เข้าสู่ระบบ![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
บทที่ 1
@คฤหาสน์เซอร์เรส "กรี๊ดดดดด! เฮฮฮฮฮฮฮ์!" เสียงกรีดร้องและเสียงเฮลั่นดังก้องผสานไปกับเพลงดนตรีหนักๆ ที่เปิดอัดลำโพงจนแผ่นน้ำในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่สั่นสะเทือน! "สุขสันต์วันคล้ายวันเกิด เว้ยเพื่อน ครบ 18 ปี เต็มได้จิ้มยัยเมล์สักครั้งยังวะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า" เสียงแชมป์เพื่อนชายร่วมห้องของ โปรดเอ่ยแซวพรางยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ "ไอ้...เวร มึงก็รู้ดียัยนั่นหวงตัวจะตาย แม่งคบมา 3 ปี ทำได้แค่กอดเบื่อชิบหาย นี่ถ้ากูไม่ติดว่ายัยนั่นเป็นคุณหนูของ วิภาวงศ์ นะกูไม่ชายตาแลมันหรอกว่ะ" โปรดชายหนุ่มวัยกำลังคึกคะนองรูปหล่อ พ่อรวย และมีนิสัยเจ้าชู้แต่ก็เอาตัวรอดได้ตลอดเวลา เมื่อแฟนสาวอย่างเมล์เธอตามหาเขาทุกครั้งที่ติดต่อไม่ได้ "ดืมเต็มที่เลยนะทุกคน อ้าว! หมดแก้ว" ร่างของหนุ่มสาวนับสามสิบชีวิต กำลังกระจายตัวอยู่รอบคฤหาสน์หรู บางคนกระโดดทุ่มตัวลงสระน้ำ จนละอองน้ำกระเซ็นแตกกระจายสะท้อนแสงไฟนีออนสีสดฉูดฉาด บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ น้ำหอมราคาแพง และความดิบเถื่อนของวัยเยาว์ที่ไร้ขีดจำกัด กลางวงล้อมของสายเพื่อน ๆ และเสียงเชียร์รอบสระ โปรด ทายาทคนเดียวแห่งตระกูลเซอร์เรส ยืนตระหง่านอยู่พร้อมแก้วไวน์ราคาแพงในมือ "คืนนี้เต็มทีเลยนะทุกคน ก่อนพ่อกูจะกลับมาขานั้นนะจัดงานแบบนี้ไม่ได้หรอก กูแม่งลำคานชิบ! บ่นยังกับกูเป็นเด็ก ๆ " ปากบ่นถึงพ่อที่อยู่นอกประเทศ แต่มืออีกข้างบีบร้นเอวบางของ เชอรี่ สาวสวยหุ่นแซ่บในชุดบิกินีตัวจิ๋วเข้ามาชิดตระกูล ก่อนจะเอียงหน้าบดจูบอย่างเร่าร้อน หื่นกระหาย และเปิดเผยจนเสียงครางฮือดังก้องแข่งกับเสียงเพลง! "จ๊วบ!" "วู้ฮู้! เอาว่ะไอ้โปรด! จัดหนักแต่หัววันเลยนะมึง!" เสียงเพื่อนในแก๊งตะโกนแซวพร้อมรอยยิ้มกรอบหน้าหมั่นไส้ ขณะที่พาแฟนสาวเดินถือกล่องของขวัญเข้ามาร่วมวง โปรดถอนริมฝีปากออกช้าๆ ลิ้นหนาเลียริมฝีปากตัวเองพลางยกยิ้มกิมมิกตรงมุมปาก นัยน์ตาคมฉายแววถือดีและเย่อหยิ่งอย่างพองโต "ก็ยัยเมล์มาช้าเองนี่หว่า..." เขาเหยียดยิ้มเย้ยหยัน "ในเมื่ออยากมาดึกเอง ก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมาสิวะ... ของมันเคย ๆ จะให้กูยืนแห้งเหี่ยวรอคนเดียวได้ยังไง" "เออ ๆ แต่กูขอเตือนไว้อย่างนะเว้ย" เพื่อนอีกคนขัดขึ้นพลางกระดกเหล้า "ถ้าเมล์มาเห็นมึงนัวเนียกับเชอรี่แบบนี้ เดี๋ยวเรื่องได้ยาว ยิ่งเมล์มันยอมมึงทุกอย่าง แต่ถ้าสติแตกขึ้นมากูว่าไม่งาม" "แล้วไงวะ?" โปรดหัวเราะในลำคอ ยักไหล่อย่างไม่แยแส "คฤหาสน์นี้บ้านกู ทุกอย่างในนี้กูเป็นคนคุม... เมล์เป็นแฟนกู ถ้ากูสั่งให้หลับตา เขาก็ต้องหลับตา ถ้ากูสั่งให้เงียบ เขาก็ไม่มีสิทธิ์อ้าปาก!" "โปรดขา... อย่าไปพูดถึงยัยนั่นเลยสิคะ วันนี้วันเกิดโปรดนะ สนใจแค่เชอรี่ก็พอแล้ว..." เชอรี่ออดอ้อนพลางใช้มือลูบไล้แผงอกแน่นใต้เสื้อเชิ้ตแหวกอกของชายหนุ่ม "หึ ได้สิ...ครับ! เธอยัวยวนเก่งผมชอบ แต่เตือนเอาไว้อย่างถ้าเมล์มาถึง ห้ามแสดงตัวเด็ดขาดเข้าใจไหม?" โปรดก้มลงหอมแก้มหญิงสาวฟอดใหญ่ ก่อนจะชูแก้วไวน์ขึ้นสูง ชายหนุ่มตะโกนก้องสู้เสียงเพลง "เอ้าทุกคน! ดื่มให้กูหน่อยคืนนี้! เมาให้สุด! ใครไม่เมาห้ามกลับ!" "เฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ!" เสียงเฮรับดังสนั่นลั่นสระน้ำ แก้วไวน์และแก้วร็อกถูกชูขึ้นฟ้าพร้อมกัน เสียงเพลงยิ่งถูกเร่งเร้าให้ดังขึ้นไปอีกระดับ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า... ท่ามกลางเสียงเพลงที่เป่าหูจนกลบทุกสิ่ง 'เมล์' แฟนสาวที่เขาเพิ่งพูดจาเหยียดหยาม กำลังก้าวเท้าผ่านซุ้มประตูคฤหาสน์เข้ามาพร้อมกับกล่องของขวัญในมือ... และภาพตรงหน้าก็กำลังจะฉีกหัวใจของเธอให้แหลกเป็นชิ้นๆ! "พวกมึงสนุกกันไปก่อนนะ เดี๋ยวกูมา!" เสียงก้องทรงพลังของโปรดดังแทรกทะลุผ่านทุกเสียงเพลงและเสียงเฮลั่นรอบสระน้ำ ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปากอย่างถือดี ก่อนจะตระกองกอดเอวบางของเชอรี่ ชายหนุ่มพาเรือนร่างทรวดทรงเสน่หาในชุดบิกินีตัวจิ๋วเดินแยกตัวออกจากกลุ่มเพื่อน มุ่งหน้าขึ้นสู่ชั้นบนของคฤหาสน์หรู เพื่อสานต่ออารมณ์ดิบเถื่อนที่พุ่งสูงขึ้นทุกขณะ "ป่ะ! ขึ้นไปสนุกกันบนห้อง รอนับถอยหลัง ยี่สิบนาทีคงทันนะที่รัก" สองร่างเดินกอดกันหลบไปตามทางเดิน คฤหาสน์หลังโตขึ้นไปยังชั้นสองห้องที่ เมล์ที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนสาวก็ยังไม่เคยได้มีโอกาสได้ขึ้นไป ไม่ใช่เพราะว่าโปรดไม่ให้ขึ้น เป็นเธอเองต่างหากที่ไม่ยอมแม้แต่จะก้าวเท้าขึ้นไป เข็มนาฬิกาบนผนังเดินหน้าคืบคลานไปอย่างช้าๆ บรรยากาศด้านล่างยังคงเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและคึกคะนองของสายเลือดมาเฟียที่ไร้การควบคุม เวลาเดียวกัน @ สนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 22.30 น. เสียงประกาศเที่ยวบินจากต่างประเทศ ดังก้องไปทั่วอาคารผู้โดยสารขาเข้า ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทตัดเย็บพิถีพิถันโทนสีเข้ม ก้าวเท้าลงจากประตูงวงช้างด้วยท่วงท่าที่สง่างาม น่าเกรงขาม และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของชนชั้นสูง นัยน์ตาคมฉายแววผ่านร้อนผ่านหนาวและประสบการณ์ลึกซึ้ง 'ฌาลัลล์' ในวัย 39 ปี ปรับสายตาเข้ากับแสงไฟของประเทศไทยเป็นครั้งแรกหลังจากบินไปจัดการธุรกิจใหญ่ที่ต่างประเทศมาเนิ่นนาน "พี่ใหญ่ครับ รถตู้และบอดี้การ์ดเตรียมพร้อมอยู่ที่ประตู 3 เรียบร้อยแล้วครับ" เลขาคนสนิทรีบก้าวเข้ามารายงานด้วยท่าทีนอบน้อม "อืม..." ฌาลัลล์ยกนาฬิกาเรือนหรูขึ้นดูเวลาพลางเปรยเสียงเรียบนิ่ง "วันนี้วันเกิดเจ้าโปรดใช่ไหม?" "ครับพี่ใหญ่ เห็นว่าจัดปาร์ตี้กับกลุ่มเพื่อนๆ ที่คฤหาสน์ครับ" ฌาลัลล์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่เหยียดยิ้มบางๆ ตรงมุมปาก นัยน์ตาคู่คมที่เหมือนกับใครบางคนในอดีตราวกับพิมพ์เดียวกันฉายแววซับซ้อน 18 ปีเต็มๆ ที่เขาสวมรอยเป็น 'พ่อแท้ ๆ' เลี้ยงดูเด็กคนนั้นมาด้วยความรักและความระมัดระวัง เพื่อซ่อนแผลเน่าในอดีตของแฝดพี่อย่างฌาลิตไว้ใต้เงามืด "กลับคฤหาสน์..." ฌาลัลล์เอ่ยเสียงเย็น ก่อนจะก้าวเดินนำออกไป "ฉันอยากรู้เหมือนกันว่า เด็กที่เติบโตมาด้วยสายเลือดแบบนั้น... พออายุครบ 18 ปีเต็ม มันจะสร้างเรื่องอะไรให้ฉันปวดหัวหรือเปล่า"บทที่ 96 ไข่มุกที่เห็นเพื่อนสาวออกมานั่งตากลมด้านนอกอยู่นานสองนาน จึงเดินออกมาทักด้วยความห่วงใย "ยัยเมล์... เข้ามานอนได้แล้ว แกนั่งตากลมตรงนี้นานแล้วนะ พรุ่งนี้พวกเราต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ แต่เช้าด้วย พักผ่อนเอาแรงเถอะ" เมล์รียาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้เพื่อนบางๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด "อืม... โอเค อีกสิบนาทีฉันตามเข้านอนนะ" เมื่ออยู่ตัวคนเดียวอีกครั้ง หญิงสาวก้มมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือในมืออยู่นานสองนาน... ทว่าไร้ซึ่งสัญญาณหรือข้อความใดๆ จากคนที่นัดกันไว้ น้ำตาคลอเบ้าขึ้นมาด้วยความรู้สึกน้อยใจที่พุ่งขึ้นสูงอย่างห้ามไม่ได้ "แค่โทรมาบอกกันนิดเดียวว่าติดธุระมันยากนักหรือยังไง... หรือไม่อย่างนั้นแค่มารับไปนอนกอดเฉยๆ ก็ยังดี แต่ก็ไม่มา..." เสียงหวานพึมพำกับความเงียบยามค่ำคืน ก่อนจะเม้มริมฝีปากแน่น "ไอ้คนแก่ใจร้าย! คอยดูเถอะ กลับไปกรุงเทพฯ เมื่อไหร่ เมล์จะไม่มองหน้า ไม่คุยด้วยเลย!" ร่างบางลุกขึ้นเดินกลับเข้าห้องพัก จัดการปิดไฟจนห้องมืดสนิทด้วยความงอนจัด และด้วยความขี้งอนระดับเต็มสิบ เธอไม่ลืมที่จะยกโทรศัพท์ขึ้นมากด 'บล็อก' ช่องทางการติดต่อของมาเฟียหนุ่มใหญ่ทุกทางอย่างไร
บทที่ 95 หลังโขดหินใหญ่กลางสายน้ำตกที่เย็นฉ่ำ ลูกน้องรู้หน้าที่เป็นอย่างดีในการดูแลความปลอดภัยและเคลียร์พื้นที่รอบนอกให้ผู้เป็นนายเรียบร้อย พื้นที่รอบข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงน้ำตกที่ซัดซ่ากระทบผาหิน คอยช่วยกลบเสียงสายลมหายใจกระสับกระฮ่ายและเสียงหวานที่เล็ดลอดออกมาเป็นระยะ สองร่างเปลือยเปล่าแนบชิดโอบกอดกันกลางสายน้ำ นำพากันสัมผัสความสุขสมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนคนตัวเล็กแทบหมดแรง "พะ... พอแล้วค่ะ เมล์หมดแรงแล้ว..." ร่างบางเอ่ยร้องขอชีวิตเสียงแผ่วพร่าเมื่อถูกทาบทับจากทางด้านหลัง สะโพกสอบตอกเน้นจังหวะหนักแน่นเข้าหาเป็นครั้งที่สาม จนเธอสั่นคลอนไปทั้งกายและใจ "เดี๋ยวก่อน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดใบหูระหง พลางกระชับเอวคอดไว้แน่น "ต้องลงโทษให้มันสาสมกับที่เธอแอบไปฟังข่าวลือว่าฉันนกเขาไม่ขัน..." "อื้อ... แด๊ดดด อ๊าห์ เบาๆ หน่อยได้ไหมคะ..." คำสรรพนามออดอ้อนที่หลุดออกมาจากปากคนขี้งอน ทำเอามาเฟียหนุ่มใหญ่ยิ่งเอ็นดูและคลั่งรักหนักกว่าเดิม แผงอกแกร่งเบียดแนบแผ่นหลังเนียนนุ่ม สอดประสานจังหวะรักโรมรันไปตามบรรยากาศที่เป็นใจ ท่ามกลางสายน้ำเย็นฉ่ำแต่กลับร้อนผ่าวไปด้วยอุณหภูมิร่างกายของ
บทที่ 94 ฌาลัลล์สั่งเสียงเรียบ ไม่เปิดโอกาสให้หญิงสาวได้ปฏิเสธ ชายหนุ่มช้อนร่างบางของเมล์รียาขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาวอย่างง่ายดายราวกับเธอไร้น้ำหนัก ทำเอาบรรดาเพื่อนนักศึกษาและอาจารย์ต่างเบิ่งตาค้างด้วยความตื่นตะลึง! "คิ...คุณฌาลัลล์! ปล่อยนะ! คนมองกันหมดแล้ว!" เมล์รียาตกใจรีบยกมือขึ้นทุบอกแกร่งเบาๆ ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันที "ถ้ายังดื้อทุบอีก... ฉันจะจูบเธอโชว์ตรงนี้แหละ" ฌาลัลล์กระซิบด้วยน้ำเสียงจริงจังจนเมล์รียาต้องหยุดมือทันควัน ได้แต่ซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างของเขาด้วยความอับอายสุดขีด ฌาลัลล์หันไปหาไข่มุกและครูประจำคณะด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่ทรงอำนาจ "เธอข้อเท้าแพลง เดี๋ยวฉันพาลงไปส่งที่รีสอร์ตเอง พวกคุณเดินกันตามสบาย" พูดจบ มาเฟียหนุ่มใหญ่ก็ออกก้าวขาพาแม่ตัวดีเดินนำหน้าคณะลงจากเขาอย่างมั่นคง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน โดยเฉพาะไข่มุกที่อ้าปากค้างมองตามหลังเพื่อนรักกับนายหัวสุดฮอตไปตาไม่ปะกริบ! เวลาต่อมา... ระหว่างทางเดินลงเขา อีกไม่ถึงหนึ่งร้อยเมตรก็จะถึงห้องพักของรีสอร์ต สายลมยามบ่ายแก่ผ่านพร้อมเสียงน้ำตกจากฝั่งซ้ายที่ตกกระทบโขดหินดังซ่าเข้ามากระทบหู เมล์รียาซึ่งตอนนี้เปล
บทที่ 93 ฌาลัลล์ก้าวขยับเข้าไปชิดร่างบางอีกหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่ข่มจนเงาของเขาฉาบทับร่างเธอไว้มิด ชายหนุ่มโน้มตัวลงไปใกล้จนปลายจมูกโด่งแทบจะชนแก้มเนียน ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าที่ชวนให้คนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ถ้าไม่ได้หึง... แล้วเมื่อกี้จะพูดถึงภรรยาของฉันทำไมกันล่ะ?" คำพูดนั้นทำเอาเมล์รียาถึงกับชะงักกึก ใบหน้าหวานร้อนผ่าวจนแทบไหม้ เธออึกอักอ้ำอึ้ง ดวงตาคู่สวยเลิ่กลั่กมองซ้ายมองขวาหาทางรอดทันที "ใคร... ใครพูดถึงภรรยาคุณกันคะ! ฉันแค่อิ...เอ่อ แค่เออออตามไข่มุกไปงั้นแหละ!" "เหรอ..." ฌาลัลล์ลากเสียงยาวในลำคอ นัยน์ตาคู่คมวาววับไปด้วยความเอ็นดู ชายหนุ่มถือโอกาสที่ลูกน้องคนอื่นกำลังง่วนกับการเก็บของขยับกายเข้าไปชิดร่างบาง บังมุมสายตาจากคนภายนอกอย่างเนียนกริบ ก่อนจะยื่นมือหนาไปรวบเอวคอดกิ่วของเมล์รียาเข้ามาประชิดตัวเบาๆ "อ๊ะ! คุณฌาลัลล์! ปล่อยนะ... คนเยอะแยะ" หญิงสาวสะดุ้งโหยง รีบดันแผงอกแกร่งที่ตอนนี้อบอุ่นและมีกลิ่นน้ำหอมประจำตัวของเขาพุ่งเข้าชนจมูกเธออย่างจัง "ถ้าอยากให้ปล่อย... ก็เลิกทำหน้าบึ้ง แล้วฟังฉัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังกระซิบชิดใบหูเรียวระหง "ยัย
บทที่ 92 ฌาลัลล์ดึงกล่องลังไปถือไว้ด้วยมือเดียวได้อย่างสบายๆ นัยน์ตาคู่คมที่เคยฉายแววดุดันและน่าเกรงขามยามอยู่ในวงการมาเฟีย บัดนี้กลับฉายแววความอ่อนโยนล้ำลึกที่ซ่อนอยู่ใต้ความเย็นชา ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำง้อแนวดื้อด้านหรือใช้กำลังข่มขู่ แต่กลับใช้ 'ความเงียบ' และการกระทำเป็นตัวสื่อความหมาย เขาก้มลงมองหน้าเธอด้วยสายตาดุๆ เล็กน้อยเป็นเชิงตักเตือนว่า 'ของมันหนัก อย่าฝืนยกเอง' ก่อนจะใช้แผ่นหลังหนาใหญ่ของตัวเองช่วยบังแดดยามเช้าที่เริ่มส่งความร้อนลงมาให้คนตัวเล็กอย่างเงียบๆ "มะ...เมล์! พ่อของโปรดมายกของช่วยแกเหรอเนี่ย!" ไข่มุกที่เดินถือถุงขนมตามมาถึงกับตาโต กระซิบกระซาบด้วยความตกตะลึง เมล์รียาแก้มร้อนผ่าว ทำได้เพียงย่นจมูกใส่คนโตกว่าอย่างแง่งอน เธอเดินไปหยิบชุดเครื่องเขียนชิ้นเล็กๆ ออกมาจากกล่องที่ฌาลัลล์ถืออยู่ แล้วย่อตัวลงยิ้มหวานส่งให้เด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนรอต่อแถวอยู่ตรงหน้า "อันนี้ของน้องนะคะ ตั้งใจเรียนนะคะเด็กดี" เด็กน้อยยิ้มตอบยกมือไหว้ขอบคุณ เมล์รียาหัวใจพองโตด้วยความสุข ทว่าเมื่อเธอก้าวข้ามไปแจกเด็กคนถัดไป เงาร่างสูงใหญ่ของ มาเฟียฌาลัลล์ก็ก้าวตามมาติดๆ ราวกับเป็นเ
บทที่ 91 เวลาต่อมา... ณ ลานกว้างหน้าอาคารพัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักของเหล่านักศึกษาอาสาที่กำลังช่วยกันตระเตรียมและตรวจเช็กอุปกรณ์การเรียน รวมถึงของขวัญต่าง ๆ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับเด็ก ๆ บนดอย เนื่องจากพื้นที่เป้าหมายเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ ในจุดทุรกันดาร จากจุดพักนี้ทุกคนจึงต้อง เดินเท้าขึ้นไปอีกราวๆ สองกิโลเมตร ทางรีสอร์ตและทีมงานไม่สามารถนำรถขนส่งขึ้นไปได้แล้ว เพราะของบริจาคทั้งหมดที่ขนมาด้วยรถบรรทุกสามคันก่อนหน้านี้ ได้ถูกทยอยแยกย้ายจัดส่งไปตามโรงเรียนในจังหวัดต่าง ๆ จนครบถ้วน สิ่งสำคัญที่เหลืออยู่ในตอนนี้... จึงมีเพียงกลุ่มตัวแทนนักศึกษาอาสาและทีมงาน ที่ต้องร่วมแรงร่วมใจกันขนของส่วนสุดท้ายขึ้นไปด้วยตัวเอง เพื่อทำการส่งมอบ มอบรอยยิ้ม และเก็บภาพกิจกรรมสวย ๆ สำหรับทำข่าวประชาสัมพันธ์โครงการอาสาในครั้งนี้ เวลาต่อมาระหว่างทางเดินขึ้นดอย กลุ่มนักศึกษาชั้นปีที่หนึ่งและคณะครูอาจารย์ต้องเดินเท้าข้ามเขาเป็นระยะทางเกือบสองกิโลเมตร จากช่วงเวลาเจ็ดโมงเช้าล่วงเลยไปจนเกือบเก้าโมงเต็ม เส้นทางที่ชันและยากลำบากทำเอาหลายคนเริ่มหมดแรง ทว่าทันทีที่เดินทางมาถึงโรงเรียน ภาพของเด็ก ๆ ที







