Share

บทที่ 4 ตัวประกอบ

Author: BigM00N
last update Last Updated: 2026-01-17 16:41:38

ตลาดของหมู่บ้านต้าหนิวยังคงเงียบเหงาเหมือนในความทรงจำของเจียงฉิงฟางที่อยู่ในนิยาย แต่สำหรับเจียงฉิงฟางที่พึ่งจะทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้กับรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับร้านรวงต่างๆ ในหมู่บ้าน แม้จะมีอยู่แค่เพียงไม่กี่ร้านแต่ของกินของใช้ล้วนมีวางขายอย่างครบครัน

“พวกเจ้าอยากกินหรือไม่” เจียงฉิงฟางเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าเด็กน้อยทั้งสามมีสายตาจดจ่ออยู่ที่ถังหูลู่เสียบไม้ที่มีสีสันแวววาวน่ากิน

“ไม่เป็นไรขอรับ ท่านแม่บอกว่าจะซื้อผ้าใหม่ให้พวกข้ามิใช่หรือ ท่านเก็บเงินเอาไว้ซื้อเสื้อผ้าให้พวกข้าจะดีกว่า” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยออกมาอย่างเด็ดเดี่ยวแม้ว่ายามนี้เขาจะละสายตาจากถังหูลู่ไม่ได้ ส่วนจ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงแม้ว่าจะไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาแต่พวกเขาก็ยกให้การตัดสินใจของจ้าวฉางเยี่ยนเป็นเรื่องที่ถูกต้องเสมอ

“แค่ถังหูลู่ไม่กี่ไม้ ไม่ทำให้ข้าซื้อเสื้อผ้าให้พวกเจ้าไม่ได้หรอก เพียงแต่ต่อไปหากอยากกินอยู่อย่างไม่ลำบากพวกเราจำต้องรู้จักเก็บออมเอาไว้บ้าง ดังนั้นวันนี้แม่จะซื้อถังหูลู่ให้พวกเจ้าคนละไม้ก็แล้วกัน กินแค่พอดี ใช้เท่าที่จำเป็น เพียงเท่านี้พวกเราก็จะได้มีชีวิตอยู่อย่างไม่ลำบากแล้ว” คำพูดของเจียงฉิงฟางทำให้เด็กทั้งสามหันไปมองหน้ากันด้วยความยินดี มารดาของพวกเขาไม่เคยยินยอมซื้อถังหูลู่หรือขนมแป้งทอดให้พวกเขากินเลยสักครั้ง ทำให้พวกเขาต้องดิ้นรนหาหนทางกันเอาเอง แม้กระทั่งข่มขู่เพื่อรีดไถเงินทองจากเด็กที่เล่นด้วยกันพวกเขาก็เคยทำมาแล้วเพื่อที่จะได้มีเงินมาซื้อของกินของใช้ที่พวกเขาอยากได้

“วันหน้าหากพวกเจ้าอยากได้อะไรก็จงมาถามแม่ก่อน หากแม่พอจะซื้อให้ได้แม่ก็ยินดีที่จะซื้อให้พวกเจ้า แต่หากซื้อไม่ได้ก็คงต้องช่วยกันคิดหาวิธี แต่แน่นอนว่าก่อนที่พวกเจ้าจะเอ่ยปากจงคิดให้ถี่ถ้วนว่าของที่พวกเจ้าอยากได้สำคัญหรือไม่ อีกทั้งจงคิดคำนึงด้วยว่าแม่ไม่ได้มีเงินมาก เพราะฉะนั้นของที่พวกเจ้าอยากได้ต้องไม่เกินฐานะของพวกเรามากจนเกินไป ไม่เช่นนั้นต่อให้ขบคิดจนหัวแทบแตกพวกเจ้าก็ไม่มีทางทำให้แม่ซื้อของชิ้นนั้นให้พวกเจ้าได้หรอก” เจียงฉิงฟางเอ่ยหลังจากที่เด็กๆ ได้รับถังหูลู่คนละไม้แล้ว พวกเขาขานรับพลางรีบกินถังหูลู่ในมือด้วยสีหน้าเบิกบาน เจียงฉิงฟางไม่มั่นใจนักว่าเด็กทั้งสามได้ฟังคำพูดของนางไหม แต่สิ่งที่นางต้องการก็คือพยายามพูดและทำให้เด็กๆ ค่อยๆ ซึมซับคำสอนที่นางคิดว่าจะสามารถช่วยให้ความคิดอ่านและนิสัยใจคอของเด็กๆ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น

เดินมาได้เพียงครู่เดียวเจียงฉิงฟางก็มาถึงร้านผ้าสกุลจี้ ทันทีที่นางก้าวเท้าเข้าไปในร้าน ผู้ดูแลร้านก็ออกมาต้อนรับนางด้วยตนเองในทันที

“สะใภ้บ้านจ้าว วันนี้มีผ้าไหมอย่างดีให้เจ้าเลือกหลายชิ้นเลยนะ เจ้าจะซื้อไปตัดเย็บเองหรือว่าจะให้ช่างของเราตัดเย็บให้ก็ได้ รับรองว่าข้าจะลดราคาให้เจ้าเป็นพิเศษเลย” เมื่อผู้ดูแลเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มออกมา

ร้านผ้าสกุลจี้แห่งนี้คือร้านผ้าร้านเดียวในหมู่บ้าน นอกจากจะมีผ้าให้เลือกซื้อแล้วยังมีเสื้อผ้าที่ตัดเย็บเอาไว้แล้ววางขายอยู่ เจียงฉิงฟางคือลูกค้าชั้นดีของร้าน นางจึงได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีเช่นนี้

“วันนี้ข้าตั้งใจว่าจะมาเลือกซื้อเสื้อผ้าให้ลูกๆ ของข้าสักคนละสองชุด ไม่ทราบว่าที่ร้านมีเสื้อผ้าที่ตัดเย็บแล้วในขนาดที่พอดีกับลูกๆ ของข้าหรือไม่” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้ผู้ดูแลร้านก็จ้องมองเด็กทั้งสามอย่างละเอียดอีกครั้งแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์

“ที่ตัดเย็บเอาไว้แล้วและพอดีกับขนาดตัวของลูกๆ ของเจ้าย่อมจะมี เพียงแต่มีราคาแพงระดับหนึ่งเนื่องจากเป็นผ้าชั้นดี ข้ารับรองว่าหากลูกๆ ของเจ้าสวมใส่พวกเขาจะต้องโดดเด่นกว่าเด็กคนอื่นๆ ในหมู่บ้านแน่” เมื่อผู้ดูแลร้านผ้าเอ่ยเช่นนี้ก็มีเสียงเย้ยหยันมาจากทางด้านหลังในทันที

“คนอย่างเจียงฉิงฟางมีหรือที่จะยอมทุ่มเทเงินซื้อเสื้อผ้าดีๆ ให้ลูกของนางใส่ หากเอาไปปรนเปรอบุรุษยังน่าจะเป็นไปได้มากกว่า”

“เจียงฉิงเหยาคนอย่างเจ้าไม่คิดจะพูดจาดีๆ แบบคนอื่นบ้างเลยหรือ หากไม่พูดจาส่อเสียดก็ชอบติฉินนินทาผู้อื่น หากข้าเป็นคนในบ้านสามีของเจ้าก็คงไม่กล้าปล่อยให้เจ้าออกจากบ้านแน่” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแดกดัน ในใจของนางก็คิดว่าแม้ว่านางจะไม่ใช่เจียงฉิงฟางคนเดิมแต่เรื่องการโต้เถียงกับผู้อื่นนางก็ไม่คิดจะน้อยหน้าเจ้าของร่างเดิมอย่างเด็ดขาด

“เหตุใดพวกเขาจะต้องไม่อยากให้ข้าออกจากบ้านด้วย” เจียงฉิงเหยาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงงุนงงทำให้เจียงฉิงฟางเอ่ยตอบกลับไปด้วยความสาแก่ใจ

“ก็ปากของเจ้าเน่าเหม็นเพียงนี้ บ้านสามีของเจ้าไม่คิดกังวลบ้างเลยหรือว่าวันหน้าคนเช่นเจ้าอาจจะหาเรื่องเดือดร้อนให้พวกเขา” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงเหยาก็พลันเอ่ยออกมาอย่างด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยโทสะ

“เมื่อหลายวันก่อนข้าได้ยินน้องฉิงหร่วนพูดว่าเจ้าคิดจะหนีตามบุรุษแต่กลับพลัดตกน้ำตายไปเสียก่อน คิดไม่ถึงว่าหลังจากนางนำร่างไปส่งที่บ้านแล้วคนเช่นเจ้าจะฟื้นขึ้นมาได้เช่นนี้ หึหึ หากข้าเป็นคนของบ้านสามีของเจ้าแล้วได้เห็นว่าเจ้าไม่ได้ตายแต่กลับทำหน้าหนากลับบ้านมาเช่นนี้ข้าก็คงจะจับเจ้าใส่กรงหมูถ่วงน้ำไปนานแล้ว” คำพูดของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางร้อง ฮึ! ออกมา

เจียงฉิงเหยาคนนี้คือญาติผู้พี่ของเจียงฉิงฟาง พวกนางสองคนไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าใดนัก เดิมทีเจียงฉิงเหยาได้แต่งกับบุตรชายหัวหน้าหมู่บ้านนับว่ามีหน้ามีตาที่สุดในบรรดาคนรุ่นเดียวกันของสกุลเจียง ต่อมาเมื่อเจียงฉิงฟางได้แต่งกับจ้าวถิงฟงซึ่งถือว่าเป็นคนที่ร่ำรวยคนหนึ่งในหมู่บ้าน เจียงฉิงฟางก็กลายเป็นคนที่มีหน้ามีตาในสกุลเจียงแทน ทำให้เจียงฉิงเหยามักจะพูดจาค่อนแคะเจียงฉิงฟางตลอดเวลาว่านางแต่งงานก็เพราะเงิน

คนทั้งสองโต้เถียงกันผลัดกันรุกผลัดกันรับ ทะเลาะตบตีกันจนกลายเป็นภาพจำของเด็กๆ ไปแล้ว โดยเฉพาะจ้าวฉางหนิงที่จดจำคำพูดและการกระทำของมารดาไปจนโต จนทำให้ทุกครั้งที่ได้พบกับนางเอกของเรื่องจ้าวฉางหนิงก็มักจะพูดจากระทบกระทั่งและลุกลามไปจนถึงใช้กำลังกับนางเอกของเรื่องจนกลายเป็นที่เกลียดชังของพระเอก

วันนี้เจียงฉิงฟางตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะสอนเด็กๆ ให้เป็นคนดี แต่เมื่อได้พบกับคนอย่างเจียงฉิงเหยาเข้า คนที่เดิมทีก็ไม่ใช่คนดีอย่างเจียงฉิงเหยาก็พลันลืมเลือนความตั้งใจเดิมเผยธาตุแท้ของตนก่อนที่จะได้ทะลุมิติมาในนิยายเรื่องนี้ด้วยการโต้เถียงเจียงฉิงเหยาอย่างไม่คิดจะยอมพ่ายแพ้ในทันที

“บังเอิญเสียจริงที่ยามนี้คนในบ้านสามีของข้ามีแค่เพียงลูกๆ ผู้น่ารักของข้าเพียงเท่านั้น” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางหันไปมองเด็กๆ แล้วเอ่ยออกมาในทันที

“ต้าฉาง เอ้อฉาง เสี่ยวฉาง พวกเจ้าคิดว่าคนอย่างแม่สมควรถูกจับถ่วงน้ำหรือไม่ ไม่! พวกเจ้าไม่ต้องตอบแม่ แม่ก็รู้แล้วว่าพวกเจ้าทำกับแม่ไม่ลงหรอก เพราะนอกจากแม่จะไม่ได้หนีตามบุรุษไปอย่างที่นางเอ่ยมาแล้ว แม่ยังเป็นคนจิตใจดีด้วยการซื้อเสื้อผ้าให้เจ้าถึงคนละสามชุดไปเลยทีเดียว” เมื่อเอ่ยจบเจียงฉิงฟางก็หันไปทางผู้ดูแลร้านแล้วเอ่ยออกมาในทันที

“เลือกชุดที่พอดีตัวกับลูกข้ามาคนละสามชุด เอาตัวที่เจ้าเอ่ยว่าเป็นผ้าเนื้อดีแต่แพงนั่นก็ได้ อ้อ! อย่าลืมลดราคาให้ข้าด้วยเล่า อย่าให้ข้ารู้ภายหลังเชียวว่าเจ้าขายให้ข้าในราคาที่แพงเกินกว่าราคาจริง ไม่เช่นนั้นวันหน้าต่อให้ข้าต้องเสียเงินค่ารถม้าเพื่อไปสั่งตัดเสื้อผ้าที่ร้านอื่น ข้าก็ยินดีที่จะทำ” ถ้อยคำของเจียงฉิงฟางทั้งเด็ดขาดและหนักแน่นจนทำให้ผู้ดูแลร้านรีบเอ่ยปากรับคำแล้วหันไปสั่งให้ลูกจ้างของร้านจัดเตรียมชุดสำหรับลูกๆ ของเจียงฉิงฟางในทันที สายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาของเจียงฉิงเหยาทำให้เจียงฉิงฟางยิ้มออกมา ในใจก็ได้แต่คิดว่าตอนอยู่ในโลกของตนเองก็เป็นแค่ตัวประกอบพอทะลุมิติเข้ามาก็ยังเป็นแค่ตัวประกอบอีก แถมยังเป็นตัวประกอบที่ควรจะตายไปแล้วเสียด้วย

'ไม่! ข้าจะไม่ยอมเป็นตัวประกอบที่ถูกลิขิตให้ตายตั้งแต่ต้นเรื่องอีกต่อไปแล้ว หลังจากนี้ข้าจะเป็นตัวประกอบที่มีชีวิตที่ดีที่สุดในนิยายเรื่องนี้ อิจฉาข้าหรือ ได้เลย ต่อไปนี้ข้าจะทำให้เจ้าอิจฉาข้ายิ่งกว่านี้ และจะทำให้เจ้าอิจฉาจนแทบจะกระอักโลหิตออกมาแน่' นี่คือความตั้งใจอันแน่วแน่ของเจียงฉิงฟางแม้จะรู้ดีว่าหลังจากนี้นางอาจจะต้องเผชิญเรื่องราวที่เต็มไปด้วยขวากหนามแต่ในใจของนางกลับไม่คิดจะยอมแพ้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 16 พาคนมาส่ง

    จ้าวถิงฟงจ้องมองภรรยาและลูกด้วยความอิ่มเอมใจ ในใจของเขาเฝ้าฝันถึงการได้กลับมาพบกันนับครั้งไม่ถ้วนของเขา กับภรรยาและลูกๆ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าการที่ได้กลับมาพบกันจริงๆ แล้วจะก่อให้เกิดความสุขใจได้มากถึงเพียงนี้“ท่านพ่อ ท่านจะกลับมาอยู่กับพวกข้าแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ” จ้าวฉางหนิงขยับกายลุกขึ้นแล้วเดินมาจับชายแขนเสื้อของเขาด้วยท่าทีออดอ้อน จ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนก็ต่างขยับกายลุกขึ้นแล้วจ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง จ้าวถิงฟงจึงได้ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ข้าจะอยู่กับพวกเจ้า แต่พวกเราจะไม่อยู่ที่นี่พ่อจะพาพวกเจ้าเข้าไปอยู่ที่เมืองหลวงด้วยกัน” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เด็กน้อยทั้งสามก็หันมาจ้องมองเจียงฉิงฟางในทันที“แล้วท่านแม่เล่า” เมื่อจ้าวฉางหนิงเอ่ยถามเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็หันมาเอ่ยกับเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนในทันที“ท่านแม่ของพวกเจ้าก็ต้องไปด้วยกันสิ ข้าตั้งใจจะมารับทั้งนางและพวกเจ้าไปอยู่ด้วยกัน ยามนี้พ่อมีจวนเป็นของตนเองอยู่ในเมืองหลวงแล้ว ทั้งใหญ่โตและโอ่อ่า พ่อขอรับรองว่าเมื่อพวกเจ้าไปอยู่ที่นั่นพวกเจ้าจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่าอย

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 15 การกลับมาของบิดา

    หากเป็นไปตามเนื้อหาในนิยาย ยามนี้ที่โรงเตี๊ยมในตลาดคงจะมีผู้ติดตามของจ้าวถิงฟงรออยู่ที่นั่น หนึ่งในผู้ติดตามก็คือฉินซิงเหยาผู้เป็นนางเอกของเรื่องและโจวซิ่วหลันมารดาของนาง สองแม่ลูกคู่นี้คือคนในครอบครัวของผู้มีพระคุณของจ้าวถิงฟง ตอนที่จ้าวถิงฟงมารับลูกๆ กลับเมืองหลวงพวกนางก็ติดตามมารับด้วยตามเนื้อหาในนิยายจ้าวถิงฟงคือแม่ทัพใหญ่ที่ไม่มีฮูหยิน คนที่คอยดูแลจวนแม่ทัพให้เขาก็คือโจวซิ่วหลันภรรยาหม้ายของพี่น้องร่วมสาบานในกองทัพของเขา เดิมทีโจวซิ่วหลันมุ่งหวังที่จะขยับฐานะขึ้นมาเป็นฮูหยินของเขา แต่เพราะลูกๆ ของเขาไม่เห็นด้วยโจวซิ่วหลันจึงเป็นได้แค่คนดูแลจวนให้จ้าวถิงฟงเพียงเท่านั้นสองแม่ลูกอยู่ในจวนแม่ทัพอย่างไร้ฐานะ ถูกดูหมิ่นและถูกกลั่นแกล้งจากเด็กแฝดทั้งสามอยู่เสมอ แม้ว่าจ้าวถิงฟงจะตำหนิลูกๆ ทั้งสามแต่ก็ไม่เคยลงมือลงโทษลูกๆ อย่างจริงจัง ความรักอย่างผิดๆ ที่เขามีต่อเด็กน้อยทั้งสาม ทำให้เด็กน้อยทั้งสามมีความกล้าที่จะลงมือต่อสองแม่ลูกอย่างร้ายกาจและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนสองแม่ลูกไม่อาจจะทนอยู่ในจวนได้อีกต่อไปเมื่อเติบใหญ่ฉินซิงเหยาที่มีความสามารถในการหาเงินก็ได้พบรักกับท่านอ๋องผู้หนึ่ง นาง

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 14 การกลับมาของสามี

    ร้านฮวาเซียงที่จี้หยางจิ่วลงทุนเปิดเป็นกิจการลับๆ ของตนเองและเจียงฉิงฟางได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก กลุ่มลูกค้าไม่ใช่แค่เพียงชาวบ้านธรรมดาอย่างที่เคยตั้งเป้าหมายเอาไว้แต่ชนชั้นสูงในเมืองเทียนเฟิงก็ต่างกลายมาเป็นลูกค้าประจำของร้านฮวาเซียง จี้หยางจิ่วจึงดำเนินการเปิดร้านสาขาที่สองในเมืองหลวง จากสาขาแรกเมื่อผ่านไปหลายเดือนก็กลายเป็นหลายสาขา ส่วนแบ่งก็ยังเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เงินทองที่ได้จากการปันผลทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของเจียงฉิงฟางและลูกน้อยทั้งสามดีขึ้นเป็นอย่างมากตั้งแต่เป็นหุ้นส่วนกับจี้หยางจิ่ว เจียงฉิงฟางก็ไม่ได้ออกไปขายของอีก ทุกวันนอกจากดูแลบ้าน ดูแลสวนและคิดค้นสินค้าใหม่ๆ สำหรับร้านฮวาเซียงแล้วนางก็ไม่ได้ทำอย่างอื่นอีก จ้าวฉางเยี่ยน จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงก็มักจะไปเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านของเจิ้งชวนแทบจะทุกวัน พวกเขาออกจากบ้านแต่เช้ากว่าเจิ้งชวนจะปล่อยกลับบ้านก็เกือบค่ำ ทำให้ชาวบ้านแถบนั้นไม่ค่อยจะได้พบหน้าพวกนางสี่แม่ลูกเท่าใดนักยามที่จ้าวถิงฟงขี่ม้ากลับมาถึงบ้าน เขาหยุดม้าแล้วจ้องมองบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด เขาจากไปหลายปีส่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนและ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 13 ผู้สนับสนุนหลัก

    เจียงฉิงฟางได้แต่หัวเราะอยู่ในใจ หากจี้หยางจิ่วไม่แนะนำตัวนางก็คงจะไม่รู้ว่าคนผู้นี้คือนายวาณิชย์หลวงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกอย่างฉินซิงเหยา ดังนั้นนางจึงได้รู้เรื่องของจี้หยางจิ่วเป็นอย่างดีจี้หยางจิ่วผู้นี้คือบุตรชายคนที่เก้าของสกุลจี้ ถือกำเนิดจากมารดาที่เป็นอนุ ฐานะของเขาในจวนสกุลจี้จึงไม่สูงไม่ต่ำ มุ่งมั่นทำการค้าเพื่อให้ตนเองได้รับการยอมรับจากคนในสกุล จนผลสุดท้ายก็แยกมาเปิดร้านค้าจนประสบความสำเร็จยามนี้เขายังเป็นแค่เพียงหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ยังหาหนทางของตนเองไม่เจอ แต่วันหน้าเขาจะเป็นท่านเก้าผู้ยิ่งใหญ่ ที่แม้แต่ผู้เป็นใหญ่ในวังหลวงยังต้องเกรงใจ เดิมทีนางก็ตั้งใจว่าจะขายสูตรสบู่และเครื่องหอมแล้วนอนรอนับเงินอยู่ที่บ้านอย่างสบายอกสบายใจ แต่ยามนี้เมื่อได้พบกับว่าที่นายวาณิชย์ใหญ่จิตใจที่รักความสะดวกสบายของนางก็พลันฮึกเหิม นางลงมือแย่งชิงการค้าของนางเอกในนิยายมาอยู่ในมือก่อนแล้วทำไมจะแย่งชิงผู้สนับสนุนหลักของนางเอกในนิยายมาไว้ในมือไม่ได้เล่า“ท่านนำคำพูดของข้ากลับไปคิดและไตร่ตรองให้ดีก่อนเถิด ตัวข้ามีสินค้าแต่ขาดเงินทุน ส่วนตัวท่านนั้นข้ารู้ว่าท่านมีทุนอยู่ในมือเพียงแต่ไม่รู้ว่าท่าน

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 12 หุ้นส่วน

    เจียงฉิงฟางรู้สึกยินดีที่ลูกๆ จะได้เรียนหนังสือกับเจิ้งชวน นางจึงพาลูกๆ แวะเวียนซื้อเนื้อและผักเป็นจำนวนมากเพื่อจะได้นำมาทำเป็นอาหารเลี้ยงฉลองกับลูกๆ พอมาถึงบ้านท้องฟ้าก็เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้นางประหลาดใจก็คือมีแขกสองคนมายืนรอนางและลูกๆ อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน“สะใภ้บ้านจ้าว ในที่สุดเจ้าก็กลับมาได้เสียที” ผู้ดูแลร้านสกุลจี้เอ่ยทักออกมาด้วยน้ำเสียงยินดี เขาเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเจียงฉิงฟางเขาจึงรีบแนะนำบุรุษที่ยืนเคียงข้างเขาในทันที“ท่านผู้นี้คือนายท่านของข้า นายท่านรู้สึกชื่นชอบสบู่หอมของเจ้าเป็นอย่างมากจึงให้ข้าพามาพบเจ้าเพื่อสอบถามวิธีการทำสบู่หอม และเครื่องหอมของเจ้าเหล่านั้น” คำพูดของผู้ดูแลร้านทำให้เจียงฉิงฟางพลันเลิกคิ้วขึ้น เขาจึงรีบอธิบายต่อในทันที“แน่นอนว่าย่อมจะต้องมีค่าตอบแทนให้เจ้าแน่” เมื่อผู้ดูแลเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มออกแล้วเชื้อเชิญคนทั้งสองให้เข้าไปในบ้านด้วยกัน“เช่นนั้นก็เชิญท่านทั้งสองเข้าไปในบ้านของข้าก่อน” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเปิดประตูรั้วเดินนำเข้าไปในบ้าน“ขอเชิญพวกท่านนั่งรอสักครู่ ข้าจะไปชงชามาให้” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเชื้อเชิ

  • มารดาผู้ทรงเสน่ห์กับจอมเจ้าเล่ห์ผู้เป็นตัวร้ายทั้งสาม   บทที่ 11 อาจารย์เจิ้ง

    สบู่หอมของเจียงฉิงฟางขายดีเกินคาด นางไม่ได้ขายแพงมากตั้งราคาที่ชาวบ้านธรรมดาพอจะซื้อหาได้ แม้ว่าสบู่ที่นางทำจะต้องใช้ทั้งถั่วเหลือง สมุนไพรหลายชนิดรวมไปถึงตับอ่อนหมู่ แต่เพื่อให้ขายในราคาที่คนทั่วไปสามารถซื้อได้นางจึงทำเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อลดต้นทุน ประกอบกับเมืองเทียนเฟิงที่อยู่ไม่ไกลเฟื่องฟูเพราะการเปิดเหมืองทองทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านต้าหนิวพลอยมีกินมีใช้ตามไปด้วย“ท่านแม่วันนี้สบู่หอมของท่านขายหมดเลย” จ้าวฉางหนิงเอ่ยออกมาด้วยความยินดี ในใจของเด็กน้อยเต็มไปด้วยความคิดที่ว่าหากพวกนางขายสบู่หอมหมดก็หมายความว่าบ้านของพวกนางจะมีเงินมากยิ่งขึ้น“แต่ธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวของท่านแม่กลับยังเหลืออยู่อีกเป็นจำนวนมาก” จ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยพลางนิ่งหน้าและจ้องมองมารดาที่เก็บร้านแล้ว“ท่านแม่ทำไมรีบเก็บร้านเล่าขอรับ ไม่ขายต่อแล้วหรือ” จ้าวฉางยวนเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สินค้าหลักอย่างสบู่หอมขายหมดแล้วก็ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ในวันนี้แล้ว อีกอย่างแม่ตั้งใจว่าวันนี้จะเก็บร้านเร็วอยู่แล้ว” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางเก็บของที่เหลือใส่ตะกร้า นางคิดเอาไว้แล้วว่าธูปหอม น้ำหอมและน้ำมันบำรุงผิวที่นางทำจะขาย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status