Share

ตอนที่ 13

Penulis: Aile'N
last update Tanggal publikasi: 2024-11-18 12:51:56

มาเฟียจ้าวชีวิต

Writer : Aile'N

ตอนที่ 13

"น้องขวัญ! แป้งจะล้นชามแล้วครับ! " เสียงตะเบ็งของคนสนิททำร่างบางที่กำลังเทแป้งเค้กลงในภาชนะถึงกับสะดุ้งโหยงหลุดออกจากภวังค์ ทำหน้าเหรอหราก่อนจะรีบตักแป้งส่วนเกินที่เทล้นออกมากลับใส่ถุงตามเดิม แก้มเนียนขึ้นสีระเรื่อเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะขำเบาๆ จากเชฟ ผิดกับองศาที่ขำไม่ลงเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ของขวัญสติหลุดลอยไปไกล แต่นานวันยิ่งหนักขึ้นๆ เลยต่างหาก

สาเหตุไม่แน่ชัดแต่ก็คงไม่ยากเกินความคาดเดา.. ร่างบางเริ่มเหม่อ หน้าตาหม่นหมอง บางทีก็ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนนึกคิดอะไรอยู่คนเดียวบ่อยๆ นับตั้งแต่เจ้านายเขาไม่อยู่ ตอนแรกก็คิดว่าไปไม่กี่วันคงจะกลับแต่พอดีเกิดเรื่องใหญ่เข้าก็เลยต้องอยู่ยาว ซึ่งนี่ก็กินเวลาไปอาทิตย์กว่าแล้ว

"ถ้าเหนื่อยเรากลับไปพักดีมั้ยครับ ขนมพวกนี้พี่กับเชฟกินจนน้ำหนักขึ้นแล้วนะ ไม่ต้องทำทุกวันก็ได้" องศาเอ่ยชวนพร้อมกับแอบบ่นหน่อยๆ เรื่องขนมหวานที่ร่างบางพยายามหัดทำ เพราะไม่ใช่วันเว้นวันเหมือนก่อน วันที่ต้องทำความสะอาดห้องพอทำเสร็จเธอก็จะมาขลุกตัวอยู่ในครัวเพื่อให้เชฟสอนทำนู่นทำนี่ตามใจอยาก แทนที่จะเอาเวลาไปพักผ่อน เขาพยายามชวนไปเที่ยวก็ส่ายหน้าดิกไม่ยอมไป

"ขวัญบอกพี่แล้วไงคะว่าขอทำเค้กก่อน" เสียงหวานติดงอนท้วงกลับมาเพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ร่างสูงบอกให้เธอไปพักเช่นกัน

"ก็เหม่อจนเทผิดเทถูกขนาดนี้แล้วทำต่อจะมีสมาธิได้ยังไงล่ะครับ ไม่รู้ใจลอยไปหาใคร" องศาบ่นเสียงอ่อน ไม่วายแอบแซะคนฟังในตอนท้าย เป็นเหตุให้ถูกดวงตากลมโตปราดมองมาอย่างรวดเร็ว

"ก็ได้! ไปพักก็ได้ค่ะ! สวัสดีค่ะเชฟ" ด้วยความหมั่นไส้คนขี้แกล้งของขวัญก็ประชดกลับด้วยการวางมือจากทุกอย่าง ถอดถุงมือกับผ้ากันเปื้อน ปัดแป้งออกจากตัวลวกๆ แล้วหันไปกล่าวลาเชฟ ก่อนจะเดินออกไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้ทั้งคนสนิทและเชฟทำหน้าเหรอหรามองตามไปอย่างตกใจ เพราะบทจะยอมก็ยอมง๊ายง่าย! แม้จะยอมแบบประชดประชันก็เถอะ =_="

ติ๊ง!

สองเท้าเล็กๆ ที่กำลังก้าวเดินตรงไปที่ลิฟต์เพื่อกลับขึ้นห้องเป็นอันต้องชะงักเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกพร้อมกับปรากฏร่างสูงใหญ่ของคนที่ไม่ได้เจอหน้ากันมากว่าหนึ่งอาทิตย์ก้าวเดินออกมา ดวงตาทั้งสองคู่มองสบกันโดยอัตโนมัติ ร่างบางหัวใจพองโตแย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจแต่เพียงไม่นานก็ต้องหุบกลับมาทำหน้านิ่ง เดินผ่านอีกฝ่ายไปที่ลิฟต์โดยไม่คิดจะทักทายใดๆ

"เฮ้.. เป็นอะไร" มือใหญ่คว้าข้อมือเล็กไว้ได้ทันก่อนที่ร่างนั้นจะหายเข้าไปในลิฟต์ องศาเริ่มรู้ตัวว่ากลายเป็นส่วนเกินแล้วจึงถอยกลับไปที่ครัวเพื่อให้ทั้งคู่ได้อยู่ตามลำพัง เนื่องจากข้างกายเจ้านายตอนนี้ไม่มีเงาอากิกับเซย์โนะอยู่เช่นเดียวกัน

"ว่าไง เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหน้างอคืออะไร" เสียงต่ำเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ เพราะแว้บแรกที่ร่างบางเห็นเขาเธอยิ้มเหมือนดีใจ แต่เพียงไม่นานก็หุบฉับทำหน้าบึ้งเหมือนไม่พอใจแทน อาการแบบนั้นมันคืออะไรกันล่ะ

"คุณบอกว่าไปไม่กี่วัน.." ของขวัญยืนนิ่ง เงียบไปชั่วอึดใจก็พูดอ้อมแอ้มในลำคอ แว้บแรกเธอยอมรับว่าดีใจที่เห็นหน้าเขาแต่ก็ไม่พอใจที่เขาหายไปเป็นอาทิตย์ทั้งที่บอกไปไม่กี่วันก็กลับ ไม่มีการติดต่อใดๆ ปล่อยให้เธอรอเก้อ..

"คิดถึงฉันหรอ? " แทนที่คนตัวใหญ่จะแก้ตัวหรืออธิบายอะไรกลับมา เขากลับถามไปอีกอย่างหน้าตาเฉย ทำให้คนฟังที่ไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจตั้งรับคำพูดอะไรแบบนั้นเหรอหราไปต่อไม่ถูก

"เธอจะคิดถึงฉันก็ได้นะ.." มือที่จับกันอยู่ปล่อยออก ก่อนกลับไปล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบอะไรบางอย่างออกมา ของขวัญยืนมองตามอย่างสงสัย ความสนใจของเธอไม่ได้โฟกัสไปที่คำพูดนั้นของเขาอีกเมื่อมองเห็นสิ่งที่มือใหญ่ถืออยู่ กระทั่งมันถูกเอื้อมมาติดลงบนผมของเธอ

"...เพราะฉันเองก็คิดถึงเธอเหมือนกัน" เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยต่อประโยคยาวจนจบก่อนจุดยิ้มเล็กๆ ขึ้นที่มุมปาก คำพูดนั้นเหมือนคำสาปที่ทำให้ร่างคนฟังยืนแข็งทื่อเป็นหิน เย็นเฉียบแค่ชั่วสายลมพัดผ่านก่อนเกิดมวลความร้อนไหลเวียนไปทั่วร่างโดยเฉพาะใบหน้า

"พ่อฉันเสียน่ะ ก็เลยกลับช้า" โทโมยะแอบยิ้มขำคนเสียอาการนิดๆ ก่อนอาศัยตอนที่อีกฝ่ายกำลังอึ้งมองสำรวจใบหน้าสวยอย่างละเอียด ซึ่งมองไม่เห็นความสดใสเลยแม้แต่น้อย..

"อะ.. อ่า เสียใจด้วยนะคะ" ของขวัญรู้สึกตัวพลันหลบสายตา ละล่ำละลักพูดออกมาทั้งที่ยังไม่อยู่กับร่องกับรอยดีนัก ความขุ่นเคืองมันหายไปตั้งแต่ได้ยินคำว่า 'คิดถึง' แล้ว ยิ่งได้รู้เหตุผลของการกลับช้าก็ยิ่งรู้สึกผิดเพราะถ้าเธอรู้ว่าพ่อเขาเสียเธอคงจะเข้าใจมากกว่านี้

"ยังโกรธฉันอยู่หรือเปล่าล่ะ" คนถูกถามส่ายหนาระรัวผมกระจายก่อนลอบช้อนตาขึ้นมองคนถามด้วยความรู้สึกผิด

"กิ๊บอันนี้เป็นของแม่ฉันเอง.. เหมาะกับเธอดี ฉันให้" ตาคมมองเลยจากใบหน้าสวยขึ้นมาบนศีรษะเล็ก ก่อนลดสายตากลับลงมามองสบตากันอีกครั้ง

"ของแม่หรอคะ? แล้ว.. เอามาให้ขวัญจะดีหรอคะ นี่มันของสำคัญ.." ร่างบางตกใจเมื่อรู้ว่าสิ่งที่เขาให้มาเป็นของมารดาที่เสียไป เขารักแม่มากสิ่งนี้ก็น่าจะสำคัญกับเขามากสิ ทำไมถึงเอามาให้เธอได้

"สำคัญก็เก็บรักษาให้ดีๆ ทำหายแม่ฉันมาหักคอไม่รู้ด้วยนะ" ร่างสูงแกล้งขู่ มองคนฟังอย่างตลกขบขันเมื่อดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ

"งะ งั้นเอาคืนไปเลยค่ะ ขวัญไม่เอา! " ของขวัญกลัวผีที่สุดในสามโลก พอเขาพูดแบบนั้นเธอเลยกลัวขึ้นมาจริงๆ พยายามจะแกะกิ๊บคืนกลับให้ แต่มือใหญ่ยกห้ามไว้ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น

"คุณ! ? หัวเราะอะไร ขวัญกลัวจริงๆ นะคะ! " เสียงหวานตะเบ็งถามคนตัวใหญ่ดังๆ เพื่อให้เขาหยุดฟัง จริงอยู่ว่าพ่อกับแม่เธอก็เสียไปแล้วแต่เธอรักมากเกินกว่าที่จะกลัวพวกท่าน ผิดกับคนอื่นที่ไม่รู้จัก ถึงแม่เขาจะดูท่าทางใจดีแต่บอกเลยว่าเวลาเข้าไปทำความสะอาดในห้องของเขาเธอก็ยังกลัวๆ อยู่ตลอด

"หึหึ ฉันหยอกเล่น" มือใหญ่วางแหมะลงบนศีรษะเล็กก่อนโยกปลอบไปมาเบาๆ แต่กลับถูกร่างนั้นแยกเขี้ยวใส่ด้วยความขุ่นเคือง

"กินข้าวหรือยัง? " โทโมยะถามต่อ คนที่กำลังแอบทำปากมุบมิบบ่นเขาเรื่องก่อนเลยต้องหยุดการกระทำ ครั้นคว้ามือหาโทรศัพท์เพื่อจะเอามาดูเวลาก็ไม่เจอ สงสัยลืมไว้บนห้องเลยถือวิสาสะคว้ามือใหญ่ข้างที่มีนาฬิกาขึ้นมาดูแทน

"จะห้าโมงแล้วหรอคะ! ? " เสียงหวานโพล่งถามอย่างตื่นตระหนก เพราะถ้าตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้วก็แสดงว่าเธอรบกวนเชฟเกินเวลาไปมากโขเลยทีเดียว อีกฝ่ายก็ไม่ท้วงอะไรเลยให้ตายสิ!

"ตกใจอะไร ตกลงหิวหรือไม่หิว" ร่างสูงมองคนตรงหน้าอย่างงงๆ ก่อนถามเร่งเพราะเขากำลังหิวมากเนื่องจากไม่ได้กินข้าวเที่ยง คนถูกถามกรอกตาคิดเล็กน้อยก่อนพยักหน้า ความจริงเธอยังไม่หิวเท่าไรแต่ถ้าเขาพูดแบบนี้ก็อาจเป็นไปได้ว่าเขากำลังชวนเธอไปกินข้าวด้วย โอกาสแบบนี้ใครจะไม่คว้าไว้ล่ะ

"อยากกินอะไร" คนหิวเอ่ยถามด้วยท่าทีสบายๆ ไหนๆ ก็มีความผิดนิดหน่อยที่กลับช้าเลยตามใจให้อีกฝ่ายเป็นคนเลือก

"ออกไปกินข้างนอกได้มั้ยคะ" ของขวัญฉีกยิ้มแห้งๆ เพราะไม่รู้คำขอจะเป็นผลไหมแต่ก็พยายามใช้สีหน้าสายตามองอ้อนอย่างมีความหวัง ก็เธอเบื่อที่จะนั่งกินข้าวในห้องแล้วนี่นา..

"เอาสิ.. อยากไปไหนล่ะ" โทโมยะมองดวงตาใสแจ๋วที่พยายามออดอ้อนเขาอย่างอารมณ์ดี การตามใจใครสักคนมันก็ไม่ได้แย่..

"ขวัญอยากกินหมูกระทะ! " ร่างบางยิ้มกว้าง บอกสิ่งที่ต้องการออกมาอย่างไม่เกรงกลัวว่าจะผิดหวังเลยสักนิดเพราะเจ้าพ่อมาเฟียที่มีคนติดตามกันเป็นขบวนกับร้านแบบนั้นมันช่างไม่เข้ากันเอาเสียเลย แต่เขาอนุญาตแล้วนี่นา คืนคำไม่ได้นะ!

"หึ ล้อฉันเล่นหรือไง" ร่างสูงยิ้มอ่อน หรี่ตามองคนตัวเล็กราวกับจะจับผิดว่าไม่ได้ถูกเธอแกล้งอยู่ใช่หรือไม่

"เปล่านะคะ ขวัญอยากกินจริงๆ ไหนคุณบอกว่าได้ไง เพิ่งรู้ว่ามาเฟียไม่มีสัจจะ! " ของขวัญทำหน้างอ ตัดพ้อโทโมยะในตอนท้ายอย่างขุ่นเคืองที่เขาทำเหมือนจะไม่ไปทั้งที่อนุญาตแล้วแท้ๆ

"หึหึ ก็ได้ แต่ไม่มีเดลิเวอรี่หรือไง สั่งมากินที่นี่ก็ได้มั้ง" คนถูกประชดประชันหัวเราะขำอย่างเอ็นดู ก่อนเสนอทางเลือกใหม่เพราะเขาไม่ถนัดไปที่ที่มีคนเยอะๆ แบบนั้นเท่าไร

"แต่.. ไปกินที่ร้านมันได้บรรยากาศมากกว่านี่คะ คุณก็ไม่ต้องพาลูกน้องไปก็ได้ แล้วสูทนี่ก็ถอดออกให้หมด ทำตัวให้กลมกลืนกับคนอื่นก็ไม่มีใครสนใจแล้วล่ะค่ะ" คนฟังได้แต่ยืนกอดอกเอียงคอมองคนพูดอย่างขบขัน ไม่รู้อะไรทำให้อีกฝ่ายงอแงจะไปให้ได้ท่าเดียวแบบนี้ กล้าขึ้นเยอะ แต่ก็ไม่ได้แย่..

"ก็ได้.. งั้นไปแต่งตัว" สุดท้ายเขาก็ต้องเป็นฝ่ายยอมจำนน

"เย้!! ขอบคุณค่ะ^^" คนถูกตามใจกระโดดดึ๋งๆ แสดงอาการดีใจเหมือนเด็กอย่างลืมตัว

"ไหนรางวัล? " ดีใจได้ไม่ถึงนาทีก็เป็นอันต้องชะงักเมื่อคนตัวใหญ่ถามถึงรางวัลด้วยสายตาคาดหวัง

"คราวนี้ไม่เอาตรงลูกกะเดือกแล้วนะ" โทโมยะยกยิ้มกริ่ม มองท่าทีเอียงอายของคนแก้มแดงอย่างขบขันเมื่อพูดถึงเรื่องในวันนั้น ของขวัญยืนทำใจชั่วครู่ก็ก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูง ก่อนตัดสินใจกระโดดจุ๊บเข้าที่ริมฝีปากหนาเบาๆ แล้วรีบหมุนตัววิ่งหนีหมายจะขึ้นบันไดแทนลิฟต์ เพราะถ้าไปทางลิฟต์กว่ามันจะเปิดจะปิดก็ต้องทนกับสายตาหรืออาจจะเป็นคำพูดล้อเลียนจากเขา

หมับ!

"อ๊ะ อื้อออ!! ? " แต่ทว่าคนที่คิดว่าตัวเองเร็วที่สุดในการหลบหนีแล้ว กลับมีอีกคนที่เร็วกว่าคว้าจับข้อมือเล็กไว้ได้ทันก่อนดึงกลับมาเผชิญหน้า สอดมืออีกข้างรองท้ายทอยเล็กแล้วรั้งเข้ามาประทับจูบ..

ของขวัญเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คาดคิดว่าโทโมยะจะทำแบบนี้ เขาไม่เพียงจูบเด็กๆ แค่ปากแตะกันเหมือนเธอ แต่บดคลึงความนุ่มชื้นลงมาบนริมฝีปากอย่างเนิบนาบนุ่มนวล.. หัวใจดวงเล็กๆ ที่ไม่เคยประสบพบเจอเรื่องแบบนี้กำลังสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นระคนประหม่าอาย ถ้าเป็นก่อนที่จะรู้ใจตัวเองเธอคงจะทำอะไรสักอย่าง เช่น ขัดขืนหรือผลักเขาออกไป แต่ตอนนี้เธอกลับพยายามตอบรับสัมผัสนั้นทั้งที่ไม่เคยจูบกับใครมาก่อน อาศัยภาพที่เคยเห็นในละครทีวีที่แม่ชอบดูเป็นตัวอย่าง

"อึก.. แฮ่ก.."

"จูบจริงๆ มันแบบนี้ต่างหาก" น้ำเสียงต่ำพร่ากว่าปกติเอ่ยเย้าก่อนตวัดลิ้นเลียริมฝีปาก จ้องมองคนตัวเล็กตาวาววับหลังปล่อยเธอเป็นอิสระ มือแกร่งถูกเก็บกลับมาล้วงกระเป๋ากางเกง ยืนยิ้มกริ่มอย่างไม่สะทกสะท้านอะไรในขณะที่อีกฝ่ายยืนหอบหายใจจนตัวโยน แก้มเนียนเห่อร้อน แดงจัดจนไม่เหลือพื้นผิวสีขาว ดวงตากลมโตหวานฉ่ำ ใบหน้าอ่อนระโหยโรยแรงบ่งบอกให้รู้ว่าจูบเมื่อกี้มันรู้สึกดีแค่ไหน

"ให้ไปส่งที่ห้องมั้ย? " ใครคนนั้นถามไถ่อย่างหวังดีเมื่อเห็นคนตรงหน้าเข่าอ่อนเหมือนจะทรงตัวไม่อยู่

"ขะ ขวัญกลับเอง! " เสียงหวานปฏิเสธความหวังดีติดขัด แก้มร้อนจนไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาคม เธอมองหาทางขึ้นบันไดเพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่ใกล้อีกฝ่ายนานๆ แต่ไม่ทันได้ก้าวเดินไปก็ถูกมือใหญ่หิ้วปีกขึ้นพาเดินไปที่ลิฟต์ โชคดีที่มันแค่ชั้นเดียวไม่นานก็กลับถึงห้องท่ามกลางความขัดเขิน...ของเธอคนเดียวล่ะมั้งเพราะร่างสูงออกจะชิว...เกิ๊น~

ทั้งคู่แยกย้ายกันไปแต่งตัวใหม่ในห้องตัวเอง โทโมยะถอดเพียงสูทตัวนอกออกเท่านั้นเพราะถึงแม้ร่างบางจะบอกให้ทำตัวกลมกลืนกับคนอื่นยังไงเขาก็ไม่อาจใส่ชุดอื่นนอกจากนี้ได้เพราะรอยสักตามตัวมันเยอะไปหมด ถ้าเปิดเผยมากคงไม่พ้นตกเป็นเป้าสายตาคนเหมือนเดิม

เมื่อแต่งตัวเสร็จทั้งสองก็ออกเดินทาง โทโมยะเลือกที่จะขับรถเองและภายในรถก็มีแค่เขากับของขวัญเท่านั้น เหมือนจะไปกันแค่สองคนแต่ความจริงแล้วอากิกับเซย์โนะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น ขอติดตามมาห่างๆ ด้วยความเป็นห่วง เขาก็เลยปล่อยให้ตามเพราะไม่อยากขัดให้มากเรื่องมากราว

ใช้เวลาสักพักก็มาถึงร้านหมูกระทะที่ร่างบางรีเควส เห็นบอกว่าเป็นร้านประจำที่ชอบมากับแม่บ่อยๆ เธอนำทางและจัดการทุกอย่างเองทั้งหมด ร่างสูงได้แต่เดินตามไปอย่างเงียบๆ ตาคมกวาดมองสำรวจไปทั่วก่อนจะพบว่าวุ่นวายน้อยกว่าที่คิด คงเป็นเพราะร้านใหญ่ มีโต๊ะเยอะหลากหลายโซนให้เลือกนั่งได้ตามใจ

ของขวัญเลือกโต๊ะในโซนที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวเพื่อคนที่มาด้วย แต่ถึงอย่างนั้นทั้งคู่ก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนรอบข้างในทุกที่ที่เดินผ่าน ด้วยความสูงชะลูดเกือบสองเมตร หน้าหล่อขรึมและหุ่นสุดเพอร์เฟ็คของคนข้างๆ ที่เหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารชื่อดัง เธอรู้สึกคิดผิดที่บอกเขาทำตัวให้กลมกลืนกับคนอื่น เพราะความจริงแล้วคนอย่างเขาไม่สามารถกลมกลืนกับใครได้เลยจริงๆ =_="

ร่างบางอาสาจะไปตักอาหารเองให้คนตัวใหญ่นั่งเฝ้าโต๊ะแต่ด้วยความสงสารหรือเวทนาก็แล้วแต่ทำให้เขาไม่ยอมและลุกไปกับเธอด้วย ใช้เวลาสักพักอาหารสดก็ถูกวางเรียงรายเต็มโต๊ะ คนต้นคิดนั่งยิ้มจนแก้มปริ คอยหยิบจับย่างนู่นย่างนี่บริการให้ร่างสูงอย่างเต็มที่ เพราะคิดว่าเขาคงไม่ถนัดอะไรแบบนี้ อีกอย่างก็อยากจะตอบแทนความใจดีที่เขายอมตามใจด้วย..

แต่เธอไม่ได้ลืมหรอกนะว่าก่อนจะมาเกิดอะไรขึ้น! เธอยังคงเขินอายเวลาที่ต้องมองหน้าอีกฝ่ายตรงๆ เลยเลือกที่จะทำตัวให้ปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ต่างหาก เขาเองก็ไม่ได้พูดถึง เพียงแอบยิ้มบ่อยและดวงตาก็ดูจะแพรวพราวมากกว่าปกติไปสักหน่อย.. เท่านั้นเอ๊ง!

"สักหน่อยมั้ย" เสียงทุ้มเอ่ยถามขณะยกเบียร์เย็นๆ เทลงแก้วตัวเอง ก็ถือว่าเขาไม่ได้เลือกกินเพราะเครื่องดื่มของที่นี่ก็มีแต่เกรดธรรมดาทั่วไป ไม่ได้หรูหรามีราคาแพงหูฉี่อย่างที่เขาดื่มประจำ

"ไม่ล่ะค่ะ คุณก็อย่าดื่มเยอะนะคะ ต้องขับรถกลับ" ของขวัญส่ายหน้า เธอสั่งแป๊บซี่ให้ตัวเองก่อนเบียร์ให้เขาอีก คิดว่าเธอจะอยากกินด้วยหรือยังไง

"แค่นี้ไม่เมาหรอกน่า" อีกฝ่ายบอกเสียงขบขัน เทเพิ่มอีกอย่างไม่ใส่ใจในคำเตือน เธอเชื่อนะเพราะเท่าที่เห็นเขาค่อนข้างจะดื่มเก่งพอตัวเลย ตู้เย็นในห้อง (ที่เคยแอบเปิดดู) นอกจากน้ำเปล่าแล้วก็มีแต่แอลกอฮอล์ยี่ห้อต่างๆ ที่เธอไม่รู้จักเต็มไปหมด ถ้าไม่มีน้ำอยู่ด้วยก็คงคิดว่ากินพวกมันแทนน้ำไปแล้ว

"อร่อยมั้ยคะ" ของขวัญเลียบๆ เคียงๆ ถามหลังเห็นคนตัวใหญ่คีบหมูชิ้นพอดีคำที่เธอเป็นคนย่างให้เข้าปากเป็นคำแรก

"ก็พอได้" คนถูกถามเลิกคิ้วมองกลับมาอย่างสงสัยเมื่อเห็นเธอเฝ้ารอคำตอบอย่างคาดหวัง ถึงจะไม่เคยกินหมูกระทะแต่เขาก็เคยกินพวกชาบูปิ้งย่างที่คล้ายๆ กัน รสชาติของมันเลยไม่ได้ทำให้รู้สึกแปลกใหม่อะไร ยกเว้นบรรยากาศที่อาจจะร้อนหน่อยเพราะนั่งอยู่หน้าเตาถ่าน แต่ก็ใช่จะไม่มีลมเพราะรอบข้างเปิดโล่ง แถมมีพัดลมตัวใหญ่ของทางร้านเปิดอยู่ตามจุดต่างๆ โดยรวมแล้วมันก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด..

"อร่อยจะตาย.." คนฟังยู่หน้าด้วยความหมั่นไส้ แค่ตอบว่าอร่อยหรือไม่ก็ต้องมีฟอร์มด้วยหรอคนเรา

"พี่ครับ ช่วยซื้อหน่อยครับ" ระหว่างที่กำลังนั่งกินกันอยู่นั้น.. มีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ แต่งตัวมอมแมมเดินมาหยุดยืนข้างโต๊ะ ในมือถือตะกร้าขนาดพอดีตัวใบหนึ่ง ข้างในมีตุ๊กตาไหมพรมแฮนด์เมดถูกทำเป็นพวงกุญแจและที่ห้อยโทรศัพท์วางเรียงรายอยู่ เด็กน้อยมองทั้งคู่ด้วยสายตาคาดหวังทำคนขี้สงสารอย่างของขวัญไม่สามารถปฏิเสธได้แม้จะไม่มีเงินติดตัวเลยสักบาท

"ขายยังไงจ๊ะ" เสียงหวานเอ่ยถามพลางมองตุ๊กตาเหล่านั้นอย่างสนใจ พลอยทำให้เด็กชายมีความหวังรีบแจ้งราคาให้ทั้งคู่ทราบ

"ตัวละ 39 บาทครับ 2 ตัว 70" เสียงตอบใสแจ๋ว ทำคนฟังรับรู้ได้ถึงความรู้สึกดีใจของเด็กชาย เธอจึงรับช่วงต่อหันมาอ้อนให้คนที่มาด้วยซื้อให้

"คุณ~"

"หึ เอาสิ.. ซื้ิอให้" โทโมยะส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างขบขันระคนเอ็นดู เพราะดวงตากลมโตคู่นั้นไม่ต่างจากเด็กชายตอนที่มองเธออย่างคาดหวังเลยสักนิด

ของขวัญฉีกยิ้มกว้างทันทีเมื่อได้แบงค์ร้อยจากเขามาถือในมือ เธอหันไปเลือกตุ๊กตามาสองตัวเป็นที่ห้อยโทรศัพท์ลิงแก้มแดงชายกับหญิง ที่รู้ก็เพราะมีชุดกระโปรงกับกางเกงใส่ให้ด้วยอย่างน่ารัก

"ไม่ต้องทอนนะ" เสียงใสบอกเด็กชายอย่างใจดีพร้อมกับยื่นแบงค์ร้อยให้หลังได้ตุ๊กตาลิงมาสองตัว

"ขอบคุณครับ" เด็กชายยิ้มกว้าง ประนมมือไหว้อย่างนอบน้อม ก่อนจะเดินจากไปขายที่โต๊ะอื่นต่อ

"ขอโทรศัพท์หน่อยค่ะ"

ร่างสูงมองมือบางที่แบมาตรงหน้าอย่างงงๆ แต่เจ้าตัวไม่ยอมพูดอะไรเอาแต่พยักหน้าระรัวพร้อมกับจ้องมองมาอย่างคาดหวังเขาก็เลยต้องล้วงออกมาส่งให้ ด้วยความอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร เมื่อได้ไปของขวัญก็จัดการเอาที่ห้อยตุ๊กตาลิงแก้มแดงตัวผู้ชายมาใส่เครื่องของเขา ขณะเดียวกันเครื่องของเธอก็ห้อยลิงตัวเมีย พอใส่เสร็จก็ส่งคืนกลับมาให้ด้วยรอยยิ้มเหมือนพยายามกลั้นขำ

"หึ.. ล้อฉันเล่นหรือเปล่าเนี่ย เธอจะให้ฉันห้อยไอ้ลิงแดงเนี่ยนะ" เจ้าของเครื่องโทรศัพท์ราคาแพงมองสิ่งแปลกปลอมที่ห้อยต่องแต่งอยู่อย่างหนักใจ เขาเป็นถึงหัวหน้าคนนับร้อยนับพัน ลูกน้องจะคิดยังไงถ้าเห็นเขาห้อยเจ้าลิงนี่กับโทรศัพท์ คงได้หัวเราะเยาะในใจเป็นแน่

..

..

..

..

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 27 (ตอนจบ)

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 27 (ตอนจบ) เป็นเวลากว่าสามเดือนที่โทโมยะและของขวัญใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่น ด้วยเจตนารมณ์ของเขาที่หมายมั่นจะสละตำแหน่งหัวหน้าแก๊งคาชิมะให้ผู้เป็นน้องชาย เมื่อเรื่องร้ายๆ ผ่านพ้นไปเวลาที่เหลือเขาจึงเริ่มเดินหน้าสอนงานน้องอย่างเต็มกำลังและขีดเส้นตายไว้ว่าภายในสองปีทาคิยะจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนยอมรับให้ได้ นั่นทำให้อีกฝ่ายแอบมาโอดครวญให้ร่างบางฟังบ่อยๆ ว่าผู้เป็นพี่เคี่ยวเข็ญอย่างกับจะพาไปแข่งโอลิมปิก ได้ยินแล้วก็ขำแต่คงจะช่วยอะไรไม่ได้นอกจากคอยรับฟังหลังช่วงทดลองงานสามเดือนของทาคิยะผ่านพ้นไปทั้งคู่ก็บินกลับประเทศไทย ปล่อยให้ว่าที่ผู้นำคนต่อไปหยัดยืนด้วยลำแข้งของตัวเอง แต่ไม่เชิงว่าโดดเดี่ยวเพราะเขามีทั้งคนสนิทและผู้ช่วยมือดีหลายคน ด้วยเหตุนี้งานของคาชิมะที่โทโมยะทำอยู่เลยพลอยลดน้อยลงไปด้วย แม้ไม่ถึงกับหมดแต่เขาก็มีเวลาเหลือพาของขวัญไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาตามที่เคยสัญญากันไว้ในตอนก่อนไปญี่ปุ่น เขาพาเธอไปไหว้พ่อแม่เขาเธอเองก็พาเขาไปไหว้พ่อแม่เธอเหมือนกันเรียกได้ว่าชีวิตในช่วงนี้ดี๊ดีและมีความสุขแบบสุดๆ แม้จะยังไม่มีเหตุการณ์ประมาณว่าขอเป็นแฟนหรือบอ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 26

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 26โชคดีที่ของขวัญไม่ได้ถูกร่างสูงกินแทนข้าวเย็นเพราะแค่รอบเดียวในบ่อน้ำพุช่วงล่างก็เจ็บเสียดจนกลายเป็นคนเดินช้าและเดินนุ่มนวลไปแบบเขินๆ อย่างในตอนนี้ที่กำลังเดินตามอีกฝ่ายไปยังห้องอาหารก็มีหลายครั้งที่เขาต้องชะลอฝีเท้าเพื่อให้เธอตามทัน แน่นอนว่าเขารู้ถึงสาเหตุวัดได้จากสายตาวาววับที่มองมาเดิมทีของขวัญคิดว่าเพื่อนร่วมโต๊ะทานมื้อค่ำจะมีแค่ทาคิยะคนเดียว รวมเธอกับร่างสูงก็เป็นสามคน แต่พอประตูไม้เนื้อดีถูกเลื่อนออกถึงได้รู้ว่าบรรยากาศมันผิดจากที่คิดไว้มาก ภายในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่นี้มีจำนวนบุคคลด้านในไม่ต่ำว่าสิบคน!ทุกคนล้วนอยู่ในชุดสบายๆ อย่างยูกาตะและล้วนเป็นผู้ชายที่ค่อนข้างจะมีอายุ.. เสียงพูดคุยกันอย่างออกรสชาติในตอนก่อนหน้าเงียบกริบลงไปในทันทีที่โทโมยะพาเธอเข้ามา ทุกสายตาไม่ได้ผ่านการนัดหมายแต่พวกเขาพากันมองผู้มาใหม่ทั้งสองสลับกันอย่างพร้อมเพรียง"อ้าวพี่ มาๆ มานั่งนี่เลยครับ" ทาคิยะเป็นคนดึงความสนใจของทุกคน เขารีบลุกจากเบาะรองนั่งนุ่มๆ บนพื้นมานำทางให้ทั้งคู่ไปนั่งลงบนหัวโต๊ะที่ได้จัดเตรียมที่ทางไว้ให้ตั้งแต่แรก สายตาทุกคู่ยังคงจับจ้อง

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 25

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 25"อะ อื้ม~" ท้ายทอยเล็กถูกมือใหญ่รั้งเข้าหา ประกบจูบลงไปบนริมฝีปากแดงเรื่อ ดูดซับความนุ่มนิ่มที่ด้านนอกเบาๆ ก่อนสอดแทรกเรียวลิ้นคว้านลึกเข้าไปข้างใน ร่างบางเปิดปากให้อย่างรู้หน้าที่ แม้จะยังไม่ประสาแต่ก็สมยอมตอบรับสัมผัสของร่างสูงด้วยความเต็มใจทุกครั้งเผลอไผลไปกับรสจูบครู่เดียวร่างเพรียวบางก็ถูกยกตัวลอยเปลี่ยนท่ามานั่งคร่อมตักในสภาพล่อแหลมยิ่งกว่าเดิม มือใหญ่วางลงบนสะโพกอวบ บีบเคล้นเบาๆ ก่อนลูบไล้ขึ้นมาตามเอวคอดกิ่วจนถึงแผ่นหลังเนียนนุ่ม ชั่วอึดใจก็กอดรั้งคนบนตักเข้ามาแนบชิด บดเบียดร่างกายเข้าหากันจนไม่เหลือพื้นที่ว่าง ทรวงอกอวบขาวเบียดชิดแผงอกล่ำ หน้าท้องแบนราบแนบแน่นไปกับลอนซิกแพค ช่วงล่างแข็งขืนเสียดสีอยู่กับช่องทางอ่อนนุ่มที่ยังคงปิดสนิท วงแขนแกร่งที่โอบกอดเอวบางขยับโยกตัวเธอขึ้นลงเป็นจังหวะเนิบนาบ.. จงใจให้อะไรๆ มันบดเบียดพอให้หวาดเสียวท้องน้อยเล่นๆ"อะ อ๊ะ อื้อ.." หลังถูกครอบครองไปหลายต่อหลายครั้งในที่สุดริมฝีปากบางที่เริ่มบวมเจ่อก็ถูกปล่อยเป็นอิสระ ของขวัญรีบกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างหิวกระหาย สองมือจิกเกร็งอยู่บนไหล่กว้างเมื่อเขาเปลี่ย

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 24

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 24หลังจากปลดคาวามูระและพรรคพวกออกจากตำแหน่งโทโมยะก็ค่อนข้างจะวุ่นๆ นิดหน่อยเพราะต้องเรียกตรวจสอบ ประเมินความเสียหายและทำการปรับเปลี่ยนหัวหน้าเขตคนใหม่เข้ามาดูแลแทน รวมทั้งทำการรื้อระบบเก่าที่อีกฝ่ายเคยจัดการดูแลทิ้งแล้ววางระบบใหม่เข้าไปแทนที่ รวมๆ แล้วหลายปีที่ผ่านมาคาชิมะถูกมันโกงกินไปไม่น้อย ยังไม่รวมเรื่องที่แอบค้ายาและค้ามนุษย์พื้นที่ที่เป็นกฎต้องห้ามของแก๊งอีกตอนแรกก็สงสัยว่าคนๆ เดียวที่ภรรยาจากไปนานแล้วมีภาระแค่ส่งเสียลูกสาวเรียนเมืองนอกแค่คนเดียวมันจะจำเป็นต้องใช้เงินมากอะไรขนาดนั้น แต่พอขุดไปขุดมาถึงได้รู้ว่ามันติดการพนัน ติดเหล้าติดยาและติดผู้หญิงอย่างหนัก เงินที่ได้ไปก็เอาไปลงกับอบายมุขพวกนั้นทั้งหมด ลูกแทบจะไม่เหลียวแล!แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย หลังจากที่ถูกพาตัวไปขังไว้ในคุกมืด.. สถานที่ที่มีไว้เพื่อกักขังคนทรยศ สองวันให้หลังร่างสูงก็ได้รับรายงานว่าผู้เป็นอาได้หลบหนีความผิดด้วยการใช้เข็มขัดผูกคอตัวเองกับลูกกรงสิ้นใจก่อนที่จะโดนเจ้าทาคิยะสำเร็จโทษไปก่อนแล้ว สภาพศพไม่น่าดูเท่าไรเพราะก่อนหน้านั้นคนของเขาที่สั่งให้คอยเฝ้าหน้าค

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 23

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 23"ฮ่าๆ ๆ เงินตั้งห้าสิบล้าน พี่แกยังกล้าโอนมาให้ฉัน ง่ายๆ แลกกับชีวิตไร้ค่าของแก ไม่น่าเชื่อ.. ฉันอุตส่าห์เป่าหูพวกแกให้เกลียดกันเพื่อหวังจะให้พวกแกหันมาฆ่ากันเอง แต่แม่งคงจะไม่มีวันนั้น.. เพราะแกมันโง่ทาคิยะ! แกมันขี้ขลาด! เหอะ คนแบบนี้น่ะหรออยากจะขึ้นเป็นหัวหน้าแก๊ง ถุ้ย! ฝันกลางวันอยู่หรือไงไอ้เด็กเหลือขอ! " เสียงหัวเราะดังลั่นขึ้นมาด้วยความสะใจเมื่อลูกน้องเข้ามารายงานว่าได้รับเงินเรียกค่าไถ่จากหลานชายคนโตเรียบร้อย ก่อนที่น้ำเสียงหยามเหยียดจะพ่นคำดูถูกใส่หลานชายคนเล็กพร้อมกับยืนจ้องมองด้วยสายตาเกลียดชัง"สารเลว.. พวกผมเป็นหลานของอานะ! " คนที่ถูกจับมัดนั่งบนเก้าอี้ในสภาพสะบักสะบอมเลือดโชกขบกรามแน่นด้วยความโกรธจัด ถามหาความเมตตาลมๆ แล้งๆ จากคนที่มีสายเลือดร่วมกันครึ่งหนึ่งด้วยความเจ็บใจ กว่าจะรู้สึกตัวว่าถูกใช้เป็นเครื่องมือชำระความแค้นก็เสียรู้จนหมดสภาพ"หลานหรอ ฮ่าๆ ๆ ฉันนับญาติกับพวกแกที่ไหนกันเล่า ฉันเกลียดไอ้คาสึยะพ่อของแก เกลียดแก เกลียดพี่ชายของแก! พวกแกมันมารชีวิต! ถ้าไม่มีพวกแกทุกสิ่งทุกอย่างก็จะต้องเป็นของฉัน!! " คาวามูระระเบิดอารมณ์

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 22

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 22"เป็นอะไรหรือเปล่าครับ สีหน้าไม่ดีเลย" องศาถามขึ้นในตอนที่เดินทางกลับ เพราะคนตัวเล็กนั่งเงียบมาตลอดทางตั้งแต่ออกจากร้านอาหารตามสั่งของพราวแล้ว สีหน้าก็ดูจะไม่สู้ดีนัก"เปล่าค่ะ ก่อนกลับพี่องศาพาขวัญแวะทำบุญหน่อยนะคะ" ของขวัญบอกปัดอย่างที่คิด แต่คนฟังก็ไม่ได้เซ้าซี้จะรู้ให้ได้ ทำเพียงพยักหน้ารับและแวะเข้าวัดตามคำสั่งเมื่อได้ทำบุญจิตใจที่ว้าวุ่นของร่างบางก็พอจะสงบลงมาได้บ้างนิดหน่อย แต่ก็ยังแอบคิดอยู่.. ก็เรื่องของแป้งนั่นแหละ ไม่เชิงว่ารู้สึกผิดไปเสียทีเดียว แต่เป็นความสงสารและเห็นใจมากกว่า ในฐานะคนที่เคยแอบรักเขามาเหมือนกัน ซึ่งตอนนี้กรณีของเธอก็ยังไม่เรียกว่าสมหวังนะ แค่ก้าวหน้ามากขึ้นเท่านั้น.."นี่.." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเรียกสติคนเหม่อให้หันมามอง แล้วก็ต้องแปลกใจว่าอีกฝ่ายกลับมาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมเธอถึงไม่รู้สึกตัว.."..มาตั้งแต่เมื่อไรคะเนี่ย" เมื่อพิจารณาดีๆ แล้วของขวัญก็ต้องตกใจซ้ำอีก เพราะร่างสูงนั่งอยู่บนโซฟาตัวเดียวกัน เธอควรจะรู้สึกตัวบ้างเวลาพื้นโซฟามันยุบตามน้ำหนักเขา นี่ต้องเหม่อขนาดไหนถึงได้ไม่รู้สึกอะไรเลย.."ก็นานพอที่จะ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 12

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 12"ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยวาง ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น.." ร่างสูงเอ่ยบอกผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงอ่อนลง มือใหญ่วางทับลงบนหลังมือเหี่ยวย่นพร้อมกับบีบเบาๆ จริงอยู่ว่าเขากับพ่อไม่ลงรอยกันนักแต่ถึงอีกฝ่ายจะเลวร้ายแค่ไหนสายเลือดเดียวกันมันก็คงจะตัดกันไม่ขาด ตอนนี้ผลจากการ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 11

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 11มีสิ่งหนึ่งที่แปลกไป.. แปลกไปอย่างมาก! นั่นก็คือการกระทำของโทโมยะตั้งแต่วันที่มานอนค้างห้องของของขวัญแบบมึนๆ ในวันนั้น เขาก็มักจะมาอีกในคืนถัดไปจนล่าสุดเลยเถิดไปไกล ถึงขั้นเริ่มเรียกให้เธอเป็นฝ่ายไปนอนด้วย.. แต่ช้าก่อน! อย่าเพิ่งคิดไปไกล แค่นอนเฉยๆ ไม่ได้ทำ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 10

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 10ของขวัญเดินเอื่อยมานั่งลงบนโซฟาริมกระจกอย่างเลื่อนลอย ทว่าใบหน้าสวยกลับยุ่งเหยิง หน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนมีอะไรให้ครุ่นคิดมากมาย หลังสิ้นคำตอบนั้นขององศาเธอกับเขาก็แยกย้ายกันไปพัก แต่เธอกลับไม่สามารถปล่อยวางสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนได้ ไม่รู้ทำ

  • มาเฟียจ้าวชีวิต   ตอนที่ 9

    มาเฟียจ้าวชีวิตWriter : Aile'Nตอนที่ 9ของขวัญเดินเข้าห้องมาด้วยหัวใจพองโตนิดๆ แต่นั่นก็ไม่ทำให้หายซึมได้ เธอเดินมานั่งที่โซฟาริมกำแพงกระจก วางรูปกับโกศกระดูกแม่ลงข้างตัวก่อนลุกขึ้นรูดม่านผืนใหญ่เปิดออก แล้วกลับมานั่งกอดรูปแม่เหม่อมองออกไปโดยไม่มีจุดโฟกัสของสายตา เธอคิดถึงทั้งแม่และพ่อ การเป็นลูก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status