แชร์

ตอนที่ 10 ตามหา

ผู้เขียน: MACARONI/1Millionmilesaway
last update วันที่เผยแพร่: 2025-01-06 07:00:21

ภพสวรรค์

เทียนจวินและเทพอาวุโสถูกพลังมารกำบังตาชั่วขณะหนึ่งจึงไม่ทันสังเกตว่าจอมมารเล่นแร่แปรธาตุหลบหนีตามสังหารคนของตัวเอง

ร่างมารของกงจื่อเย่ที่อยู่บนแดนมนุษย์ดูดกลืนพลังชีวิตผู้คนเป็นอาหารทำให้พลังความชั่วร้ายของเขาในร่างมารบนสวรรค์เพิ่มขึ้นด้วย

แท่นเสาศักดิ์สิทธิ์ที่ผูกมัดเขาเอาไว้ ถูกกงจื่อเย่สั่นสะเทือนเล็กน้อยให้อีกฝ่ายตกใจเล่น ในใจมองว่าพลังเทพเซียนเหล่านั้นช่างเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด

เขาสั่งการหลิวอิงอิงค้นหาคำตอบว่าเทพสงครามเล่นกลอันใดกับตัวเขาก่อนที่ร่างจะสลาย พลางจ้องหน้าเทพวายุด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

“ดวงตาสีฟ้า เรือนผมสีขาว เหมือนกันมากทีเดียว” กงจื่อเย่หัวเราะลั่น แม้จะยังไม่เคยพบหน้าเทพดาราตัวจริงมาก่อน แต่ภาพที่เห็นจากรายงานของโจวเหวินหลงก็ทำให้เข้าใจอย่างหนึ่ง 

ไม่ว่านางจะลงมาเกิดเป็นผู้ใด หากแต่รูปลักษณ์ของนางไม่เคยเปลี่ยน

จอมมารอยากโอ้อวดผู้เป็นพี่ชายของนางแทบใจจะขาดว่าเขาเข้าใกล้น้องสาวสุดที่รักของอีกฝ่ายมากแค่ไหนแต่กลับต้องอดใจไว้เพราะถ้าเทพสวรรค์รู้ตัวคงแห่กันลงไปในแดนมนุษย์เป็นแน่

ร่างมารในแดนมนุษย์ดูดกลืนพลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแข็งแกร่ง เวลานี้เขาเพียงแค่รอจังหวะที่เหมาะสม สังหารปรปักษ์ตนเองได้เมื่อได้ก็ไม่ต้องแสร้งเล่นละครอ่อนแอ ค่อยทำลายแท่นเสาศักดิ์สิทธิ์แล้วกำราบสรรพสิ่งบนภพสวรรค์

สวีต้าเฟิงยังคงมองไม่ออกว่าจอมมารมีแผนอันใดเพราะม่านศักดิ์สิทธิ์คุ้มกันต้นไม้แห่งโชคชะตายังคงอยู่ และหลิวอิงอิงก็รามือไปโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย 

ดวงตาสีฟ้าจ้องมองดวงตาสีม่วงแดงของคนตรงหน้าราวกับต้องการค้นหาสิ่งที่อยู่ในความคิดของเขาแต่กลับได้เห็นแค่รอยยิ้มยียวนกวนประสาท

แม้จะมีท่าทีทรมานเพราะพลังเทพกดทับ หากแต่กงจื่อเย่ยังมีหน้ามาถามสวีต้าเฟิงว่า “เล่าเรื่องน้องสาวของเจ้าให้ข้าฟังได้หรือไม่”

“...” เทพวายุเลิกคิ้วไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน

“เหตุใดนางจึงสามารถสังหารข้าได้” เขาไม่ยอมแพ้ พ่นคำถามอีกชุดใหญ่ 

“...” สวีต้าเฟิงไม่จำเป็นต้องบอกความลับสวรรค์ให้จอมมารล่วงรู้เพื่อความปลอดภัยของน้องสาวยามลืมสิ้นทุกความทรงจำและพลังเทพ

“เหตุใดเทพสวรรค์จึงไร้มารยาทเช่นนี้ เพราะข้าเป็นมาร พวกเจ้าจึงไม่อยากเสวนาด้วยอย่างนั้นหรือ” ดวงตาสีม่วงแดงจ้องเทพวายุไม่ลดละ

“...” ทุกคนต่างเงียบใจจดจ่อกับการต้านทานพลังมารปีศาจที่กงจื่อเย่แผ่ออกมาไม่หยุดหย่อน

“มารดามันเถอะ” เขาสบถพลางแสยะยิ้ม คันปากอยากเล่าสิ่งที่ตนเองเพิ่งพบเจอแทบทนไม่ไหวจึงปรายหางตามองรอบตัวหาที่ระบาย

สายตาหยุดลงตรงเซียนน้อยผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เสื้อผ้าอาภรณ์ที่นางสวมใส่ดูแล้วคล้ายอยู่ในตำหนักเทพดาราก็ไม่ปาน กงจื่อเย่ง้างมือออก หากแต่ลำคอของนางกลับมีไอสีดำล้อมรอบ

เมื่อเขายกมือสูงขึ้น ร่างเซียนน้อยก็ลอยจากพื้นด้วยเช่นกัน

“ข้าอยากฟังเรื่องของเทพดารา จะบอกข้าสักนิดได้หรือไม่” น้ำเสียงราวขอร้องอ้อนวอนแต่การกระทำตรงกันข้าม แรงบีบรัดจำนวนมหาศาลทำให้นางหน้าถอดสี

สวีต้าเฟิงปากระบี่ประจำกายลอยลิ่วเพื่อช่วยเหลือนางแต่กลับถูกพลังของหลิวอิงอิงสะบัดหนี นางยิ้มให้คู่ปรับด้วยความเจ้าเล่ห์ก่อนจะตวัดแส้มาทางเขาพร้อมเข้าสู้รบตบมืออีกครั้ง

จอมมารไม่สนใจสิ่งอื่นใดมองเพียงแค่เซียนน้อยตรงหน้าที่กำลังจะแหลกสลายคามือ เจ็บปวดถึงเพียงนั้นนางกลับไม่ปริปากพูดเรื่องของเทพดาราสักคำ

ความอดทนของเขามีขีดจำกัด ยิ่งทุกคนตั้งใจเมินเฉยคำถามของเขาก็ยิ่งต้องหาที่ระบายก่อนจะอดทนแสดงละครต่อไปไม่ไหว

การเชือดเฉือนสังหารให้เหล่าเทพเซียนที่อยู่ตรงนั้นเห็นความสามารถของเขาจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่พอจะทำได้

“ให้โอกาสพูดแล้วไม่พูด เช่นนั้นจงดับสูญไปเสีย” จอมมารแสยะยิ้มกำมือจนสุดแรงบีบร่างเซียนลึกร้าวถึงแก่นวิญญาณจนกลายเป็นเถ้าธุลี

ไร้ซึ่งแก่นวิญญาณ เซียนน้อยผู้นั้นไม่อาจฟื้นกลับคืนได้อีกต่อไป

อารมณ์คุกรุ่นยังคงไม่จางหาย เขาเลือกเหยื่อที่แสนอ่อนแอจากภพสวรรค์อีกหลายสิบในเวลาเดียวกัน ทำเช่นเดิมอย่างที่เคยทำกับเซียนน้อยเมื่อครู่

“ตอบคำถามข้า” จอมมารขู่พวกเขาให้หวาดกลัว “ชีวิตพวกเจ้า เลือกเอาเถิด” เขาทิ้งท้ายไว้เท่านั้น แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครเอ่ยตอบสิ่งที่เขาอยากรู้แม้แต่คนเดียว

จังหวะที่เขากำลังทำลายแก่นวิญญาณเซียน ห่าธนูจากคันศรเทพร่วงโรยลงมายังเบื้องล่าง บาดร่างมารของกงจื่อเย่จนได้เลือด ปวดแสบปวดร้อนไปทั่วร่างจนปล่อยเซียนตัวน้อยพวกนั้นหลุดมือไป

กงจื่อเย่หันขวับไปมองคนที่มาใหม่ เทพปฐพีห่าวอู๋ง้างคันศรรออยู่อีกฟากหนึ่ง สบตากันเพียงครู่แล้วปล่อยลูกศรยิงยาวข้ามกองทัพสวรรค์เสียดทะลุอกจอมมารทันที

“ลอบกัดเก่งเสียจริง” แววตาเดือดดาลปรากฏพร้อมพลังมารพลางคิดในใจว่า เห็นทีจะทนเล่นละครต่อไปไม่ได้แล้ว

จอมมารหงายฝ่ามือหลอมรวมพลังเปิดประตูข้ามแดนเรียกขุนพลมืดจากภพมาร กลิ่นอายปีศาจกระจายไปทั่วบริเวณ ทั้งเหม็นเน่า เยือกเย็น และชั่วร้าย

กองทัพเงาสีดำเคลื่อนขบวนตามคำสั่งเจ้านายไปทางเทพปฐพีซึ่งเป็นผู้นำกองทัพสวรรค์คนใหม่

ฝ่ายนั้นเห็นท่าทางโกรธเกรี้ยวและบรรยากาศดุเดือดของกงจื่อเย่แล้วยิ้มมุมปาก พลางหันไปมองเทพสายฟ้าหมิงเซียน “ระวังตัวด้วยเล่า มารน้อยนั่นฝีมือไม่เบา”

“ข้ารู้แล้วน่า” หมิงเซียนกำกระบี่สายฟ้าไว้ในมือ สั่งกองทัพสวรรค์แปรขบวนต้านทานขุนพลมืดล่อพวกมันไปอีกทางหนึ่งให้ไกลเพื่อที่จอมมารจะไม่สามารถควบคุมได้ดังใจ

เสียงตะโกนของห่าวอู๋ดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล “เทียนจวิน ผู้อาวุโส พวกท่านอย่าเพิ่งหมดแรงไปเสียก่อนเล่า” 

อาวุธเทพบรรพกาลอยู่ในมือของเขา ห่าวอู๋ชูหอกสามง่ามขึ้นเหนือหัวแล้วฟาดลงมาเป็นทางยาว เสียงดังเปรี๊ยะลั่นเลื่อนจากตรงที่เขาอยู่ระเบิดตามทางจนมาถึงแท่นเสาศักดิ์สิทธิ์ที่ผนึกจอมมารเอาไว้อย่างจัง

ร่างมารของกงจื่อเย่กระเด็นห่างไปสิบจั้ง แรงโจมตีเฉือนแขนข้างซ้ายจนหลุดห้อย 

“เฮอะ” จอมมารไม่คาดคิดว่าอาวุธเทพเล่มนี้จะทะลวงเกราะกำบังของเขาได้ 

ทว่า ผู้อาวุโสกลับโวยวายห่าวอู๋ทันทีที่เห็นแท่นเสาศักดิ์สิทธิ์แตกละเอียด “เจ้าทำอันใดลงไป!!!”

“กำจัดจอมมารอย่างไรเล่า” เจ้าตัวเลิกคิ้วตอบ ไม่แยแสสิ่งใด นิสัยกวนประสาทยียวนผู้อาวุโสยังคงเหมือนเดิม ถ้าไม่ติดที่พี่ชายเป็นเทียนจวินคงถูกเตะลงมาจากสวรรค์นานแล้ว

หากไม่ใช่เพราะว่าภพสวรรค์ถูกรุกราน ป่านนี้แล้วเทพเลือดร้อนชวนหาเรื่องจะยังคงถูกกักบริเวณอยู่ในเกาะเซียนอีกนับพันปี

“นี่ พวกท่านคงไม่ได้คิดว่าเสาเปราะบางนี่จะผนึกเจ้านั่นได้ใช่หรือไม่” ห่าวอู๋ทำสีหน้าไม่เชื่อตาตัวเองล้อเลียนผู้อาวุโสที่ส่งเขาไปลงเกาะ

“ห่าวอู๋!!!” เสียงเข้มเตือนให้น้องชายเพลา ๆ นิสัยเช่นนั้น อย่างไรเสียภพสวรรค์ก็อยู่ในสงคราม แม้ห่าวอู๋จะไม่เคยเกรงกลัวสิ่งใด ทั้งยังบ้าระห่ำคิดสะบั้นศัตรูแหลกหลาญ แต่จอมมารผู้นี้ก็ไม่ธรรมดา

แม้เทพปฐพีจะเป็นหนึ่งในสิบเทพสวรรค์ที่มีพละกำลังเหนือชั้นแต่ก็ไม่อาจประมาทได้

กงจื่อเย่มองศัตรูผู้มาใหม่ตาขวางเพราะประเมินกำลังพลาดไป ก่อนจะร่ายพลังมารรักษาร่างที่ฉีกขาดของตนเองแล้วเรียกดาบเขี้ยวอสูรกลับมา 

“เทียนจวิน อย่าเพิ่งดุข้านักเลย ดูสิ มารเด็กน้อยนั่นฟื้นแล้ว” ห่าวอู๋อายุมากกว่าจอมมารหลายพันปี ย่อมมองว่าคนตรงหน้าเหมือนเด็กแรกเกิด ไม่เก็บมาใส่ใจด้วยซ้ำ

“เฮอะ มารเด็กน้อยอย่างนั้นหรือ” จอมมารเบื่อหน่ายเต็มทนที่มีใครมาเรียกเขาเช่นนั้นจึงกัดฟันกรอด เลือดขึ้นหน้าเล็งปลายดาบเขี้ยวอสูรไปทางห่าวอู๋ “ชังน้ำหน้ายิ่งนัก”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 87 มารเร้นกายเคียงแสงดารา (ตอนจบ) 2/2

    ถึงอย่างนั้นแล้ว บางครั้งกงจื่อเย่กลับรู้สึกกลัวขึ้นมาจริง ๆ แม้เมื่อครู่จะเป็นน้ำตาจระเข้แต่เวลานี้กลับเป็นน้ำตาที่หลั่งออกมาจากส่วนลึกในใจ“โอ๊ะ...” เทพดาราประหลาดใจขมวดคิ้วเล็กน้อยที่สัมผัสได้ถึงความเศร้าจริง ๆ ของเขา กระซิบถามด้วยความห่วงใยว่า “ข้าจะทำอย่างไรกับจอมมารที่จิตใจอ่อนไหวง่ายเพียงเพราะกลัวว่าข้าจะไม่รักดีหนอ”“ข้า...”นางเอื้อมมือเช็ดน้ำตาให้เขาอย่างแผ่วเบา เห็นแบบนี้แล้วอยากแกล้งคืนบ้างแต่สุดท้ายต้องยอมใจอ่อนทุกที“จื่อเย่” น้ำเสียงหวานเรียกจอมมาร “ตราบใดที่แก่นวิญญาณของข้ายังคงอยู่ ข้าสัญญาว่าจะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอ”“รักข้าหรือไม่ ลู่ชิง”“อืม รักเจ้ามารน้อยทั้งสองด้วย” นางปลอบโยนเขาพลางลูบแผ่นหลังเขาราวกับปลอบใจเด็กน้อย“รักข้ามากกว่าเจ้ามารน้อยนิดหนึ่งได้หรือไม่”“มารปีศาจคิดกันอย่างนี้หรือ” สวีลู่ชิงแกล้งถามเพราะปกติแล้วบิดามารดามักจะรักลูกกว่าผู้ใด แต่นางรู้อยู่แก่ใจว่าผู้ที่ต้องการความรักของนางมากกว่าใครคงจะเป็นเขาผู้นี้“อืม” จอมมารพยักหน้ายอมรับ “เมื่อถึงเวลาอีนั่ว ลี่เซียนและสวีซือจะมีคู่แห่งโชคชะตาอยู่เคียงข้าง เจ้าไม่ต้องกังวลหรอก”“เมื่อครู่ยังห้ามไม่ให้ลู

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 87 มารเร้นกายเคียงแสงดารา (ตอนจบ) 1/2

    จอมมารพาสวีลู่ชิงกลับมายังดินแดนสุญญตาที่เวลานี้แปรเปลี่ยนกลายเป็นบ้านของเราอย่างที่เขาพูด ที่รกร้างกว้างใหญ่แต่เดิมไม่มีอะไรอยู่ข้างในนั้นเลย กลับมาครั้งนี้สวีลู่ชิงได้เห็นว่าเรือนไม้หลังใหญ่สองชั้นลอยโดดเด่นอยู่ใจกลาง ดอกจื่อเถิงสีม่วงขาวเลื้อยประดับห้อยระย้าสวยงามยิ่งนักพื้นน้ำโดยรอบสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้าระยิบระยับ และหากท้องฟ้าสดใสถูกแทนที่ด้วยจันทรา ผืนฟ้าก็จะเต็มไปด้วยละอองดาวกงจื่อเย่เนรมิตสรรพสิ่งขึ้นมาเพื่อรอต้อนรับนางกลับมายังที่ที่เป็นบ้านของเราดินแดนตรงกลางระหว่างภพมารกับภพสวรรค์ บ้านที่พวกเขาจะได้อยู่ร่วมกันชั่วนิรันดร์“อีนั่ว ข้าฝากให้เจ้าดูแลไข่ใบนั้นให้ดี ยังจำได้หรือไม่” จอมมารถามบุตรชายเพราะเห็นเขามักจะพาลี่เซียนเที่ยวเล่นกับเทพจันทรา หายไปทางโน้นที ทางนี้ทีอยู่ร่ำไป“จำได้ขอรับ” มารน้อยพยักหน้าแล้วบอกอีกว่า “นางกำลังหลับใหล ไม่มีเรื่องใดต้องกังวล”“อืม เจ้ารู้แล้วหรือว่าเป็นมังกรตัวเมีย” เจ้าตัวเลิกคิ้วด้วยความสงสัย นึกไว้แล้วว่าอีนั่วมีพลังบางอย่างที่สามารถสัมผัสได้ว่าไข่ใบใหญ่นั้นเป็นไข่มังกร“มังกรผู้หญิงต่างหากเล่า” เจ้าเด็กน้อยแย้งขึ้นมาทันใด “เพียงแต่ว่า

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 86 สายใยรักประสาน 2/2

    ความกังวลใจหนึ่งเดียวของเขาถูกคลายออกไปในวาระสุดท้ายของชีวิตพอดิบพอดี จอมมารกอดนางอันเป็นที่รักเอาไว้พลางกระซิบบอก “ข้ารักเจ้าลู่ชิง”หญิงสาวซบใบหน้าในอ้อมแขนคนรักพลันได้ยินเสียงหัวใจของกงจื่อเย่เต้นช้าลงเรื่อย ๆ รู้สึกเศร้าอีกครั้งแต่พยายามไม่แสดงออกมาเพราะไม่อยากให้เขาเป็นห่วง“ข้าไปตามหมอมาได้หรือไม่ จื่อเย่”“ข้าอยากอยู่กับเจ้าลู่ชิง” เขาไม่ยอมปล่อยนางและยิ่งกอดแน่นกว่าเดิม “หากข้าไม่อยู่แล้ว อย่ามีผู้ใด ข้าขอร้อง”“...” เจ้าตัวสะอื้นไห้พูดไม่ออกทั้งคู่นั่งอยู่อย่างนั้นตามลำพัง ฟังเสียงสายลมที่พัดผ่านมาในฤดูใบไม้ผลิ กลีบดอกไม้สีชมพูปลิวมาตามทาง โปรยปรายลงมาจากฟ้าราวกับต้องการเอ่ยคำลากงจื่อเย่ไอเป็นเลือดมากขึ้นกว่าเดิมแต่ไม่ยอมปล่อยอ้อมกอดจากสวีลู่ชิงเพราะไม่อยากให้นางเห็นเขาสภาพนั้น“จื่อเย่ ข้า...”“...” ลมหายใจค่อย ๆ แผ่วเบาไปเรื่อย ๆ“ข้ารักเจ้า จื่อเย่” นางพึมพำบอกเขา “ข้ารักเจ้า”จอมมารยิ้มได้เพราะคำบอกรักของนางเหมือนเป็นยาชั้นดีที่ทำให้เขาลืมว่ากำลังเจ็บปวด ก่อนจะรวบรวมแรงฮึดครั้งสุดท้ายเพื่อบอกนางว่า “ข้ารักเจ้ามากกว่าผู้ใด สวีลู่ชิง ภรรยาเพียงคนเดียวของข้า”หนึ่งลมหายใจส

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 86 สายใยรักประสาน 1/2

    นับตั้งแต่การจากไปของบุตรสาว สวีลู่ชิงตกอยู่ในความเศร้าสร้อย ความรู้สึกของนางในเวลานี้เหมือนกระตุ้นความทรงจำบางอย่างที่หลงลืมไปแล้ว สัมผัสได้เพียงว่าครั้งหนึ่งนางคงเคยสูญเสียลูกไปในช่วงเวลานี้กงจื่อเย่คอยอยู่เคียงข้างและดูแลนางไม่ให้ขาดตกบกพร่อง ทำหน้าที่สามีเป็นอย่างดีเพื่อให้นางข้ามผ่านความเจ็บปวดครั้งนี้ไปให้ได้หญิงสาวเอนศีรษะพิงไหล่กว้างของคนข้างกาย เอ่ยพึมพำว่า “ลูกสาวของเราคงจะสุขสบายดีอยู่ที่ไหนสักแห่งใช่หรือไม่”สามีของนางจึงตอบอย่างมั่นใจ “อืม ลูกสาวของเรากำลังเล่นสนุกสนานกับเพื่อนใหม่ของนาง ไม่มีเรื่องใดให้เจ้าต้องกังวลเลยลู่ชิง”รอยยิ้มบางปรากฏบนใบหน้าของหญิงสาว “เจ้าช่างสรรหาคำปลอบใจได้แปลกยิ่งนัก ลี่เซียนกำลังเล่นกับเพื่อนใหม่อย่างนั้นหรือ”กงจื่อเย่ไม่ได้พูดคำโป้ปดอันใดเพราะเวลานี้นางกำลังนั่งพูดคุยเจื้อยแจ้วกับหานเยว่ เทพจันทราที่เป็นสหายเพียงคนเดียวของอีนั่ว“เชื่อใจข้าเถอะนะลู่ชิง สักวันหนึ่งเราต้องได้เจอกับลูกอีกครั้งอย่างแน่นอน” เขากุมมือนางไว้แล้วจูบหลังมืออย่างแผ่วเบาสวีลู่ชิงรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป นางจึงกล่าวกับเขาว่า “จื่อเย่ อยู่กับข้านาน ๆ ได้หรือไม่”“.

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 85 เคราะห์หนัก 2/2

    สุดท้ายแล้ว สวีลู่ชิงก็ไม่ได้ไปตลาดอย่างที่ตั้งใจไว้เพราะกงจื่อเย่ออดอ้อนทำตาเป็นประกายจนนางใจอ่อนอีกตามเคยสามปีต่อมาจู่ ๆ กงลี่เซียนที่สุขภาพแข็งแรงเริ่มเจ็บป่วยจนสวีลู่ชิงร้อนรนใจเป็นห่วงบุตรสาว นางบิดผ้าชุบน้ำหมาด ๆ โปะหน้าผากเด็กน้อยเอาไว้พลางหันมาหากงจื่อเย่ที่นั่งบดสมุนไพรอยู่ข้างกัน“จื่อเย่ ข้าควรทำเช่นไรดี” นางเอ่ยถามผู้เป็นสามี น้ำเสียงเศร้าสร้อยหากแต่กงจื่อเย่ได้แต่ส่ายหน้าแล้วเดินมากอดนางไว้ ปลอบใจว่านางฟ้าตัวน้อยจะหายไข้ในเร็ววัน แม้เขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าต้นเหตุที่ทำให้นางป่วยออดแอดเกิดจากอะไรก็ตาม“ท่านพ่อ ท่านแม่” อีนั่วรีบวิ่งมาหาพวกเขาทันทีที่หนีจากเทพวายุมาได้เพราะได้ยินว่าช่วงเวลาสำคัญของน้องสาวจวนเจียนจะมาถึงแล้วเมื่อเห็นว่ามารดาโศกเศร้ามากแค่ไหนจึงกางแขนโอบกอดนางด้วยอีกคน “ท่านแม่ ลี่เซียนจะไม่เป็นอะไรขอรับ”อีนั่วมองบิดาด้วยสีหน้ากังวลเล็กน้อย ถามไถ่เขาผ่านกระแสจิตตามประสาพ่อลูก“ไม่ทำเช่นนั้นไม่ได้หรือ ข้ากลัวน้องเจ็บ” ดวงตาสีฟ้ากำลังร้องขอให้ผู้เป็นพ่อใจอ่อนปล่อยผ่าน“ข้าบอกแล้วว่าไม่มีเรื่องใดที่เจ้าต้องกังวล อีกอย่างข้าไม่ทำเหมือนที่เคยทำกับเจ้าหรอก อีนั่ว”

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 85 เคราะห์หนัก 1/2

    เก้าเดือนต่อมาเด็กครึ่งมารคนที่สองได้ฤกษ์ถือกำเนิด เด็กหญิงตัวน้อยมีดวงตาสีม่วงแดงเหมือนบิดา เรือนผมสีขาวคล้ายมารดา หน้าตาน่ารักน่าชังยิ่งนักสวีลู่ชิงมองหน้าลูกสาวพลางนึกถึงอีนั่วจึงเอ่ยปากบอกสามีที่นั่งอยู่ข้างกัน “เจ้าเคยอยากรู้ว่าลูกสาวของเราจะหน้าตาเหมือนผู้ใดใช่หรือไม่”“อืม” กงจื่อเย่ยิ้มกว้าง“นางหน้าตาเหมือนเจ้าไม่มีผิด” สวีลู่ชิงไล้แก้มเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูทันใดนั้นจึงได้ยินเสียงคุ้นเคยร้องเรียกนางจากหน้าบ้าน สวีลู่ชิงเดินไปดูลาดเลาจึงได้เห็นคนที่ไม่คาดคิดว่าจะได้พบเจออีกครั้ง“ท่านแม่” อีนั่ววิ่งเข้ามากอดนางด้วยความคิดถึงเพราะถูกกักบริเวณจึงแอบออกมาหามารดาไม่ได้เลย ยิ่งเห็นว่ากงจื่อเย่อุ้มเด็กน้อยตาสีม่วงแดงออกมายิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ “น้องสาวข้าหรือ”แม้เขาจะพูดอะไรที่ทำให้สับสนอยู่บ้างแต่สวีลู่ชิงก็ปล่อยไป หากการเล่นละครพ่อแม่ลูกให้เด็กน้อยคนหนึ่งมีความสุขมากถึงเพียงนี้ นางยินดีทำให้ได้“ท่านพ่อ ท่านแม่ น้องสาวข้ามีนามว่าอันใดหรือ” ดวงตาสีฟ้าของเขาเป็นประกายมองคนทั้งสองที่อยู่ตรงหน้า“กงลี่เซียน” จอมมารบอกบุตรชาย “น้องสาวเจ้าหน้าตาน่ารักเหมือนเทพดาราใช่หรือไม่ ข้าจึงตั

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 9 หลบหนี

    เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าเกี่ยวกับเมล็ดพันธุ์นั้นแล้ว จื่อเถิงจึงไม่รอช้านั่งสมาธิรวบรวมพลังเซียนของตนเองไว้ใจกลางจุดกำเนิดพลังเพื่อเก็บเกี่ยวสรรพสิ่งรอบตัวหลอมรวมเมล็ดพันธุ์ให้สมบูรณ์เลี่ยงหวงมีสีหน้ากังวลที่เห็นนางทำเช่นนั้นจ

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 8 ตัวตนจื่อเถิง

    มังกรดำโผล่หน้าเหนือศีรษะของอิงฮวาอ้าปากรอเขมือบร่างบางที่มิอาจหลีกหนีได้ทัน หากแต่แสงจากกระบี่เซียนกำลังง้างปากของมังกรดำเอาไว้ไม่ยอมให้มันบดขยี้จื่อเถิงและหยางซีอวิ๋นยังไม่อาจผละจากกองทัพปีศาจที่อยู่รอบตัวได้ ครั้นกำจัดไปหนึ่งก็จะถูก

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 7 มังกรดำ

    ช่วงเวลานั้นเกิดเสียงหวีดร้องและเสียงปะทะพลังของทั้งสองฝ่ายกระหึ่มดังไปทั่วบริเวณเซียนหนุ่มหันไปมองสหายด้วยสายตากังวล“ไม่เป็นอันใดหรอก เลี่ยงหวง” เซียนสาวบอกศิษย์ร่วมสำนักด้วยท่าทีใจเย็นเพราะมีประสบการณ์เรื่องต่อสู้มามาก “จำที่อาจารย์สอน

  • มารเร้นกายดับแสงดารา   ตอนที่ 6 ผจญภัย

    สำนักเซียนดาราสวรรค์“จื่อเถิง มาหาอาจารย์หน่อยเถิด” เสียงของเฉาหมิงเรียกนางด้วยความเอ็นดู ก่อนจะลูบศีรษะของศิษย์ผู้นี้อย่างอ่อนโยน “อาจารย์เจ้าสำนักฝากข้าเอามาให้เจ้า”จื่อเถิงมองดูหยกสีชมพูอ่อน สีหน้างงงวยเพราะไม่รู้ว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status