홈 / โรแมนติก / มาเฟียคลั่งรักฉบับหวานร้อย / ตอนที่ 7 อยากเป็นคนนั้นของคุณ

공유

ตอนที่ 7 อยากเป็นคนนั้นของคุณ

last update 게시일: 2026-08-11 01:00:20

รถยุโรปคันหรูแล่นออกจากลานจอดรถของห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง มุ่งหน้าเข้าสู่ถนนสายหลักที่ยังคงมีแสงไฟสว่างไสวและการจราจรที่พลุกพล่านแม้จะเข้าสู่ช่วงหัวค่ำแล้วก็ตาม ภายในห้องโดยสารที่เก็บเสียงได้อย่างดีเยี่ยมมีเพียงเสียงเพลงสากลจังหวะฟังสบายเปิดคลอเบาๆ

ไข่มุกนั่งเอนหลังพิงเบาะหนังแท้ราคาแพง สายตาของเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่างรถสลับกับลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนขับเป็นระยะ ลูคัสขับรถด้วยท่าทีผ่อนคลาย มือหนึ่งจับพวงมาลัย ส่วนอีกมือวางพักไว้บนคอนโซลกลาง เขาไม่ได้จ้างคนขับรถมาด้วยเหมือนตอนที่ไปร้านชานม ซึ่งนั่นทำให้บรรยากาศระหว่างเขากับเธอดูเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น

"พี่ลูคัสขับรถเองบ่อยไหมคะ" ไข่มุกเอ่ยถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบที่เริ่มทำให้เธอทำตัวไม่ถูก

"ถ้าเป็นเวลาส่วนตัว ผมชอบขับเองมากกว่า" ลูคัสตอบเรียบๆ โดยที่สายตายังคงมองตรงไปที่ถนนด้านหน้า "ปกติเวลาทำงานจะมีลูกน้องขับให้ เพราะผมต้องอ่านเอกสารหรือคุยงานตลอดเวลา แต่ถ้าไม่ได้ทำงาน ผมก็ไม่อยากให้มีใครมาวุ่นวาย"

"เป็นบอสคาสิโนนี่เหนื่อยไหมคะ มุกเห็นในหนัง พวกมาเฟียต้องคอยระวังตัวตลอดเวลา แถมยังต้องทำหน้าดุใส่ลูกน้องทุกวันด้วย" เธอถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาคนพูดเก่ง

มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามนั้น "ในหนังก็คือในหนัง ชีวิตจริงมันไม่ได้มีเรื่องให้ต้องยิงกันทุกวันขนาดนั้น ส่วนเรื่องหน้าดุ ผมก็เป็นของผมแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ไม่ได้ตั้งใจจะดุใส่ใครเป็นพิเศษ"

"แต่วันแรกที่พี่เดินเข้ามาสั่งชานมที่ร้าน ลูกค้าคนอื่นถอยหนีกันหมดเลยนะคะ มุกยังแอบคิดเลยว่าพี่จะมาเก็บค่าคุ้มครองร้านมุกหรือเปล่า" เธอบอกเล่าความรู้สึกแรกพบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

ลูคัสหันมามองคนข้างกายชั่วครู่ แววตาของเขาอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด "แล้วตอนนี้ล่ะ คุณยังกลัวผมจะมาเก็บค่าคุ้มครองอยู่อีกไหม"

"ตอนนี้ไม่กลัวแล้วค่ะ แต่กลัวจะมาเหมาโฟมล้างหน้าในซูเปอร์มาร์เก็ตจนหมดเชลฟ์มากกว่า" เธอย้อนกลับไปถึงวีรกรรมสายเปย์ของเขาเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว

ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูมีเสน่ห์จนไข่มุกต้องรีบหันหน้ากลับไปมองวิวข้างทางเพื่อซ่อนรอยยิ้มของตัวเอง การได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างทางทำให้ความอึดอัดที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น เธอเริ่มคุ้นชินกับการมีผู้ชายคนนี้อยู่ใกล้ๆ มากขึ้นทีละน้อย

ใช้เวลาไม่นาน รถยุโรปคันหรูเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบในลานจอดรถใต้อาคารคอนโดมิเนียมขนาดกลางซึ่งเป็นที่พักของไข่มุก เครื่องยนต์ดับลงพร้อมกับความเงียบที่โรยตัวเข้าปกคลุมอีกครั้ง ไข่มุกปลดเข็มขัดนิรภัยออก เธอยกมือขึ้นจัดระเบียบเส้นผมสีแดงอ่อนของตัวเองเล็กน้อยก่อนจะหันไปหาคนขับ

"ขอบคุณที่มาส่งนะคะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับมื้อชาบูด้วย" หญิงสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มจริงใจ

"ผมยินดี" ลูคัสตอบรับเรียบๆ เขากดปลดล็อกประตูรถและเตรียมจะเปิดประตูลงไป

"พี่ลูคัสส่งแค่นี้ก็พอค่ะ เดี๋ยวถุงพวกนั้นมุกหิ้วขึ้นไปเอง แค่สองถุงสบายมาก" เธอรีบห้ามเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะลงมาช่วยถือของ

ชายหนุ่มชะงักมือที่กำลังจับประตูรถ เขาหันมามองคนขี้เกรงใจด้วยสายตาดุๆ แฝงความดื้อรั้นตามแบบฉบับของเขา "ผมซื้อให้ ผมก็จะถือไปส่งให้ถึงที่ คุณเดินนำไปสิ"

เมื่อเจอความหน้ามึนขั้นสุดเข้าไป ไข่มุกก็หมดปัญญาจะเถียง เธอรู้ดีว่าต่อให้เธอพยายามแย่งถุงมาถือ เขาก็ไม่มีวันยอมปล่อยแน่ๆ หญิงสาวจึงจำยอมเปิดประตูลงจากรถและเดินนำเขาไปยังโถงลิฟต์ ลูคัสจัดการหิ้วถุงพลาสติกใบใหญ่ทั้งสองถุงด้วยมือสองข้างอย่างสบายๆ ท่าทางของเขาดูผ่อนคลายต่างจากเธอที่เริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาดื้อๆ

บรรยากาศในลิฟต์เงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงตัวเลขบอกชั้นที่ดังเป็นระยะ ไข่มุกลอบมองเงาสะท้อนของคนตัวโตผ่านบานประตูสแตนเลส เขาไม่ได้มองไปทางอื่นเลยนอกจากจ้องมองแผ่นหลังของเธอเงียบๆ สายตาคู่นั้นทำให้แผ่นหลังของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเมื่อลิฟต์หยุดที่ชั้นแปด หญิงสาวเดินนำมาตามทางเดินสว่างไสว จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องริมสุด เธอล้วงคีย์การ์ดจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาแตะปลดล็อกแล้วผลักประตูเข้าไป แสงไฟในห้องสว่างขึ้นอัตโนมัติ เผยให้เห็นห้องสไตล์สตูดิโอขนาดกะทัดรัดที่ถูกจัดสรรพื้นที่ไว้อย่างเป็นระเบียบ

"พี่ลูคัสวางถุงไว้บนเคาน์เตอร์ครัวตรงนั้นได้เลยค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้ามุกค่อยตื่นมาจัดของเข้าตู้" เธอชี้มือไปยังเคาน์เตอร์บาร์เล็กๆ ที่กั้นระหว่างโซนทำอาหารกับห้องนั่งเล่น

ลูคัสเดินนำของไปวางตามที่เธอบอก เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้อง กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายวานิลลาผสมกลิ่นชาลอยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่อยู่บนตัวเธอเสมอ เฟอร์นิเจอร์โทนสีไม้อ่อนตัดกับโซฟาสีครีม หมอนอิงลายการ์ตูน และของตกแต่งกระจุกกระจิกสะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของห้องได้อย่างชัดเจน

ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดระหว่างชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทราคาแพงที่มายืนอยู่กลางห้องนั่งเล่นขนาดเล็ก ทำให้บรรยากาศดูแปลกตาและชวนให้ใจเต้นแรง ไข่มุกรู้สึกว่าห้องของเธอเล็กลงไปถนัดตาเมื่อมีเขาเข้ามายืนอยู่ตรงนี้ รัศมีความเป็นผู้นำของเขาแผ่กระจายจนกลบพื้นที่ว่างในห้องไปจนหมด

"ห้องมุกเล็กนิดเดียว รกด้วย พี่ลูคัสอึดอัดไหมคะ" เธอเอ่ยถามเพื่อทำลายความเงียบ พลางเดินเบี่ยงตัวผ่านเขาไปเปิดตู้เย็นเพื่อรินน้ำดื่ม

ลูคัสละสายตาจากกรอบรูปตั้งโต๊ะที่มุมทีวี หันกลับมามองสบตาเจ้าของห้อง "ไม่เลย ผมชอบนะ มันดูเป็นตัวคุณดี อบอุ่นกว่าเพนต์เฮาส์กว้างๆ ของผมตั้งเยอะ"

"เพนต์เฮาส์ของพี่คงจะหรูหราอลังการเหมือนในละครแน่ๆ เลยใช่ไหมล่ะคะ" เธอชวนคุยขณะหยิบเหยือกน้ำเย็นออกมารินใส่แก้วใสสองใบ

"ก็กว้างดี แต่ปกติผมแทบไม่ได้อยู่ห้องเลย เลิกงานก็ดึก กลับไปก็แค่ค้างคืนแล้วตื่นมาทำงานต่อ มันเลยดูว่างเปล่าไปหน่อย" เขาเดินเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ครัวอีกนิด ทอดสายตามองคนร่างอวบที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดการเครื่องดื่ม

ไข่มุกวางเหยือกน้ำลงแล้วเลื่อนแก้วน้ำเย็นเฉียบไปตรงหน้าเขา เธอแอบถูมือกับกางเกงยีนส์เบาๆ เพื่อลดอาการประหม่าที่เริ่มก่อตัวขึ้นจนควบคุมไม่อยู่ เมื่อรับรู้ได้ถึงระยะห่างที่หดสั้นลงเรื่อยๆ

"งั้นก็ดื่มน้ำสิคะ จะได้รีบกลับ ดึกแล้วเดี๋ยวพี่จะพักผ่อนไม่พอ พรุ่งนี้ต้องทำงานแต่เช้าไม่ใช่เหรอคะ" เธอบ่ายเบี่ยง พยายามรักษาระยะห่างเมื่อรู้สึกว่าสายตาของเขาในตอนนี้ดูนิ่งลึกและอ่านยากกว่าตอนที่อยู่ห้างสรรพสินค้า

ชายหนุ่มไม่ได้สนใจแก้วน้ำบนโต๊ะ เขาขยับตัวก้าวเข้ามาประชิดจนไข่มุกต้องเผลอก้าวถอยหลังไปชนกับขอบเคาน์เตอร์ครัวด้านหลัง จังหวะการก้าวเดินของเขาเชื่องช้าแต่มั่นคง แววตาคมคริบจดจ้องเพียงแค่ใบหน้าของเธอ ราวกับราชสีห์ที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุมและไม่มีทางหนี

"คุณไล่ผมอีกแล้วนะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ขณะที่มือหนายกขึ้นมาเท้าขอบเคาน์เตอร์ทั้งสองข้าง กักตัวเธอไว้ในอ้อมแขนกลายๆ

"มุกเปล่าไล่สักหน่อย แค่เห็นว่ามันดึกแล้ว พี่ขับรถมาเหนื่อยๆ กลับไปพักผ่อนน่าจะดีกว่า" เธอเถียงเสียงแผ่ว ไม่กล้าเงยหน้าสบตาคนตัวโตกว่า จึงได้แต่มองปมเนกไทสีเข้มบนอกเสื้อของเขา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายผสมกับกลิ่นอายความอันตรายเฉพาะตัวของเขาลอยวนอยู่ปลายจมูก ทำเอาสมองของเธอเริ่มขาวโพลน

"ผมทำงานได้สบายมาก ไม่มีความเหนื่อยเลยสักนิด แต่ตอนนี้ผมอยากเคลียร์เรื่องของเรามากกว่า"

"เรื่องของเราอะไรกันคะ เราเพิ่งไปกินข้าวด้วยกันครั้งแรกเองนะ แล้วเราก็เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันด้วย" หญิงสาวพยายามหาเหตุผลมาแย้ง มือเล็กกำเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในใจ

ลูคัสขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนไข่มุกสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดบริเวณหน้าผาก ความใกล้ชิดที่มากเกินกว่าปกติทำให้เธอต้องหลับตาลงชั่วครู่เพื่อตั้งสติ

"ไข่มุก"

เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นครั้งแรก น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลทว่าหนักแน่นจนคนถูกเรียกต้องค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองสบตาเขาอีกครั้ง หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แววตาขี้เล่นและกวนประสาทที่เขามักจะใช้ตอนอยู่หน้าร้านชานมหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความลึกซึ้งและจริงใจที่เปิดเผยออกมาอย่างหมดเปลือก

"ที่ผมตามใจคุณทุกอย่างวันนี้ ที่ผมคอยทักหาคุณทุกคืน ผมไม่ได้ทำเพราะว่าง หรือแค่อยากกวนประสาทคุณเล่นหรอกนะ"

มือหนาข้างหนึ่งละจากขอบเคาน์เตอร์ เลื่อนมาเกลี่ยปอยผมสีแดงอ่อนที่ตกลงมาระกรอบหน้าของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นร้อนจากปลายนิ้วส่งตรงถึงผิวแก้มใส ทำเอาไข่มุกต้องกลั้นหายใจรอฟังประโยคถัดไป ร่างกายของเธอชาวาบและไม่อาจขยับหนีไปไหนได้เลย

ดวงตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของหญิงสาว เขาปล่อยให้ความเงียบทำงานอยู่ครู่หนึ่งเพื่อตอกย้ำความหนักแน่นในทุกถ้อยคำที่กำลังจะเอื้อนเอ่ย

"ผมอยากเป็นคนนั้นของคุณจริงๆ ขอผมเข้าไปอยู่ในชีวิตคุณแบบจริงจังได้ไหม"

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • มาเฟียคลั่งรักฉบับหวานร้อย   ตอนที่ 23 หวานร้อยเปอร์เซ็นต์ตลอดไป (ตอนจบ)

    ​เวลาผ่านไปหนึ่งปีเต็มนับตั้งแต่ไข่มุกย้ายเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมืองร่วมกับลูคัส ชีวิตคู่ของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวานชื่นและอบอวลไปด้วยความรัก มาเฟียหนุ่มหน้าดุที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัว ได้กลายร่างเป็นพ่อบ้านคลั่งรักอย่างสมบูรณ์แบบ ลูคัสยอมตื่นเช้ามาทำอาหารให้เธอทาน ยอมขับรถไปรับไปส่งที่ร้านชานมทุกวันจนลูกน้องในแก๊งต่างพากันลอบอมยิ้มและแซวบอสของตัวเองลับหลัง แต่ถึงอย่างนั้นลูคัสก็ไม่เคยสนใจ เขาสนแค่ยัยหนูชานมของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น​ทว่าภายใต้ความสุขสมบูรณ์แบบนี้ มีเรื่องหนึ่งที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจของมาเฟียหนุ่ม ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน ในคืนที่บรรยากาศเป็นใจ ลูคัสเคยเกริ่นเรื่องการแต่งงานกับไข่มุกมาแล้วครั้งหนึ่ง​ย้อนความทรงจำ วันนั้นทั้งสองคนกำลังนั่งดูทีวีและกอดก่ายกันอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ลูคัสลูบเรือนผมสีแดงอ่อนของเธออย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า เมื่อไหร่ไข่มุกจะยอมใช้นามสกุลคาร์เตอร์ของเขาสักที คุณแม่ของเขาก็บ่นถามหาหลานและงานแต่งงานจนเขาแทบจะตอบคำถามไม่ทันแล้ว​ในตอนนั้น ไข่มุกมีสีหน้าลำบากใจ หญิงสาวรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งและจับมือหนาของเขา

  • มาเฟียคลั่งรักฉบับหวานร้อย   ​ตอนที่ 22 รอยรักในห้องน้ำ NC+

    ​แสงแดดจ้าส่องผ่านม่านเนื้อหนาเข้ามาตกกระทบลงบนเตียงกว้าง ไข่มุกขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่โจมตีเข้ามาคือความปวดเมื่อยร้าวรานไปทั่วทั้งร่างกายนุ่มนิ่ม ราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมาสิบกิโลเมตร หญิงสาวพยายามพลิกตัวแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะความเสียดสีที่จุดกึ่งกลางกาย เธอกะพริบตาปรับโฟกัสสายตา มองไปยังนาฬิกาเรือนใหญ่บนผนังห้องนอน ตัวเลขดิจิทัลบอกเวลาสิบสามนาฬิกาตรง​ไข่มุกเบิกตากว้างด้วยความตกใจ วันนี้เธอตั้งใจจะเข้าไปเปิดร้านชานมตั้งแต่เช้า แต่ร่างกายกลับไม่รักดี อ่อนเปลี้ยเพลียแรงจากการโดนมาเฟียหนุ่มรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกือบเช้า​โทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงแผดเสียงร้องดังขึ้น ไข่มุกพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบ แต่ท่อนแขนแกร่งของคนข้างกายกลับไวกว่า ลูคัสตื่นอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มนอนตะแคงเท้าคางมองเธอด้วยสายตาพราวระยับ ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผงอกล่ำสันและหน้าท้องที่เป็นลอนสวยงาม เขาคว้าโทรศัพท์ของเธอไปดูหน้าจอ ก่อนจะกดรับสายอย่างหน้าตาเฉยโดยไม่ขออนุญาต​"คุณพ่อครับ วันนี้มุกคงเข้าร้านเลทหน่อยนะครับ พอดีเมื่อคืนค่อนข้างดึก ตอนนี้น้องยังนอนหลับอยู่

  • มาเฟียคลั่งรักฉบับหวานร้อย   ตอนที่ 21 รางวัลปลอบใจ NC+

    ​​เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มของรถสปอร์ตยุโรปคันหรูดับลงเมื่อแล่นเข้ามาจอดสนิทภายในโรงรถส่วนตัวของเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมือง ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ร่างอวบอิ่มของไข่มุกก็ถูกตวัดอุ้มขึ้นพาดบ่ากว้างอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว​"อ๊ะ! พี่ลูคัส ปล่อยมุกเลยนะ นิสัยไม่ดี ลักพาตัวกันชัดๆ" ไข่มุกแกล้งโวยวายเบาๆ หน้ามุ่ยด้วยความขัดใจ พร้อมกับกำปั้นเล็กที่ทุบลงบนแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มลูกครึ่งที่ทำตัวหน้ามึน อุ้มเธอเดินตรงดิ่งเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวโดยไม่สนเสียงทัดทาน​ลูคัสไม่ตอบโต้คำประท้วงนั้น เขากระชับอ้อมแขนรัดสะโพกผายแน่นขึ้น ฝ่ามือหนาตีลงบนก้นงอนเด้งเบาๆ อย่างมันเขี้ยว ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเย็นชาต่อหน้าคนอื่น บัดนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าดุดันวาววับไปด้วยความหิวโหยที่สะสมมาหลายวัน ชายหนุ่มก้าวยาวๆ เข้าสู่ห้องนอนกว้างขวางทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก​ร่างนุ่มนิ่มถูกโยนลงบนฟูกนอนคิงไซส์ ทว่าความนุ่มของเตียงก็ทำให้เธอไม่รู้สึกเจ็บ ไข่มุกพยายามจะตะเกียกตะกายลุกหนีทันทีเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับฟูกนอนนุ่ม แต่ความไวของมาเฟียหนุ่มนั้นเหนือกว่า ลูคัส

  • มาเฟียคลั่งรักฉบับหวานร้อย   ตอนที่ 20 แผนการย้ายบ้านและคุณแม่สามี

    ​บรรยากาศภายในร้านชานมไข่มุกช่วงสายของวันธรรมดาค่อนข้างเงียบสงบ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศที่แวะมาซื้อเครื่องดื่มก่อนเข้างาน ทำให้ช่วงเวลานี้ไข่มุกพอจะมีเวลาว่างได้พักหายใจบ้างหญิงสาวร่างอวบกำลังยืนจัดเตรียมวัตถุดิบอยู่หลังเคาน์เตอร์ ทว่าเธอกลับไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง เพราะมีร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มลูกครึ่งกำลังยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวบางเอาไว้อย่างถือวิสาสะ คางสากที่เต็มไปด้วยไรหนวดจางๆ วางเกยอยู่บนลาดไหล่มน​"มุกย้ายไปอยู่กับพี่เถอะนะ ให้พี่นอนกอดหมอนข้างที่เพนต์เฮาส์คนเดียวทุกคืน พี่นอนไม่หลับเลย" ลูคัสออดอ้อนด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม พลางฝังจมูกลงบนซอกคอหอมกรุ่นของคนในอ้อมกอด​ไข่มุกส่ายหน้าเบาๆ มือเล็กยังคงง่วนอยู่กับการตักไข่มุกดิบลงไปต้มในหม้อ "ไม่ได้หรอกค่ะพี่ลูคัส พ่อกับแม่ท่านลงมาหาและพักอยู่ที่คอนโด มุกจะทิ้งพวกท่านไปอยู่กับพี่ได้ยังไงกันคะ ท่านอุตส่าห์มาอยู่ด้วยทั้งที มุกก็ต้องดูแลพวกท่านสิคะ"​หลังจากที่พ่อและแม่ของเธอกลับมาจากเวียดนาม พวกท่านก็ตัดสินใจอยู่พักผ่อนที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสักระยะ ทำให้พื้นที่ในคอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดถูกจับจองจนหมด ลูคัส

  • มาเฟียคลั่งรักฉบับหวานร้อย   ตอนที่ 19 ลูกเขยสายเปย์ปะทะว่าที่พ่อตาจอมดุ

    ​ช่วงบ่ายของวันหยุด บรรยากาศภายในคอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดของไข่มุกเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ หญิงสาวร่างอวบในชุดเดรสดูเรียบร้อยน่ารักกำลังเดินวนไปวนมาอยู่หน้าโซฟาห้องนั่งเล่น สองมือเล็กบีบเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ ดวงตากลมโตคอยชะเง้อมองไปที่บานประตูห้องสลับกับนาฬิกาแขวนผนังแทบจะทุกๆ ห้านาที​ตรงกันข้ามกับชายหนุ่มลูกครึ่งรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ลูคัสไม่ได้สวมชุดสูทสีดำสนิทที่ดูดุดันและน่าเกรงขามเหมือนเวลาไปทำงาน วันนี้เขาเลือกสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมคอออกสองเม็ดเพื่อให้ดูสุภาพและเข้าถึงง่าย ทว่าเสื้อผ้าธรรมดาเหล่านั้นก็ไม่อาจปิดบังออร่าความหล่อเหลาและบุคลิกที่ดูแพงของเขาเอาไว้ได้เลย​ที่มุมห้องด้านหนึ่ง เจสัน บอดี้การ์ดคนสนิทในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังยืนสงบนิ่ง สองมือถือถุงกระดาษแบรนด์เนมสุดหรูและกล่องไม้สลักลายปราณีตเอาไว้อย่างระมัดระวัง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจสำคัญในการพิชิตใจว่าที่ครอบครัวของเจ้านาย​"พี่ลูคัส มุกตื่นเต้นจนหายใจไม่ออกแล้วค่ะ พ่อกับแม่ส่งข้อความมาบอกว่ากำลังขึ้นลิฟต์มาแล้ว ทำยังไงดีคะ" ไข่มุกหันมา

  • มาเฟียคลั่งรักฉบับหวานร้อย   ตอนที่ 18 ว่าที่ลูกสะใภ้และว่าที่ลูกเขย

    เวลาล่วงเลยผ่านไปราวสามสัปดาห์นับตั้งแต่ค่ำคืนที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนขยับสถานะอย่างเป็นทางการ ชีวิตประจำวันของไข่มุกและลูคัสเริ่มปรับเข้าหากันอย่างลงตัวมากขึ้น หญิงสาวกลับไปดูแลร้านชานมไข่มุกของเธอตามปกติ ในขณะที่ชายหนุ่มก็กลับไปเคลียร์เอกสารและดูแลความเรียบร้อยที่คาสิโนแม้ลูคัสจะคลั่งรักและอยากให้ไข่มุกย้ายข้าวของมาอยู่ด้วยกันที่เพนต์เฮาส์แบบถาวร แต่หญิงสาวร่างอวบก็ยังคงยืนกรานปฏิเสธเพราะความเกรงใจและหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง สุดท้ายคนเอาแต่ใจจึงต้องยอมพบกันครึ่งทางด้วยการผลัดกันไปนอนค้างคืน บางวันลูคัสก็หอบเสื้อผ้าไปนอนเบียดกับเธอที่คอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัด ส่วนบางวันไข่มุกก็เป็นฝ่ายยอมมานอนค้างที่เพนต์เฮาส์สุดหรูของเขา เป็นการใช้ชีวิตคู่ที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสุขที่ค่อยๆ เติมเต็มซึ่งกันและกันช่วงสายของวันหยุดพักผ่อน ภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางของเพนต์เฮาส์ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบ มีเพียงเสียงบทสนทนาจากภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนที่กำลังฉายอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่บนโซฟาบุหนังตัวนุ่ม ร่างอวบอิ่มของไข่มุกกำลังนอนหนุนตักแกร่งของลูคัสแทนหมอนใบโต ดวงตากลมโตจดจ่ออยู่กับเนื

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status