินมากหน่อยนับเป็นเรื่องดี แต่เรื่องที่ควรใส่ใจมากที่สุดก็คือท้องจะต้องอิ่มเข้าไว้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางมอบถุงเงินให้แก่พ่อบ้านใหญ่สวีไปซื้อที่ดินสำหรับทำการเกษตรเพิ่ม“ขอฮูหยินโปรดวางใจ ที่ดินอีกหลายสิบหมู่ที่ข้าจะซื้อเพิ่มเป็นที่ดินที่ดีเหมาะแก่การเพาะปลูก คนงานที่ข้าว่าจ้างล้วนเป็นกลุ่มชาวบ้านยากจนที่ขยันขันแข็ง ข้าแจ้งกับพวกเขาแล้วว่าขอแค่พวกเขาสามารถทำให้ที่ดินของฮูหยินผลิดอกออกผล ฮูหยินย่อมจะไม่ตระหนี่กับพวกเขา หลังจากนี้ทุกครัวเรือนที่ทำงานให้ฮูหยินจะต้องหลุดพ้นจากความอดอยากกินอิ่มนอนอุ่นทุกครัวเรือนอย่างแน่นอน” เมื่อพ่อบ้านใหญ่สวีเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็พยักหน้า“มีท่านคอยช่วยทำงานให้เช่นนี้ ข้าก็รู้สึกวางใจ” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางยิ้มออกมาคำพูดของนางทำ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 68 ไร้ซึ่งความกังวล

    เสิ่นไทเฮาทรงเอนพระวรกายอยู่บนแท่นพระบรรทมด้วยสีพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความสงบ ยามนี้จวนชิ่งกั๋วกงไร้อำนาจอย่างแท้จริงแล้ว แม้ว่าคนของพระนางในราชสำนักจะเริ่มเหินห่างแต่คนในวังหลวงยังคงใช้งานได้ดังเดิม สิ่งที่พระนางทรงกำลังครุ่นคิดหาวิธีอยู่ก็คือจะทำอย่างให้อำนาจของจวนชิ่งกั๋วกงคืนกลับมาได้อีกครั้งเพียงเท่านั้น“ฉินซิงเหยาถูกคนขององค์ชายหกปลิดชีพไปแล้วเพคะ” เสียงรายงานของจางหมัวมัวทำให้เสิ่นไทเฮาทรงแย้มพระสรวลออกมา“เห็นทีว่าจะข้าจะเก็บอวิ๋นเอ๋อร์เอาไว้ไม่ได้แล้ว ขนาดคนอยู่ในคุกหลวงเขายังยื่นมือของตนเองลงไปจัดการได้ หากปล่อยเขาเอาไว้วันหน้าเขาอาจจะหันกลับมาทำร้ายข้าก็เป็นได้” เมื่อเสิ่นไทเฮาทรงตรัสเช่นนี้จางหมัวมัวก็ขานรับแล้วหันไปสั่งนางข้าหลวงที่เคยวางยาในกำยานขององค์ชายหกหาวิธีทำให้คนในวังคิดว่าองค์ชายหกทนรับความเจ็บปวดจากการสูญเสียดวงตาไม่ไหวจึงได้ปลิดชีพของตนในตำหนักอย่างเงียบเชียบ นางข้าหลวงรีบขานรับแล้วทำตามวิธีที่พวกนางเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนในยามที่คิดจะกำจัดคนในตำหนักอันห่างไกลสุดท้ายองค์ชายหกก็ต้องสิ้นพระชนม์ลงด้วยฝีมือของนางข้าหลวงของเสิ่นไทเฮา ความโปรดปรานที่พระนางมีต่อองค์

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 67 จุดจบของฉินซิงเหยา

    เสิ่นไทเฮาทรงประชวรจนหมดสติไป แม้ว่าจะมีเรื่องที่เคยขัดแย้งกันแต่ถึงอย่างไรพระนางก็คือพระมารดาผู้ให้กำเนิด เซียวฉีฮ่องเต้จึงทรงเสด็จไปที่ตำหนักโซ่วหัวด้วยพระองค์เอง เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นว่าพระราชมารดาทรงทุกข์พระทัยจนสุขภาพทรุดโทรม เซียวฉีฮ่องเต้ก็พระทัยอ่อนยกเลิกคำสั่งกักบริเวณพระราชมารดาในทันที“หม่อมฉันชรามากแล้วต่อให้ฝ่าบาททรงยกเลิกโทษกักบริเวณหม่อมฉันก็ไปที่ไหนไม่ได้หรอกเพคะ” เสิ่นไทเฮาทรงตรัสออกมาด้วยพระสุรเสียงอ่อนแอ แต่ถ้อยคำของพระนางก็ทำให้ในพระทัยของเซียวฉีฮ่องเต้พลันมืดครึ้มขึ้นมาอีกครั้ง“แล้วเสด็จแม่อยากให้ลูกทำเช่นไร หรือจะให้ลูกยกเลิกเรื่องการเนรเทศสกุลเสิ่นออกจากเมืองหลวง” เซียวฉีฮ่องเต้ทรงตรัสออกมาด้วยสีพระพักตร์ที่ไม่ค่อยจะดีนัก ในฐานะที่เป็นพระราชมารดามีหรือที่เสิ่นไทเฮาจะทรงคาดเดาสีพระพักตร์ของเซียวฉีฮ่องเต้ไม่ได้ พระนางจึงรีบปฏิเสธในทันที“หม่อมฉันจะไปขอความเมตตาให้พวกเขาทำไมกันเล่าเพคะ พวกเขาทำให้ฝ่าบาททรงขุ่นเคืองพระทัยย่อมจะต้องได้รับโทษ เพียงแต่ยามนี้หญิงชราเช่นหม่อมฉันรู้สึกว้าเหว่อยู่บ้าง ในใจก็ย่อมจะคิดถึงลูกหลานที่เคยมาเยี่ยมเยียน” เมื่อพระนางตรัสออกมาเช่น

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status